ความเป็มาของดรุณีนางนี้ ไม่มีผู้ใดทราบกระจ่างทุกคนล้วนทราบเพียงสองประการ
ประการแรก นางเป็บุตรีบุญธรรม ของประมุขตระกูลโยชิโอกะ
ประการที่สอง มีเสียงเล่าลือหนาหูว่า พลังฝีมือของนางแทบมิเป็รองโยชิอิ...
คาโต้ มูซาชิ เดินเข้ามาตบไหล่โยชิอิอย่างสนิทสนม บุรุษหนุ่มรีบหยิบม้วนภาพจารึกเก่าคร่ำคร่าออกจากอกเสื้อ ยื่นส่งให้องครักษ์เฒ่าอย่างนอบน้อม
องครักษ์เฒ่ารับม้วนภาพคลี่ออก ผงกศีรษะติดต่อกันหลายคราจากนั้นผละจากบุรุษหนุ่ม ก้าวยาว ๆ ไปสั่งการ กำหนดเส้นทางเดินเรือใหม่ทันที
ไม่ถึงชั่วอึดใจ เรือใบขนาดกลางค่อย ๆ เบนหัว ปรับเปลี่ยนทิศทางใบเรือหันรับกระแสลมเต็มที่ แล่นลิ่วออกห่างจากทางเหนือของเกาะชิโกกุทิศทางคล้ายกำลังมุ่งหน้า ไปยังแคว้นบิเซ็น ทางตอนใต้ของเกาะฮอนชู...
ทันทีเมื่อเรือเริ่มแล่นรี่ โคมตะเกียงทั้งหมดดับวูบลงเรือทั้งลำถูกพรางในความมืดอีกครั้ง ความสงัดยิ่งกว่ายามราตรีอันเงียบสงัดที่สุดปกคลุมทั่วเรือ ประหนึ่งทุกผู้ถูกกลืนหายพร้อมแสงโคมซึ่งดับลง...
ภายใต้แสงจันทร์เสี้ยว สลัวเลือนราง เรือทั้งลำกลายเป็เพียงเงาตะคุ่มจุดหนึ่งกลางห้วงมหานที...
มาเอดะ ทาคาโกะ ทอดถอนใจ เหม่อมองเรือใหญ่ตระกูลโยชิโอกะซึ่งเพิ่งจากมาเรือลำนั้นกำลังเบนหัว มุ่งหน้าไปคนละทิศทาง ห่างไกลออกไปอย่างรวดเร็วที่สุดก็กลืนหายลับในเงารัตติกาล…
ดวงตากลมโต ฉายแววครุ่นคิด ห้วงลึกในใจเฝ้ากังวล ห่วงใยในตัว ‘ริวจิ’คุณชายน้อยตระกูลโยชิโอกะ ผู้เป็เสมือนน้องชายแท้ ๆ บนเรือใหญ่สองเสาลำนั้น...
ริวจิป่วยเป็โรคประจำตัวั้แ่เกิด หลายปีนี้นางคร่ำเคร่งศึกษาวิชาแพทย์เพียรพยายามหาหนทางรักษา ผู้เป็น้องชายให้หายขาด ทุกครั้งเมื่อได้ข่าวว่ามีหมอฝีมือดีอยู่ที่ใด ต้องรีบรุดไปหาทันที
ความพยายามใน่หลายปีนี้ นับว่าไม่สูญเปล่า อาการริวจิทุเลาดีขึ้นกระนั้นกลับรักษาไม่หายขาด สามวันก่อนได้ข่าวว่าหมอเลื่องชื่อจากแผ่นดินใหญ่ผู้หนึ่ง เดินทางไปยังหมู่บ้านชาวประมงทางตอนเหนือของเกาะคิวชู
เช้าตรู่วันนี้ นางเร่งตระเตรียมเรือ ตั้งใจพาริวจิเดินทางไปหาหมอรักษา
มิคาด...ก่อนออกเดินทางเพียงสองชั่วยาม ทั้งโยชิอิและนางได้รับคำสั่งด่วนให้เดินทางไปช่วยเหลือ ภารกิจลับของท่านมิโยชิ
แม้ห่วงใยริวจิเพียงไร นางย่อมไม่อาจขัดคำสั่ง ได้แต่จำใจส่งน้องชายเดินทางไปหาหมอเพียงลำพัง
เวลานี้นางกระทำได้เพียง ภาวนาให้หมอผู้นั้น สามารถรักษาริวจิให้หายขาด...
นางไม่อาจทนเห็นน้องชาย เ็ปทรมาน ยามอาการกำเริบได้อีกแล้ว...
ทาคาโกะปรายสายตา กลับไปยังห้องประทุนเรือ ทอดถอนใจอีกครั้งด้วยความหดหู่ยิ่ง...
ครั้งนี้ นางทอดถอนใจ ให้ท่านหญิงสูงศักดิ์ ผู้นั่งอยู่หลังม่านไม้ไผ่...
ขณะกำลังเดินทาง เพื่อสมทบกับเรือท่านหญิงโยชิอิอธิบายรายละเอียดภารกิจให้ทราบ ยิ่งรับฟังนางยิ่งไม่เห็นด้วยเหตุใดการค้นหาดาบเพียงเล่มเดียว ถึงกับต้องนำท่านหญิงมาเกี่ยวข้อง
ไฉนท่านเ้าปราสาทอาวะ บิดาท่านหญิงโทโมเอะยอมให้บุตรีเสี่ยงอันตรายเช่นนี้...
กระนั้น ทาคาโกะมิอาจไม่ยอมรับ แผนการครั้งนี้แเียิ่งจริง ๆเพราะนางเข้าใจสถานการณ์ ความปั่นป่วนวุ่นวาย อันเกิดขึ้นในแผ่นดินดียิ่ง...
เพลานี้ บรรดาไดเมียวต่างซ่องสุมกำลัง คิดตั้งตัวเป็ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็‘ตระกูลโมริ’ ผู้มีอำนาจทางภาคตะวันตก ‘ตระกูลทาเคดะ’มีขุมกำลังอยู่ทางภาคตะวันออก ยังมี ‘ตระกูลอูเอสึกิ’ อันเข้มแข็งทางภาคเหนือแล้วยังมีเหล่าไดเมียวผู้ครองแคว้นเล็ก ๆ อีกมากมายต่างกำลังจ้องรอฉกชิงผลประโยชน์ จากเพลิงแห่งา
สถานการณ์ในเกียวโตยิ่งซับซ้อน เพราะท่านโชกุนแห่งตระกูลอาชิคางะเป็เพียงผู้ปกครองแต่ในนาม อำนาจบริหารสั่งการแท้จริง ตกอยู่ในมือท่านมิโยชิ โชเคลุงของท่านหญิงโทโมเอะ
หลังยึดกุมอำนาจในเกียวโตเป็ผลสำเร็จ ลุงของท่านหญิงมอบแคว้นอาวะบนเกาะชิโกกุ ให้บิดาท่านหญิงเป็ผู้ดูแล ดังนั้นการที่ตระกูลมิโยชิจะขยับตัวกระทำสิ่งใด ย่อมตกเป็เป้าของสายลับ และมือสังหารฝ่ายศัตรู...
ระยะนี้...บ่อยครั้ง ความสงสัยประการหนึ่ง แวบเข้ามาในจิตใจนาง...
ตระกูลโยชิโอกะของท่านพ่อบุญธรรม ใช่ตัดสินใจผิดหรือไม่ ที่ทำงานให้ตระกูลมิโยชิ...
ทาคาโกะย่อมทราบแก่ใจ...สถานการณ์คราวนั้นเมื่อห้าปีก่อนท่านพ่อบุญธรรมไม่มีทางเลือกมากนัก ตระกูลโยชิโอกะหาก้าดำเนินกิจการค้าทางทะเลต่อไป ย่อมต้องพึ่งพาตระกูลมิโยชิผู้ครองแคว้นอาวะและเซ็ทสึ อันมี ‘ซาไก’ เป็เมืองท่าค้าขายอันมั่งคั่ง
ตระกูลโยชิโอกะไม่มีที่ดิน เป็เขตแคว้นของตัวเองแต่อย่างใดสำหรับที่ดินในแคว้นอาวะ บนเกาะชิโกกุเป็เพียงผืนดินไร้ความอุดมสมบูรณ์ท่านมิโยชิมอบให้ปลูกสร้างคฤหาสน์ คลังเก็บสินค้าเท่านั้นดังนั้นตระกูลโยชิโอกะแม้มั่งคั่งด้วยทรัพย์สิน กลับไม่อาจตั้งตัวเป็อิสระได้...
ไม่ทราบเวลาผ่านไป เนิ่นนานเท่าไหร่ ยิ่งไม่ทราบ ห้วงความคิดล่องลอยไปไกลเพียงไหน...
สายตาดรุณีน้อย ยังเหม่อมอง จับจ้องห้วงน้ำกว้าง โดยไร้จุดหมาย...
เรือใบขนาดกลาง แล่นฉิวตามกระแสน้ำ ยามนี้ยิ่งผสานสายลม พัดกระโชกแรง อีกไม่นานควรใกล้ถึงจุดหมาย...
ทว่าทันใด ห้วงความคิดของทาคาโกะ พลันหวนคืนสู่สภาพความจริงเบื้องหน้าได้ยินสุ้มเสียงทหารหน่วยรักษาการณ์ รายงานคาโต้ มูซาชิอย่างเร่งร้อนว่า
“ท่านคาโต้ขอรับ! ทางด้านหน้ามีเรือเร็ว ขนาดเล็กหลายลำ คล้ายกำลังมุ่งตรงมายังเรือของเราขอรับ!”
เพิ่งสิ้นเสียงรายงาน เบื้องหน้าปรากฏเงาตะคุ่ม มองจากระยะไกลเห็นเป็เพียงเงาราง ๆ กลางห้วงน้ำ คล้ายเป็เรือเร็วขนาดเล็กหลายลำพรางแสงโคมไฟบนเรือหมดสิ้น
เพียงชั่วอึดใจ เงาตะคุ่มเ่าั้ ปรากฏรูปร่างชัดถนัดตา เป็กลุ่มเรือเร็วขนาดเล็กเสากระโดงเดี่ยวห้าลำ แล่นฉิวเคลื่อนฝ่าความสลัวรางใต้แสงจันทร์
เรือทั้งห้าลำ ต่างแยกย้ายกระจายกำลัง โอบล้อมเข้าจากสามทิศทางด้วยระดับความเร็วปาน สายลมอันน่าตระหนก!
สีหน้าองครักษ์เฒ่าคาโต้ หัวหน้าหน่วยองครักษ์นิวะ ฮิเดโยริหัวหน้าหน่วยรักษาการณ์อาเคชิ เค็นจิ แปรเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดหงุดหงิดเพราะมีบุคคลเพียงกลุ่มเดียว ซึ่งใช้เรือเร็วขนาดเล็ก เสากระโดงเดี่ยวชนิดนี้ทั้งบังคับควบคุมได้ คล่องแคล่วว่องไวปานนี้
เรือเร็วทั้งห้าลำ เป็เรือโจรสลัด!
องครักษ์เฒ่าคาโต้ รีบสั่งการ สุ้มเสียงหนักแน่น ก้องสะท้านห้วงน้ำ
“เหล่าองครักษ์! พลเกาทัณฑ์! หน่วยรักษาการณ์! ทั้งหมดประจำที่เตรียมพร้อมโจมตี!”
กองกำลังร่วมร้อยบนเรือ รับคำสั่งโดยพร้อมเพรียงแยกย้ายกระจายกำลังตามตำแหน่งหน้าที่ ดาบยาววาววับ เกาทัณฑ์คันแข็งแกร่งหอกยาวคมกริบกระชับมั่นในมือ ไม่ถึงอึดใจก็พร้อมพรักประจัญบาน รอเพียงคำสั่งคาโต้มูซาชิ
เสี้ยวอึดใจนั้น องครักษ์เฒ่าผู้ผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน ครุ่นคิดอย่างหนัก
ในสถานการณ์เช่นนี้ การคุ้มครองท่านหญิง กลับแคว้นอาวะอย่างปลอดภัยย่อมมิใช่เื่ยากเย็นกระไร แต่หากทำเช่นนั้นจำต้องยกเลิกภารกิจหันหัวเรือกลับเกาะชิโกกุในทันที เท่ากับภารกิจลับอันได้รับมอบหมายจากนายท่านมิโยชิล้มเหลวหมดสิ้น...
การจะเคลื่อนไหว กระทำการครั้งต่อไป ย่อมยากยิ่งกว่าเดิม...
...แผนการในครั้งนี้ อาศัยการเดินทางไปสักการะศาลเ้าของท่านหญิงเป็ข้ออ้างในการนำกองกำลังมือดี พร้อมเหล่าองครักษ์จำนวนมากติดตามไปด้วย
โดยในระหว่างเดินทางกลับ ท่านหญิงแสร้งสร้างสถานการณ์้านั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์ ทั้งหมดจึงเปลี่ยนเส้นทางตรงไปยังท่าเรือใกล้ที่สุด
เรือใบขนาดกลางซึ่งตระเตรียมไว้ ค่อย ๆ แล่นเลียบฝั่งเบนทิศขึ้นเหนือเรื่อย ๆ ก่อนยามต้นเล็กน้อย จึงเดินทางถึงชายฝั่งหาดยาชิม่านายท่านมอบม้วนภาพ ระบุที่ซ่อนดาบให้นาคามูระ โยชิอิ มือดีตระกูลโยชิโอกะผู้ถูกส่งมาสนับสนุนภารกิจ เก็บรักษาไว้แต่แรก นัดหมายให้นำมาส่งมอบตรงจุดนัดพบ
ในม้วนภาพระบุเกาะเล็ก ๆ ไร้ชื่อแห่งหนึ่ง อยู่ระหว่างชายฝั่งหาดยาชิม่าทางเหนือของเกาะชิโกกุ และแคว้นบิเซ็น ทางตอนใต้ของเกาะฮอนชู ตั้งชื่อให้ว่า‘เกาะคุโร[1]’ นี่เองเป็สถานที่เก็บซ่อนดาบหงส์ฟ้า จากระยะทางอันระบุในม้วนภาพอีกไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เกาะคุโรจะปรากฏตรงหน้า
ขั้นตอนต่าง ๆ ดำเนินการสะดวกราบรื่นถึงตรงนี้ทว่ากลับต้องยกเลิกภารกิจใน่สุดท้ายเพียงเพราะเผชิญโจรสลัดกเฬวรากเหล่านี้หรือ!
เพราะ้าปกปิดร่องรอย เรือลำนี้ไม่มีธงหรือสัญลักษณ์ใดระบุว่าเป็เรือตระกูลไดเมียวผู้ครองแคว้น ฝูงโจรสุนัขป่าหิวกระหายเหล่านี้ย่อมคิดว่าเป็เพียง เรือสินค้าของพ่อค้าวานิช เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วแม้แสดงตัวว่าเป็เรือตระกูลมิโยชิ ก็ไม่มีประโยชน์อันใด
เหล่าโจรสลัดลงมือปฏิบัติการคราใด จะไม่ล้มเลิกกลางคันอย่างเด็ดขาด!
เรือโจรสลัดทั้งห้าลำ แล่นลิ่วจากสามทิศทาง โอบล้อมเข้าใกล้จวนเจียนถึงระยะยิงเกาทัณฑ์ จากโครงสร้างของเรือ อีกทั้งความเร็วในการแล่นรี่บนเรือแต่ละลำ ควรมีสมุนโจรราวห้าสิบถึงเจ็ดสิบคน กองโจรขบวนนี้อาจมีขุมกำลังราวสามร้อยคนทีเดียว...
องครักษ์เฒ่า ตัดสินใจโดยพลัน ตวาดสั่งการ
“มุ่งตรงไปจุดหมายเดิม! เกาทัณฑ์เตรียมระดมยิง!”
ทว่าก่อนพลเกาทัณฑ์ จะทันพาดสายปล่อยลูกศรเสียงเฟี้ยวฟ้าวพุ่งฝ่าอากาศ พลันดังอื้ออึงจากทุกทิศทาง เกาทัณฑ์นับร้อย ๆ ดอกยิงพุ่งฝ่านภากาศ ดั่งสายพิรุณยามราตรี!
คาโต้ มูซาชิ ตวาดสั่งการเสียงกร้าว
“คุ้มครองท่านหญิง! ระดมยิงตอบโต้ไป! ทะลวงฝ่าออกไปให้ได้!”
สิ้นคำสั่งองครักษ์เฒ่า ใบเรือกางเต็มที่หันรับกระแสลมแล่นทะลวงฝ่าไปเบื้องหน้าตรง ๆ อย่างหักโหม เหล่าองครักษ์ พลเกาทัณฑ์หน่วยรักษาการณ์ ทุกผู้กระชับอาวุธประจำกายมั่น
ทั้งหมดกระเหี้ยนกระหือรือ หมายลงมือประหัตปะาให้สมใจต่างโห่ร้องะโหนุนเนื่องอย่างคึกคะนอง กระแสเสียงกึกก้องสะท้านะเืห้วงมหานที ปลุกความฮึกเหิม เร่งเร้าเพลิงแห่งการต่อสู้ในจิตใจให้ลุกโพลงขึ้นถึงจุดสูงสุด!
เหล่าองครักษ์ หน่วยรักษาการณ์ สะบัดดาบยาววาววับ หอกสังหารคมกริบตีโต้ต่อต้านพายุเกาทัณฑ์ อันระดมยิงไม่ขาดสายจากสามทิศทางปกป้องคุ้มครองกราบเรือทั้งสองด้าน เพื่อสร้างโอกาสให้พลเกาทัณฑ์ระดมยิงพายุศรสังหารตอบโต้กลับไป
เรือเร็วทั้งห้าลำไวทายาด แล่นคดเคี้ยวฉวัดเฉวียน ไม่ยอมตกเป็เป้านิ่ง อีกทั้งแม้พลเกาทัณฑ์ระดมยิงตอบโต้เท่าไหร่คมศรสังหารกลับไปไม่ถึงเรือของเหล่าโจร ลูกเกาทัณฑ์ร่วงตกสู่ห้วงมหานทีั้แ่กลางคันแทบหมดสิ้น ผิดกับเหล่าโจรสลัด กลับยิ่งระดมยิงพายุเกาทัณฑ์เข้าใส่ไม่หยุดยั้ง
ทั้งนี้เพราะเรือโจรทั้งห้าลำ รักษาระยะห่างจากเรือท่านหญิงให้มากกว่าระยะยิงเกาทัณฑ์ ของพลเกาทัณฑ์อยู่ตลอดเวลาแม้เรือท่านหญิงจะเร่งความเร็วทะลวงฝ่า ทว่าเรือเร็วเหล่าโจรก็แล่นรี่ตามติดล้อมหน้าล้อมหลัง พยายามรักษาระยะห่างไว้เท่าเดิม สภาพการณ์กลายเป็ทั้งหมดต้องตั้งรับสถานเดียว
คาโต้ มูซาชิ นิวะ ฮิเดโยริ และอาเคชิ เค็นจิ หันสบตากันวูบไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า โจรสลัดกลุ่มนี้ จะมีเกาทัณฑ์คันใหญ่ยิงได้ไกลกว่าเกาทัณฑ์ทั่วไป เกือบเท่าตัวเป็อาวุธ
เกาทัณฑ์ชนิดนี้ ปกติจะใช้ในสมรภูมิรบเท่านั้น ส่วนพลเกาทัณฑ์ทั้งห้าสิบกลับมีเพียงเกาทัณฑ์ขนาดธรรมดา อีกทั้งฝีมือยิงเกาทัณฑ์เหล่าโจรสลัดกลุ่มนี้ยิ่งมิอาจดูเบา ดูท่าทั้งหมดเจองานตึงมือเสียแล้ว...
ทั้งสามแม้สีหน้าเคร่งขรึม หากบุคลิกภาพยังหนักแน่นเยือกเย็นไร้รอยวิตกแตกตื่นปรากฏในแววตา เนื่องเพราะแต่ละผู้ผ่านสมรภูมิเข่นฆ่ามาทั้งชีวิตเคยตกในวงล้อมทหารศัตรูนับครั้งไม่ถ้วน ยังสามารถบุกตะลุยสังหารสร้างเส้นทางโลหิตรอดชีวิตมาได้ ไหนเลยเห็นกองกำลังโจรสลัดเพียงเท่านี้อยู่ในสายตา
ฉับพลันนั้น เรือเร็วของเหล่าโจร แล่นลิ่วจัดขบวนใหม่ สองลำยังกระหนาบข้างแต่อีกสามกลับเปลี่ยนเป็โอบล้อมเข้าด้านหลัง เสียงเฟี้ยวฟ้าวดังอื้ออึงเกาทัณฑ์นับร้อย ๆ ดอกพุ่งฝ่าอากาศ คราวนี้เป้าหมายอยู่ที่ห้องประทุนเรือ!
หัวหน้าหน่วยองครักษ์ นิวะ ฮิเดโยริ ทะยานร่างปักหลัก หน้าห้องประทุนเรือตวาดเสียงดัง ร้องสั่งการ ดาบยาวสะบัดวูบจากฝัก
“ท่านอาเคชิคุ้มกันด้านซ้าย! ท่านนาคามูระประจำด้านขวา!นากาโตะเ้ามาอยู่ตรงนี้แทนพ่อ!”
สิ้นเสียงสั่งการ ร่างสูงโปร่งทะยานโลดแล่น สืบเท้าจากห้องประทุนเรือหมายเข้าช่วยเหลือเหล่าองครักษ์ และหน่วยรักษาการณ์ตรงกราบเรือสั่งจัดวางกำลังต้านพายุคลื่นเกาทัณฑ์ อันระดมยิงเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน
นาคามูระ โยชิอิ นิวะ นากาโตะ และอาเคชิ เค็นจิ ต่างรับคำสั่งโดยพลันสืบเท้าเร็วรี่เข้าประจำตำแหน่ง ประกายดาบยาวสีเงินสามเล่ม วาบวูบเจิดจ้าครอบคลุมท้องนภากาศ รังสีดาบะเืสุดเปรียบปาน พุ่งแผ่ไปด้านหน้าไกลร่วมสามวา!
บัดนั้น รอบห้องประทุนเรือ คล้ายกางกั้นด้วยม่านประกายแสงสีเงินเกาทัณฑ์ศรสังหารอันระดมยิงเข้าใส่ สะบั้นสิ้นในพริบตา!
[1] ตั้งตามนามเต็มของมินาโมโตะ โยชิสึเนะนั่นคือ มินาโมโต โนะ คุโร โยชิสึเนะ