หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกซูเจี๋ยนชะงักค้างเพราะความอึ้งไปั้แ่ได้ยินคำ ‘ชอบฉันไง’จากอันอี่เจ๋อแล้ว ส่วนฝ่ายอันอี่เจ๋อ ก็ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นแต่หลังจากนั้นกล่าวคำนั้นออกมา สีหน้าของเขาก็กลายเป็เงียบขรึมเ็าดูเหมือนจะหงุดหงิดขุ่นเคืองขึ้นมา
ซูเจี๋ยนเองย่อมไม่มีอารมณ์จะไปใส่ใจเขาเพราะตอนนี้ทั้งคู่มาถึงหอฌาปนกิจเรียบร้อยแล้ว
โถงไว้อาลัยของบ้านเขาหาเจอได้ง่ายมาก และเพราะขาของเขานั้นเดินไม่สะดวกซูเจี๋ยนจึงได้แต่นั่งนิ่งอยู่บนรถเข็น ให้อันอี่เจ๋อพาเขาเข้าไปช้าๆแขกที่อยู่ในโถงไว้อาลัยนั้นล้วนแต่เป็คนที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับครอบครัวของซูเจี๋ยนที่สุดยังมีเพื่อนร่วมงานสองสามคนที่ค่อนข้างสนิทกับซูเจี๋ยน และเพื่อนเก่าสมัยเรียนกลุ่มหนึ่งที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันตอนนี้ พวกเขาแต่ละคนต่างก็มีสีหน้านิ่งขรึมหดหู่พวกพี่น้องที่สนิทกับซูเจี๋ยนมากหน่อยก็ถึงกับมีดวงตาแดงก่ำกันแล้ว
เหนือสิ่งอื่นใด คือครอบครัวของเขาทั้งพ่อแม่ทั้งน้องชาย พอซูเจี๋ยนเข้ามา ก็เห็นว่าพวกเขาล้วนมีคราบน้ำตานองหน้ากันหมดแล้ว
ซูเจี๋ยนได้แต่กำที่วางแขนของเก้าอี้รถเข็นไว้แน่นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
หลังทั้งกลุ่มโน้มกายลงคารวะเป็การไว้อาลัยแล้วทุกคนก็ทยอยเข้ามากล่าวคำอำลาต่อร่างของซูเจี๋ยนกันทีละคน จนถึงรอบของซูเจี๋ยนในที่สุดซูเจี๋ยนก็ได้เห็นสภาพของตัวเองที่นอนอยู่ในโลงศพได้ยินมาว่าเพราะอุบัติเหตุรถชนครั้งนี้ร้ายแรงจนเกินไปร่างเดิมของเขาจึงถูกทำลายอย่างรุนแรงจนมีสภาพน่าสยดสยองมากโชคดีที่ศพนี้ได้ผ่านการจัดการจากคนแต่งหน้าศพมาแล้วยามนี้ร่างของเขาที่นอนอยู่ตรงหน้าจึงยังดูหล่อเหลาเหมือนเคย หากมองเผินๆ ก็ดูเหมือนกับกำลังนอนหลับอย่างสงบอยู่เท่านั้น
นี่ก็คือเขา! นี่ก็คือซูเจี๋ยนเองไง! เห็นชัดๆว่าฉันยังไม่ตายซะหน่อย ฉันยังอยู่ดีตรงนี้ไง!ซูเจี๋ยนรู้สึกเ็ปรวดร้าวจนเหมือนใจจะขาดความรู้สึกนี้ช่างทรมานจนไม่อาจทนรับได้เขายื่นมือออกไปหาร่างที่นอนนิ่งอยู่ตรงหน้าอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้จิติญญาก็อยู่ที่นี่แล้ว ใครจะรู้ถ้าแตะลงไปบนผิวเนื้อแล้วิญญาอาจจะกลับเข้าร่างได้ก็เป็ได้กลับเป็ตัวฉันคนเดิมอีกครั้ง แค่ได้กลับเข้าร่างฉันก็จะได้เป็คนเดิมแล้วไม่ใช่เหรอ? พระเ้า พระอัลเลาะห์พระตถาคตเ้า ทุกพระองค์ขอรับ! ถ้าหากว่าพวกท่านพอจะมีเวลาว่างสักครู่ก็ได้โปรดสำแดงฤทธิ์ออกมาหน่อยเถอะ ขอแค่ให้ผมได้กลับเป็คนเดิมได้ขอแค่ให้พ่อแม่ผมไม่ต้องโศกเศร้าเสียใจขนาดนี้ ผมพร้อมจะยอมทุกอย่างแม้ว่าต่อจากนี้ผมต้องเป็ไอ้ขี้แพ้ไปตลอดชีวิต ผมก็ยินดี!
ทันใดนั้นเสียงอุทานแ่เบาก็ดังขึ้นรอบด้านซูเจี๋ยนที่เหม่อลอยขาดสติไป พลันรู้สึกได้ว่ามือของตัวเองถูกคว้าจับไว้แน่นหลังจากได้สติกลับคืนมาแล้ว เขาก็พบว่ายามนี้ทุกคนกำลังมองเขาด้วยแววตาตื่นตระหนกกลายเป็ว่าเขายื่นมือออกไปโดยไร้สติคิดจะแตะัักับซากร่างที่เหลืออยู่ของตัวเองจริงๆ ก่อนจะถูกอันอี่เจ๋อเอื้อมแขนจากด้านหลังมาคว้ามือเขาไว้ได้ทัน
ซูเจี๋ยนจิตใจยุ่งเหยิงไปหมดแล้วเขารู้ดีว่าตอนนี้เขาเป็แค่คนนอกย่อมไม่มีใครอนุญาตให้เขาแตะซากสังขารที่เหลืออยู่ตรงหน้านี้แน่แต่หากการที่จิติญญาและร่างกายได้ัักันแล้วทำให้เขาได้กลับเข้าร่างเดิมได้จริงๆล่ะ? ถ้าเขาไม่ทดลองดูแล้วจะรู้ได้ยังไงกัน?
ซูเจี๋ยนรู้แค่ว่าเขาจะยอมถอยไม่ได้แล้วเพราะหากว่าหลังจากนี้ ซากสังขารของเขาผ่านการฌาปนกิจไปแล้วถึงตอนนั้นต่อให้มีวิธีการอื่น ก็ย่อมไร้ค่าโดยสิ้นเชิง!
อุตส่าห์ดั้นด้นมาจนถึงที่นี่แล้วซูเจี๋ยนไม่ยอมกังวลอะไรให้มากความอีก เขาต้องคว้าโอกาสนี้ไว้! ซูเจี๋ยนสะบัดมืออันอี่เจ๋อออกอย่างแรงแล้วกระโจนเข้าใส่ซากร่างตรงหน้าอย่างกล้าหาญ พลางส่งเสียง ‘อ๊า!’ออกมาพร้อมด้วยน้ำตาร่วงรินเป็สาย
เพราะเื่ราวเกิดขึ้นอย่างกะทันหันอีกทั้งซูเจี๋ยนยังทุ่มแรงกระโจนเข้าไปอย่างสุดกำลัง อันอี่เจ๋อและคนอื่นๆไม่อาจจะตอบสนองได้ทันเวลา จึงไม่มีใครหยุดเขาได้ทำให้เขาจับมือของซากร่างตรงหน้าได้สำเร็จ หลังจากนั้นความโกลาหลวุ่นวายก็บังเกิดคนที่กรีดร้องก็กรีดร้องดังลั่น คนที่ด่าทอก็ด่าทอไม่หยุดปากส่วนคนที่คว้าจับเขาได้ก็รีบดึงตัวเขาออกไปห่างๆทว่าซูเจี๋ยนกลับไม่รับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้แม้แต่น้อย
สิ่งเดียวที่เขารับรู้ได้ก็คือ——มือที่ได้ัันั้นเย็นเยียบอย่างยิ่งนอกจากความเย็นเยียบแล้วก็ไม่มีความรู้สึกอื่นใดแม้แต่น้อย
จิติญญาของเขาก็ได้ัักับร่างกายตัวเองแล้วทว่าทุกอย่างก็ยังสงบนิ่งอยู่เช่นเคย เขายังนั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นของตัวเองซากศพก็ไม่มีทีท่าว่าจะเด้งผึงขึ้นมาแต่อย่างใด
ซูเจี๋ยนพลันรู้สึกสิ้นหวังถึงขีดสุด
เขากลับไปไม่ได้แล้วจริงๆ!
เขาไม่รู้ว่าระหว่างตกตายไปอย่างเงียบงันกับฟื้นตื่นขึ้นมาเป็ภรรยาของคนอื่นทั้งยังไม่อาจแสดงออกว่ายอมรับหรือจดจำความสัมพันธ์ใดๆกับเพื่อนหรือครอบครัวของตัวเองได้ ที่แท้แล้ว แบบไหนเลวร้ายกว่ากันแน่
ดังนั้น ยามที่อันอี่เจ๋อจ้องมองอีกฝ่ายที่เขามองเห็นก็คือหญิงสาวผู้มีสีหน้าสิ้นหวังเหม่อลอย แววตาขมขื่นโศกเศร้าทั้งยังมีน้ำตาสองสายไหลรินลงมาจากดวงตาแดงก่ำ......
อันอี่เจ๋ออึ้งงันไปคิ้วเข้มกลับไปขมวดเข้าหากันแน่น ขณะที่กำลังจะอ้าปากพูดเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็ญาติผู้ตายที่ยืนอยู่ด้านข้างก็พลันเอ่ยปากถามขึ้นมาเสียก่อน: “สวัสดี เอ่อ ขออนุญาตนะครับ คุณเป็แฟนของพี่ชายผมเหรอ”
แน่นอนว่า คนถามก็คือน้องชายของซูเจี๋ยนนั่นเอง
ซูเจี๋ยนจ้องมองเ้าเด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมตรงหน้าอย่างเอาจริงเอาจังน้องชายของเขา ‘ซูเจี๋ย’ปีนี้เป็นักศึกษามหาวิทยาลัยปีที่สอง แม้ว่าทุกๆวันพวกเขาจะชอบโต้เถียงแย่งกันดึงดูดความสนใจจากแม่เหมือนเด็กๆ แต่อันที่จริงแล้วซูเจี๋ยนรักน้องชายคนนี้มาก ระหว่างพี่น้องมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดอย่างแท้จริงตอนนี้ ดวงตาของเ้าเด็กซูเจี๋ยนี่แดงก่ำราวกับตากระต่ายมองแวบเดียวก็รับรู้ได้ว่าต้องผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงจนน้ำตาแทบจะเป็สายเืซูเจี๋ยนรู้ดี เพราะคิดว่าเขาตายไปแล้ว น้องชายจึงได้โศกเศร้าเสียใจขนาดนี้ตอนนี้ตัวเองก็ยืนอยู่ตรงหน้าน้อง ไม่สิ นั่งอยู่ตรงหน้าน้องแล้วต่างหากแต่กลับไม่อาจแสดงตัวออกไปได้ว่าเป็เขาเอง สภาพการณ์เช่นนี้อยากให้ขมขื่นมากเท่าไหร่ก็ขมขื่นได้มากเท่านั้นอยากให้ย้อนแย้งมากเท่าไหร่ก็ย้อนแย้งได้มากเท่านั้น!
เพียงแต่คำถามของซูเจี๋ยนี้ช่างยากจะตอบกลับอยู่บ้างลักษณะอาการที่เขาแสดงออกในยามนี้ เห็นชัดๆว่าดูคล้ายคนที่เศร้าโศกเพราะคู่รักของตัวเองตายไป ทว่าปัญหาใหญ่ก็คือตอนนี้ที่ด้านหลังเขายังมีสามีตัวจริงยืนจังก้าอยู่ หากลำพังแค่ซูเจี๋ยนคนเดียว เขาก็คงสามารถโกหกออกมาสักหลายประโยคเพื่อกลบเกลื่อนสถานการณ์ให้แเีได้บ้างแต่ตอนนี้ ถ้าภรรยาที่แต่งงานหมาดๆได้แค่เดือนเดียวกลับมาพูดว่าตัวเองเป็แฟนสาวของคนอื่นต่อหน้าต่อตากลับไปอันอี่เจ๋อจะไม่บีบคอเขาตายหรือ?
ขณะที่เขายังตกอยู่ในห้วงภวังค์ เสียงทุ้มของอันอี่เจ๋อก็พลันดังขึ้นจากทางด้านหลัง: “ไม่ใช่”
--------------------------
แฟนเพจ‘Akanirawan’ https://bit.ly/3gBu94T
ได้รับลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย