ตอนที่ 1 ปัญหาชีวิต
เสียงกริ่งดังทั่วโรงเรียนในกลางฤดูร้อนเวลาบ่ายสามโมง บ่งบอกถึง่เวลาของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยสิ้นสุดลงแล้ว เด็กหนุ่มคนหนึ่งมีสีหน้ากังวล เนื่องจากสำหรับเขาแล้วข้อสอบช่างยากเหลือเกิน
"เฮ้อ จะสอบได้มหาวิทยาลัยดี ๆ ไหมน้า"
'ชัชชัย' เด็กหนุ่มหน้าตามาดไทยแท้ รูปร่างออกจะอวบนิดหน่อยเนื่องจากเป็คนเก็บตัวและไม่ได้ออกกำลังกายบ่อย กำลังตัดพ้อถึงข้อสอบที่ตัวเองเพิ่งทำเสร็จ เขาเดินออกจากห้องสอบแล้วตรงไปยังป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน
จนมาถึงเวลาหกโมงเย็น ชัชชัยกำลังนั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำพร้อมกับพ่อและแม่ ทันใดนั้นเองพ่อของเขาก็เปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ
"ชัย สอบเป็ไงบ้างล่ะ"
ชัชชัยรู้ตัวเองดีว่าต้องโดนดุอีกแน่ "ก็พอทำได้บ้างครับพ่อ"
พ่อของเขาจึงชิงพูดอีกเื่ขึ้นมาก่อน "ชัย... คือพ่อปรึกษากับแม่แล้ว ว่าเราจะขายบ้านหลังนี้"
ด้วยความใ "อะไรนะพ่อ! ทำไมล่ะ" ชัชชัยโพล่งออกมา
"คือตอนที่พวกพ่อกับแม่เพิ่งรับราชการใหม่ ๆ น่ะ ครอบครัวเราเพิ่งย้ายมาในเมือง เราไม่มีเงินจะซื้อรถด้วยซ้ำ จึงได้แต่กู้เงินมาใช้ก่อน พอน่นวันเข้ามันก็สะสมเป็ดินพอกหางหมู ดอกเบี้ยมันเพิ่มขึ้นทุกปีๆ ่ๆหลังมานี้บ้านเราชักหน้าไม่ถึงหลังแล้ว"
แม่ของชัชชัยพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ชัย ถ้าลูกสอบไม่ได้คะแนนสูง ๆ ก็จะไม่ได้ทุนเรียน พ่อกับแม่จึงคิดว่าถ้าส่งลูกเรียนไม่ไหว คงต้องขายบ้านแล้วล่ะ"
บรรยากาศโต๊ะกินข้าวเต็มไปด้วยความเงียบงัน หลังเสร็จมื้อค่ำ ชัชชัยได้แต่ออกไปเดินเตร็ดเตร่ตามถนนเพื่อคิดว่าชีวิตจะเอาอย่างไรต่อ เขาเป็เพียงเด็กหนุ่มอายุ 18 เวลาว่างส่วนใหญ่ใช้ไปกับเื่ไร้สาระ ไม่ได้เรียนเก่ง ไม่มีความสามารถพิเศษ แค่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ เป็คนเงียบๆไม่ค่อยแสดงออก แต่ในหัวเขาชอบขบคิดคาดเดาเื่ราวและสังเกตุณ์สิ่งต่างๆในชีวิต นอกจากเป็คนช่างสังเกตุณ์ เขาไม่ได้มีเพื่อนฝูงเป็ลูกคนใหญ่คนโตพอจะปรึกษาได้ เขามีแค่ครอบครัวฐานะปานกลางที่พ่อแม่รับราชการรายได้ไม่สูงนัก
ขณะที่กำลังเดินเหม่อลอยอยู่ข้างฟุตบาท "ไอ้หนุ่ม!" มีเสียงเรียกจากข้างหลัง ชัชชัยชะงักและเพิ่งนึกขึ้นได้ "อ้าว นี่เราเดินมาถึงหลังตลาดเลยเรอะ"
ชัชชัยชันเดินเหม่อใจลอยมาจากบ้านมันทำให้เขามาโผล่ที่ด้านหลังตลาดสดโดยไม่รู้ตัว
"ไอ้หนุ่มนั่นน่ะ!" มีเสียงดังมาอีกรอบจากด้านหลัง ชัชชัยหันไปพบกับตาลุงแต่งตัวแปลก ๆ ใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ กำลังตั้งแผงลอยอยู่
"มีอะไรรึเปล่าครับลุง" ชัชชัยถาม
"หนุ่ม ทำไมเอ็งดูหน้าตาเหม่อลอยงั้นวะ เจอปัญหาชีวิตมารึไง" ตาลุงถามด้วยรอยยิ้มประหลาด ชัชชัยมองสำรวจการแต่งตัวตาลุง ด้วยความไม่ไว้ใจจึงตอบเลี่ยงไป "ก็ไม่มีไรหรอกลุง ปัญหาวัยรุ่นทั่วไปแหละครับ"
"เฮ้อ วัยรุ่นสมัยนี้ไม่เอาการเอางานกันเลย สมัยลุงหนุ่ม ๆ นะ ลุงหาเงินหาทองได้เยอะแยะเลี้ยงดูครอบครัวได้สบาย ไม่ได้โม้นะ สมบัติเงินทองของลุงนี่มีมากมายก่ายกองเป็ูเา" ตาลุงพูดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
ชัชชัยคิ้วขมวด คิดในใจว่าตาลุงนี่นอกจากจะขี้โม้แล้วยังมาพูดแซะเขาอีก ถ้ารวยจริงสภาพจะเป็อย่างนี้หรือ? เขาได้แต่ยิ้มเจื่อนตอบ "อ้อ ครับ"
ขณะที่กำลังจะเดินจากไป ตาลุงพูดขึ้น "หนุ่ม อยากรู้มั้ยว่าลุงหาเงินยังไง"
ไม่พูดพร่ำทำเพลงหรือรอเด็กหนุ่มโต้ตอบ ตาลุงล้วงเข้าไปในคอเสื้อ ควักวัตถุที่คล้องสายร่มลักษณะเหมือนแท่งโลหะเล็กๆสนิมเขรอะออกมา "ดูนี่หนุ่ม นี่คือของดีเปลี่ยนชีวิตลุงเลยนะ"
"ฮะ..." ชัชชัยชะงัก สรุปไอ้ลุงนี่จะขายของเรอะ!
"ไม่ปิดบังนะไอ้หนุ่ม นี่เขาเรียก ตะกรุดดับขันธ์ แต่ก่อนนะลุงเป็คนไม่เป็โล้เป็พาย ทำอะไรก็ไม่รุ่ง พอได้ตะกรุดนี้มา ชีวิตลุงดีขึ้นจนเปลี่ยนเป็คนละคนเลยล่ะ"
ไม่ทันที่สมองชัชชัยจะประมวลผลเสร็จ ตาลุงถอดสายร่มออกจากคอแล้วยัดตะกรุดใส่มือชัชชัยทันที "เจอกันเป็วาสนา ลุงปล่อยให้เอ็งบูชาต่อเลย แค่ 99 บาทเท่านั้น"
"เดี๋ยวนะลุง ผมไม่ได้บอกว่าจะเช่านะ!" ชัชชัยฟื้นสติโดยพลัน
"เอ่อน่า เป็วาสนาน่ะ เอางี้ถ้าเอ็งไม่มีค่าขนม ลุงลดให้ 69 ละกัน" ตาลุงต่อราคาหน้าตาเฉย
"ไม่นะลุง ผมไม่อยาก..." ชัชชัยพูดไม่ทันจบ "49 แล้วกัน! ลุงให้สุด ๆ แล้ว ถือว่าทำบุญทำทาน"
หลังยื้อยุดอยู่ครู่หนึ่ง ชัชชัยได้แต่ยอมแพ้จึงล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบธนบัตรใบ 50 ออกมา "ผมเช่าต่อก็ได้ลุง ไม่ต้องทอน" เขาจ่ายด้วยอารมณ์หงุดหงิด
"ขอให้เอ็งโชคดีนะพ่อหนุ่ม ได้ของดีลุงไปชีวิตเอ็งจะประสบความสำเร็จ" ตาลุงรีบเก็บเงินลงกระเป๋ากางเกงทันที
ชัชชัยก้มมองวัตถุในมือ มันเป็โลหะทรงกระบอกเล็กมีลวดลายอักขระที่ไม่คุ้นตา "ลุงครับ แล้วนี่บูชายังไง" เขาถามขณะก้มหน้า แต่ไม่มีเสียงตอบรับ พอเงยหน้าขึ้น... ตาลุงคนนั้นหายไปพร้อมแผงลอย ราวกับตรงนั้นไม่เคยมีคนอยู่มาก่อน!
ชัชชัยขนลุกซู่! เขาพยายามขยี้ตาแล้วแต่เจอเพียงถนนที่ว่างเปล่า แม้จะคิดว่าโดนผีหลอกเข้าแล้วแต่เขาก็ยังััได้ถึงตะกรุดในมือ ด้วยความกลัวเขาจึงขว้างตะกรุดทิ้งไปไกล ๆ แล้วรีบวิ่งกลับบ้าน
เมื่อถึงบ้าน แม่ของเขาพูดทัก"ไปไหนมาล่ะลูก?" เขาไม่ตอบคำถามแม่แต่รีบขึ้นบันไดไปชั้น2เปิดประตูห้องพระ คุกเข่าก้มกราบ 3 ครั้งหยิบหนังสือสวดมนต์ขึ้นมา สวดตามตำราเพื่อความสบายใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องพระแล้วเข้าห้องนอนมุดเข้าผ้าห่มนอนขดตัวด้วยความสั่นกลัว เขาตั้งมั่นในใจว่าพรุ่งนี้ต้องเข้าวัดทำบุญ
เวลาคล้อยผ่าน ตกดึกประมาณเที่ยงคืน ชัชชัยสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกแสบร้อนที่บริเวณลำคอใต้คาง เขาเดินไปเปิดไฟส่องกระจกแล้วต้องใสุดขีด!... ที่คอของเขามีสายร่มและตะกรุดที่ขว้างทิ้งไปเมื่อตอนค่ำคล้องอยู่! มันสั่นและเริ่มเรืองแสงสว่างขึ้นเรื่อย ๆ เขาพยายามจะถอดออกแต่ก็ไม่เป็ผล เขารู้สึกหายใจติดขัด เวียนหัวอย่างหนัก และสุดท้ายก็ล้มลงหมดสติไป
แว่วเสียงนกร้องและแมลงนานาชนิดร้องระงมเสียงสายลมพัดต้นไม้ใบหญ้ารวมเป็เสียงธรรมชาติอันเงียบสงบลึกลับ ชัชชัยลืมตาขึ้นช้าๆด้วยความรู้สึกแสบตาจากแสงแดดที่ส่องลงมา "นี่มันเชี้ยอะไรวะเนี่ยยย!"
ภาพตรงหน้าไม่ใช่ห้องนอน แต่เป็ป่ารกทึบที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์หนา ต้นไม้ใหญ่ั์รายล้อมแปดทิศ พืชพรรณประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นขึ้นอยู่เต็มพื้นดินมีทั้งต้นเล็กต้นใหญ่สีสันเขียวขจีสดใส ชัชชัยลุกขึ้นอย่างฉับไว ความตะลึงงันเกิดขึ้น
และขณะที่ยังไม่ทันตั้งตัว "โฮกกก!" เสียงสัตว์ใหญ่คำรามดังมาจากด้านหลัง ชัชชัยค่อย ๆ หันไปช้าๆ... มันคือสัตว์ร้ายขนสีดำทั้งตัว กรงเล็บแหลมคม เขี้ยวขาวอมเหลือง ตัวสูงเกือบ 2 เมตร มันจ้องมองเขาด้วยแววตาหิวโหย
ชัชชัยขาสั่นพั่บ ๆ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดร้องเตือนว่าเขาแย่แล้ว!... ทันใดนั้นเอง มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว!
[ ติ้ง! ]
[ ระบบทำการเชื่อมโยงข้อมูล... โฮสต์ได้รับการติดตั้งระบบ: พรานป่าจอมอาคม ]