แสงแดดส่องแสงจนแยงตายามบ่ายแก่่เวลาที่นักเรียนมัธยมส่วนใหญ่เลิกเรียนบางส่วนก็เลือกจะกลับบ้าน บ้างก็เลือกจะไปเที่ยวเตร่หรือบางรายอาจไปทำงานพิเศษมันกลับไม่อยู่ในความสนใจเท่าไหร่
เอาเข้าจริงแล้วเขาก็แทบจะหลับให้กับการเรียนทั้งวัน
การทำเช่นนี้ไม่ใช่เื่ที่สมควรในฐานะนักเรียนเท่าไหร่ยิ่งกับคนที่ย้ายเข้ามาเรียนที่นี่ได้ไม่ถึงเดือนด้วยแล้วแต่มันช่วยไม่ได้เพราะนอนไม่พอความง่วงจึงสะสมเมื่อรวมกับเสียงขับกล่อมของครูประจำวิชาสุดท้ายเขาก็สัปหงกไปในที่สุด
ผมสีน้ำตาลยาวยุ่งเหยิงจนแทบไม่เป็ทรงเพราะการอาศัยโต๊ะเป็หมอนดวงตาสีดำเื้ักรอบแว่นปรือเพราะยังเรียกสติกลับมาได้ไม่ครบนั่นทำให้เขาตั้งใจจะไปห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาเสียหน่อย
ทันทีที่ไปความรู้สึกอยากจะถอนเท้ากลับก็ผุดขึ้นมาในหัว
คนรุ่นราวคราวเดียวกันจำนวนราวหกคนกำลังจับกลุ่มกันในห้องน้ำแค่หน้าตาและท่าทางก็บอกแล้วว่ามีปัญหาสายตาหลายคู่จ้องมองมาทางคนที่เปิดประตูเข้าไปอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือชวนให้เขาถอยทัพแล้วหนีออกไปจากที่นี่
“ เอ่อ ผมกำลังง่วงเลยเบลอๆไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเพราะงั้นตามสะดวก ” ไม่รอให้ทางนั้นพูดอะไรเขาชิงออกปากก่อนตามมาด้วยการปิดประตูและจ้ำอ้าวออกจากบริเวณนั้นโดยพลัน
การจับกลุ่มกันในห้องน้ำมันมีได้หลายกรณีั้แ่เื่เล็กน้อยอย่างการแอบสูบบุหรี่ไปจนถึงอาชญากรรมระดับใหญ่ที่ไม่ว่าจะเป็อย่างไหนเขาก็ไม่อยากเกี่ยวข้อง ทางที่ดีที่สุดคือเดินออกจากบริเวณนั้นและทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นไปเสีย
ความตั้งใจคือเดินออกจากที่นี่แล้วลืมเื่ที่เห็นอาจต้องหลบหน้าเวลาเจอเ้าพวกนั้นอีกสักพักพวกมันก็คงจะลืมแล้วเขาก็กลับไปใช้ชีวิตเป็นักเรียนจอมี้เีได้เหมือนปกติ
วินาทีนั้นเขากลับได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังแว่วมาจากห้องน้ำ
เสียงการสนทนาของพวกนั้นถ้าตั้งใจฟังเขาก็พอจะได้ยินเหมือนพวกมันกำลังคุยเื่บ้าอะไรสักอย่างที่ฟังไม่ค่อยได้ศัพท์มันก็คงไม่มีอะไรถ้าไม่มีเสียงใสที่เหมือนจะเป็เด็กอายุน้อยกว่านั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาชะงักฝีเท้า
สายตาตวัดมองไปยังทิศที่ตนพึ่งจากมาตามจริงเขาไม่สมควรไปยุ่งเขาเป็แค่นักเรียนธรรมดาที่ไม่มีอะไรสักอย่างไม่มีทางสู้พวกนั้นที่มีจำนวนมากกว่าได้ไม่ต้องพูดถึงว่านั่นคือนักเลงหัวไม้ที่น่าจะชำนาญในด้านนี้แล้วไม่รู้ทางนั้นมีอาวุธหรือไม่
การเอาตัวเข้าไปอยู่ในวังวนของปัญหามีเพียงคนบ้าเท่านั้นที่ทำกันตนก็ไม่ได้อยู่ในสถานะจะมีเื่กันใครได้หรือต่อให้มีเื่กันจริงมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับเขาเอาตัวเข้าไปยุ่งรังแต่จะมีคนด่าว่าโง่เปล่าๆ
รู้แก่ใจหากพอได้ยินเสียงใสที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆแล้วเขาก็ได้แต่เดินย้อนกลับไปในทิศทางเดิมแล้วเปิดประตูห้องน้ำนั้นเข้าไป
“ ที่นี่มันห้ามสูบบุหรี่นะป้ายก็บอกอยู่ทำไมพวกคุณถึงไม่ทำตามล่ะ ”
“ อะไรของแกวะไอ้เปี๊ยกมาเสือกห่าอะไรด้วยเนี่ย ” เป็ไปตามคาดแทนที่ในห้องน้ำจะมีแค่บรรดาพวกที่รวมก๊วนยามนี้กลับมีร่างเล็กๆร่างหนึ่งยืนอยู่ด้วย
จากขนาดตัวดูแล้วคงยังไม่ทันพ้นชั้นประถมดีหากชุดที่สวมบ่งบอกว่าเ้าตัวน่าจะอยู่ชั้นมัธยมต้นแต่ไม่ว่าจะเป็แบบไหนเมื่อเทียบขนาดตัวของเด็กคนนี้กับพวกที่กำลังคาบบุหรี่มันก็ห่างไกลจากคำว่าสมดุลอยู่มากโข
ขืนมีเื่กันไม่ต้องคิดให้เสียเวลามีหวังเด็กคนนี้ไปเืตกยางออกเป็แน่
“ ใจเย็นๆก่อนพี่ชายทั้งหลาย น้องคนนี้เขาอาจจะแค่หลงทางมาเท่านั้นไม่มีอะไรหรอกเอาเป็ว่าผมขอโทษแทนแกก็แล้วกัน ”
“ จะขอโทษเ้าพวกนี้ทำไมเล่าทางนั้นต่างหากที่ต้องขอโทษก็พวกนี้เป็ฝ่ายผิดไม่ใช่เหรอ ” การโต้แย้งของร่างเล็กทำเอาคนฟังรู้สึกน้ำตาจะไหลทั้งที่อยากให้มันจบเื่โดยไวแต่เหมือนจะไม่เป็แบบนั้น
“ ปากแบบนี้อยากมีเื่ใช่ไหมวะหาไอ้เปี๊ยก ”หนึ่งในกลุ่มนั้นตั้งท่าจะมาเอาเื่หากร่างทางด้านหลังก็ไม่มีทีท่าหวั่นเกรงสายตาจ้องไปยังคนโตกว่าเหมือนไม่รับรู้การคุกคามใดๆ
“ เอาน่าพี่ชายเื่เท่านี้เองอย่าไปโกรธน้องชายคนนี้เลยแล้วกันถือซะว่าผมขอล่ะนะ” มือยกขึ้นยอมแพ้พร้อมการก้มหัวปลกๆท่าทางที่ไร้ศักดิ์ศรีแต่มันคือสิ่งที่ทำให้จบปัญหาได้เร็วที่สุด
มันไม่ได้ทำให้ทางนั้นเย็นลงเสียเท่าไหร่สังเกตจากแววตาก็รู้เด็กที่เขาพยายามช่วยเองก็เหมือนจะไม่ค่อยพอใจและดันหลังของเขาอยู่ตลอดเพิ่มความลำบากใจให้คนกลางมากขึ้นไปอีก
“ อะ เอ่อ งั้นพวกเราไม่รบกวนแล้ว ขอตั... ”
“ เดี๋ยวเด่ะ ” ปากไม่ว่าเปล่ามือเอื้อมมากระชากไหล่ของเขาไว้แรงบีบจนคนโดนเหงื่อตกหากเ้าตัวก็ยังคงพยายามกันร่างของคนเด็กกว่าไม่ให้พูดอะไรมากไปกว่านี้ “ มาหาเื่แล้วคิดจะเดินหนีกันไปง่ายๆงั้นเรอะ? ”
“ แล้วจะให้ผมทำอะไรล่ะ ” แรงที่กดลงมาบนไหล่หนักหน่วงไม่ใช่เล่นยืนยันถึงความแข็งแรงของทางนั้นแต่มันก็คล้ายจะข่มขู่เขาไปในตัวเช่นกัน
“ จ่ายค่าเสียเวลามาสิวะ ” เป็เสียงชายอีกคนที่อยู่ด้านหลังพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมจุดประสงค์ที่แสนเรียบง่ายจนคนโดนขู่อยากจะถอนหายใจ
“ โอเค ถ้าผมให้เงินแล้วก็ถือว่าจบไปแล้วกันนะ” กระเป๋าตังค์ถูกล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกงไม่ทันจะได้ทำอะไรมันก็ถูกกระชากก่อนพวกมันจะหยิบเงินทั้งหมดที่อยู่ด้านในออกมา
“ ชิ มีน้อยจริงวะ กระจอกเป็บ้า ” กระเป๋าที่ถูกหยิบไปถูกขว้างลงถังขยะเหมือนไม่ได้สนใจสิ่งใดภาพที่เห็นเอาคนที่ถูกช่วยเริ่มโมโหหากไม่ทันได้ทำอะไรร่างเล็กก็ถูกดึงให้ออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว
อาศัยจังหวะที่ทางนั้นให้ความสนใจกับกระเป๋าตังค์รู้ตัวอีกทีพวกเขาก็วิ่งหนีมาไกลลิบถ้าเกิดการวิ่งกวดมีโอกาสสูงที่พวกเขาจะหนีไม่ทันก็จริงแต่ทางนั้นก็พึ่งจุดบุหรี่บวกกับพอใจที่ได้เงินทำให้ค่อนข้างแน่ใจได้ว่าจะไม่มีเื่ทำนองนั้นเกิดขึ้น
“ ฮู้ว หนีได้ทันหวุดหวิดเจอแบบนี้ก็ไม่ไหวแฮะ ” หลังแน่ใจว่าทางนั้นไม่ตามมาเขาก็เป่าปากอย่างโล่งอกหากไม่ทันได้ทำอะไรมือของคนที่เขาลากมากลับสะบัดออก
“ ทำไมไม่สู้กับเ้าพวกนั้นล่ะเ้าพวกนั้นทำผิดนี่นาไม่สู้ไม่พอยังยอมพวกนั้นแถมยังให้เงินพวกมันไปอีก ใช้ไม่ได้เลย!! ”
“ ถ้าผมไม่ทำแบบนั้นคุณเละคาเท้าเ้าพวกบ้านั่นแล้วนะครับอีกอย่างนั่นไม่เรียกให้ผมถูกไถต่างหาก ” แตกต่างจากอาการกระฟัดกระเฟียดของเด็กชายคนมองกลับรู้สึกสงบนิ่งเหมือนกับมันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรนัก
การช่วยใครสักคนโดยไม่ได้รับคำขอบคุณแถมยังถูกโต้มาเป็การด่าทอถามว่าไม่พอใจไหมมันก็ใช่แต่ก็พอจะเข้าใจจากมุมมองของเด็กคนนี้เขาจึงไม่ได้ว่าอะไร
มาตอนนี้เองเขาพึ่งได้มีเวลามองชัดๆร่างที่เขาช่วยไว้เป็เด็กชายคนหนึ่งดูจากผิวพรรณและเข้าหน้าแล้วน่าจะเป็เชื้อสายเอเชียเส้นผมสีน้ำตาลดำมาตรฐานสิ่งที่ผิดแผกคงเป็ดวงตาสีเขียวสดเหมือนใบไม้ที่แปลกตา
ด้วยความที่อายุยังน้อยส่วนสูงจึงเท่ากับไหล่ของเขานอกจากเสียงที่ไม่แตกหนุ่มไหล่ก็ยังเหมือนไม่ผายแถมเค้าหน้ายังออกไปทางน่ารักแทนที่จะเรียกว่าเด็กมัธยมต้นมองจากภายนอกแทบจะเป็เด็กประถมด้วยซ้ำ
อาการไม่พอใจของเด็กชายยังคงอยู่เหมือนจะหัวเสียน่าดูที่ถูกลากออกมาจากที่ตรงนั้นเสียก่อนน่าแปลกที่พอเห็นแบบนั้นมันทำให้เขาอดหัวเราะไม่ได้
“ ผมรู้ว่าคุณคงไม่ค่อยพอใจทั้งที่ตัวเองทำถูกแต่ทำไมกลายเป็ตัวเองเป็ฝ่ายผิดแต่ว่าการจะทำอะไรแบบนั้นบางทีมันก็ต้องรอดูจังหวะเอาไว้หน่อยนา ”
“ ไม่เห็นเกี่ยวเลยก็พวกนั้นทำผิดกฎชัดๆแล้วทำไมเราถึงจัดการพวกนั้นไม่ได้ล่ะ ”
“ แต่หน้าที่พวกนั้นเป็ของอาจารย์หรือไม่ก็พวกกรรมการรักษาระเบียบไม่ใช่เหรอ?เราไปจัดการเขาสุ่มสี่สุ่มห้าเดี๋ยวก็โดนดีมาจนได้ ” แล้วก็เกือบโดนมาแล้วด้วยถ้าไม่ใช่เพราะเขาเข้าไปขวางเอาไว้
“ เรียกคนพวกนั้นมาไม่ทันหรอกแถมเรียกไปบางทีก็ไม่ทำอะไรอยู่ดี ” สีหน้าของคนเด็กกว่าหงอยลงเล็กน้อยจนทำให้คนมองได้นิ่งไปครู่หนึ่ง
อย่างที่เ้าตัวเล็กนี่ว่าบางครั้งเรียกใครมาดูก็ใช่จะได้ผลคนพวกนั้นบางทีก็คร้านจะใส่ใจถ้าเป็อาจารย์บางรายก็คร้านจะเข้ามายุ่งหรือแย่กว่านั้นคือเมินเฉยเพราะห่วงความปลอดภัยของตัวเอง
ก็ใช่จะไม่เข้าใจคนพวกนั้นว่ามันเป็งานนอกเหนือหน้าที่แถมเหมือนเอาตัวมาเสี่ยงสำเร็จก็ไม่ได้อะไรถ้าพลาดหรือไม่เป็ตามที่คิดก็มีแต่จะเสีย สุดท้ายคนพวกนั้นเลยเลิกทำหน้าที่ผู้ใหญ่ไปโดยปริยาย
“ ผมเองก็ใช่จะไม่เข้าใจความรู้สึกนะทั้งที่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำแล้วไหงคนรอบตัวถึงได้บอกกันนักก็ไม่รู้ว่ามันเป็สิ่งที่ผิดก็ไม่รู้ ” คนสวมแว่นย่อตัวลงไปคุยกับเด็กชายลดความต่างของส่วนสูงเพื่อจะคุยได้ง่ายขึ้น “ แต่ว่าคุณเองก็ใช่จะไม่รู้นะครับถ้าพวกนั้นเอาเื่ขึ้นมาไม่ว่าจะทางไหนก็ลำบาก ”
ถ้าเกิดเื่ชกต่อยขึ้นมาอย่างไรก็มีปัญหาแพ้ก็ไม่ต้องพูดถึงคงโดนรุมกระทืบจนเละหรือต่อให้ชนะปัญหามันก็ไม่ได้จบลงง่ายดายเสียเมื่อไหร่พอคิดได้แบบนั้นมันก็ทำให้เด็กชายเริ่มหงอ
“ ขอบคุณที่มาช่วย แล้วก็ขอโทษครับ ” น้ำเสียงอ่อนลงอันที่จริงก็ควรจะเป็แบบนั้นมองอย่างไรคนๆนี้ก็อุตส่าห์ช่วยตนเอาไว้นอกจากจะไม่ขอบคุณแล้วยังเผลอทำตัวแบบนั้นใส่อีก
“ ไม่เป็ไรหรอกครับแค่เข้าใจก็ดีแล้วล่ะจริงสิยังไม่ได้แนะนำตัวกันเลย ผมดีแลนท์ เดสคาร์อยู่ชั้นมัธยมปลายปีสอง ”
“ ทาคิซาวะ มิโคโตะครับอยู่ชั้นมัธยมต้นปีหนึ่ง ยินดีที่ได้รู้จัก ” การค้อมหัวเล็กน้อยเป็รูปแบบการทักทายของทางตะวันออกท่าทางสุภาพเรียบร้อยผิดกับเมื่อครู่จนดูราวกับเป็คนละคน
“ แล้วทาคิซาวะมีธุระอะไรที่นี่ล่ะครับหลงทางหรือมาหาใครงั้นเหรอ? ” ตึกเรียนของสองชั้นเรียนนั้นแยกกันจึงเป็เื่น่าแปลกที่เห็นเด็กชายมาป้วนเปี้ยนที่นี่
“ ผมมารอ... อ๊ะ พี่มาโคโตะ ” สายตามองผ่านตัวเขาไปทางด้านหลังจนทำให้เขาหันไปมองตามก่อนพบว่าทางด้านหลังของตนที่เคยว่างเปล่ามีใครคนหนึ่งยืนอยู่
อายุอานามน่าจะรุ่นเดียวกันต่างกันตรงที่ความสูงของทางนั้นมากกว่าดวงตาสีเทาเพ่งมองจาก้าแต่ที่ชวนให้สะดุ้งคือสายตาคมกริบที่พร้อมจะมีเื่ได้ทุกเวลา
“ มิโคโตะพี่บอกแล้วไงว่าให้รอที่ตึกของเราเดี๋ยวพี่ไปหาเองว่าแต่มีเื่อะไรหรือเปล่า ” อาจเหมือนพูดกับน้องชายในความจริงไม่ใช่สายตาพุ่งตรงมาเสียจนทำให้คนโดนจ้องเหงื่อตก
ชักไม่แน่ใจแล้วว่าตกลงไอ้พวกที่มั่วสุมในห้องน้ำกับกับคนผู้นี้ฝ่ายไหนอันตรายกว่ากัน
“ พี่ชายคนนี้ชื่อดีแลนท์เมื่อกี้มีปัญหานิดหน่อยแต่พี่เขาก็ช่วยผมไว้น่ะ” ผิดกับคนเด็กกว่าที่วิ่งเข้าไปหาด้วยความเริงร่าทั้งยังพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ ขอบคุณมากแล้วกัน ทาคิซาวะมาโคโตะเป็พี่ชายของเด็กคนนี้ ” มาถึงตรงนี้จริงๆไม่ต้องแนะนำตัวก็ได้แต่ตามมารยาทเป็สิ่งควรทำ“ ไม่ยักกะคุ้นหน้าเท่าไหร่พึ่งย้ายเข้ามางั้นรึ? ”
“ อะ ครับ ดีแลนท์ เดสคาร์ครับ ผมพึ่งมาเรียนที่นี่ได้ไม่ถึงครึ่งเดือนจะไม่คุ้นหน้าก็ไม่แปลกส่วนเื่ที่ผมช่วยไม่ต้องขอบคุณหรอกจะปล่อยให้เด็กคนหนึ่งเผชิญหน้ากับก๊วนนักเลงตัวคนเดียวยังไงผมก็ทำไม่ได้จริงๆ ” เหมือนเป็สัญญาณเท่านั้นเองสายตาของคนเป็พี่ชายก็เหลือบมองมาทางน้องของตน
“ กะ ก็พวกนั้นทำผิดนี่นา ” น้ำเสียงของเด็กชายสั่นเล็กน้อยต่างจากความฉะฉานยามคุยกับเขาดูแล้วท่าทางจะเกรงพี่ชายคนนี้พอสมควร
“ เอาไว้เดี๋ยวพวกเราไปคุยกันที่บ้านอีกที ”จากอาการเหมือนจะค่อนข้างมีปัญหาหากนั่นไม่ใช่อะไรที่ของคนนอกอย่างเขา“ ว่าแต่เดสคาร์ท่าทางจะพึ่งย้ายเข้ามาอยู่เมืองนี้ไม่นานสินะ”
“ ทำไมถึงรู้ล่ะ? ”
“ ก็หลายๆอย่างแต่ขอเตือนในฐานะของคนที่อยู่ที่นี่มาก่อนถ้ามีตัวเลือกอื่นก็อย่ามาที่นี่เลยหรือถ้าไม่มีที่ให้ไปแล้วก็พยายามอย่าสร้างปัญหาอะไรที่นี่แล้วก็อย่าออกไปนอกบ้านตอนกลางคืนมากนักแล้วกัน ” การเตือนที่ทำให้คนฟังได้แต่กระพริบตาปริบๆหากทางนั้นก็ไม่ได้ชี้แจงอะไรเพิ่ม
“ ว่าแต่เื่เงินของคุณดีแลนท์เนี่ย เอ่อ ”
“ ไม่เป็ไรหรอกครับมันก็ไม่ได้มากมายอะไรขนาดนั้นจบปัญหาได้อย่างสันติวิธีและไม่มีเื่ก็ถือว่าดีแล้ว ” มือไม้โบกคล้ายจะบอกว่ามันไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไร
ตรงข้ามกับคนฟังทันทีที่ได้ยินเื่เงินเข้ามาเกี่ยวข้องสายตาของคนโตกว่าก็หันไปหาเด็กชายอาจไม่ได้เอื้อนเอ่ยหากมันก็เหมือนจะคาดคั้นสิ่งนั้นทำเอาร่างเล็กเหงื่อตกอย่างไม่อาจเลี่ยง
“ อะเวลาขนาดนี้แล้วงั้นผมขอตัวก่อนดีกว่าพอดีผมมีที่ๆต้องไปนิดหน่อย ไว้เจอกันนะครับ ”
ไม่รอให้ใครพูดอะไรเขาก็รีบเดินออกมาครึ่งหนึ่งเพราะคิดว่าตนหมดหน้าที่ในเมื่อเด็กชายบรรลุเป้าหมายที่มาหาพี่ของตนเขาก็ไม่ควรเข้าไปขัดถึงเ้าพวกนั้นจะมาหาเื่อีกจากท่าทางเอาเื่ของคนชื่อมาโคโตะคงพอจัดการได้
และอีกอย่างไอ้ที่ว่ามีธุระของเขาเองนั้นมันก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่หยิบขึ้นมาลอยๆเสียเมื่อไหร่
ความมืดเริ่มมาเยือนกลางคืนเป็่เวลาที่คนส่วนมากต่างนอนหลับหลังจากเหนื่อยล้าในการทำงานยามกลางวันแต่ก็มีกลุ่มคนบางประเภทที่ใช้ชีวิตอยู่ใน่ค่ำคืนกลุ่มที่ใช้่เวลาไร้ผู้คนหรือยากต่อการพบเห็นทำในสิ่งที่ไม่สมควร
แน่นอนว่าคนประเภทนั้นก็มีอยู่ในทุก่เวลา
คนกลุ่มหนึ่งเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอยลัดเลาะไปอย่างชำนาญในมือมีไม้เบสบอลหรือไม้หน้าสามกันแทบทุกรายราวกับเป็สัญลักษณ์ว่ากำลังจะไปมีเื่กับใครบางคน
“ มันน่ารำคาญก็ตรงนี้แหละทำไมเราต้องหลบๆซ่อนๆแบบนี้ด้วยวะ”
“ ตอนนี้พวกตำรวจตรวจตราหนักขึ้นนะเว้ยโดนตรวจฉี่ขึ้นมาจะซวยนี่ยังไม่รวมไอ้พวกบ้าที่ชอบมาป้วนเปี้ยนตอนกลางคืนอีก ”
“ นี่กลัวไอ้ตัวประหลาดพวกนั้นเหรอวะ?ไหนจะนินจาไหนจะอัศวินทำอย่างกับเป็พวกปัญญาคอสเพลย์ไปได้นั่นมันก็แค่พวกนักข่าวตีโพยตีพายกันเท่านั้นแหละ ลองมาดูเดะพ่อจะหวดให้หัวแบะเลย ”ไม้เบสบอลเหล็กในมือขยับไปมาเหมือนเตรียมจะทำตามที่พูด
“ จะรอดูแล้วกันเกิดเจอขึ้นมาอย่าหนีหางจุกตูดล่ะห่า” เสียงหัวเราะร่วนดังขึ้นราวกับทั้งกลุ่มไม่ได้กลัวในตัวตนพวกนั้นเสียเท่าไหร่
“ ว่าไปไอ้แว่นเมื่อเย็นนั่นน่ารำคาญเป็บ้าเข้ามาขวางทำห่าอะไรไม่รู้จะตบกะโหลกเด็กสั่งสอนสักหน่อย ” เหตุการณ์เมื่อตอนเย็นที่โดนขัดอารมณ์ผุดขึ้นมาในหัวแน่นอนว่าแต่ละคนย่อมมีปฏิกิริยาต่างกันไป
“ เงินที่พกไว้แม่งก็มีนิดเดียวเห็นว่าหน้าตาเหมือนคนมีเงินทั้งตัวดันมีไม่ถึงยี่สิบเหรียญด้วยซ้ำแถมบัตรอะไรก็ไม่พกไว้สักอย่าง ”
“ แม่งคงตั้งใจจะทำงี้แต่แรกแล้วมากกว่าเห็นยื่นกระเป๋าให้เราง่ายๆแล้วลากเด็กเวรนั่นไปเลยเจอกันคราวหน้าจะกระทืบให้หน้าแหกสักที ” เสียงเออออดังคลอตามเหมือนเป็การตอบรับความคิดของคนพูด
การพูดคุยไร้สาระเป็การกระทำแก้เบื่อเหมือนดั่งทุกครั้งเพราะการใช้ทางอ้อมทำให้ไปถึงสวนสาธารณะใช้เวลาการคุยเล่นจึงเกิดขึ้นเป็เื่ธรรมดา
ไม่ได้หมายความว่าครั้งนี้มันจะเหมือนเดิมไปเสียทั้งหมด
เบื้องหน้าที่สมควรจะโล่งว่างมีเพียงถังขยะหรือข้าวของเล็กๆน้อยๆตั้งอยู่กลับปรากฏคนผู้หนึ่งร่างที่ชุดฮู้ดสีเทาและหน้ากากสีแดงจนเด่นเป็สง่าในความมืดชุดที่สวมเป็ชุดลำลองเต็มไปด้วยกระเป๋าแปลกตาหากมันทำให้บรรดาวัยรุ่นต่างสบถ
“ เอาอีกละไอ้พวกคอสเพลย์คิดว่าแต่งชุดเท่ๆแล้วมันจะทำให้สู้กับคนเยอะกว่าได้หรือไงวะ ” แทนที่จะหวาดกลัวหนึ่งในพวกนั้นกลับรู้สึกขบขันมากกว่า เมืองนี้มีไม่น้อยพวกที่แต่งชุดบ้าๆตอนกลางคืนแล้วทำเหมือนตัวเองเก่งสุดท้ายก็ตายมานักต่อนัก
“ เหอะๆ แบบนี้ก็ไม่ต้องไปถึงสวนสาธารณะเริ่มจากแกก่อนนี่แหละ!! ” ไม้หน้าสามถูกหวดเข้าใส่ร่างที่อยู่ตรงหน้าความเร็วในการเหวี่ยงไม้ไม่ธรรมดาท่วงท่าก็ถูกต้องนับเป็การหวดไม้ที่แทบจะเชิญไปเป็นักกีฬาได้เลย
แน่นอนว่าก็แค่เพียงนักกีฬาที่สมควรจะใช้ความสามารถบนสนามที่มีกติกาเท่านั้น
เท้าก้าวประชิดลบระยะห่างที่เคยมีตามมาด้วยแขนที่ตรงเข้ากระแทกใส่ด้ามแรงปะทะหยุดยั้งการหวดฟาดเอาไว้อย่างง่ายดาย
วินาทีที่รู้ว่าผิดท่าร่างกลับถูกกระชากให้ก่อนหมัดจะถูกซัดเข้าใส่ขมับแรงต่อยจนหัวกระแทกกับกำแพงด้านข้างตามมาด้วยเท้าที่กระแทกใส่ชายโครงส่งร่างของมันลงไปกองกับพื้น
“ เกรนไอ้หอกเอ๊ย!! ” ไม่ต้องว่าอะไรให้มากความพวกมันกรูกันเข้าใส่ความเร็วในการพุ่งเข้าใส่อาจดุดันหากมันทำให้ร่างในชุดฮู้ดหัวเราะในลำคอ
ไม้หน้าสามอาวุธของฝ่ายนั้นถูกหักเป็สอง ร่างกายทิ้งตัวลงต่ำหลบเลี่ยงก่อนท่อนไม้ที่หักครึ่งจะแทงสวนเข้าไปที่อกส่งร่างของพวกมันลงไปกองกับพื้นในครั้งเดียว
ใช่ทางนั้นจะอยู่ว่างมีดพับถูกงัดออกมาก่อนจ้วงแทงตามด้วยอีกสองรายที่เงื้อไม้หมายจัดการชายสวมฮู้ดทั้งหมดไม่ได้ทำให้คนมองร้อนใจร่างโยกหลบมีดหักกระดูกแขนข้างที่ถือมันและแย่งมาก่อนใช้คนที่พุ่งมาต่างโล่เข้ารับท่อนเหล็กที่ฟาดเข้าใส่
“ เฮ้ยมาคัส อั่ก ” ใไม่ทันจะถึงวิร่างที่ตนฟาดก็กระแทกเข้าใส่ ไม่ได้เป็ฝีมือของใครที่ไหนนอกจากคนที่หักแขนของร่างนั้นไปหมาดๆ
คนสุดท้ายที่ทำการโจมตีก็ใช่จะปลอดภัยทั้งที่มั่นใจว่าตนหวดไม้หมายจะขยี้รู้ตัวอีกทีมีดกลับปักอยู่บนลำคอสิ่งนั้นทำให้ดวงตาของมันเบิกโพลงปากอ้าเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างหากสิ่งที่ออกมากลับมีเพียงของเหลวสีสด
มีดเล่มที่เสียบถูกดึงออกเหมือนเป็สัญญาณ โลหิตทะลักออกมาจากปากแผลพวยพุ่งราวกับน้ำพุเปลี่ยนตรอกที่อับชื้นอบอวลไปด้วยคาวเืท่ามกลางความหวาดกลัวของคนที่ยังมีชีวิต
“ มะ ไม่ๆ อย่า ขอร้องล่ะ ฉันยังไม่อยากตาย ”เสียงร้องของร่างที่หวดฟาดและส่งเพื่อนคนหนึ่งไปนรกกับมือภาพที่เห็นตรงหน้าเป็ฉากฆาตกรรมที่ไม่เคยคิดฝันว่าตนจะต้องมาประสบ
หมวกกันน็อกสีแดงทำให้มองไม่เห็นสีหน้าและแววตาของคนลงมือ แต่สำหรับคนที่กำลังเผชิญหน้ากับร่างที่กำลังถือมีดและก้าวเท้าเข้ามาหาตนอย่างเรียบเรื่อยมองราวกับรูปธรรมของความตายกำลังย่างกรายมาหาตน
มันแทบจะทำให้เ้าคนที่พยายามยันกายสติแตกมือผลักร่างที่ล้มทับหมายจะยันกายแล้วออกวิ่งร่างกายพลิกหมุนเตรียมจะะเิฝีเท้าหนีความเร็วระดับนักกีฬาขอแค่วิ่งได้ตนก็ยังมีโอกาสรอด
ทั้งหมดกลับหยุดลงเมื่อพบว่ายามนี้ลำคอของตนกำลังถูกใครบางคนเกี่ยวรั้งเอาไว้
“ น่าแปลกนะถ้าพวกแกกลัวความตายแล้วส่งคนอื่นไปหามันทำไม ” เสียงสังเคราะห์ทำให้ไม่อาจคาดเดาอายุกลับทำให้เม็ดเหงื่อไหลซึมออกมาจากร่าง
“ ขะขอโทษเื่วันนั้นฉันไม่ได้ตั้งใจฉันห้ามแล้วแต่คนอื่นๆไม่ฟังฉันจะมอบตัวแล้วก็สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวเป็คนดี เพราะงั้น... ” คำพูดขาดหายไม่ได้มาจากความตั้งใจของเ้าตัวคมมีดกรีดผ่านหลอดลมและลูกกะเดือกเปลี่ยนให้คนที่ถูกพันธนาการเป็ร่างไร้ิญญา
สุดท้ายที่เหลือคือร่างที่ถูกซัดให้ร่วงในทีแรกแม้จะได้สติความมึนงงกลับไม่จางหายไปด้วยสิ่งที่ทำได้จึงมีเพียงเฝ้ามองเพื่อนของตนตายไปทีละคนๆ
“ พะ พวกเราไปทำอะไรให้แกหรือไง ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้?” การรอดจากนี่คงเป็ไปได้กระนั้นมันก็ยังรู้สึกสงสัย
“คนจรจัดที่ตายเมื่อสามวันที่แล้วก็ไม่ได้ไปทำอะไรพวกแกเหมือนกัน ”
“ ก็แค่คนจรจัดพวกมันอยู่ไปก็รกโลกยังไงไม่มีคน้าจะไปเดือดร้อนแทนทำไม ขนาดตำรวจยังไม่ใส่ใจ อั่ก ” ภาพที่มองเห็นมืดไปข้างหนึ่งเช่นเดียวกับความเ็ปที่แล่นวาบจนตาแทบเหลือก
มันคือมีดเล่มที่ถูกใช้ในการฆ่าเพื่อนทั้งสองคนของเขาแต่ยามนี้มันเสียบทะลุเบ้าตาซ้ายเป็ที่เรียบร้อย
“ พวกแกบอกว่าถึงคนจรจัดตายไปก็ไม่มีใครสนใจงั้นถามหน่อยถ้าพวกแกตายจะมีคนสนหรือเปล่า? ” ไร้การรอคอยร่างที่แทงมีดลุกขึ้นยืนเหมือนหมดความสนใจราวกับที่ถามไปไม่้าจะได้รับคำตอบ
ปากอ้าออกเหมือนอยากจะโต้ตอบน่าเสียดายที่ไม่อาจทำสติจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดเช่นเดียวกับลมหายใจที่หลุดลอยออกไปจากร่างท่ามกลางความหวาดกลัวไปทั่วทุกรูขุมขน