คิรินเดินทางกลับมาที่ห้องโดยที่ยังคงมีรอยยิ้มอยู่บนหน้า หัวใจของเขายังคงเต้นรัวจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในลิฟต์ ความจริงแล้วเขาดีใจเื่ที่ได้ไลน์ของไซซีมากกว่าเื่ที่จะได้แสดงซีรีส์เสียอีก
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา และโทรหาพี่สาวของเขาเพื่อบอกข่าวดีนี้
“ว่า?” เสียงหญิงสาวตอบรับมาจากปลายสาย
"ฮัลโหล พี่หงส์" คิรินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ผมมีข่าวดีจะบอกล่ะ!"
“ข่าวดีอะไร อย่าบอกนะว่าได้เลื่อนตำแหน่งน่ะ ดีใจด้วยนะ” เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างยินดี
“ไม่ใช่เื่นั้น! มันดีกว่านั้นเป็สิบ…ไม่สิ ร้อยเท่าเลย! น้องชายของพี่จะได้เป็ดาราแล้วนะ ฮ่าๆๆ!” คิรินพูดด้วยความภาคภูมิใจ
“...” หงส์เงียบไปครู่หนึ่ง
“ดารา? คนที่เลิกงานแล้วก็รีบกลับมาสิงห้องเล่นเกมโดยไม่ไปสังสรรค์กับใครเลยอย่างนายเนี่ยนะ? เพ้อเจ้ออะไรเนี่ย นี่เมารึเปล่า? ถึงหัวหน้าบ้านั่นจะงี่เง่าจนทำให้เครียดขนาดไหนแต่ก็ไม่ควรดื่มแต่หัววันแบบนี้นะ” หญิงสาวตักเตือนน้องชายของเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“...”
“ค้าบๆ ขอโทษที พอดีดื่มเยอะไปหน่อยจนพูดไปเรื่อย” ชายหนุ่มยิ้มแห้งๆให้คนในสาย “ผมไม่กวนพี่ละ บาย”
"อืม เลิกดื่มซะแล้วนอนพักเยอะๆ อีกเดี๋ยวฉันต้องไปรับยัยหนูที่โรงเรียน ว่างๆก็แวะมาหากันบ้างล่ะ" หงส์พูดจบก็วางสายไป
คิรินยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเกาหัวเบาๆ
‘ดูท่าต่อให้พูดไปเธอก็ไม่เชื่อเราอยู่ดี คงต้องรอให้พี่เค้าเห็นตอนที่ซีรีส์ฉายเท่านั้นสินะ...’ คิดจบชายหนุ่มก็ถอนหายใจ
.
.
.
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป คิรินได้รับสายจากทีมงานที่เชิญให้เขาไปเข้าร่วมการเวิร์คช็อป ‘โลกไร้สี’ กับนักแสดงและทีมงานคนอื่น ๆ ในอีกสามวันข้างหน้า และแน่นอนว่าชายหนุ่มรีบตอบตกลงในทันที เขาไม่เคยมีประสบการณ์ในวงการบันเทิงมาก่อน การที่ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมงานกับเหล่าดาราและทีมงานมืออาชีพจึงทำให้เขาตื่นเต้นเป็อย่างมาก
สามวันต่อมา
คิรินเดินทางมามาถึงตึก ACN อีกครั้ง เมื่อเขาเข้าขึ้นลิฟต์และเดินเข้าไปในห้องที่ทางทีมงานแจ้งไว้ทางเมล ก็พบว่าห้องนี้เป็ห้องสตูดิโอที่ออกแบบมาสำหรับการฝึกซ้อมและเวิร์คช็อปของนักแสดง โดยมีผนังสีขาวสะอาดตาเต็มไปด้วยอุปกรณ์ถ่ายทำอย่างกล้อง และไฟสปอร์ตไลต์ที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามมุมห้อง พื้นเป็ไม้ปาร์เก้เนื้อดีที่ส่องแสงสะท้อนกับไฟสว่าง ราวกับเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวของนักแสดง
เสียงพูดคุยเบา ๆ ของทีมงานและนักแสดงดังคลอไปทั่วห้อง บางคนกำลังตรวจเช็คอุปกรณ์ถ่ายทำ บางคนก็กำลังปรับฉากอยู่ด้วยท่าทางขะมักเขม้น คิรินรู้สึกเหมือนตัวเองเป็เพียงหนึ่งในชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของภาพขนาดใหญ่ เขามองไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจ
“เฮ้ น้องคนนั้นอ่ะ ช่วยยกกล่องนี้ไปวางตรงมุมโน้นหน่อยได้ไหม?” เสียงทีมงานคนหนึ่งที่นั่งทอะไรบางอย่างอยู่ใกล้ทางเข้าเรียกเขา พร้อมชี้ไปที่กล่องอุปกรณ์ขนาดใหญ่ คิรินชะงักก่อนที่จะยิ้มแห้ง ๆ และพยักหน้าให้
“อ๋อ ได้ครับพี่ชาย!” เขาตอบรับพลางยกกล่องนั้นขึ้นมา มันเบากว่าที่เขาคิดไว้ ขณะที่เขากำลังยกล่องเดินไปที่มุมห้อง เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ จากกลุ่มทีมงานใกล้ ๆ
“น้องคนนั้นเค้าเป็สตาฟใหม่ใช่มั้ย ไม่เคยเห็นหน้าเลย”
“คงจะอย่างนั้น ไม่ก็มาทพาร์ทไทม์ แต่เขาหล่อดีนะ ถ้าแต่งหน้าสักหน่อยอาจหล่อกว่าพระเอกบางคนอีก”
ทางด้านคิรินที่เอากล่องไปวางเสร็จ เขาก็ยิ้มออกมา เพราะนี่คือโอกาสที่จะได้ััประสบการณ์ใหม่ ๆ ในวงการที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน
ขณะที่เขากำลังยืนยิ้มให้กับตัวเองอยู่นั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออก พร้อมกับเสียงหนึ่งที่ดังขึ้น
“ไซซีมาแล้ววว!” เสียงนั้นทำให้ทุกคนในห้องหยุดการกระทำทั้งหมดและหันไปมองทันที พร้อมกับปรากฏร่างงามระหงของหญิงสาวที่สวมหมวกและแมสสีขาวในชุดไปรเวทสบายๆ เดินเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ
คิรินมองไปยังไซซี นางเอกที่เขาหลงใหลและได้เป็เพื่อนกันทางไลน์เมื่ออาทิตย์ก่อน
‘อ๊ากกก วันนี้ก็สวยมากขึ้นกว่าครั้งก่อนที่เจอกันอีก”
ทางด้านทีมงานที่อยู่ใกล้ๆเขาเริ่มกระซิบกันเสียงเบา
“วันนี้น้องเค้ามาเร็วแฮะ น่ารักจริงๆ” เสียงทีมงานคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนข้าง ๆ ด้วยรอยยิ้ม
“เธอไม่เคยมาสายและเป็ยคนตรงเวลามาก แล้วก็ไม่เคยถือตัว แถมเวลามีพักกองถ่าย เธอมักจะเรียกฟู้ดทรัคมาเลี้ยงทีมงานบ่อยๆด้วย อย่างหนังเื่ก่อนหน้าเธอก็เรียกมาให้ตั้ง 10 คันเลยนะ นี่ยังไม่รวมของนักแสดงคนอื่นๆอีกนะ วันนั้นนี่เรียกได้ว่าอย่างกับตลาดขนาดย่อมเลย” อีกคนพูดเสริมด้วยความชื่นชม
คิรินได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดก็ยิ่งรู้สึกชื่นชอบในตัวไซซีมากขึ้น มันทำให้เขาเห็นว่าเธอไม่ได้เป็แค่นางเอกในจอ แต่ยังเป็นางเอกในชีวิตจริงด้วยเช่นกัน จากนั้นเสียงพูดคุยชื่นชมเธอในเื่อื่นๆจากทีมงานที่เหลือทำให้เขายิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
ระหว่างนั้น ไซซีก็เริ่มเดินเข้ามาในห้อง ท่ามกลางแสงไฟที่ส่องสว่าง เธอหันมาทางคิรินและทีมงาน พร้อมส่งยิ้มอ่อนโยนที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูผ่อนคลายลงไปในทันที
“สวัสดีค่ะพี่ๆ ขอโทษทีที่มาช้านิดนึงนะคะ พอดีว่าตอนเช้าหนูติดถ่ายโฆษณาน่ะค่ะ” ไซซีพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและจริงใจ
“โอ้ ไม่เป็ไรเลยค่ะ เรามาถึงก่อนเวลาอีกต่างหาก…เดี๋ยวไปนั่งรอด้านนี้ก่อนนะ อีกสักพักคุณพิภพกับคนอื่นๆก็จะมาถึงแล้วล่ะ” หนึ่งในทีมงานตอบกลับด้วยน้ำเสียงเอ็นดู เธอรีบเดินเข้ามาทักทายและพาไซซีไปยังที่นั่งที่จัดเตรียมไว้
“ค่ะ…อ้ะ!?” ไซซียิ้มหวานให้ทีมงานคนนั้น ก่อนที่ไซซีจะสังเกตุเห็นใครคนหนึ่งยืนมองเธอยิ้มๆท่ามกลางทีมงานคนอื่นๆ
“คุณคิริน!? มาถึงั้แ่เมื่อไหร่คะ?” ไซซีเดินเข้ามาหาชายหนุ่มแล้วถามด้วยรอยยิ้มสดใสเพราะเห็นชายหนุ่มที่เธอชื่นชม การแสดงของเขายังคงตราตรึงในใจของเธอจนทำให้หญิงสาวเก็บเื่ของเขาไปคิดตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา
“เอ่อ สักพักแล้วครับ” คิรินที่กำลังเพลิดเพลินกับการมองความสวยของไซซีอยู่สะดุ้งและยิ้มแห้งๆให้หญิงสาว
“ฉันก็คิดว่าจะต้องนั่งอ่านบทรอแบบเหงาๆแล้วซะอีก แต่มีคุณอยู่แบบนี้ก็ดีเลยค่ะ ฉันมีเื่อยากถามคุณเื่บท ‘พิมพ์’ อยู่พอดี คุณช่วยซ้อมบทกับฉันระหว่างที่รอคนอื่นๆมาถึงได้มั้ยคะ?” ไซซีกุมมือทั้งสองข้างของตัวเองพร้อมทำหน้าตาวิงวอนใส่ชายหนุ่มจนหัวใจของอีกฝ่ายแทบจะละลาย ไม่สิ ระเหยกลายเป็ไออยู่รอมร่อ
‘อ๊ากกก ทำหน้าอย่างกับลูกแมวน้อยขี้อ้อนแบบนั้นใครจะปฏิเสธไหวล่ะเนี่ย โอ๊ย…ใจระทวยเลยตัวข้า!’
“ดะ ได้ครับ คุณนำผมไปเลยครับ”
“ได้ค่า! อ้ะ หนูขอตัวก่อนนะคะพี่ๆ” ไซซียิ้มดีใจ ก่อนจะโค้งตัวให้กับทีมงานที่มองทั้งคู่อย่างงงงวย ก่อนที่เธอจะเดินนำคิรินที่ที่ทางทีมงานจัดเอาไว้ให้นักแสดงพักผ่อน
“...”
ทางด้านทีมงานที่ได้แต่มองชายหญิงทั้งสองเดินจากไปแบบงงๆ ก็หันมาถามกันเอง
“สรุปเค้าไม่ใช่สตาฟเหรอ ถึงว่า หล่อเกินทีมงาน”
“ใช่ก็แปลกแล้ว น้องไซซีเดินพาตัวไปด้วยแบบนั้นแถมคุยเื่บทอีก ยังไงก็นักแสดงใหม่ชัวร์”
“แต่แปลกนะ ทำงานมากับไซซีตั้งนาน พึ่งเคยเห็นเธอทำท่าอ้อนคนอื่นแบบนั้นเป็ครั้งแรกเลย รู้งี้หยิบมือถือมาถ่ายเก็บไว้ดีกว่า โคตรน่ารักเลย”