บทที่ 13
ขัดลาภ!
“ขอรับ” เซี่ยจี้ก้มหน้าลง กดเสียงกระซิบกระซาบข้างใบหูจิ้งเส้าหวง รายงานเื่ราวทันที
“ที่บ้านของแม่นางซิ่งหลิงมีมารดาและน้องชายอยู่คนหนึ่ง สืบรู้เพียงว่าาุโซิ่งและตัวของแม่นางซิ่งหลิงย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองว่านเมื่อหลายสิบปีก่อน เวลานั้นาุโซิ่งท้องแก่ใกล้คลอด ทั้งยังเป็หม้ายไร้สามีคอยดูแล การคลอดบุตรย่อมใช้เงินทอง ดังนั้นแม่นางจึงขายตนเองเข้าหอเหม่ยเจวียนในวัยแปดขวบเพื่อนำเงินมาเป็ค่าทำคลอดของมารดา แม้จะเป็เช่นนั้นแต่หลังจากาุโซิ่งคลอดบุตรชายออกมาก็เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ ขอรับ” เซี่ยจี้ลอบมองสีหน้าเรียบเฉยของผู้เป็นายแล้วพูดขึ้นอีก
“แม้ว่าแม่นางซิ่งหลิงจะขายตนเองเข้าหอคณิกาทว่าผู้น้อยได้ยินว่าแม่นางซิ่งฉลาดเฉลียวมีไหวพริบรอบตัว ทั้งเรียนรู้ได้เร็วเชี่ยวชาญศาสตร์ทั้งสี่ สามารถเป็ถึงอี้จีเพียงหนึ่งเดียวในหอเหม่ยเจวียน ซ้ำสตรีในหอก็เชื่อฟังแม่นางซิ่งหลิงไม่แพ้มามาผู้ดูแลขอรับ”
“นางไม่มีแขกประจำบ้างหรือ”
จิ้งเส้าหวงถามเสียงเรียบ ใบหน้าคงมีแต่ความเฉยชา แม้จะเป็อี้จีที่ขายศิลปะแต่หากบุรุษใดพึงใจก็มักจะส่งจดหมายหรือของขวัญเพื่อเกี้ยวพาซื้อใจ
“ได้ยินว่าแม่นางซิ่งหลิงรับเพียงแค่งานนอกจำพวกงานเลี้ยงต่างๆ บรรเลงเพลงพิณและขับร้องเท่านั้น ส่วนงานในหอแม่นางซิ่งหลิงคลายเป็มือขวาของมามา คอยจัดการดูแลเื่ราวต่างๆ เสียมากกว่าขอรับ”
“ไม่มีอะไรน่าสงสัยหรือ” จิ้งเส้าหวงถามอีกครั้งหลังนิ่งเงียบไปพักใหญ่
“ข่าวคราวก่อนที่ครอบครัวของแม่นางซิ่งหลิงย้ายมายังเมืองว่านก็ผ่านมาหลายปียากสืบหา ทว่าตลอดเก้าปีที่แม่นางซิ่งอยู่ในหอเหม่ยเจวียนล้วนไม่มีสิ่งใดผิดปกติเลยขอรับ” เซี่ยจี้รู้ว่าผู้เป็นายมีความหวาดระแวง
ยิ่งอยู่สูงเท่าใดพื้นที่ยืนก็ยิ่งน้อย ยากหยัดยืนได้อย่างมั่นคง นอกจากต้องคอยระวังกระแสลมที่โหมใส่แล้วก็ยังต้องคอยระวังผู้อื่นเข้าหาโดยมีจุดประสงค์แอบแฝง ความสามารถของแม่นางซิ่งหลิงโดดเด่นก็ยิ่งทำให้ตัวนางดูน่าสงสัย
“ได้ยินคนพูดกันว่าเพียงแค่สิบขวบ แม่นางซิ่งก็แตกฉานศาสตร์ทั้งสี่แล้วขอรับ” ลึกๆ ในใจแล้วเซี่ยจี้ก็รู้สึกเป็มิตรกับแม่นางซิ่งหลิงอยู่ไม่น้อย ยิ่งได้รู้ว่าอดีตในวัยเด็กของนางลำบากเพียงนี้ก็เห็นอกเห็นใจเป็พิเศษ
“รอดูไปก่อน” จิ้งเส้าหวงสะบัดมือหนหนึ่ง เซี่ยจี้ก็ถอยห่างรอคอยคำสั่งอยู่ด้านข้าง
หลังจากซิ่งหลิงหายป่วยทุกอย่างก็กลับมาอยู่ในสภาพเดิม จิ้งเส้าหวงย้ายจดหมายและม้วนสารรวมถึงบัญชีต่างๆ กลับไปยังเรือนอักษร ส่วนนางที่ั้แ่เล็กทำงานจนตัวบิดเป็เกลียวมาตลอดก็ไม่คุ้นชินกับเวลาว่างเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย ว่างเสียจนใกล้นับเส้นผมบนหัวเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละวัน ซ้ำระยะนี้ในเรือนอักษรก็คล้ายว่าจะยุ่งมากเป็พิเศษจึงไม่คิดไปเยือน แม้ร่างกายจะไม่ได้ขยับแต่ความคิดในหัวก็ไม่หยุดเคลื่อนไหว
คำพูดของจิ้งเส้าหวงพูดมาไม่ผิดไปแม้แต่คำเดียว หากนางหาเงินได้หนึ่งร้อยตำลึงในแต่ละเดือนต้องใช้เวลาแปดสิบถึงเก้าสิบปีจึงจะได้เงินแสนตำลึงตามปรารถนา แต่ว่าไม่มีสิ่งใดรับรองว่าในทุกๆ เดือนเขาจะใช้งานนางเช่นครั้งก่อน เบี้ยหวัดรายเดือนในฐานะบ่าวอุ่นเตียงก็น้อยนิดไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง ทั้งจิ้งเส้าหวงไม่ใช่คนมือเติบ มารยาของสตรีไม่อาจนำออกมาใช้เพื่อดึงเงินออกจากถุงเงินของเขาได้ สิ่งที่คิดอยู่ในตอนนี้คือนางหวังพึ่งพาเขามากเกินไป
วาจาของจิ้งเส้าหวงฟังแล้วบาดหูแต่ยาดีย่อมมีรสขม เขาไถ่ตัวนางเพื่อใช้งาน มิใช่ไถ่ตัวนางเพื่อให้ใช้เงินของเขา ดังนั้นหากนางอยากได้เงินมีแต่ต้องหาเอาเอง
ยังดีที่นางมีทุนรอนอยู่หนึ่งร้อยตำลึงทอง
ร้อยตำลึงทองจะว่ามากก็มากจะว่าน้อยก็น้อย...
ซิ่งหลิงถูนิ้วเข้าหากัน ต้องคิดให้ดีว่าร้อยตำลึงทองนี้นำไปทำสิ่งใดจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดและผู้ใดจะเป็คนร่วมลงเรือลำนี้ไปกับนาง
พลันคนผู้หนึ่งก็แวบผ่านเข้ามาในหัวของซิ่งหลิง
เซี่ยจี้
คนผู้นี้หากถูกผู้อื่นหลอกไปขายก็คงช่วยเขานับเงิน
เหมาะสมยิ่งนัก!
“คุณชายขอรับ อี้ฉุนรอพบอยู่หน้าเรือนขอรับ”
“อืม” จิ้งเส้าหวงตอบรับในลำคอ ดวงตาและนิ้วมือต่างสาละวนอยู่กับบัญชีหลายสิบเล่มที่กองอยู่ตรงหน้า ไม่เพียงจิ้งเส้าหวงเท่านั้น ทั้งชุนจี้และตงจี้ก็ต่างยุ่งจนหัวไม่วางหางไม่เว้น
“ว่ามา”
“แม่นางซิ่งหลิงแจ้งว่า้าไปเดินเล่นนอกคฤหาสน์เ้าค่ะ”
“เดินเล่น?” จิ้งเส้าหวงคิ้วกระตุกถามย้ำอีกหน
“เ้าค่ะ ทั้งแม่นางซิ่งหลิงยังกล่าวว่า้าให้เซี่ยจี้ติดตามคอยดูแลความปลอดภัยเ้าค่ะ” ประโยคนี้ของอี้ฉุนเบาลงเล็กน้อยมีความประหม่าแฝงอยู่ในน้ำเสียง
จิ้งเส้าหวงปรายตามองเซี่ยจี้ที่กำลังยกถือตั้งสมุดรายงานหลายเล่ม ความสามารถของเซี่ยจี้ในเรือนอักษรทำได้เพียงยกสมุดบัญชีวางลงบนโต๊ะและนำออกจากโต๊ะหลังจากตรวจตราเสร็จสิ้นเพียงเท่านั้น สีหน้ารื่นเริงกระตือรือร้นที่จะได้ออกไปด้านนอกของเซี่ยจี้จิ้งเส้าหวงมองเห็นเต็มสองตา เซี่ยจี้หัวไม่ดีไหนเลยจะสามารถตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีได้
“ใช้คนของข้าได้คล่องมือเสียจริง” จิ้งเส้าหวงแค่นเสียงจากลำคอ เงียบไปอึดใจเพื่อตรวจบัญชีหน้าที่ยังคั่งค้างให้จบสิ้น ยกพู่กันขึ้นจากบัญชีแล้วสั่งการ
“หากนางว่างนักก็ให้มาที่นี่ ยังมีบัญชีอีกหลายสิบเล่มรอให้นางตรวจดู นำความไปบอกนางตามนี้ ถ้าเกิดว่านางยังป่วยอยู่ก็ให้หมอมาตรวจดูอาการอีกสักรอบ”
เขายุ่งจนไม่มีเวลาจิบชาสักอึก แต่นางกินอิ่มนอนหลับจนไม่มีอะไรทำจึงอยากออกไปเดินเล่น!
ฝันไปเสียเถิด!
สุดท้ายแล้วนอกจากโต๊ะของชุนจี้และตงจี้ที่ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายโต๊ะตัวใหญ่ของจิ้งเส้าหวง ด้านขวาก็ยังมีโต๊ะตัวเล็กเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตัว เป็ที่แน่นอนว่าโต๊ะตัวนี้ย่อมเป็ของซิ่งหลิง
“คุณชายข้า...”
“เ้าอ่านออกเขียนได้ ทั้งยังรู้เื่การคำนวณ การตรวจดูบัญชีคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอกกระมัง”
ซิ่งหลิงถูกขัดคอขึ้นอีกหนก็ย่นปาก เขารู้ทันว่านางจะยกข้ออ้างป่วยไข้ไม่มาตามเรียกพบ จึงดักคอเอาไว้ด้วยการขู่ว่าจะเรียกหมอมาตรวจ หากหมอมาตรวจจริงๆ ค่าหมอย่อมต้องหักออกจากเงินของนาง!
จิ้งเส้าหวงเหลือบมองซิ่งหลิงนั่งหน้ามุ่ยอยู่ข้างๆ ปรายตามองสมุดบัญชีเล่มหนาที่ถูกแยกกองเอาไว้เป็พิเศษ ดวงตาคมมองนางสลับกับบัญชีเล่มนั้นพลันบังเกิดความคิด
ปึง
“ร้านรื่อเซิงซางแดนเหนือ”
จิ้งเส้าหวงโยนสมุดบัญชีเล่มหนาลงบนโต๊ะของซิ่งหลิง เสียงสมุดบัญชีหนาหนักกระแทกลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง
ซิ่งหลิงมองสมุดบัญชีตรงหน้าตาเขม็ง ใบหน้ายับย่นทันทีที่เห็นความหนาของสมุดบัญชีเล่มนี้
หนาประมาณสามชุ่น! [1]
นางอ้าปากค้างหันมองจิ้งเส้าหวงอย่างยากที่จะเชื่อ
แม้จะหนาน้อยกว่าหนังหน้าของจิ้งเส้าหวงแต่สมุดบัญชีเล่มนี้ตรวจทั้งอาทิตย์ก็ยังไม่เสร็จเลยกระมัง!
สมุดบัญชีเล่มนี้ไม่ใช่ซิ่งหลิงเพียงผู้เดียวที่จ้องมองอย่างเหลือเชื่อ ทั้งสามจี้ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็พากันมองไปมา
ไม่ใช่ว่าคุณชายไม่เชื่อมั่นในตัวแม่นางซิ่งหลิงหรอกหรือ แล้วเหตุใดถึงมอบสมุดบัญชีร้านแลกเงินที่สำคัญให้นางเป็ผู้ตรวจดูกันเล่า!
[1] ชุ่น 3.33 เิเ