บทที่1.จุดจบนับเป็จุดเริ่มต้นใหม่
ในคุกที่คุมขังอันมืดมิดไร้แสงสว่างสาดส่องใดๆสถานที่คุมขังนักโทษฏที่รอปะา มองไปที่ใดก็ทั้งมืดทั้งชื้นและมีกลิ่นเหม็นอับจนแทบอาเจียนในห้องขังเต็มไปด้วยอดีตองครักษ์ฝีมือดีหลายคนที่ถูกโซ่ตรวนเส้นใหญ่จองจำทั้งข้อมือข้อเท้ารอเวลาในยามอู่(11.00– 12.59 น.) เพื่อขึ้นลานปะาตามโทษฏที่เ้านายของเขาได้รับตัวพวกเขาเองที่เป็องครักษ์คนสนิทก็ต้องโดนโทษปะาด้วยเช่นกันแต่ก็ไม่เคยนึกเสียใจที่ได้ติดตามมู่หรงอ๋องเลย
อีกด้านของห้องคุมขังด้านในสุดและถูกทหารคุ้มกันอย่างแ่ามีร่างของมู่หรงอ๋องที่เหิมเกริมกล้าซ่องสุ่มกำลังคนและอาวุธมากมายคิดก่อการฏ่ชิงบัลลังก์แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะถูกองค์ฮ่องเต้และองค์ไท่จื่อวางแผนซ้อนแผนตลบหลังจนมู่หรงอ๋องพ่ายแพ้ในที่สุด
มู่หรงอ๋องหรือก็คือมู่หรงซีเหมินบรรดาศักดิ์เป็ชินอ๋องอนุชาเพียงคนเดียวขององค์ฮ่องเต้ ที่ตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากสุนัขจรจัดข้างถนนที่าเ็สาหัสทั่วทั้งร่างกายเพราะการต่อสู้ทำให้ถูกฟันด้วยดาบจนได้แผลขนาดใหญ่ที่กลางหลังร่างกายทรุดโทรมาเ็จากการต่อสู้อย่างแสนสาหัสหากไม่ใช่เพราะถูกทรยศหักหลังจากคนของตนเองที่แอบเป็หนอนบ่อนไส้ขององค์ไท่จื่อแล้วแอบวางยาสลายปราณเข้ามีหรือที่จะพ่ายแพ้
‘สุดท้ายก็ไม่เหลืออันใดเลยสินะหึ เขาประสงค์อยากจะได้บัลลังก์และอำนาจแล้วอย่างไรในเมื่อเขาก็เพียงมนุษย์ผู้หนึ่งที่ยังมีความโลภในอำนาจก็ไม่ใช่เื่แปลกอันใดมิใช่หรือ’มุมปากแสยะยิ้มเย้นหยันออกมาอย่างนึกสมเพชให้กับจุดจบในชะตากรรมของตนเอง
ร่างเล็กบอบบางที่อยู่ข้างกายเขาเริ่มขยับยุกยิกเพราะเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาชายาเอกของเขา หยางซินโหยว สตรีโง่งมที่เลือกจะอยู่ข้างกายเขาจนวินาทีสุดท้ายไม่ห่างหายร่างกายนางที่ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วเพราะไม่ได้รับการดูแลที่ดี อาหารมีตกถึงท้องเพียงแค่หนึ่งมื้อเท่านั้น
ความผิดของสามีตัวนางเองที่เป็ชายาเอกย่อมต้องรับโทษไปด้วยแม้ฮ่องเต้ทรงเมตตาละเว้นโทษตายให้นางด้วยเพราะหยางซินโหยวเป็บุตรสาวของอดีตแม่ทัพใหญ่หยางที่เกษียณตนเองไปแล้วเพราะอาการาเ็อย่างหยางซินฉู่ผู้ซึ่งเป็สหายต่างวัยขององค์ฮ่องเต้ทั้งหยางซินฉู่ยังทำตัวเป็กลางไม่เคยคิดฝักใฝ่ฝ่ายใดมิได้มีส่วนรู้เห็นหรือสนับสนุนการก่อฏครั้งนี้ของมู่หรงอ๋องผู้ซึ่งเป็บุตรเขยของตนเองเลยด้วยซ้ำ
แม้ฮ่องเต้ทรงเมตตายกเว้นโทษตายแต่หยางซินโหยวนั้นนางยินยอมที่จะอยู่เคียงข้างสามีของตนเองไม่ว่าต้องเจอสิ่งใดก็ตามแม้ว่าเื่ในครั้งนี้นางจะไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ ด้วยเลยนั้นก็เพราะนางหาใช่ชายารัก
ส่วนสตรีที่รู้เห็นทุกอย่างและยังเป็ที่โปรดปรานของมู่หรงซีเหมินคือชายารองจางฮุ่ยเหมยที่ตอนนี้เกรงกลัวโทษจนสติฟั่นเฟือนกล่าวเพียงแต่ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆด้วยทั้งสิ้น กล่าวโทษว่าเป็ชายาเอกอย่างหยางซินโหยวต่างหากที่รู้เห็นทุกอย่าง
แต่ความจริงแล้วชายารองผู้นี้แอบสอดรู้สอดเห็นและคาดการณ์อยู่ตลอดเนื่องด้วยบิดาของนางเสนาบดีจางนั้นก็เข้าร่วมสนับสนุนคิดการฏในครั้งนี้ด้วยหากสำเร็จจริงแม้นางอาจจะไม่ได้ขึ้นเป็ฮองเฮาแต่มั่นใจว่าด้วยความโปรดปรานที่ได้รับอย่างน้อยๆก็ต้องได้เป็กุ้ยเฟยแน่นอนถึงยามนั้นค่อยหาวิธีกำจัดเสี้ยนหนามอย่างหยางซินโหยวก็ยังไม่สายที่ผ่านมานางจึงกล่าววาจาฉอเลาะเอาอกเอาใจมู่หรงซีเหมินสารพัดเพื่อให้เป็ที่โปรดปรานอย่างเต็มที่
ตัวมู่หรงซีเหมินเองก็ไม่ได้โง่เขาหาได้มีใจพิศวาสชายารองผู้นี้อย่างที่นางเข้าใจไม่ตัวเขามู่หรงซีเหมินไม่เคยรู้จักว่ารักคือสิ่งใด
เขารู้เพียงว่าชายารองผู้นี้นั้นเป็สตรีทะเยอทะยานอย่างยิ่งและกำลังคาดหวังสิ่งใดอยู่ทั้งยังโง่แต่อวดฉลาด เป็สตรีมากมารยา ทั้งยังรู้ว่านางสอดรู้สอดเห็นเื่ของเขาแต่ยังอยู่ในขอบเขตไม่ได้ล้ำเส้นมากไปเขาก็พอจะปล่อยผ่านไปได้นั้นก็เป็เพราะเขาตั้งใจให้นางรู้เห็นเพื่อจะได้รับการสนับสนุนจากบิดาของนางที่เป็เสนาบดีกรมคลังอย่างไรเล่าแต่จุดจบสุดท้ายนางก็ถูกทหารสังหารเพราะพยายามหลบหนีการจับกุมในเหตุการณ์ฏนั้นเอง…
ตอนนี้ก็เหลือเพียงองครักษ์ข้างกายที่คอยติดตามเขามาตั้งเยาว์เพียงไม่กี่คนตัวเขาเองและชายาเอกที่ถูกคุมขังรอเวลาปะาชายาเอกอย่างหยางซินโหยวที่เขาไม่เคยใส่ใจหรือเห็นค่าแต่กลับอยู่เคียงข้างเขาจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต
และแล้วองครักษ์คนสนิททั้งหมดของเขาถูกโทษปะาไปแล้วเมื่อยามอู่ตรงหน้าของเขาตอนนี้มีสุราพิษพระราชทานมาให้แม้ความจริงแล้วเขาสมควรถูกโทษตัดหัวเสียบประจานเสียด้วยซ้ำแต่การที่ฮ่องเต้ทรงเลือกที่จะพระราชทานสุราพิษให้แทนนั้นถือเป็เมตตาสุดท้ายจากคนที่เป็พี่ชายจะมีให้น้องชายแล้ว
“นี่คือความปรานีสุดท้ายที่เสด็จพ่อมีให้ท่านแล้วเสด็จอา”เสียงไท่จื่อ มู่หลงเฟยิเอ่ยขึ้นกับคนที่อยู่ในห้องขังผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็เสด็จอาที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับตนเสด็จอาที่เติบโตมาด้วยกันกับเขาแต่ยิ่งโตเสด็จอากลับยิ่งมีจิตใจบิดเบี้ยวฝักใฝ่ในอำนาจจนคิดคดก่อการฏถึงแม้เสียใจแต่ก็ไม่อาจปล่อยคนที่คิด่ชิงบัลลังก์ไว้ได้จริงๆ
เมื่อไม่ได้รับคำพูดใดๆจากเสด็จอาที่เอาแต่นั่งหลับตานิ่งๆ อยู่ในห้องขัง องค์ไท่จื่อจึงเดินจากไปเงียบๆพร้อมทหารองครักษ์ที่ติดตาม
เมื่อลับร่างผู้มาเยือนแล้วดวงตาคมกริบค่อยๆลืมขึ้นช้าๆ มือหนายื่นออกไปรินสุราพิษใส่จอกด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉยไร้อารมณ์ใดๆ
“ท่านอ๋องให้หม่อมฉันดื่มเป็เพื่อนนะเพคะ”เสียงหวานที่แหบระโหยโรยแรงเพราะอ่อนเพลียจากการขาดอาหารและสภาพแววล้อมในคุกมืดนี้ยิ่งทำให้นางร่างกายอ่อนล้าลง
เส้นทางที่นางเลือกนี้คนในตระกูลหยางโดยเฉพาะท่านพ่อและพี่ชายของนางขัดขวางและโน้มน้าวอย่างเต็มที่แต่นางก็ยังดื้อรั้นไม่ยินยอม เพราะถึงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปก็คงเหมือนตายทั้งเป็และหากนางยังอยู่ต่อและกลับเข้าตระกูลหยางดังเดิมก็อาจนำพาเื่เดือดร้อนมาให้ตระกูลหยางได้เพราะอย่างไรตอนนี้นางก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็ชายาของฏแผ่นดินไปแล้วหากนางยังอยู่อาจจะนำพาให้ตระกูลหยางต้องถูกคนครหาว่าเลี้ยงดูฏของแผ่นดินจนทำให้ตระกูลสูญสิ้นลงได้มิสู่เลือกเส้นนี้เส้นทางที่จะได้อยู่ใกล้บุรุษผู้เป็สามีที่นางรักจนถึงเวลาสุดท้ายมิดีกว่าหรือ
“เ้าช่างโง่งมนัก”ดวงตาคมกริบที่หม่นแสงจ้องมองชายาเอกที่แต่งให้เขามาสามปีแล้วแต่ยังไม่เคยร่วมหอกันเลยสักครั้งแต่กลับเป็สตรีเพียงคนเดียวที่ยินดีพร้อมใจที่จะร่วมเคียงวันตายวันเดียวกับเขาสตรีที่เขาเคยดูถูกเสมอว่าช่างอ่อนแอ ทั้งยังไร้ประโยชน์และแสนจืดชืดยิ่งนักแต่ตอนนี้ในสายตาเขานางกลับงดงามจับจิตจับใจและทำให้เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อมีนางอยู่เคียงข้าง
“หน้าพระองค์เลอะหมดแล้วเพคะ”เอ่ยทั้งส่งยิ้มให้อย่างอ่อนหวานที่สุดมือบางใช้แขนเสื้อที่ยาวจรดข้อมือของตนมาเช็ดคราบเปื้อนทั้งเศษดินและคราบเืให้อย่างอ่อนโยนนุ่มนวลและเต็มไปด้วยความรักจนคนเป็สามียังรับรู้ได้ถึงความรู้สึกรักนั้นที่ส่งผ่านแววตาของนาง นิ้วเรียวเล็กไล่เกลี่ยเส้นผมที่ปกใบหน้าให้พ้นกรอบหน้าที่แม้จะซีดโทรมเพียงใดแต่ก็ยังหล่อเหลาและงดงามในสายตานางนางอยากเห็นหน้าเขาชัดๆ อีกสักครั้ง
ความอ่อนโยนที่ได้รับก่อเกิดเป็สายใยอุ่นวาบพุ่งตรงเข้าสู่กลางใจของบุรุษที่ได้ชื่อว่าโฉดชั่วและอำมหิตไร้ใจที่สุด
คนที่เคยไร้ความรู้สึกกลับเริ่มรู้สึก
คนที่เคยไร้หัวใจรักกลับเริ่มมีหัวใจรัก
แต่ก็สายเกินกว่าจะทำสิ่งใดได้
เมื่อตอนนี้ไม่อาจมีวันเวลาที่จะได้อยู่ร่วมเคียงคู่ข้างเคียงกัน
มือหนาที่เต็มไปด้วยาแยกขึ้นลูบแก้มนุ่มของนางเป็ครั้งแรกัันุ่มนิ่มช่างน่าจดจำฝักลึกถึงจิตใจ
“ท่านอ๋องที่จริงหม่อมฉันมีของที่อยากมอบให้พระองค์นานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสสักครั้งวันนี้ถือโอกาสมอบให้ท่าน”มือบางล้วงเข้าไปในสาบเสื้อก่อนหยิบแหวนหยกเนื้อสีขาวมัมวาวลวดลายเมฆเมฆา
“แหวนหยก”
“เพคะแหวนหยกนี่อาจจะไม่มีค่าหรือราคาอันใด หม่อมฉันได้มาเมื่อคราวไปไว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อารามหรูอี้(สมปรารถนา)ท่านเ้าอาวาสบอกหม่อมฉันว่าหากมีจิตใจที่มุ่งมั่นแรงกล้าย่อมสมปรารถนาทุกสิ่งหม่อมฉันมอบแหวนวงนี้ให้พระองค์นะเพคะ”
“ได้ข้าจะใส่มันไว้ตามใจเ้าปรารถนา แม้ข้าจะไม่ชอบใส่เครื่องประดับก็ตาม”มือหนายื่นไปรอเมื่อเห็นดังนั้นซินโหยวจึงสวมแหวนเข้าไปให้ที่นิ้วยาวเรียวนั้นทันทีพร้อมรอยยิ้มยินดีอย่างเหลือเกิน
จนกระทั่งถึงเวลาที่ผู้คุมแจ้งเวลาการดื่มสุราพิษตามบัญชาขององค์ฮ่องเต้มือบางฉวยยกสุราจอกนั้นขึ้นดื่มอย่างรวดเร็วก่อนเพราะนางไม่อยากเห็นคนที่นางรักต้องตายหมดสิ้นลมหายใจไปก่อนนางนั้นเองนางจึงเลือกที่จะเห็นแก่ตัวรีบชิงดื่มสุราพิษเข้าไปก่อนเสียเลย
“ซินโหยวเ้า”
“ทะท่านอ๋อง อึก”
เพียงไม่กี่ลมหายใจที่ดื่มเข้าไปก็เริ่มหายใจติดขัดก่อนร่างบอบบางจะค่อยๆเอนกายล้มลงมือแข็งแกร่งของซีเหมินก็รีบประคองรับนางมาไว้ในอ้อมแขนทันทีร่างบางถูกดึงไปกอดไว้แแ่ในอ้อมกอดของซีเหมินอย่างหวงแหน
“หยางซินโหยวเ้าช่างโง่งมนักทั้งที่เ้ามีโอกาสรอดแท้ๆ”ก่อนนี้ซีเหมินคิดไว้ว่าจะดื่มสุราพิษในส่วนของตนเองก่อนแล้วจะเทสุราพิษที่เหลือทิ้งให้หมดแต่กลับกลายเป็ว่านางฉกฉวยแล้วยกสุราพิษดื่มอย่างรวดเร็ว
“โง่เพราะรักท่านหม่อมฉันยินดีเป็คนโง่งมเพคะ ฮึก” เสียงพูดที่แสนแ่เบาขาดห้วงทั้งปนสะอื้นริมฝีปากที่เคยอวบอิ่มฉ่ำน้ำกลับแห้งแตกเป็ขุยนั้นกระอักเืออกมาเพราะพิษเริ่มทำงานกัดกร่อนภายในแล้ว
“เ้าช่างโง่งมจริงๆแต่หากชาติหน้ามีจริงหรือหากมีโอกาสอีกสักครั้ง ข้าจะชดเชยให้เ้า จะตามรักเ้าดูแลเ้า ตามติดข้างกายเ้าไม่ยอมห่างเลยดีหรือไม่ หื้ม”แก้มสากที่มีไรหนวดขึ้นเขียวครึ้มแนบไปกับกระหม่อมบางพลางโยกตัวเองไปมาเบาๆคล้ายกล่อมนาง ก่อนจะใช้มือช้อนดวงหน้านางขึ้นมาแล้วกดริมฝีปากที่เย็นชืดของตนเองลงบนริมฝีปากบางของนางขบเม้นอย่างแ่เบาจนเกิดเป็ความอุ่นวาบขึ้นที่ริมฝีปากส่งตรงถึงหัวใจของคนทั้งสองนี่คือจูบแรกนับั้แ่ที่แต่งเป็สามีภรรยากัน
“ดะดียิ่งเพคะ มะ หม่อมฉันจะรอ หากชาติหน้ามีจริงหม่อมฉันก็จะรักพระองค์เช่นนี้ ระรักให้มากพอจนพระองค์ไม่้าสิ่งใดอีก นะนอกจากความรักของหม่อมฉันคนเดียวนะเพคะ ฮึก อึก”กล่าวออกมาอย่างยากลำบากพร้อมยิ้มให้สามีทั้งหยาดน้ำตาเม็ดโตที่ไหลกลิ้งลงมาจากดวงตากลมงดงามนั้น
เมื่อสิ้นเสียงของนางที่เอ่ยพูดอย่างแ่เบาดวงตากลมโตค่อยปิดปรือจนแนบสนิทมือบางที่เกาะกอดแขนของเขาไว้ร่วงหล่นตกลงทิ้งตัวลงมาเป็สัญญาณบ่งบอกว่านางได้จากเขาไปแล้วนางเพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างจากเขาไปก่อนแล้วจริงๆ มือหนาลูบแก้มนุ่มของนางไว้หยดน้ำตาที่ไม่เคยมีมานับแต่เติบโตมานั้นไหลหยดลงมาเป็สายร่วงหล่นลงััถูกแหวนหยกที่นางสวมให้เขาหยกแล้วหยดเล่า
“ซินโหยวหยางซินโหยว ฮึก”เสียงแหบโหยเอ่ยเรียกชายาเอกของตนเองเสียงสะอื้นแ่เบาราวเสียงกระซิบข้างหูพร้อมกอดร่างของนางไว้แนบอกอย่างแแ่และหวงแหนก่อนที่จะยื่นมือของตนออกไปรินสุราพิษ แล้วยกขึ้นดื่มอย่างรวดเร็วและเพียงไม่นานยาพิษก็เริ่มทำงานอีกครั้งริมฝีปากซีดที่แตกระแหงของเขาเริ่มกระอักเืออกมา หยดเืกระเด็นหยดลงบนแหวนหยกขาวลวดลายเมฆเมฆาอย่างไม่รู้ตัว
ชาตินี้ในใจเ้ามีข้าข้ากลับปิดกั้นไม่ยอมรับรู้ จนสายเกินไปที่จะมีเวลาได้อยู่เคียงข้างเ้า
และแน่นอนว่าชาตินี้ข้านั้นทำผิดต่อเ้าไปมากมายเหลือเกินซินโหยว
หากมีโอกาสอีกเพียงสักครั้งเพียงสักครั้งข้าจะตามติดเ้าไม่ห่างกาย
จะละทิ้งความกระหายอยากได้ในอำนาจที่ไม่ใช่ของข้าและจะตามเฝ้ารักเฝ้าดูแลทะนุถนอมเพียงเ้า
กุมมือคู่นี้ของเ้าไว้ให้แแ่อย่างหวงแหน…แค่เพียงเ้าเท่านั้นซินโหยว…
ร่างสูงของมู่หรงซีเหมินที่นั่งพิงผนังห้องขังพร้อมโอบกอดร่างแน่งน้อยของพระชายาหยางซินโหยวไว้ในอ้อมแขนแแ่ไม่ยอมปล่อยลมหายใจเริ่มขาดห้วงก่อนจะปิดเปลือกตาลงอย่างอ่อนล้า สิ้นไร้ลมหายใจพร้อมทั้งน้ำตาที่หยดลงบนแก้มนวลท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงสว่างมีเพียงแสงสะท้อนสีขาวที่สว่างวาบล้อมรอบแหวนหยกขาวลายเมฆเมฆาที่อยู่บนนิ้วมือเรียวยาวที่กอบกุมมือเล็กๆของชายาตนเองไว้ไม่ยอมปล่อย
อันเป็จุดจบที่นับว่าเป็จุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง…