วันที่หก ตลอดทั้งวันยาวจิ่วดูกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด อารมณ์ความรู้สึกและจิติญญาที่เคยมีได้เหือดแห้งหายไป หูเหยียนจ้องมองยาวจิ่วด้วยความเ็า นางไม่ได้อธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง แม้ว่าบางครั้งความเป็จริงจะชนะคำพูดลมปาก ถึงกระนั้นบางครั้งคำพูดก็สามารถเอาชนะความจริง หลายปีมานี้นางไม่เคยเจอใครที่มีค่ามากพอที่จะฟังคำอธิบายของนาง อืม...บางทีอาจจะมี แต่ก็ถูกนางไล่ตะเพิดจนหนีเตลิดไปหมดแล้ว เฮ้อ ยามที่นางผิดปกติ แม้แต่ตัวนางเองก็รับไม่ได้เช่นกัน
หูเหยียนมองออกไปนอกหน้าต่าง นางคิดว่าเื่นี้คงจะได้รับการอธิบายภายในเร็ว ๆ นี้
ท้องฟ้าเพิ่งจะมืดครึ้ม ชวีหนานอีวางถ้วยในมือ จากนั้นนำเหล่าหยาอีเดินทางมาถึงคณะละครตระกูลเยี่ยน เขาปรากฏตัวขึ้นภายในจวนด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง แล้วสั่งให้คนผลักเยี่ยนเต๋อหลินลงไปนอนที่พื้น เขาโยนเสื้อที่ชุ่มเืตัวหนึ่งใส่หน้าเยี่ยนเต๋อหลิน ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังขณะกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เยี่ยนเต๋อหลิน เ้าฆ่าเฟิ่งฮัว ยังไม่รีบสารภาพผิดอีกรึ!”
เยี่ยนเต๋อหลินหน้าเละจนแทบจำเค้าโครงเดิมไม่ได้ เขาถือชุดเปื้อนเืของเฟิ่งฮัว ร้องไห้ด้วยความเ็ปจนเสียงหาย ท้ายที่สุดจึงยอมสารภาพ
เยี่ยนเต๋อหลินไม่ได้อธิบายอย่างละเอียดถึงขั้นตอนการทำร้ายร่างกาย แต่กลับพูดวกไปวนมาเพราะใถึงขีดสุด เขาเข้าใจผิดคิดว่าลูกในท้องของเฟิ่งฮัวไม่ใช่ลูกของตนเอง แต่เป็ลูกของยาวจิ่ว จึงบันดาลโทสะสังหารนางเสีย ส่วนเหตุผลที่เฟิ่งฮัวแก่ลงหลังจากเสียชีวิตเป็เพราะอะไรนั้น เขาเองไม่ได้อธิบายชัดเจน เพียงแต่ะโด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่าขอให้ท่านชิงเทียนตัดสินอย่างเป็ธรรม ขอให้ท่านชิงเทียนช่วยเผาศพของเฟิ่งฮัวเพื่อไม่ให้นางกลับมาหลอกหลอนเขาได้อีก
แม้ว่าเยี่ยนเต๋อหลินจะสารภาพภายใต้ความตื่นตระหนกจนฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ก็พอจะปะติดปะต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้
เยี่ยนเต๋อหลินกล่าวว่าในคืนนั้นหลังจากเสียพนันจึงถูกไป๋จื่อชีตัดหู และบังคับให้นำตัวยาวจิ่วมาแลกกับหนี้ที่ติดค้าง ในตอนนั้นเขาไม่มีความสุขเลย อีกทั้งยังต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ผู้คนขณะเดินกลับมายังประตูหลังของจวนด้วยกางเกงหลุดลุ่ยเพียงตัวเดียว
โดยปกติแล้วคนขับรถม้าฉวนจื่อจะทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยที่ประตู แต่เมื่อทราบว่าเยี่ยนเต๋อหลินออกไปเล่นพนัน เขาก็ปล่อยปละละเลยไม่ได้ยืนเฝ้าประตูอย่างที่ควรจะเป็
เยี่ยนเต๋อหลินเข้ามาทางด้านหลังจวน เดิมทีคิดจะเดินกลับห้องทันทีที่มาถึง แต่เพราะกลัวว่าสภาพของเขาอาจทำให้เฟิ่งฮัวใ หากทำให้นางใจนแท้งลูกคงไม่ดีแน่
ครั้นเยี่ยนเต๋อหลินนึกได้ว่าตนเองต้องเสียหูไปข้างหนึ่งเพราะยาวจิ่ว จึงรู้สึกโกรธแค้นเป็อย่างยิ่ง เมื่อตระหนักได้ว่ายาวจิ่วจะถูกส่งตัวไปในวันพรุ่งนี้ เขาจึงเกิดความคิดไม่อยากให้ยาวจิ่วนำสมบัติติดตัวไปแม้แต่ตำลึงเดียว ทุกอย่างที่เป็ของยาวจิ่วย่อมเป็ของคณะละครตระกูลเยี่ยน และมันคือของเขาทั้งหมด!
ยาวจิ่วมักคิดว่าตนเองคือเสาหลักของคณะละครตระกูลเยี่ยน และเห็นเขาเป็ไอ้หน้าโง่คนหนึ่ง เมื่อได้รับของดีจากเหล่านายท่านระดับสูงก็มักจะเก็บไว้ที่ห้อง มิได้นำออกมาให้หัวหน้าคณะละครอย่างเขาเพื่อแสดงความกตัญญู ดังนั้นการไปจากคณะละครในครั้งนี้ ของดีเหล่านี้ก็อย่าได้หวังว่าจะนำออกไปได้!
ครั้นเยี่ยนเต๋อหลินนึกถึงของดีเ่าั้ที่ซ่อนอยู่ในห้องของยาวจิ่ว เขาจึงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เขาถ่มน้ำลายลงบนฝ่ามือ ถูเข้ากับกางเกงตัวใหญ่ จากนั้นย่องจากประตูหลังเข้าไปในจวน เขาเข้าไปในห้องของยาวจิ่วโดยไม่สนใจความเ็ปบริเวณหูของตัวเองแม้แต่น้อย
เนื่องจากกลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าตนเองกระทำผิด จึงไม่กล้าเปิดไฟ เขาควานหาสมบัติในห้องท่ามกลางความมืด พลิกตู้ รื้อค้นตามซอกมุม และใช้มือควานไปทั่วเตียง ทว่ากลับไม่เจอแม้แต่เหรียญเดียว!
ในตอนที่เยี่ยนเต๋อหลินสบถด่ามารดาด้วยเสียงทุ้มต่ำ จู่ ๆ มีเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านนอก
เยี่ยนเต๋อหลินใจนสะดุ้งโหยง ราวกับแมลงวันหัวขาดที่กำลังตามหาที่หลบซ่อน ด้วยความซุ่มซ่ามศีรษะจึงเผลอโขกเข้ากับเสาเตียงจนส่งเสียงร้องด้วยความเ็ป
คนที่อยู่ด้านนอกได้ยินการเคลื่อนไหวภายในห้อง จึงกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “จิ่วเอ๋อร์ เ้ากลับมาแล้วหรือ? พี่สะใภ้ตื่นมากลางดึก จึงอยากมาดูเ้าสักหน่อย” ที่แท้เป็เพราะเฟิ่งฮัวนอนไม่หลับ นางจึงมีกะจิตกะใจมาดูอาการของยาวจิ่ว เพราะเกรงว่าเขาอาจจะได้รับาเ็สาหัส ดังนั้นเมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวดังอยู่ในห้อง นางจึงเข้าใจผิดคิดว่ายาวจิ่วกลับมาแล้ว ทุกครั้งที่ยาวจิ่วได้รับาเ็ ก็มักจะแอบลากสังขารกลับมาที่ห้องด้วยตนเองอยู่เสมอ
ครั้นเยี่ยนเต๋อหลินได้ยินเสียงภรรยาของตนเอง ในตอนที่กำลังจะอ้าปากด่า จู่ ๆ เขารู้สึกมีบางสิ่งผิดปกติ จึงตัดสินใจนอนลงบนเตียงและใช้ผ้าห่มคลุมโปงโดยไม่พูดอะไร เพื่อรอดูว่านังแพศยาผู้นั้นจะทำอย่างไรต่อไป!?
เฟิ่งฮัวเห็นว่าไม่มีเสียงตอบรับ นางจึงผลักประตูเข้ามาอย่างแ่เบา จากนั้นก้าวเท้ามายืนข้างเตียง นางเห็นร่างอันเลือนรางของคนที่นอนอยู่บนเตียง ดวงตาพลันเป็ประกายขณะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “จิ่วเอ๋อร์ พี่สะใภ้นำยาจินชวงที่ดีที่สุดมาให้ เ้าถอดเสื้อสิ ข้าจะช่วยทายาให้” น้ำเสียงของนางเปลี่ยนไป นางขบฟันแน่นขณะพูดต่อไปว่า “ข้าต้องสูญเสียชีวิตของข้าไปทั้งชีวิตเพราะต้องแต่งงานกับเยี่ยนเต๋อหลินคนชั่วช้านั่น! เขาไม่เคยรู้ร้อนรู้หนาว ซ้ำยังตบข้าหลายฉาด! ข้าเห็นเ้าถูกบังคับให้ออกไปปรนนิบัติชนชั้นสูงเ่าั้ หัวใจของข้าก็แทบแตกสลาย! คืนนี้คนชั่วช้านั่นออกไปเล่นพนันอีกแล้ว ข้าได้ยินเสียงเดินจึงทราบว่าเ้ากลับมาแล้ว ข้าจึงเดินคลำทางมาเพื่อมาช่วยดูาแให้เ้า” นางส่งเสียงสะอื้นอยู่สองครั้ง จากนั้นวางยาจินชวงไว้ข้างเตียงและยื่นมือออกมาเพื่อดึงผ้าห่มออก “คนดี ให้พี่สะใภ้คนนี้ดูหน่อยเถอะว่าาแของเ้าร้ายแรงหรือไม่? กรี๊ด...”
ครั้นผ้าห่มถูกเปิดออก เนื่องจากมีแสงจันทร์สีนวลสาดส่องเข้ามาในห้อง เฟิ่งฮัวจึงเห็นบุรุษผู้หนึ่งใบหน้าเปื้อนเื บุรุษผู้นี้ยกฝ่ามือขึ้นและตบฉาดเข้าที่หูของนางทั้งสองข้าง จากนั้นก่นด่าด้วยความเกรี้ยวกราด “นังแพศยา!”
เฟิ่งฮัวรู้สึกใ ยังไม่ทันที่นางจะได้อธิบายก็ถูกกำปั้นซัดเข้าใส่ราวกับพายุจนหงายหลังตีลังกาลงไปนอนที่พื้น จากนั้นก็ถูกเตะต่อยไม่ยั้ง
นางอยากะโขอความช่วยเหลือและอ้อนวอนขอชีวิต ทว่ากลับถูกหมัดชกเข้าที่กลางลำคอจนไม่สามารถเปล่งเสียง นางขดตัวและใช้มือทั้งสองข้างกุมท้อง แต่กลับรู้สึกได้ถึงความร้อนวูบวาบที่ไหลออกมาจากร่างกาย สิ่งนั้นไหลไปตามขาและเจิ่งนองลงบนพื้น
นั่นมัน...ลูกของนาง
ลูกของนางได้จากไปพร้อมกับพลังและความหวังทั้งหมดที่มี
นางเลิกดิ้นรน เลิกต่อต้าน และยอมแพ้ที่จะมีชีวิตต่อไป
เยี่ยนเต๋อหลินผู้นี้ไม่ใช่คนดี!
ดื่มสุรา เคล้านารี ติดพนัน อบายมุขทั้งหลายเหล่านี้รวมอยู่ในตัวเขา
ในอดีตเมื่อครั้งที่ครอบครัวของเขายังยากจน เยี่ยนเต๋อหลินเคยใช้ชีวิตเป็นายพราน ครั้นมีเวลาว่างหรือมีเงินทองก็หมดไปกับการร่ำสุรา เมื่อดื่มจนเมา หากไม่เมาจนหลับคาขวดสุราก็กลับมาทุบตีทำร้ายร่างกายนาง เขาเอาแต่ตำหนิและผิดหวังที่นางไม่ตั้งครรภ์ลูกของเขา โดยไม่เคยคิดสำเหนียกตัวเองเลยสักครั้ง สิ่งเหล่านี้นางทำใจยอมรับและอดทนมาโดยตลอด!
ครั้นบิดาของเยี่ยนเต๋อหลินเดินทางมาหา และมอบคณะละครแห่งนี้ให้กับเยี่ยนเต๋อหลิน ทำให้เขามีเงินทองไม่ขาดมือ จึงเริ่มเล่นการพนันและเคล้านารี นางคิดว่าบุรุษชอบเที่ยวเล่นเช่นนี้เป็เื่ปกติ แต่ใครจะไปคาดคิดว่าตอนที่นางได้เจอกับยาวจิ่วเป็ครั้งแรก นางกลับต้องปิดปากตัวเองให้สนิท เพื่อมิให้ใจที่กำลังเต้นแรงดวงนี้หลุดออกจากปากและเต้นระรัวอยู่นอกอก
หลังจากบิดาสามีสิ้นลม นางก็ไม่คิดจะอดทนอีกต่อไป นางมักหาโอกาสเข้าใกล้ยาวจิ่ว และคาดหวังว่ายาวจิ่วจะใช้ดวงตาคู่นั้นเหลียวมองนางสักปราดหนึ่งก็ยังดี จริง ๆ นะ...แค่ปราดเดียว แลกกับการตายของนาง นางก็ยอม
แต่น่าเสียดายที่ยาวจิ่วไม่เคยสนใจนางเลย
ถึงกระนั้นนางก็มิอาจควบคุมตนเอง
วันนี้หากยาวจิ่วอยู่ที่นี่ก็คงดี ในตอนที่นางใกล้ตาย ยาวจิ่วอาจจะเหลียวมองนางบ้าง เพียงเท่านี้นางก็คงจากโลกนี้ไปอย่างสงบ
เยี่ยนเต๋อหลินกระชากเส้นผมของเฟิ่งฮัว จากนั้นโขกศีรษะของนางลงกับพื้นอย่างแรงหลายครั้ง ปากก็พร่ำด่าอย่างดุเดือด “นังโสเภณี! นังหัวขโมย! ข้าจะทำให้เ้าตกต่ำ! ข้าจะทุบตีเ้าให้ตาย!”
เสียงเตะยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ทว่าเฟิ่งฮัวได้ปิดเปลือกตาลงแล้ว
วินาทีนั้นที่ความตายกำลังมาเยือน นางรู้สึกได้ถึงความสุขและความแค้นที่ปะปนอยู่ภายในใจ...ข้าปล่อยให้เ้าเตะท้องของข้าจนแท้งลูก เฟิ่งฮัวผู้นี้ขอสาปแช่งให้เ้าไร้ทายาทสืบสกุล!
.
.
.