โจ้กข้นๆเกือบครึ่งชามดินเผากับผัดผักแค่จานเดียวที่ซ่งซิ่วหลันหอบเข้ามาในบ้านพร้อมกับชามข้าวของพ่อและแม่ เป็อาหารมื้อแรกที่ครอบครัวรองได้กินอิ่มที่สุด ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ซ่งอันหลินก็หลิวหงบางทีก็เป็ซ่งซิ่วหลันที่ต้องผลัดกันโดนหาเื่ด่าและไล่กลับห้องไม่ให้กินข้าวเย็น
คงเป็วิธีการประหยัดอาหารของป้าสะใภ้ใหญ่ที่วางแผนใส่ไคล้ให้ย่าซ่งคอยแผลงฤทธิ์กับสมาชิกของครอบครัวรอง
สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจหนึ่งเดียวของย่าซ่งก็มีแต่หลานชายทั้งสองที่ขยันเรียน (เก่งรึเปล่าก็ไม่รู้) แต่การเห็นลูกสาวของบ้านรองอยู่พร้อมหน้าเป็สิ่งที่ย่าซ่งขัดหูขัดตาเป็ที่สุด
มาวันนี้สามคนแม่ลูกกินโจ้กข้นๆกับผัดผักน้ำโหลงเหลงอย่างเอร็ดอร่อย ทำให้ซ่งเอ้อเฉินผู้เป็พ่อมองภรรยาและบุตรสาวด้วยสายตาซับซ้อนแล้วถอนหายใจดังเห้อ…..
“พ่อคะลูกขอโทษที่ทำตัวก้าวร้าว แต่ลูกทนไม่ไหวแล้วจริงๆพ่อยกโทษให้ลูกได้ไหมคะ” เสียงเบาๆของซ่งอันหลินที่พยายามทำตัวน่าสงสารกับพ่อตนเองดังขึ้นแบบสำนึกผิด(หลอกๆ)
“ช่างเถอะ..พ่อผิดเองที่ดูแลครอบครัวไม่ดีทำให้พวกเ้าลำบากกันแล้ว” ซ่งเอ้อฌฉินพูดด้วยเสียงติดขัดเหมือนมีก้อนหินจุกไว้กลางอก
“เอ้อเฉิน.. ความจริงเสี่ยวหลินก็พูดถูกนะสิบกว่าปีที่ผ่านมาทำไมต้องเป็ครอบครัวเราที่กินไม่อิ่มนอนไม่อุ่นแต่ต้องทำงานหนัก ผู้หญิงหรือผู้ชายก็แบกฟ้าไว้คนละครึ่งใบทำไมถึงเป็เราที่ต้องรู้สึกผิดเื่ไร้ทายาทสืบสกุล เราต้องทนเลี้ยงลูกชายคนอื่นให้โตอย่างสง่าผ่าเผยแล้วทำร้ายลูกสาวตนเองจนผอมตายถึงเมื่อไหร่…เอ้อเฉิน… ” หลิวหงพูดกับสามีเสียงสั่นเครือ
เป็ครั้งแรกที่ถูกภรรยาตั้งคำถาม ซ่งเอ้อเฉินถึงกับนั่งเงียบงัน มองเสี่ยวหลันและเสี่ยวหลินเงียบๆ
“อีกไม่นานลูกๆก็ต้องออกเรือนแล้ว สินเดิมไม่มีสักชิ้น แล้วแบบนี้จะแต่งเข้าบ้านไหนได้ ดูรูปร่างที่ผอมจนเหลืองแบบนั้นสิ เรายังจะหวังว่าแม่คุณจะให้สินเดิมหลานสาวอีกเหรอ แค่โดนไล่ออกมาตอนกินข้าวแทบทุกครั้งก็รู้แล้วจะหวังถึงสินเดิมได้อีกเหรอเอ้อเฉิน”
ขยี้เข้าไปจ้ะแม่จ๋า..แม่ทำถูกแล้วขยี้เข้าไปหนักๆ พ่อหนอพ่อกินปลาน้อยรึไงถึงไม่ฉลาดเลย ซ่งอันหลินคิดในใจด้วยความสุขเล็กๆที่เห็นหลิวหงเริ่มลุกขึ้นมาปฎิวัติสามี
ทุกคนในครอบครัวรองมัวแต่ตื่นเต้นกับเื่ที่เกิดขึ้นตอนหัวค่ำและเพราะมีเื่คิดในใจ จึงลืมถามเื่โต๊ะเก่าๆที่หายไปจากห้องโถงของบ้านรอง
หลังจากเข้าห้องแล้วต่างคนต่างแยกย้ายเข้านอน ซ่งอันหลินและซ่งซิ่วหลันนอนห้องเดียวกัน ่นี้อากาศเย็นสบายจึงไม่มีปัญหาเื่ความหนาวเพราะความบางแทบขาดของผ้าห่ม อย่างน้อยก็อีกหลายเดือนกว่าที่หิมะจะตกอีกครั้ง แต่เสื้อผ้าที่มีอยู่นั้นก็แทบเปื่อยจนจะปิดอะไรไม่มิดแล้วนี่สิจะทำยังไงดี ซักแรงก็ไม่ได้มันจะขาดเอา
“ติ๊ง…โฮสต์รับสิทธิ์หมุนกงล้อฟรี1ครั้งต่อการช้อปปิ้งั้แ่10หยวนขึ้นไป กรุณากดตกลงเพื่อทำการเสี่ยงโชค”
เสียงปัญญาประดิษฐ์ดังขึ้นในห้วงจิตของซ่งอันหลินดังขึ้นอาการง่วงนอนแทบหายเป็ปลิดทิ้ง “ตกลง”
มีระบบโปรโมชั่นเสี่ยงโชคหมุนกงล้อฟรีด้วยแม่เ้า…จะเริศไปไหนเนี่ยแม่…เสียอย่างเดียวเจ๊าะแจ๊ะพูดคุยไม่ได้ นี่จะให้ดีแต่ละร้านมีการจัด่ลดราคาหรือนาทีทองได้เนี่ยจะดีมั้ก..
แค่จิตนึกคิดหน้าจอโฮโลแกรมก็ปรากฎร้านค้าแต่ละร้านที่มี่เวลามิดไนท์เซลขึ้นแถบเป็สีทอง บางร้านเสนอสินค้าเป็ระบบสามมิติเสมือนจริง เห้อ…เงินแค่สิบกว่าหยวนจะไปซื้ออะไรได้
“ติ๊ง…ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ท่านได้รับอุปกรณ์ฉายภาพเสมือนจริงระบบสามมิติและเครื่องตัดต่อภาพอัจฉริยะคู่กันจากการสุ่มกงล้อมหาสนุกฟรี”
“…”หืม….จะอดข้าวตายอยู่แล้วจะเอาอุปกรณ์ฉายภาพเสมือนจริงมาทำไมเนี่ย ถึงแม้จะดูไร้ประโยชน์ แต่ก็ช่างเถอะของฟรีแบบนี้ได้มาก็ไม่เสียหลายไหนเข้าไปดูเซ่…
ที่แท้ของฟรีที่ได้รับจากระบบคล้ายกล้องฉายสไลท์แต่เป็ภาพสามมิติสมองกลที่ทันสมัยราคาหลายแสนเลยนะเนี่ย จิ๊ๆๆระบบนี้ใจป้ำใช่เล่นนะ หืม..เด่วนะเครื่องฉายพร้อมกล้องถ่ายภาพและเครื่องปรับแต่งภาพและวีดิโอได้
ฮ่าฮ่าฮ่า….เจอของดีเข้าให้แล้ว….ยายแก่ซ่งหึหึหึ คราวนี้แหละเ้ากรรมนายเวรของหล่อนถือกำเนิดแล้วจ้า…
ซ่งอันหลินกลั้นหัวเราะแทบคลั่ง เธอคิดอะไรดีๆได้แล้ว
……….
บรรยากาศอึมครึมในตระกูลซ่งยังคงตึงเครียด เมื่อถึงเวลาอาหารเช้าป้าสะใภ้เตรียมอาหารไว้เช่นเคยแต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ ย่าซ่งไม่ออกมากินข้าว ข้าวต้มในชามของบ้านรองก็ยังคงเต็มไปด้วยน้ำโหลงเหลง อาหารถูกแบ่ง
แต่ที่แตกต่างไปจากทุกวันก็คือ ซ่งเอ้อเฉินเอื้อมมือไปตักไข่ผัดกุ้ยฉ่ายใส่ในจานของซ่งอันหลินและซ่งซิ่วหลันหน้าตาเฉย
“กินเยอะๆหน่อยเหลือแต่กระดูกแล้วประเดี๋ยวต้องลงนาอีกจะไม่มีแรงเอา” พูดเสร็จก็พุ้ยข้าวต้มในชามของตัวเองเหมือนเป็เื่ที่ต้องทำประจำ คงเป็เพราะไม่มีย่าซ่งคอยกดดันอยู่ซ่งเอ้อเฉินเลยรู้สึกตัวพองขึ้นมาเหมือนโดนสูบลม
ซ่งซิ่วหลันหันมามองหน้าซ่งอันหลินแววตามีความชื่นชมแบบปิดไว้ไม่อยู่ ส่วนซ่งอันหลินแทบจะปรบมือรัวพร้อมกับชูป้ายไฟให้กับพ่อตัวเอง
ทางด้านป้าสะใภ้ทำหน้าเหมือนถูกผีหลอกแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ทำหน้างอส่งสายตามองไปที่ซ่งอันหลินเหมือนจะกินเืกินเนื้อ
หึหึหึ..นี่แค่พี่สาวโผล่มาได้วันเดียวเองนะ วันเดียวจริงๆยังไม่เจอของจริงประเดี๋ยวจะร้องไม่ออก ฮ่าฮ่าฮ่า
ซ่งอันหลินคิดในใจหน้าตาแสดงออกถึงความสุข จนไม่สามารถปกปิดได้
ส่วนหลิวหงเห็นสามีลุกขึ้นมาปฎิวัติก็รู้สึกดีใจวันคืนดีๆใกล้เข้ามาแล้ว แววตาที่มองสามีจึงมีแต่ความชื่นชมเธอต้องเข้มแข็งกว่านี้ลูกสาวทั้งสองของเธอจะได้ไม่อดสูแบบนี้ เธอคิดมาทั้งคืนตายเป็ตายต่อไปนี้เธอจะสู้กับความอยุติธรรมของแม่สามีเพื่อลูกของเธอ
คนเราเมื่อชีวิตมีความหวังร่างกายก็มีพลังจิตใจก็ปลอดโปร่งและส่งผลให้มั่นใจในตัวเองมากขึ้น การกินข้าวเช้าในมื้อนี้เหมือนกับออกสู่สมรภูมิรบก็มิปาน ต้องคาดเดาอารมณ์และสถาณการณ์ต่างๆนานาไว้มากมาย สุดท้ายพอแม่ทัพอย่างซ่งเอ้อเฉินเปิดเกมสังหารโหดกับครอบครัวลุงใหญ่
ป้าสะใภ้ใหญ่เหมือนจะยกธงขาวแบบไม่จำยอมเท่าไหร่ แต่หลิวหงรู้สึกเหมือนเธอรบชนะได้ดินแดนยังไงยังงั้นทั้งๆที่มันก็แค่มื้อเช้าที่มีข้าวต้มน้ำโหลงเหลงกับผัดผักสองจาน
ก่อนที่ทุกคนจะลงไปทำงานเพื่อแลกแต้มซ่งอันหลินก็ได้แอบถ่ายวีดีโอหน้าลุงใหญ่ไว้จนเพียงพอ ส่วนเธอก็ไปช่วยซ่งซิ่วหลันหาผักให้หมูและล้างเล้าหมูและรดน้ำแปลงผักสวนครัวหลังบ้าน
ซ่งอันหลินทำงานจนถึงบ่ายๆเริ่มรู้สึกหิว จึงหยิบซาลาเปาออกมาจากห้องเก็บของในระบบ เลือกไส้หมูสับออกมาแล้วเดินไปยื่นให้กับซ่งซิ่วหลัน
“อะ พี่ให้ ” ซ่งซิ่วหลันตกตะลึงเมื่อเห็นซาลาเปาที่พี่สาวยื่นให้ มือสั่นแล้วทำท่าทางเหมือนหวาดกลัว
“พะ..พี่ไปเอามาจากไหน นี่ซาลาเปาเลยนะพี่ขโมยมาจากในครัวเหรอ” ซ่งซิ่วหลันถามกระซิบเสียงเบา ไม่คิดว่าพี่สาวจะเอามาจากที่อื่นได้นอกจากขโมย เธอเคยเห็นซ่งต้าเกินกับซ่งตงกั่วได้กินซาลาเปาบ่อยๆป้าสะใภ้เคยทำบ่อยแต่เธอไม่เคยได้ััแม้แต่มองก็มีความผิด แล้วนี่…ถึงกับได้กินเลยนะพี่สาวเธอช่างเก่งกาจเหลือเกิน
“ทำไมต้องเรียกว่าขโมยล่ะ ในเมื่อของกินเหล่านี้เป็บ้านเราทำงานแลกแต้มได้มา คนที่ขโมยคือครอบครัวลุงใหญ่ต่างหาก กินซะแล้วอย่าพูดมาก เกิดอะไรขึ้นพี่รับผิดชอบเอง”
ซ่งอันหลินพูดอย่างใจกว้างให้น้องสาวเธอเข้าใจว่าขโมยมาก็ดีแล้ว เธอกำลังคิดหาวิธีใช้ข้ออ้างอะไรดีเพื่อที่จะเอาของกินจากระบบมามากกว่านี้ ขืนอยู่แต่ในหมู่บ้านคงโดนจับได้สักวัน
มื้อกลางวันวันนี้แลกไช่ปิ่งไส้เนื้อให้พ่อกับแม่ได้กินดีกว่า เธอแอบเห็นป้าสะใภ้ห่ออาหารกลางวันให้ลุงใหญ่แต่พ่อกับแม่ของเธอ หึหึหึ..แค่มันเผาสองหัว