บทที่ 14 ความคิดของคนตระกูลเฉิง
เฒ่าเฉิงถลึงตาใส่เพื่อเป็สัญญาณให้นางสงบปากสงบคำ ขณะที่เฉิงเยี่ยนผิงก็กดตัวนางไว้ไม่ให้โวยวาย เฉิงโจวซื่อเลยได้แต่ต้องกัดฟันกรอดด้วยความอดทน
เฒ่าเฉิงมองไปที่ซูชิ่นแล้วพยักหน้าตอบตกลง ก่อนจะเอ่ยว่า "ได้ ตามธรรมเนียมชาวบ้าน เดิมทีก็ควรให้บ้านใหญ่เป็ผู้เลี้ยงดู แต่ข้าขอพูดให้ชัดเจนไว้ก่อน หากในอนาคตเ้าคิดจะแต่งงานใหม่ เช่นนั้นลูกทั้งสองของเ้าก็ไม่สามารถอยู่ที่ตระกูลเฉิงได้ และทุกสิ่งในบ้านจะไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา
อีกอย่าง หากเ้าทำสิ่งใดให้ข้าไม่พอใจ ข้าวของในบ้าน บ้านใหญ่ก็ห้ามสืบทอด หากวันหน้าเ้าก้าวพลาดแม้เพียงนิด ทำให้ตระกูลเฉิงต้องอับอาย ก็อย่าหาว่าข้าไล่เ้าออกจากตระกูลเฉิง!"
ซูชิ่นตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
ทุกสิ่งที่ตระกูลเฉิงมีอยู่ในตอนนี้ ส่วนใหญ่เป็สิ่งที่สามีของเ้าของร่างเดิมหามาได้
นางไม่เสียดาย แต่ลูกทั้งสองมีสิทธิ์ที่จะได้รับสิ่งเหล่านี้ เพราะนี่คือสิ่งที่บิดามารดาของพวกเขาแลกมาด้วยชีวิต นางไม่อยากให้คนตระกูลเฉิงได้ประโยชน์ไป เหมือนกับตัวนางในชาติก่อน
ของของนาง นางยอมบริจาคหรือทำลายทิ้งเสียยังดีกว่า นางจะไม่มีวันยอมให้ 'แม่เลี้ยงใจดี' ของนางได้ประโยชน์ไปเด็ดขาด!
"ในเมื่อกลับมาแล้วก็อย่ามัวยืนบื้ออยู่ข้างนอก เดี๋ยวจะเป็ที่ขำขันของชาวบ้าน!" เฒ่าเฉิงมองซูชิ่นด้วยสายตาที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าห้อง
ซูชิ่นจูงมือเด็กคนละข้างเดินเข้าลานบ้าน จากนั้นก็มุ่งตรงไปยังห้องที่เ้าของร่างเดิมเคยพัก
เฉิงโจวซื่อเห็นท่าทางของนางก็โกรธจนอยากจะเข้าไปขัดขวาง แต่เฉิงเยี่ยนผิงกลับดึงนางไว้
"ท่านแม่ ท่านเลิกโวยวายเถิด ตอนนี้ท่านพ่อกำลังโมโห หากท่านยังก่อเื่อีก ท่านพ่อคงได้ะเิอารมณ์แน่ขอรับ"
"เขาะเิอารมณ์! เขายังมีหน้ามาะเิอารมณ์อีกหรือ! ทำไมเขาต้องตกลงให้นังแพศยานั่นกลับมา? เห็นชัด ๆ ว่านางไม่ได้หวังดี พ่อเ้าช่างเลอะเลือนยิ่งนัก!"
เฉิงโจวซื่อยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ กว่าจะทำให้ทรัพย์สินตระกูลเหล่านี้ตกเป็ของลูกชายของนางได้นั้นไม่ง่ายเลย แต่ตอนนี้พอสามแม่ลูกกลับมา ก็ทำลายแผนการทั้งหมดของนางจนสิ้น
ก่อนหน้านี้ที่นางรีบร้อนจะ 'แต่ง' ซูชิ่นให้กับหลี่ไร้ยางอาย ส่วนหนึ่งก็เพราะเหตุผลนี้
"ท่านแม่ วันนี้มีคนมองอยู่เยอะ ท่านพ่อไม่ให้พวกเขากลับมาก็ไม่ได้ มิเช่นนั้นคนอื่นจะนินทาพวกเราอย่างไรเล่าขอรับ? ท่านพ่อต้องมีแผนในใจแน่ ท่านอย่ารีบร้อนไปเลย ท่านพ่อเ้าเล่ห์ราวกับจิ้งจอกเช่นนั้น จะจัดการซูชิ่นเหนียงไม่ได้เชียวหรือ?" เฉิงเยี่ยนผิงตบหลังนางเบา ๆ
"ข้าจะไม่รีบได้อย่างไร? สถานการณ์ในบ้านตอนนี้ หากพวกเขากลับมาก็เพิ่มปากท้องอีกสามปาก! เฉิงเยี่ยนอันตายไปแล้ว พ่อเ้าก็แก่ตัวลง ต่อไปงานในบ้านส่วนใหญ่ต้องตกอยู่ที่เ้า ข้าเป็ห่วงเ้าต่างหากลูกโง่! ทำแบบนี้ไม่ใช่ว่าเ้าต้องเลี้ยงเมียกับลูกคนอื่นแบบเสียเปล่าหรือ?" เฉิงโจวซื่อร้อนใจจนแทบจะมีฟองสีขาวที่มุมปาก
"ท่านแม่วางใจเถิดขอรับ ข้าไม่เสียเปรียบหรอก ลูกสองคนของนางโตพอที่จะช่วยทำงานได้บ้างแล้ว อย่างไรเสียที่บ้านเราก็ไม่เลี้ยงคนว่างงาน หากอยากกินข้าวก็ต้องทำงาน จะทำมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับท่านเป็คนตัดสิน ส่วนเื่ทรัพย์สินตระกูล... มีข้าอยู่ ใครก็อย่าหวังว่าจะแบ่งไปได้แม้แต่นิดเดียวขอรับ" เฉิงเยี่ยนผิงยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
เฉิงโจวซื่อได้ยินดังนั้น ในใจก็เริ่มสงบลงบ้าง ก่อนจะเอ่ยว่า "ต่อไปเ้าต้องจับตาดูพวกนางให้ดี หากกล้าี้เีก็สั่งสอนให้เข็ดหลาบ!"
ด้านนอกบ้าน หลี่ซื่อมองประตูห้องของบ้านใหญ่ที่ปิดลง นางลูบแผลที่ข้อมือของตนเอง ในดวงตามีความเกลียดชังรุนแรงพาดผ่าน
นังแพศยานี่กลับมาอีกแล้ว!
นางต้องหาวิธีไล่สามแม่ลูกนี้ออกไป ทรัพย์สินตระกูลเฉิงต้องเป็ของลูกชายของนาง นังแพศยานั่นอย่าหวังว่าจะได้ไปแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว อีกทั้งเฉิงเยี่ยนผิง นางก็ต้องจับตาดูให้ดี ห้ามให้นังแพศยานั่นล่อลวงไปได้!
คงเป็เพราะตอนนั้นนางผลักไม่แรงพอ นางควรจะออกแรงให้มากกว่านี้ นังแพศยานั่นจะได้ไม่มีทางรอดชีวิตกลับมา
ซูชิ่นไม่สนใจว่าคนตระกูลเฉิงกำลังวางแผนอะไร หลังจากพาลูกเข้าห้องและวางห่อผ้าลง นางก็มองดูห้องที่รกรุงรังแล้วถอนหายใจยาว
ในห้องนี้รกจนไม่มีที่ให้เหยียบ ไม่รู้ว่าหลังจากเ้าของร่างเดิมจากไปแล้วถูกโจรขึ้นบ้าน หรือคนตระกูลเฉิงแอบเข้ามาค้นก่อนหน้านี้
เื่การจัดห้องเช่นนี้ นางไม่ถนัดจริง ๆ เพราะชาติที่แล้วนางเป็พวกไร้ประโยชน์ที่รอวันตาย เื่เหล่านี้มีคนรับใช้คอยจัดการให้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างต้องพึ่งพาตนเองแล้ว
ช่างเถิด ถือเสียว่าเริ่มเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตตอนอายุยี่สิบกว่าปีก็แล้วกัน
ซูชิ่นถกแขนเสื้อขึ้นแล้วเริ่มจัดของทีละชิ้น โชคดีที่แม้ทักษะจะไม่มี แต่แรงนั้นมีพอสมควร ประกอบกับมีความรู้บางส่วนของเ้าของร่างเดิม การลงมือทำจึงไม่ยากนัก
เยว่เยว่และโจวโจวเข้ามาช่วยพยุงเครื่องเรือนชิ้นเล็ก ๆ ที่ล้มอยู่บนพื้นอย่างรู้ความ
ซูชิ่นหันกลับมามองเ้าตัวเล็กทั้งสอง อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น เด็กสองคนนี้ช่างรู้ความและใส่ใจเหลือเกิน
หลังจากพยุงเครื่องเรือนให้กลับมาตั้งตรงและจัดวางให้เข้าที่ นางก็หันไปหยิบอ่างล้างหน้าออกไปตักน้ำเพื่อนำมาทำความสะอาด
เฉิงเหลียนเซียงกำลังนั่งยอง ๆ ซักผ้าอยู่ที่ข้างบ่อน้ำ เมื่อเห็นซูชิ่นเดินมาก็ส่งเสียงหึในลำคออย่างเ็า แต่ซูชิ่นกลับไม่สนใจนาง เมื่อตักน้ำเสร็จก็เตรียมจะเดินกลับ
เฉิงเหลียนเซียงเห็นซูชิ่นไม่สนใจตน ก็เกิดความโกรธจนอยากจะสาดน้ำใส่นาง
ซูชิ่นปรายตามองอีกฝ่ายอย่างเ็าแล้วเอ่ยว่า "เ้าแน่ใจหรือว่าอยากหาเื่?"
เฉิงเหลียนเซียงนึกถึงความดุดันของซูชิ่นก่อนหน้านี้ก็รีบหดหัวทันที แต่ก็รู้สึกว่าทำแบบนี้ดูไม่มีศักดิ์ศรี จึงส่งเสียงหึอย่างไม่พอใจอีกครั้ง
"เ้าเป็หมูหรือ?"
เฉิงเหลียนเซียงยังตามไม่ทัน จึงได้แต่มึนงง
ซูชิ่นถืออ่างน้ำเดินกลับเข้าห้อง พร้อมกับอธิบายอย่างใจดีว่า "มีแต่หมูนั่นแหละที่ส่งเสียงหึ ๆ ไม่หยุด"
เมื่อเฉิงเหลียนเซียงเข้าใจว่าซูชิ่นกำลังด่าตน ก็โกรธจนยกเท้าถีบอ่างที่วางอยู่ข้าง ๆ จนคว่ำ
ซูชิ่นี้เีจะใส่ใจนาง จึงถืออ่างน้ำกลับเข้าห้องเพื่อเริ่มทำความสะอาด
สามีภรรยาเ้าของร่างเดิมเป็คนขยัน แม้ในบ้านจะยากจนข้นแค้นแต่เฉิงเยี่ยนอันเป็คนมีความสามารถ เขาทำเครื่องเรือนให้ครอบครัวเล็ก ๆ นี้ไว้ไม่น้อย ถึงแม้จะเป็ไม้ธรรมดา ทว่าฝีมือการทำประณีตและแข็งแรง นอกจากนี้บนตู้แต่ละใบยังมีการแกะสลักลวดลาย มองดูแล้วใช้ได้ทีเดียว
ซูชิ่นมองห้องที่จัดจนสะอาดสะอ้านแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ นางตักน้ำเข้ามาล้างหน้าตนเองให้สะอาด แล้วล้างมือและหน้าให้ลูกทั้งสอง จากนั้นก็นอนลงบนเตียงที่ปูด้วยเสื่อไม้ไผ่ ไม่อยากจะขยับตัวอีก
นี่เป็วันที่นางทำงานหนักที่สุดในสองชาติเลยทีเดียว นางรู้สึกเหนื่อยจริง ๆ
เด็กทั้งสองเลียนแบบท่าทางของนาง แล้วนอนขนาบข้างซ้ายและขวา
ซูชิ่นได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำนมจากตัวลูกทั้งสอง ในใจพลันเกิดความรู้สึกสงบขึ้นมา
ดูเหมือนว่า... ชีวิตเช่นนี้ก็ไม่เลวร้ายเสียทีเดียว
ทว่าความสงบนั้นอยู่ได้ไม่นานก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงท้องร้องเสียก่อน
โจวโจวกุมท้อง พลางมองนางด้วยความเขินอาย
"ท่านแม่ ข้าหิวแล้วเ้าค่ะ" เยว่เยว่ก็กุมท้องแล้วมองนางเช่นกัน
เมื่อถูกเตือน ซูชิ่นจึงเพิ่งรู้สึกว่าตนเองก็เริ่มหิวแล้วเช่นกัน
จริงสิ ทั้งเช้าต้องเดินเท้าและพบเจอกับเื่วุ่นวาย ทั้งยังต้องจัดห้องอีก จะไม่หิวได้อย่างไร?
"พวกเ้ารอเดี๋ยว แม่จะไปทำข้าวให้กินเดี๋ยวนี้" ซูชิ่นลุกขึ้นนั่งบนเตียงพลางลูบผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย
"ท่านแม่ ในครัวต้องไม่มีอะไรเหลือแน่ ๆ พวกเราจะกินอะไรกันดีขอรับ?" โจวโจวขมวดคิ้ว
ซูชิ่นเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเสบียงของตระกูลเฉิงถูกเฉิงโจวซื่อกุมอำนาจไว้ทั้งหมด หากนาง้าทำอาหารกินคงไม่ใช่เื่ง่าย
เช่นนี้ควรทำอย่างไรดีนะ?