อสูรระดับตำนาน(ระดับที่4)ถือว่าเป็อสูรชั้นสูง มีความนึกคิดเป็ของตนเอง มันสามารถที่จะสื่อสารกับมนุษย์ได้ ยิ่งถ้าเป็อสูรกายดึกดำบรรพ์อย่าง 'เบเฮมอธ' แล้ว มันมีทั้งสติและสัมปชัญญะเลยทีเดียว
เมื่อกรงเล็บอันมหึมาของอสูรร้ายตนนี้ ทะลวงร่างของชางอวิ๋นไปได้เพียงสองข้อนิ้วมือ มันสามารถรับรู้ถึงจิตััของเทพัฟ้าได้ทันที
ตัวตนของัทุกตัวอยู่เหนือกว่าทุกสรรพสิ่งบนจักรวาล แค่อสูรระดับตำนานไม่สามารถหยั่งคิดได้เลยว่าพลังของันั้นจะสูงเพียงใด เป็เพียงแค่ผู้รับใช้ขั้นสูงก็ถือว่าเป็เคราะห์ดีของมันแล้ว
"เ้าเป็ผู้สืบทอดของเทพผู้ปกครองดาราอย่างงั้นรึ” !! เสียงอันกังวาลดังะเืเลือนลั่นไปทั่วทั้งพื้นที่
ชางอวิ๋นมีสีหน้าที่ใเพราะว่าตนเองนอกจากเทพเ้าัฟ้าแล้ว ยังไม่เคยเห็นอสูรตัวไหนพูดภาษามนุษย์ได้เลย
"ข้าไม่รู้จัก เทพผู้ปกครองอะไรนั่น ที่เ้าว่ามาหรอก !" ชายหนุ่มคิดหาวิธีที่จะรอดจากสถานการณ์โดยที่จะต้องช่วยหลินหลิงออกไปให้ได้
"ป-ป-เป็ไปไม่ได้ ข้าััได้ถึงตัวตนของท่าน 'ซูเหม่ย' ข้ารอพวกท่านมาถึง 9,000 ปี"
อสูรร้ายเปลี่ยนแววตาจากวัวผู้สงสัยเป็สัตว์ร้ายอสูรผู้ยิ่งใหญ่ขึ้นมาทันที
"ถ้าอย่างนั้นมันคงไม่มีประโยชน์อะไรในการคงอยู่ของตัวเ้า"
"คลื่นนนนนนน" เสียงพื้นดินสั่นไหว พลังปราณรอบกายอสูรสูงขึ้นจนบรรยากาศภายในถ้ำบิดเบี้ยว เศษหินมากมายลอยขึ้นพร้อมกับการบดละเอียดแตกเป็พุยผง
ระยะห่างทั้งคู่นั้นไกลถึง 30 หลา แต่ชางอวิ๋นก็รู้ว่าเพียง 1 ลมหายใจก็เพียงพอที่มันจะมาฆ่าเขาอย่างง่ายดาย
"ตูมมมมมมมม" เสียงพื้นดินะเิอสูรได้หายตัวไป พร้อมกับจิตสังหารอย่างรุนแรงพุ่งเข้ามาหาชางอวิ๋น
. . . .
. . . .
ภาพด้านหน้าของชางอวิ๋นกำลังหยุดชะงัก ทั้งหมดเป็เหมือนภาพนิ่ง พอตนกระพริบตาลงแล้วลืมตาขึ้น อีกที กลับพบว่าตนได้มาอยู่ในห้องสีขาวบริเวณสุดลูกหูลูกตา 'ยังคงเดิม สถานที่แบบนี้'
"นี้ข้าเข้ามาในห้วงมิติของข้าเองอีกครั้งรึนี่ . . ."
เทพเ้าัฟ้าเรียกชางอวิ๋นเข้ามาเพื่อบอกให้เขาเคลื่อนย้ายพลังปราณทั้งหมดเข้าสู่จุดตันเถียนกลาง(บริเวณอก) แล้วเธอนั้นจะเข้าไปควบคุมร่างกายของชายหนุ่มเอง
"ถ้าเ้าไม่ให้ข้าควบคุมร่างกายเ้า อีกเพียงหนึ่งลมหายใจ เ้าจะตายไปพร้อมกับข้าและแม่หนูนั่น ก็ไม่มีทางที่จะมีชีวิตรอดกลับไปอย่างแน่นอน"
"แล้วท่านัน้อยจะต้องแลกกับอะไร" ชางอวิ๋นรู้สถานการณ์ขึ้นทันทีเพราะเนื่องจากตนได้เห็นแววตาของเทพัฟ้านั้น มันดูสงบเกินไป เขาไม่เคยเห็นเทพัน้อยเป็แบบนี้มาก่อน
"เมื่อข้าเข้าไปควบคุมร่างกายของเ้าดวงจิตของข้าอาจดับสูญ"
ชางอวิ๋นมองไปที่ร่างกายของนาง เธอนั่นยังคงความสง่างามดุจธิดาแห่งเทพ ผิวพรรณเปร่งประกายหาใครเปรียบด้วยได้ยาก แววตาเหมือนมีการคิดวางแผนต่างๆนาๆ
"ข้าคงไม่ยอมให้ท่านใช้ร่างของข้าเป็แน่ ถ้ามันต้องแลกกับจิติญญาของท่าน"
"เ้ามีทางเลือกไม่มากนักหรอกหนุ่มน้อย"
ถึงแม้ว่าชางอวิ๋นจะอยู่ด้วยกันกับเทพัฟ้าเพียงแค่ 3 เดือนก็ตาม แต่เหมือนกับว่าดวงจิตของทั้งคู่นั้นหล่อหลอมกันเป็เนื้อเดียวกัน ถ้าจู่ๆเธอหายไปสภาพจิตใจของหนุ่มน้อยคนนี้คงไม่ได้ดีดังเดิมอย่างแน่นอน
"เอาหละ ! ข้าให้เวลาเ้าคิดตรึกตรองให้ดี ถ้าทำใจแล้วแล้ว จงเคลื่อนย้ายพลังปราณเผื่อให้ข้าแทรกแทรง ควบคุมเ้า ข้าขอเวลาเพียงแค่ 10 ลมหายใจเท่านั้น"
ชางอวิ๋นหมดเวลาของการลังเลแล้ว เขายินดีทำตามที่เทพัฟ้าบอกทุกประการ
"อย่าทำอะไรเกินตัวนะท่าน ถ้ามีทางใดที่จะสามารถรักษาท่านให้กลับมาเป็ดวงจิตดังเดิมได้ ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อท่าน"
นางอยู่ตัวคนเดียวโดดเดียวมาแล้ว 10000 ปี 'ไม่คิดเลยว่า คนที่จะคิดถึงข้าเป็คนสุดท้ายจะกลับกลายเป็มนุษย์ผู้นี้'
เมื่อชางอวิ๋นรวบรวมลมปราณทั้งหมดเข้าสู่จุดเสมือนปลดลมปราณออกจากร่าง ร่างกายของเทพัฟ้าก็กลายเป็แสงหายเข้าไปในลูกแก้วัของเธอเอง ที่อยู่ภายในร่างชายหนุ่มผู้นี้
ทันใดนั้น ! "ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม" เสียงพื้นแตกกระจายแหลกละเอียด พื้นเป็หลุมขนาด 50 หลา เบเฮมอธโจมตีอย่างเต็มแรง 'เบเฮมอธ' จับพลังปราณของชายหนุ่มไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
"เอะ นี้ข้าออกแรงมากไปจนร่างกายของมันแตกสลายไปเลยหรอนี่ หึหึ เ้ามนุษย์ผู้อ่อนแอ" เ้าอสูรร้ายมันคิดว่ามันสามารถฆ่าชางอวิ๋นได้แล้ว มันจึงรีบโคจรพลังเพื่อโจมตีหลินหลิงทันที
"เ้าโง่ ! ข้าอยู่ทางนี้" ทันทีที่สุดเสียงพูด ชายหนุ่มลอยอยู่บนกลางอากาศ "บูมมมมมมมมมมม ! เปรี้ยงงงง !" พลังปราณอันน่าสยดสยองพุ่งเข้าทิ่มแทงดวงจิตของ 'เบเฮมอธ' มิติรอบๆเกิดการบิดเบี้ยวหมุนตัวกลายเป็สายฟ้าจำนวนมหาศาลปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด
เทพัฟ้าในร่างของชางอวิ๋น ยกมือขึ้น "เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ" เสียงสายฟ้ารอบๆตัวเธอมันรวมอยู่ที่มือข้างขวา เมื่ออสูรร้ายเห็นกระบวนท่านี้ทำให้รู้ทันทีว่าเขาคือใคร
"ท-ท-ท่านซูเหม่ย เป็ท่านจริงๆด้วย" เบเฮมอธ ปลดพลังออกทั้งหมดเพราะมันรู้อยู่แล้วว่าตัวมันเองเป็เพียงแค่เศษธุลีดิน เมื่อเทียบกับ เทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดบนดาวดวงนี้ 'เทพผู้ปกครองดารา'
อสูรร้าย 'เบเฮมอธ' รอเวลามานานมากเพื่อที่จะมีใครซักคนมาช่วยมัน เพราะตัวของมันก็โดนพลังกักขังเช่นเดียวกันกับ 'ซูเหม่ย' มันมีหน้าที่เฝ้าสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของ 'ซูเหม่ย' เทพัฟ้านั่นเอง
เพื่อไม่ให้ใครได้พบกับสมบัติอันนี้ัทั้ง 7 จึงตกลงกักขัง เบเฮมอธ ไว้ในถ้ำคอยรักษาฆ่าผู้คนที่้าจะเอาสมบัติชิ้นนี้ไป
"รู้ว่าเป็ข้าแล้วยังจะกล้าโจมตีอีกเรอะ!!" เสียงะโแบบฟ้าผ่าเข้าใจกลางของอสูรร้าย ทำให้ เบเฮมอธ' ต้องคุกเขาลงทันที เพื่อขอโทษในการกระทำอันโง่เขลาของตนเอง
ซูเหม่ยไม่รอช้า ส่งพลังสายฟ้าไปหาอสูรร้าย 'เบเฮมอธ' ที่แม้แต่ผู้ที่มีพลังปราณระดับ 7 ก็ไม่อาจต้านทานได้
เศษเสี้ยวชั่วพริบตา ที่มันรู้ว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุกเขาขอร้อง เพราะมันเองก็รู้จักนิสัยของัตัวนี้ดี ว่าถ้าบริวารทำเื่ที่ผิดร้ายแรง ไม่เคยมีผู้ใดรอดพ้นจากเงื้อมมือของนางไปได้
"อาวุธของข้าจงสถิตร่างกับข้า !!" ต้นไม้ระดับา อาวุธที่ทรงพลังที่สุดที่มีเพียงอสูรตนนี้เท่านั้นที่ใช้ได้
"เปรี้ยงงงงงงง!!" เสียงสายฟ้าฟาดเข้ากับต้นไม้ที่อสูรร้ายเอามาเป็โล่ เทพัฟ้าไม่รอช้าส่งสายฟ้าที่มีพลังมากกว่าลูกแรกถึง 5 เท่าไปอีก 10 ลูก
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก โปรดไว้ชีวิต ข-ข-ข้าด้วย อย่างน้อยๆ ขอให้ข้าไปเป็ลูกแก้วิญญาช่วยเพิ่มพลังให้ไอ้เด็กหนุ่มนั้นก็ยังดีนะท่าน" พลังสายฟ้าพุ่งเข้าโจมตีต้นไม้อาวุธระดับา แตกหักภายใน 3 กระบวนท่า พลังที่เหลือเข้าโจมตีร่างของอสูรร้ายทันที
"เ้าอย่าหวังได้สิทธินั้น ข้ารู้ถึงสันดารอย่างเ้าจงตายไปซะ" เธอมิได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย ซัดพลังสายฟ้าครั้งสุดท้ายที่มีพลังอัดแน่นเกินกว่าที่ผ่านมาถึง 10 เท่า
ถึงแม้มันจะยอมไปเป็ลูกแก้วในวิถีเซียน แต่นางก็รู้ว่ามันพร้อมที่ทรยศได้ตลอดเวลาที่มันมีโอกาส มันทำให้นางรู้สึกไม่ปลอดภัยของชายหนุ่ม
เมื่อพลังสายฟ้ามันกระทบร่างกับอสูร "ตูมมมมมมมมมมมมมม" เสียงสุดท้ายดังสนั่นหวั่นไหว ถ้ำทั้งหมดเกือบจะแตกสลาย ร่างของ 'เบเฮมอธ' ยังคงยืนค้างอยู่ตรงกลางของถ้ำ โดยร่างของมันกลายเป็สีเทาที่ไร้แววตากับลมหายใจ
. . . .
. . . .
ทันทีที่อสูรได้ตายลง ร่างของชางอวิ๋นก็แทบจะกลายเป็คนละคน พลังลมปราณหมดสิ้น ร่วงหล่นจากบนท้องฟ้า หล่นลงมาทับกับร่างของหลินหลิง
แล้วมิติที่บิดเบี้ยวก็โผล่ขึ้นมากลางถ้ำที่ไร้ทางออก ชางอวิ๋นและหลินหลิงยังคงหมดสติ
-------------------------
ทั้งคู่จะเป็อย่างไรแล้วสมบัติของเทพัฟ้า ที่ัทุกตัวพยายมปกป้องมัน ใช้อสูรระดับตำนานคอยเฝ้าปกป้องมันคืออะไรกันแน่ พบได้ในตอนหน้าที่ชื่อว่า พลังปราณไม่สิ้นสุด