“หนูมุก” นางเลื่อนไปกุมมือหญิงสาวบนโต๊ะกระจกใสภายในสปาหรูหราที่นัดมาเจอกันระหว่างรอคิวเข้ารับบริการ
รสนิยมของหญิงทั้งสองไปด้วยกันได้ดี ด้วยว่าเงินทองไม่เกี่ยงและเมื่อใดที่นางต้องการหนูมุกก็สละเวลามาหาได้เสมอ เป็นเพื่อนช็อปปิ้ง ไปทำบุญ ออกงาน แม้กระทั่งพากันไปเสริมความงาม เรียกได้ว่าเป็นคนสนิทรู้ใจระดับหนึ่งเลยทีเดียวนับตั้งแต่ก่อนมุกระรินจะแต่งงานกับภัทรกรเสียอีก
ด้วยรู้รสนิยมของลูกสาวคู่ค้าเช่นนี้เองที่นางจึงเห็นดีเห็นงามให้ตกล่องปล่องชิ้นจับคู่กับลูกชายพร้อมทั้งขอร้องกึ่งบังคับให้ภัทรกรยอมแต่งงานกับมุกระรินซึ่งกำลังต้องการอิสระจากครอบครัว และหนทางเดียวที่เธอจะได้รับอิสรภาพจากพ่อแม่ซึ่งเลี้ยงลูกราวกับไข่ในหินก็คือการแต่งงาน ดังนั้นหญิงสาวจึงตกปากรับคำแต่งงานกับภัทรกรด้วยเงื่อนไขหลายประการที่ตั้งไว้กับพ่อแม่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก
“ขาคุณแม่” หญิงสาวตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับแรงสนับสนุนเช่นเดิม
“แม่ยังอยากหนูกลับมาเป็นสะใภ้ของที่บ้านเสมอนะ”
“ค่ะ” มุกระรินยิ้มและกุมมือตอบอดีตแม่สามี
คุณนายศิรินาถมีสีหน้า แววตาไม่ค่อยสบายใจเพราะรู้ล่วงหน้าว่าสิ่งที่หล่อนกำลังจะพูดนั้นย่อมจะส่งผลทางใจต่อหญิงสาวตรงหน้าอย่างยิ่งทีเดียวเมื่อรู้เรื่องระหว่างภัทรกรกับกณิกนันท์
“แม่อยากช่วยให้หนูได้ลงเอยกับตาภรีมอีกครั้ง แต่…”
“แต่อะไรเหรอคะคุณแม่”
คุณศิรินาถทิ้งความลังเล ก่อนเปิดปากเล่าข่าวน่ายินดีสำหรับครอบครัวของนาง
“ภรรยาของตาภรีมกำลังตั้งท้องจ้ะ เราคงแยกครอบครัวพวกเขาไม่ได้อีกแล้ว”
ใบหน้าของมุกระรินเจื่อนลงอย่างถนัดตา
“คะ… เมื่อกี้คุณแม่บอกว่าภรีมกำลังจะมีลูกกับผู้หญิงคนนั้น” เธอได้ยินชัดเต็มสองหูหากแต่ไม่อยากยอมรับความจริงก็เท่านั้นจึงถามย้ำ
“จ้ะ”
แววตาของหญิงสาววาวโรจน์ด้วยอาการโกรธเกรี้ยวข้างในอก กองเพลิงจากความริษยาสุมไหม้ในใจจนมือไม้สั่นเทาต้องเก็บซ่อนบนกระโปรงไม่เผยให้คนตรงหน้าเห็น
“คุณแม่เห็นหรือยังคะว่ามันจงใจจะจับภรีมให้อยู่หมัด” หญิงสาวเอ่ยถ้อยคำรุนแรงไม่สนใจไยดีอีกต่อไปว่าคนฟังจะคิดเห็นเช่นไรกับคำพูดร้ายกาจเช่นนั้น
คุณนายศิรินาถเอ่ยอย่างอะลุ่มอล่วย หมายใจจะให้อดีตลูกสะใภ้รู้ความจริงแล้วยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นให้ได้เพื่อจะได้ยุติความคิดแย่งชิงภัทรกรมาเป็นของตัวเอง
หากเป็นก่อนหน้านี้ตอนที่ลูกชายเพิ่งแต่งงานกับกณิกนันท์ใหม่ๆ นางยอมรับว่าเคยมีความคิดร้ายกาจอยากทำให้เขากับภรรยาเลิกราขาดสะบั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันพิสูจน์ว่าแม้กณิกนันท์ไม่ได้สมบูรณ์พรั่งพร้อมด้วยฐานะ และไม่ได้มาจากครอบครัวมีหน้ามีตาในสังคม แต่เธอก็เป็นแหล่งบ่มเพาะความสุขให้ภัทรกร ละคู่ควรกับเขาโดยไม่อาจหยิบยกเรื่องเงินทองฐานะมาเป็นเงื่อนไขเปรียบเทียบเธอกับผู้หญิงคนอื่นๆ อย่างที่เคยทำได้เลย
ที่สำคัญพวกเขากำลังจะมีลูกด้วยกัน ครอบครัวควรอยู่กันอย่าพร้อมหน้า นางจึงตั้งใจจะยุติเรื่องผิดบาปเหล่านี้ทั้งหมดทั้งตัวเอง รวมถึงมุกระรินไม่ให้มีความคิดแง่ร้ายต่อชีวิตคู่ของภัทรกรกับกณิกนันท์อีกต่อไป
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกลูก ตาภรีมเป็นคนยืนยันกับแม่เอง เขาตั้งใจที่จะมีเด็กคนนี้”
ประโยคนั้นยิ่งสั่นคลอนหัวใจของมุกระรินให้ปวดระบมข้างในอกด้วยความอิจฉา ปนเกลียดชังคนทั้งสองยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกณิกนันท์
เธอพ่ายแพ้ผู้หญิงแสนธรรมดาอย่างนั้นหรือ!
กับภัทรกรเขาพยายามผลักไสเธอ ปัดป้อง และปฏิเสธที่จะกลับไปใช้ชีวิตร่วมกันอีกทั้งยืนกรานเสียงแข็งว่าพวกเขาไม่ควรทำให้เด็กคนหนึ่งเกิดมาร่วมกัน แต่เขากลับอยากจะมีลูกกับนังกณิกนันท์ แบบนี้มันไม่หยามเกียรติหล่อนเกินไปหรือยังไง
ดวงตาของมุกระรินแดงก่ำ ริมฝีปากขบเม้มจนเป็นเส้นตรง ลมหายใจที่ระบายออกมาจากจมูกหนักแน่นอุ่นร้อนกว่ายามปกติ
เล็บที่ตัดแต่งอย่างดีจิกเข้าเนื้อตรงแขน พยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างมากแล้วฝืนยิ้มหากแต่บังคับริมฝีปากให้พูดคำว่ายินดีกับคนตรงหน้าไม่ออกยิ่งเจ็บใจมากกว่าเมื่อเห็นว่าคนที่เคยออกตัวว่ารังเกียจนังกณิกนันท์กลับมีแววตายินดีเมื่อเอ่ยถึงหลานในท้อง!
จะปล่อยให้อยู่กันอย่างมีความสุขโดยที่เธออยู่อย่างเดียวดาย ความคาดหวังหลุดลอยเพราะผู้หญิงแสนธรรมดาคนเดียวอย่างนั้นหรือ… ไม่มีทาง!