ตอนที่ 10 เลือกวิชาปราณวายุพัด
หลิวหยายิ้มและพูดเสริม “ข้ารู้ว่าเ้าทำได้เหว่ยหลิง และข้าจะอยู่เคียงข้างเ้าในทุกก้าวเดิน”
การสนับสนุนจากหลิวหยาเป็แรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เหว่ยหลิงมีพลังในการพัฒนาตนเอง เขารู้ว่าต้องใช้ความมุ่งมั่นและความพยายามในการเผชิญหน้ากับความท้าทายที่รออยู่ในอนาคต
ยามเช้าที่อากาศสดใส ท้องฟ้าเป็สีฟ้าใส แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องผ่านต้นไม้สูงใหญ่ของสถาบันหลงหยวน สายลมพัดเบาๆ ทำให้ใบไม้กรอบแกรบ เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วสร้างบรรยากาศที่สดชื่นและสงบ
เหว่ยหลิงเดินเข้าสู่ห้องสมุดของสถาบันหลงหยวน ห้องสมุดแห่งนี้มีขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยตำราและหนังสือที่รวบรวมเทคนิคการฝึกปรานจากทั่วทุกมุมโลก ชั้นวางหนังสือทำจากไม้แกะสลักอย่างประณีต มีลวดลายที่สวยงามและละเอียดอ่อน แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างสร้างลำแสงสีทองที่ตกกระทบหนังสือ ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและเงียบสงบ
เหว่ยหลิงเดินผ่านชั้นวางหนังสือ ค้นหาตำราที่เขา้า เขามีเป้าหมายชัดเจนในใจ นั่นคือการหาวิชาที่จะสามารถเอาชนะพลังปราณเพลิงทมิฬของหยางจิ้นได้
ขณะที่เขากำลังค้นหาตำรา เขาเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งที่มีปกสีน้ำเงินเข้มและตัวอักษรสีทอง ประกายแสงจากหนังสือทำให้เขารู้สึกถูกดึงดูด เขาหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาและเปิดอ่าน
“วิชาปราณวายุพัดพายุ” เหว่ยหลิงอ่านชื่อของวิชาที่ปรากฏบนหน้ากระดาษด้วยความสนใจ
เนื้อหาในหนังสืออธิบายถึงเทคนิคและวิธีการฝึกฝนวิชาปราณวายุพัดพายุ ซึ่งเป็วิชาที่ใช้พลังปราณลมในการสร้างกระแสลมที่รุนแรง สามารถพัดพาเปลวเพลิงและควบคุมศัตรูให้อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถใช้พลังเพลิงได้
“วิชานี้แหละที่จะช่วยข้าในการเอาชนะหยางจิ้น” เหว่ยหลิงคิดในใจด้วยความมุ่งมั่น
เขานั่งลงที่โต๊ะอ่านหนังสือและเริ่มศึกษาเทคนิคและวิธีการฝึกฝนวิชาปราณวายุพัดพายุอย่างละเอียด เขาอ่านเนื้อหาในตำราอย่างตั้งใจและจดบันทึกเทคนิคสำคัญๆ ไว้ในสมุดบันทึกของเขา
เนื้อหาในตำราอธิบายถึงขั้นตอนการรวบรวมพลังปราณลมในร่างกาย การหายใจเข้าลึกๆ และการปล่อยพลังปราณลมออกมาในรูปแบบของหมัดและกระแสลม เหว่ยหลิงรู้สึกว่าทุกคำอธิบายและเทคนิคในตำรานี้เข้ากันกับตัวเขาเอง
“ข้าจะต้องฝึกฝนวิชานี้ให้สำเร็จ เพื่อที่จะสามารถปกป้องตนเองและเอาชนะหยางจิ้น” เหว่ยหลิงพูดกับตัวเองขณะอ่านตำรา
เมื่อเขาอ่านตำราจนเข้าใจเนื้อหาและเทคนิคทั้งหมด เหว่ยหลิงก็ลุกขึ้นจากโต๊ะและมุ่งหน้าไปยังสนามฝึกซ้อมที่อยู่ด้านหลังของห้องสมุด เขารู้ว่าต้องฝึกฝนอย่างหนักและใช้ความพยายามอย่างมากในการพัฒนาความสามารถของตนเอง
สนามฝึกซ้อมเป็พื้นที่กว้างขวาง ล้อมรอบด้วยต้นไม้สูงใหญ่ มีลานฝึกที่ปูด้วยหินเรียบและทนทาน เหว่ยหลิงยืนอยู่กลางสนาม หายใจเข้าลึกๆ และเริ่มต้นฝึกฝนวิชาปราณวายุพัดพายุ
“ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าจะพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่งกว่านี้” เหว่ยหลิงพูดกับตัวเองขณะฝึกฝนอย่างตั้งใจ
การตัดสินใจเลือกวิชาปราณวายุพัดพายุเป็จุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาความสามารถของเหว่ยหลิง เขารู้ว่าต้องใช้ความมุ่งมั่นและความพยายามในการฝึกฝนเพื่อที่จะสามารถเผชิญหน้ากับหยางจิ้นและพลังปราณเพลิงทมิฬของเขาได้อย่างมั่นใจ
ยามค่ำคืนในสถาบันหลงหยวน ท้องฟ้ามืดมิดเต็มไปด้วยดวงดาวที่ส่องแสงสว่างไสว ลมเย็นพัดผ่านใบไม้ทำให้เกิดเสียงกรอบแกรบเบาๆ เหว่ยหลิงนอนอยู่บนเตียงในห้องพักของเขา หลังจากวันที่ยาวนานและเต็มไปด้วยการฝึกฝนที่เหน็ดเหนื่อย ร่างกายของเขาอ่อนล้าแต่จิตใจยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เขาหลับตาลงและปล่อยให้ความเหนื่อยล้าพาเขาเข้าสู่ความฝัน ทันใดนั้น เขาพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ทิวทัศน์รอบตัวเต็มไปด้วยูเาสูงและทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ สายลมพัดผ่านให้ความรู้สึกสดชื่นและมีพลัง
“นี่คือที่ไหน?” เหว่ยหลิงคิดในใจขณะที่มองไปรอบๆ
ทันใดนั้น เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ไกลๆ ใบหน้าของชายหนุ่มนั้นดูคล้ายกับเขาแต่ดูแข็งแกร่งและมีพลังมากกว่า ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มและเดินเข้ามาใกล้
“เ้าเป็ใคร? ทำไมข้ารู้สึกว่าข้ารู้จักเ้า?” เหว่ยหลิงถามด้วยความสงสัย
ชายหนุ่มยิ้มและพูดด้วยเสียงที่มั่นคง “ข้าคือเ้าชายในชาติที่แล้วของเ้า เ้าเป็ผู้สืบทอดของข้า วิชาปราณวายุพัดพายุเป็วิชาที่ข้าใช้ในชาติก่อน เ้าต้องฝึกฝนและใช้พลังนี้ในการเอาชนะศัตรู”
เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความทรงจำที่กลับมาอย่างช้าๆ ภาพการฝึกฝนและการต่อสู้ในชาติก่อนเริ่มปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา เขาเห็นตัวเองฝึกฝนวิชาปราณวายุพัดพายุและใช้พลังลมในการต่อสู้กับศัตรู
“ข้าจะทำตามคำแนะนำของเ้า ข้าจะฝึกฝนวิชานี้ให้สำเร็จ” เหว่ยหลิงตอบในความฝันด้วยความมุ่งมั่น
ชายหนุ่มยิ้มและพูดอีกครั้ง “จงจำไว้ว่าพลังลมไม่ได้มีเพียงแค่ความรุนแรง แต่ยังมีความอ่อนโยนและความยืดหยุ่น ใช้พลังนี้อย่างชาญฉลาด และเ้าจะสามารถเอาชนะศัตรูได้”
เหว่ยหลิงรู้สึกว่าความทรงจำเหล่านี้เป็สิ่งสำคัญที่ช่วยให้เขาเข้าใจวิชาปราณวายุพัดพายุมากขึ้น เขารู้สึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างเขาและชายหนุ่มในความฝัน ความทรงจำเหล่านี้ทำให้เขามีความมั่นใจและพลังในการฝึกฝนมากขึ้น
เมื่อเหว่ยหลิงตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดมา เขารู้สึกสดชื่นและมีกำลังใจใหม่ เขารู้ว่าเขาได้รับความทรงจำและความรู้จากชาติก่อนที่ช่วยให้เขาเข้าใจวิชาปราณวายุพัดพายุมากขึ้น
“ข้าจะฝึกฝนวิชานี้และทำให้สำเร็จ” เหว่ยหลิงพูดกับตัวเองด้วยความมุ่งมั่น
การได้เศษเสี้ยวความทรงจำจากสัญญาชาติก่อนทำให้เหว่ยหลิงมีความเข้าใจและความมั่นใจในการฝึกฝนวิชาปราณวายุพัดพายุมากขึ้น เขารู้ว่าต้องใช้ความพยายามและความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเอง เพื่อที่จะสามารถเผชิญหน้ากับหยางจิ้นและพลังปราณเพลิงทมิฬของเขาได้อย่างมั่นใจ
ยามเช้าที่อากาศสดชื่น ท้องฟ้าเป็สีฟ้าสดใส แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องผ่านใบไม้ของต้นไม้สูงใหญ่ในสถาบันหลงหยวน สายลมเย็นๆ พัดผ่าน สร้างบรรยากาศที่สดชื่นและมีพลัง เหว่ยหลิงยืนอยู่ในสนามฝึกซ้อมที่กว้างขวาง ล้อมรอบด้วยต้นไม้และทิวทัศน์ที่สวยงาม เขารู้สึกถึงความสงบและความพร้อมที่จะเริ่มต้นการฝึกฝนอย่างหนัก
เหว่ยหลิงเริ่มต้นด้วยการหายใจเข้าลึกๆ และปล่อยลมหายใจออกช้าๆ เพื่อรวบรวมพลังปราณในร่างกาย เขาหลับตาลงและใช้สมาธิเพื่อรู้สึกถึงพลังลมที่ไหลเวียนในร่างกาย ทุกการหายใจเข้าออกเป็การเพิ่มพลังและความเข้มแข็งให้กับเขา
"ข้าต้องทำได้ ข้าต้องพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่งกว่านี้" เหว่ยหลิงคิดในใจขณะเปิดตาและเริ่มต้นฝึกฝนวิชาปราณวายุพัดพายุ
เขาเริ่มจากการฝึกฝนท่าพื้นฐาน การเคลื่อนไหวของเขาเปี่ยมด้วยความมั่นคงและความยืดหยุ่น ทุกครั้งที่เขาออกหมัดหรือเตะ กระแสลมที่รุนแรงจะพัดผ่านสนามฝึกซ้อม สร้างเสียงที่ดังก้องไปทั่วพื้นที่
ใน่เช้า เขาฝึกฝนการควบคุมพลังปราณลม การหายใจเข้าออกลึกๆ และสม่ำเสมอทำให้เขารู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนในร่างกาย เขาพยายามรวบรวมพลังปราณลมในท้องและปล่อยออกมาในรูปแบบของหมัดและกระแสลมที่รุนแรง
"ข้าต้องทำให้พลังปราณลมนี้แข็งแกร่งและสามารถใช้ในการต่อสู้ได้" เหว่ยหลิงคิดในใจขณะฝึกฝน
ใน่บ่าย เขาฝึกการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนมากขึ้น การผสมผสานระหว่างการออกหมัด การเตะ และการใช้พลังปราณลมทำให้เขาต้องใช้สมาธิและความพยายามอย่างมาก แต่เขาไม่ยอมแพ้ ทุกการเคลื่อนไหวเป็การทดสอบความแข็งแกร่งและความอดทนของเขา
"ข้าจะไม่หยุดจนกว่าข้าจะสามารถควบคุมพลังนี้ได้อย่างสมบูรณ์" เหว่ยหลิงพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
ใน่เย็น เขาฝึกทำสมาธิในสวนหยกเขียว สถานที่ที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยพลังชี่จากธรรมชาติ เสียงน้ำไหลเบาๆ และเสียงลมพัดผ่านใบไม้ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและมีสมาธิ