ตอนที่ 22 พิธีสลักคำของคีตา
ภาพทั้งหมดเลือนหายไป นิทานกลับมาอยู่กลางป่าอีกครั้ง รอบด้านยังคงเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้จากการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างพวกเขาและหมีขนมรกตเช่นเคย
โดยปกติแล้ว ยามที่อยู่ในป่า นิทานมักจะระแวดระวังตัวเสมอ แม้จะมีคีตาที่มีความสามารถตรวจจับเป็เลิศเขาก็ยังคงไม่ลดการป้องกันตัว เขาเชื่อว่าการฝากทุกสิ่งไว้กับคีตาเพียงตัวเดียวเป็เื่ไม่สมควร หากคีตาเกิดพลาดเมื่อไหร่ อย่างไรเขาก็จะได้ไหวตัวทัน
หากเวลานี้นิทานกลับทรุดลงกับพื้น สองตาสีน้ำเงินเข้มเหม่อลอย การระแวดระวังตัวและสติที่คอยเตรียมตัวอยู่ตลอดเวลาหายไปสิ้น เหลือเพียงความสุขและความอบอุ่น สองตามีหยาดน้ำตาไหลออกมา
คีตาดึงสติกลับมาจากห้วงจิตเมื่อััได้ถึงห้วงอารมณ์ที่สั่นสะท้านจากตัวนิทาน คีตารีบลุกขึ้น เดินไปเอาหัวดันนิทานที่นั่งทรุดอยู่กับพื้น
ลิ้นหนาใหญ่เลียใบหน้าของนิทานด้วยความเป็ห่วง ปากร้องหงิง ๆ ด้วยความกังวล
นิทาน นิทาน เป็อะไร เจ็บเหรอ คีตาหูตกมุ่นลง พลางเดินล้อมรอบนิทานไว้ กักร่างอันบอบบางของนิทานไว้ในร่าง หางอันใหญ่ั์ม้วนทาบลงกับตักมอบความอบอุ่น
นิทานที่ยังคงเหม่อลอยยกสองมือขึ้น สวมกอดแผงคอหนาของคีตา แก้มอิงแอบกับใบหน้าแสนอบอุ่น ใบหน้าที่ซุกลงสั่นสะท้านเล็กน้อย เสียงสะอื้นเบา ๆ พลันลอดออกมา
"ฉันไม่เป็ไรคีตา ฉันไม่เป็ไร" นิทานเสียงสั่น
ภาพต่าง ๆ ในอดีตพลันลอยหวนกลับมา ั้แ่วินาทีที่นิทานเก็บคีตามาดูแล
ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าตนเชื่อมโยงกับคีตาได้มากกว่าเชื่อมโยงกับสิ่งอื่น
ทำไมเขาสามารถแบ่งพลังให้คีตาได้ผ่านพลังเชื่อมโยงทั้ง ๆ ที่เขาไม่สามารถแบ่งพลังให้สิ่งอื่นได้
ทำไมเขาสามารถรับรู้ถึงตัวตนของคีตาได้เด่นชัดยิ่งกว่าอะไร
เขาเคยคิดมาตลอดว่าเป็เพราะพลังเชื่อมโยงนั้นจะมีผลมากขึ้นหากใช้กับสิ่งที่นิทานมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นด้วย
แต่เขาคิดผิดมาตลอด ต้องเรียกว่าทุกสิ่งมันกลับตาลปัตรมาตลอด ไม่ใช่เพียงเขาที่เชื่อมโยงกับคีตา การแบ่งพลังและการรับรู้เกือบทั้งหมดไม่ได้มีที่มาจากพลังเชื่อมโยงของเขา
เกือบทั้งหมดนั้นมาจากคำแห่งพลังของคีตาต่างหาก ในขณะที่เขาเชื่อมโยงกับคีตา คีตาก็เชื่อมโยงกับเขาเช่นกัน
และไม่ใช่การเชื่อมโยงอันอ่อนด้อยที่สามารถเชื่อมโยงกับทุกสิ่งได้เฉกเช่นพลังเชื่อมโยงของเขา หากเป็การเชื่อมโยงอันแข็งแกร่งที่ไม่มีทางหลุดลอย สายใยอันเป็นิรันดร์ที่จะไม่มีวันคลายออกและจะเชื่อมโยงกับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
ในเวลานี้ดวงดาราสีดำทมิฬดวงที่สี่ในห้วงจิตของนิทานสั่นไหวเล็กน้อย ฟากฟ้าทางทิศเหนือที่ปรากฏคำว่าเชื่อมโยงก็เริ่มเรืองแสงวาบออกมาแต่นิทานไม่รู้สึกตัวเลย
คีตาบอกว่าั้แ่รู้สึกตัว มันก็มีคำคำนี้อยู่แล้ว นิทานคาดว่าคำนี้คงปรากฏขึ้นตอนที่เขารับคีตามาเลี้ยงไม่ก็ไม่นานหลังจากนั้น
หลังจากวินาทีนั้น เขาก็กลายเป็โลกทั้งใบของคีตา
ดวงดาราสีดำดวงที่สี่ในห้วงจิตของนิทานสั่นไหวรุนแรงมากยิ่งขึ้น พื้นผิวเริ่มปรากฏรอยปริร้าวน้อยใหญ่มากมาย
คีตาเป็ครอบครัวคนสุดท้ายของฉัน
รอยปริแตกเริ่มลามไปทั่วพื้นผิว
และสำหรับคีตา ตัวฉันเองก็เหมือนกัน
รอยร้าวปรากฏมากขึ้นเรื่อย ๆ เผยให้เห็นเนื้อในที่ฟูฟ่อง สีดำนุ่มนวลอันอ่อนโยนเริ่มแผ่กระจายออกมา
ฉันเองก็คือครอบครัวคนสุดท้ายของคีตาเหมือนกัน
ดวงดาราสีดำแตกสลายอย่างสมบูรณ์ ภายในคือลูกกลมสีดำนุ่มนวลอันแสนฟูฟ่องราวกับดอกแดนดิไลออน ไม่ได้แผ่พลังอันแข็งแกร่งใด ๆ ไม่ได้มีลักษณะท่าทางอันแสนองอาจ เพียงแผ่กลิ่นอายที่เขารักที่สุดออกมา
คีตา วงจันทรา
นิทานในเวลานี้กลายเป็ผู้เรียนรู้ระดับ 3คำ หากแต่มีคำแห่งพลังถึง 4คำแล้ว
"ขอบคุณมากนะคีตา" นิทานยังคงสวมกอดคีตาไม่ยอมปล่อยมือ ลูบไล้ขนอันนุ่มฟูของมัน หางใหญ่ั์เริ่มส่ายเบา ๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มของนิทาน
"งืด"
อะไรอะ
คีตาแม้ยังไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเหตุใดจู่ ๆ นิทานก็ล้มลงไป มันยังคงเป็ห่วง จึงไม่ยอมลุกออกจากตัวนิทาน ยังคงปล่อยให้นิทานซุกตัวอยู่ในขนของมัน
ผ่านไปสักพักนิทานจึงคลายอ้อมกอดออกมา ลูบหัวของมันอย่างรักใคร่
คีตาแม้ยังคงสงสัย แต่ในเมื่อนิทานมีความสุข มันก็มีความสุข เช่นเดียวกันกับก่อนหน้า หากนิทานเศร้า มันก็จะเศร้าเช่นกัน
หางขนาดใหญ่สีดำส่ายไปมาพลางดันตัวลุกขึ้นพร้อมกับประคองร่างของนิทาน
"กลับบ้านกันเถอะคีตา คืนนี้เรากินหม้อไฟเครื่องในหมีกัน ฉันจะซื้อเนื้อมาเพิ่มเยอะ ๆ เลย กินให้เต็มที่เลยนะ" นิทานยิ้ม
หางของคีตาส่ายไปมาพลางขานรับ
“โฮ่ง!”
ในขณะเดินทางกลับ นิทานคิดถึงเื่ต่าง ๆ มากมายในหัว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเื่การประลองปีหน้า และคำแห่งพลังคำใหม่ของตน
จากที่นิทานตรวจสอบดูคร่าว ๆ คำแห่งพลังคำนี้ไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไรเช่นเดียวกับของคีตา แต่เขารับรู้ได้ว่าเขาััถึงคีตาได้ชัดเจนกว่าเดิมมาก รับรู้ได้ว่าคีตาสภาพร่างกายเป็อย่างไร ห้วงอารมณ์ แถมหากเขาไม่ได้รู้สึกไปเอง เขาสามารถแบ่งพลังจิติญญาให้คีตาได้โดยตรงอีกด้วย
เขามั่นใจว่าคำแห่งพลังรูปแบบนี้สมควรมีพลังยิ่งกว่านี้ เพียงแต่เขายังไม่ทราบว่ามันคืออะไร คำแห่งพลังประเภทระบุชื่อคนนั้นตีความสามารถค่อนข้างยาก ต่างกับคำแห่งพลังคำอื่นที่ความสามารถตรงตามตัวอักษร
ในอนาคตก็คงรู้เอง หรือไม่ก็เมื่อฉันทำพิธีสลักคำครั้งที่ 2 คำนี้สลักเข้าสู่นภาในดวงจิตอาจจะรู้อะไรมากกว่าเดิมก็ได้ ยังมีระดับนักสลักอีก
งั้นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งตอนนี้คือพัฒนาคีตาให้ค้นพบคำที่ห้า ส่วนเราก็กลายเป็นักสลักเอกละนะ
ถ้าใช้พลังแบบฉลาดหน่อย เน้นลอบโจมตีกับให้คีตาใช้คำแห่งพลังของมันเสริมความสามารถส่วนเราสนับสนุน ความสามารถในการต่อสู้ของคีตาจะขึ้นไปอีกหลายระดับ
เช่น เราลดและเพิ่มน้ำหนักให้คีตาระหว่างการต่อสู้ คีตาก็ใช้คำแห่งพลังไล่ตามสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในงานประลอง หนุนเสริมความสามารถทางกาย แล้วก็เปิดใช้งาน ปราการ ก็รถศึกดี ๆ นี่เอง ความเร็ว พลัง ความคงทน แค่คิดก็สนุกแล้ว นิทานลอบยิ้มพลางนึกถึงความเป็ไปได้ผ่านพลังของคีตา
ถ้าทุกอย่างเป็ไปได้ด้วยดี กับนักสลักโทก็สมควรสู้ได้ ถ้าวางแผนดี ๆ หน่อย กับอริยะก็อาจจะไม่แพ้โดยทำอะไรไม่ได้เลย ไม่ถึงกับไร้ทางสู้ซะทีเดียว
นิทานออกแบบรูปแบบการต่อสู้ในหัวมากมาย
ถ้าคีตากลายเป็ผู้เรียนรู้ คำแห่งพลังจะได้รับการพัฒนาอย่างมหาศาล ว่าแต่ คีตามันรู้วิธีทำพิธีสลักคำมั้ยนะ?
"จริงสิ คีตา ในห้วงดวงจิตของนาย นายรู้สึกถึงมหานทีรากิญญา เอ่อ แม่น้ำใหญ่ ๆ มั้ย" นิทานหันไปถามคีตา
คีตาหลับตาลงสักพัก
"โฮ่ง!"
แม่น้ำใหญ่ ๆ ไม่มีปลาสักตัวเลย!
นิทานคิดว่าเขาควรอธิบายเื่มหานทีรากิญญาแก่คีตาไว้ จะอย่างไรก็ดี คีตานั้นค้นพบคำแห่งพลังถึง 4คำแล้ว ยังมีเวลาอีกปีกว่า หากโชคดีคีตาค้นพบคำแห่งพลังคำที่ 5 ทำพิธีสลักคำ หรือเขากลายเป็นักสลักได้ พลังต่อสู้ของพวกเขาก็จะทวีคูณไปอีกขั้น
นิทานคาดว่าคำแห่งพลังคำล่าสุดที่คีตาค้นพบสมควรเป็คำว่า ไล่ตาม ที่เกิดขึ้นหลังจากนิทานผ่านพิธีสลักคำแล้ว จากตอนนั้นก็ 2ปีแล้ว คีตายังมีหวังที่จะค้นพบคำแห่งพลังคำที่ 5ในเวลาอันสั้น
จะอย่างไรก็ดี ถึงคีตาจะยังไม่ค้นพบคำที่ 5 นิทานก็ไม่คิดจะให้คีตาทำพิธีสลักคำเพียงเพื่อเพิ่มโอกาสชนะงานประลอง เขาไม่มีวันยอมให้คีตาละทิ้งอนาคตของตัวเองแลกกับโอกาสเพียงเล็กน้อยสำหรับเขา
"ทีนี้นายลองส่งพลังจิติญญา เอ่อ เพ่งสมาธิไปที่น้ำในแม่น้ำน่ะ นายเห็นมั้ยว่าน้ำจะค่อย ๆ ลอยขึ้นไปบนฟ้าน่ะ" นิทานอธิบายต่อ
คีตาหลับตาลง ลองส่งพลังเข้าไปอย่างเชื่อฟัง นิทานเชื่อมโยงมองไปในห้วงจิตอีกครั้ง เห็นน้ำในแม่น้ำจำนวนน้อยไหลขึ้นมา
"นั่นแหละ ค่อย ๆ ก่อนนะ ถ้านายทำไปเรื่อย ๆ จนน้ำในแม่น้ำหมด นั่นล่ะที่ฉันเรียกว่าพิธีสลักคำ"
“เอ้า พอได้แล้วคีตา ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ฉันอยากให้นายเรียนรู้ไว้ก่อน” นิทานพูดรัวเร็ว
สิ้นเสียงของนิทาน น้ำปริมาณมหาศาลกลับพุ่งพรวดขึ้นไปบนฟ้าอย่างไร้ทางควบคุม
“คีตา! หยุดเลยนะ! คีตา!” นิทานส่งเสียงเรียกแต่คีตาไม่ตอบสนองราวกับไม่ได้ยินเสียงใดทั้งสิ้น ห้วงจิตจมลึกลงไปในมหานทีรากิญญา
คีตา! พอได้แล้วคีตา หยุดส่งพลังเดียวนี้! นิทานลองเรียกผ่านห้วงดวงจิต
นิทานสีหน้าซีดเผือด เขาพยายามเรียกอย่างสุดเสียง แต่น้ำในแม่น้ำกลับไหลขึ้นไปเรื่อย ๆ หุ้มดวงดาราทั้ง 5ไว้
นิทานคิดจะเขย่าตัวคีตาเพื่อปลุกกลับมา แต่ปริมาณน้ำในมหานทีที่ไหลขึ้นสู่ฟ้านั้นรวดเร็วยิ่งกว่าคราที่เขาเข้าพิธีสลักคำเสียอีก
น้ำในแม่น้ำเวลานี้หายไปกว่าครึ่งแล้ว นิทานรับรู้ว่าเขาไม่อาจห้ามได้อีกต่อไป หากฝืนปลุกคีตาขึ้นมาตอนนี้ น้ำในมหานทีทั้งหมดก็จะเสียเปล่าอย่างไร้ค่าแทน
นิทานพลันหงุดหงิดตัวเองที่ทำไมถึงไม่ฉลาดคิดกว่านี้ เขาทำได้เพียงกลั้นความหงุดหงิดที่มี คอยระวังพื้นที่รอบด้านของคีตา คีตาเชื่อฟังเขาถึงเพียงนั้น เขาสมควรบอกมันว่าให้ทำแล้วหยุดั้แ่แรก ไม่ใช่พูดว่าค่อย ๆ ลองจนมันจมไปกับการเลื่อนระดับ
ผ่านไปไม่ถึงสามนาที นิทานที่ส่องเข้าไปในดวงจิตอีกครั้งก็รับรู้ได้ว่าดวงดาราทั้งสี่แตกสลายลงแล้ว บนฟากฟ้าในดวงจิตปรากฏห้วงสีสันมากมายหลายเฉดสี พร้อมกับคำใหญ่ั์ที่สลักลงกลางนภา
นิทาน วงจันทรา
อาณาเขต
ปราการ
ไล่ตาม
เหลือเพียงกลางท้องฟ้าที่ไม่ปรากฏสิ่งใด มีเพียงความมืดมิดว่างเปล่าเฉกเช่นเดียวกับห้วงนภาทิศตะวันตกและกลางแผ่นฟ้าในห้วงจิตของเขา
มหานทีขนาดั์นั้นแห้งขอดลง เหลือเพียงสายน้ำเล็กจ้อย เช่นเดียวกันกับเขาเช่นกัน เขาอดถอนหายใจด้วยความเสียดายไม่ได้ แต่คีตากลับลืมตาขึ้น นัย์ตาราวเม็ดลำไยนั้นสดใส หางกระดิกไปมาสุดแรง
"โฮ่ง!"
รู้สึกดีมากเลย! คีตา คีตาเก่งขึ้นแล้ว!
คีตาส่ายหางไปมา มันััได้ว่าในเวลานี้ร่างกายของมันแกร่งขึ้นในทุก ๆ ด้าน พลังพิเศษที่มันใช้ได้ก็เก่งขึ้น
หูตั้งเด่พร้อมกับมาตรวัดความสุขบริเวณบั้นท้ายที่แสดงออกถึงความสุขเต็มหลอด มันช่วยนิทานได้มากกว่าเดิมแล้ว จะปกป้องนิทานก็ง่ายขึ้นมาก!
“โฮ่ง!”
นิทาน นิทานขี้งกอะ ไม่สอนั้แ่ก่อนหน้านี้อะ!
คีตาเห่าพลางะโเกาะนิทานอย่างมีความสุข
นิทานเมื่อสบกับั์ตาดำสดใสราวกับเม็ดลำไยของมันเขาก็อดลูบหัวมันไม่ได้ ความกังวลสำหรับอนาคตที่เขาเคยมีพลันมลายหาย เหมือนกับความกังวลทั้งมวลที่กลายเป็เพียงเื่เล็กจ้อยยามที่เขาอยู่กับคีตา
ช่างมันปะไร นิทานหัวเราะออกมา
"ก็แค่หาสมบัติเพิ่มขึ้นอีกชิ้น จะไปยากอะไรเนอะ!" นิทานหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
"โฮ่ง!"
สมบัติ สมบัติ!