คู่บุพเพสะท้านฟ้า อยากเห็นนักว่าใครจะกล้ากับชายาผู้บ้าบิ่น [นิยายแปล]

    บทที่ 43 โอสถขั้นห้า (เปิดฟรีวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568)

     

    บทที่ 43 โอสถขั้นห้า

     

    เซียวหลิงเย่รู้สึกกระดากใจเมื่อถูกจับได้ว่ามีเรื่องคิดอยู่แต่ก็ยังอดไม่ไหวถามออกมา “พี่สาว ท่านไม่เสียใจจริงๆหรือที่มาร่วมตกระกำลำบากกับพวกเรา แม้ว่าท่านจะอธิบายให้ท่านแม่ฟังแล้วแต่ข้าก็ยังรู้สึกเหมือนฝัน พี่สาวตัดใจได้จริงหรือ”

            แท้จริงแล้วเซียวหลิงเย่เป็นคนอ่อนไหวและไว้ใจผู้อื่นได้ง่ายเขารู้สึกผิดในใจมาตลอด คิดว่าตัวเองเป็นคนทำให้ครอบครัวเดือดร้อนและตอนนี้ก็ทำให้พี่สาวต้องเดือดร้อนตามไปด้วย

            ยังไม่ทันที่เซียวหลิงเย่จะคิดต่อเซียวหลิงอวิ๋นก็ขัดความคิดนั้น พูดพลางเผยรอยยิ้มลึกลับ “เจ้าช่างโง่จริงตอนนี้พี่สาวของเจ้าเป็นถึงปรมาจารย์สื่อวิญญาณ จวนตระกูลเซียวมีค่าอะไร รอดูเถิดไม่นานจวนตระกูลเซียวจะพบเคราะห์ และไม่นานเราก็จะทำให้ท่านแม่ล้างมลทินได้สำเร็จ”

            เซียวหลิงเย่พยักหน้ารัวด้วยสีหน้าทั้งประหลาดใจทั้งยินดีพี่สาวเก่งขนาดนี้ พูดอะไรก็ต้องเป็นจริงแน่ น่าตื่นเต้นเสียจริง!

            ในไม่ช้าทั้งคู่ก็มาถึงจี้เหรินถัง

            เมื่อเห็นสตรีรูปร่างสูงเพรียวแต่บนใบหน้าเต็มไปด้วยจุดแดงเสี่ยวอู่ก็นึกถึงข่าวลือทันทีว่าคุณหนูเซียวหลิงอวิ๋นแห่งตระกูลเซียวเป็นคนหยิ่งผยองและอัปลักษณ์ใบหน้ามีผื่นแดงเต็มไปหมด น่ากลัวนัก

            ยิ่งพักหลังมีข่าวว่าเซียวหลิงอวิ๋นออกจากจวนตระกูลเซียวไปอยู่กับหลิ่วซื่อผู้เป็นมารดาเขาก็เดาได้อย่างรวดเร็วว่าหญิงตรงหน้าคือใคร จึงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ลูกค้าท่านนี้มีอะไรให้ข้าน้อยช่วยหรือไม่”

            เซียวหลิงอวิ๋นพยักหน้า“ข้าต้องการพบผู้จัดการใหญ่หนิง จะมาขายโอสถ”

            เสี่ยวอู่เบิกตากว้างอย่างประหลาดใจและอดขำไม่ได้คุณหนูใหญ่ตระกูลเซียวเป็นที่รู้กันทั่วว่าไร้ค่า ไร้รากวิญญาณจะหลอมโอสถได้อย่างไร

            ไม่สิ…โอสถนี้คงเป็นของที่นางเอามาจากจวนตระกูลเซียวเพราะไม่มีเงินใช้จึงต้องเอามาขาย แบบนี้ถือว่าเข้าใจได้

            เสี่ยวอู่รีบพูด“ไม่ทราบว่าท่านต้องการขายโอสถขั้นใด หากเป็นโอสถต่ำกว่าขั้นสามก็ให้ผู้จัดการชิวเป็นคนตัดสินได้”

            เขาเดาว่าอย่าว่าแต่ขั้นสามเลยของที่นางมีคงเป็นเพียงโอสถขั้นหนึ่ง

            แต่แล้วเซียวหลิงอวิ๋นกลับยกมือกางห้านิ้ว“ขั้นห้า เลิกพูดมาก แล้วไปตามผู้จัดการใหญ่หนิงมาพบข้า”

            เสี่ยวอู่ถึงกับสูดลมหายใจเฮือกใหญ่

            ขั้น…ขั้นห้า!พูดเล่นหรือไร โอสถขั้นห้าเป็นสิ่งที่แม้แต่จวนเจิ้นกั๋วโหวยังไม่แน่ว่ามีสักเม็ด

            เซียวหลิงเย่ก็เร่งเสริม“คราวก่อนไม่ใช่ว่าผู้จัดการใหญ่หนิงเคยพูดไว้หรือว่าถ้าปรมาจารย์เซียวมีโอสถเหลือก็ให้นำมาขายให้เขา หรือว่าคำนั้นเป็นเพียงลมปาก”

            เสี่ยวอู่พลันนึกขึ้นได้ว่าตอนนั้นข้างกายปรมาจารย์เซียวผู้สวมหน้ากากก็มีเซียวหลิงเย่อยู่ด้วย

            แสดงว่าที่แท้ปรมาจารย์เซียวรู้จักกับเซียวหลิงอวิ๋นและเซียวหลิงเย่มาก่อนเซียวหลิงอวิ๋นจึงมาขายโอสถแทนให้ คิดไปคิดมา ทั้งหมดต่างก็แซ่เซียวหรือว่ามีคนในตระกูลเซียวเป็นปรมาจารย์สื่อวิญญาณ!

            เป็นไปไม่ได้หากตระกูลเซียวมีปรมาจารย์สื่อวิญญาณ ป่านนี้คงเลื่องลือไปทั่วแล้วนี่คงเป็นเพียงความบังเอิญ

            ไม่สิ่งสำคัญไม่ใช่เรื่องนี้ แต่คือเมื่อครู่เซียวหลิงอวิ๋นบอกว่าจะมาขายโอสถขั้นห้า!

            พูดเช่นนี้แปลว่าปรมาจารย์เซียวสามารถหลอมโอสถขั้นห้าได้จากสมุนไพรเพียงสามชุดนั่นช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

            เสี่ยวอู่ตกตะลึงกับข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาจนแทบลืมตอบสนอง

            เมื่อรู้ว่าเซียวหลิงอวิ๋นกับเซียวหลิงเย่มาขายโอสถของปรมาจารย์เซียวเขาก็รีบพาทั้งคู่ไปนั่งรอในห้องรับรองแขกสำคัญ

     

    เมื่อผู้จัดการใหญ่หนิงเข้ามาในห้องก็พลันชะงักเมื่อเห็นเซียวหลิงอวิ๋น

            ทว่าไม่ใช่เพราะฐานะของนางแต่เพราะรูปร่างท่าทาง ผู้จัดการใหญ่หนิงหูตาว่องไวรูปร่างและน้ำเสียงของนางช่างคล้ายปรมาจารย์เซียวเหลือเกินหากไม่ใช่เพราะใบหน้ามีจุดแดงเต็มไปหมดเขาคงคิดว่าเป็นตัวปรมาจารย์เซียวเองที่มาขายโอสถ

            ผู้จัดการใหญ่หนิงเอ่ยอย่างกระตือรือร้นทันที“คุณหนูเซียว คุณชายเซียว พวกท่านมีโอสถขั้นห้าจะขายจริงหรือเป็นผลงานของปรมาจารย์เซียวหรือไม่”

            เซียวหลิงอวิ๋นยิ้มบาง“โอสถฟื้นปราณขั้นห้า หนึ่งเม็ด”

            แท้จริงแล้วทั้งหมดมีสี่เม็ดนอกจากที่ให้หลิ่วซื่อกินไปหนึ่งเม็ดแล้วอีกสองเม็ดนางได้มอบให้เซียวหลิงเฟิงและเซียวหลิงเย่ทั้งคู่มีเส้นลมปราณเปราะบางราวกับแก้วเพียงบาดเจ็บเล็กน้อยก็อาจทำให้เส้นลมปราณและจุดตันเถียนแตกเสียหายได้จึงให้โอสถฟื้นปราณไปกินคนละเม็ดเพื่อช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างร่างกาย

            ได้ยินว่าเป็นโอสถฟื้นปราณขั้นห้าผู้จัดการใหญ่หนิงถึงกับสูดลมหายใจแรง

            โอสถฟื้นปราณขั้นห้า!

            โอสถนี้สามารถช่วยคนที่บาดเจ็บสาหัสใกล้ตายให้กลับมามีชีวิตได้อีกครั้งมีสมญาว่า ‘ชีวิตที่สองของผู้ฝึกตน’แม้จะมีผลเฉพาะผู้ฝึกต่ำกว่าระดับก่อนฟ้าเท่านั้น แต่ทั้งแคว้นฮั่วหลีผู้ฝึกที่เก่งที่สุดก็มีเพียงระดับก่อนฟ้าเท่านั้น ดังนั้นหากโอสถนี้เผยแพร่ออกไปย่อมต้องโด่งดังไปทั่วแคว้น!

            เขานึกขึ้นได้ว่าช่วงก่อนมีข่าวลือว่าปรมาจารย์เซียวเอาชนะปรมาจารย์เย่ว์และได้ตำรับโอสถฟื้นปราณมา

            อย่างนี้นี่เองตอนนั้นปรมาจารย์เซียวถึงได้มาซื้อสมุนไพรขั้นห้าสามชุด

            ปรมาจารย์เซียวสามารถหลอมโอสถฟื้นพลังได้สำเร็จจากสมุนไพรเพียงสามชุดเรื่องนี้น่าหวาดหวั่นนัก!

            เขาไม่เคยได้ยินว่ามีทั้งนักหลอมโอสถหรือปรมาจารย์สื่อวิญญาณคนใดที่มีพรสวรรค์ด้านการหลอมโอสถสูงส่งถึงเพียงนี้

            ผู้จัดการใหญ่หนิงตื่นเต้นมากจนเผลอมองข้ามเสียงอันคุ้นหูของเซียวหลิงอวิ๋นไปเขาพยายามระงับอารมณ์แล้วเอ่ยว่า “ขอข้าดูได้หรือไม่”

            “เชิญ” เซียวหลิงอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ พลางวางขวดยาลงบนโต๊ะ

            ในขณะที่ผู้จัดการใหญ่หนิงกำลังจะหยิบขวดขึ้นมาเขาพลันชะงักไปทั้งร่าง

            เสียงนี้!

            เหมือนกับเสียงของปรมาจารย์เซียวไม่มีผิด!

            เขาหันขวับไปมองสตรีใบหน้าเต็มไปด้วยจุดแดงอย่างตกตะลึง

            นางนาง...นางคือปรมาจารย์เซียว?!

            นี่มันเรื่องอะไรกัน!

            เป็นไปได้อย่างไร!

            เป็นที่รู้กันทั่วทั้งแคว้นฮั่วหลีว่าเซียวหลิงอวิ๋นเป็นคนไร้ค่าขณะที่ปรมาจารย์เซียวคือปรมาจารย์สื่อวิญญาณผู้ทรงเกียรติที่สุดในแคว้นทั้งสองจะเป็นคนเดียวกันได้อย่างไร!

            แม้ผู้จัดการใหญ่หนิงจะจ้องมองเซียวหลิงอวิ๋นอย่างตะลึงไม่วางตาแต่นางกลับยังคงท่าทีสงบนิ่ง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยพลางเอ่ยถามว่า “ผู้จัดการใหญ่หนิงมีอะไรหรือไม่”

            เมื่อได้ยินน้ำเสียงของนางเขายิ่งมั่นใจในตัวตนของอีกฝ่าย ทว่าก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธ “มะ…ไม่มีอะไร”

            ผู้จัดการใหญ่หนิงหยิบขวดยาขึ้นมาอย่างเลื่อนลอยและทันทีที่เปิดฝา กลิ่นหอมของโอสถก็โชยออกมา

            นี่มันโอสถคุณภาพระดับสี่!ระดับสี่เชียวหรือ!

            เขาตกตะลึงจนไม่รู้จะพูดอย่างไรแม้แต่โอสถทะลวงขั้นขั้นห้าซึ่งเป็นสมบัติประจำร้านจี้เหรินถังยังมีคุณภาพเพียงระดับสามเท่านั้น

            ช่างน่าขันนักภายนอกลือกันว่าปรมาจารย์เซียว หญิงคนสนิทของท่านเก้าอ๋องจะทำให้เซียวหลิงอวิ๋นอยู่อย่างทุกข์ยากไร้ค่า หากแต่พวกเขาหารู้ไม่ว่าทั้งสองคือคนคนเดียวกัน!

            ที่จริงผู้จัดการใหญ่หนิงก็พอเดาได้ตั้งแต่เห็นเซียวหลิงเย่แล้วหากเป็นเพียงลูกน้อง เหตุใดเขาจึงวางตัวอย่างสบายใจต่อหน้าปรมาจารย์เซียวเช่นนั้น

            ผู้จัดการใหญ่หนิงรีบปิดฝาขวดแล้วกล่าวอย่างเร่งรีบ“โอสถนี้ ข้าขอซื้อในราคาหนึ่งแสนห้าหมื่นเหรียญทอง คุณหนู…เอ่อ ปรมาจารย์เซียวเห็นด้วยหรือไม่”

            เขาเกือบหลุดปากเผยตัวตนของนางออกมาจึงรู้สึกประหม่าไม่น้อย กลัวว่าเซียวหลิงอวิ๋นจะโกรธจนไม่ขายโอสถให้

            ทว่ากลับได้เพียงรอยยิ้มลึกซึ้งจากนางพร้อมคำตอบ“ไม่ต้องการแม้แต่เหรียญเดียว ข้าขอมอบให้ผู้จัดการใหญ่หนิงโดยไม่คิดเงินแต่มีข้อแม้หนึ่ง ได้ยินว่าท่านสะสมตำราเกี่ยวกับโอสถและโรคภัยไว้มากมายข้าขอยืมอ่านสักครา เมื่ออ่านเสร็จจะส่งคืนดังเดิม ท่านตกลงหรือไม่”

            เซียวหลิงเย่แทบจะนั่งไม่ติด

            ยกโอสถราคาหนึ่งแสนห้าหมื่นเหรียญให้เปล่าๆเพื่อแลกกับการอ่านตำราไม่กี่เล่มนี่น่ะหรือ?!

            เป็นที่รู้กันว่าผู้จัดการใหญ่หนิงเป็นผู้ที่ชื่นชอบสะสมตำราและตำรับโอสถเกี่ยวกับโรคหายากและเมื่อคิดถึงฝีมือของปรมาจารย์เซียวที่สามารถหลอมโอสถฟื้นปราณขั้นห้าคุณภาพระดับสี่จากสมุนไพรเพียงสามชุดได้เขาจะปฏิเสธได้อย่างไร

            “ตกลง! โปรดรอสักครู่ ข้าจะไปนำมาให้เดี๋ยวนี้”

            “เดี๋ยวก่อน ข้ายังมีโอสถถอนพิษสี่เม็ด อยากขายพร้อมกัน”

            คราวนี้สิ่งที่นางตั้งใจนำมาขายจริงๆคือโอสถถอนพิษและทันทีที่ผู้จัดการใหญ่หนิงเห็นว่าเป็นโอสถถอนพิษขั้นสามคุณภาพระดับห้าเขาก็แทบเสียกิริยา

            ระดับห้า!เขาไม่เคยเห็นโอสถถอนพิษคุณภาพระดับห้ามาก่อนเลย

             

    คล้ายกับเรื่องคู่บุพเพสะท้านฟ้า อยากเห็นนักว่าใครจะกล้ากับชายาผู้บ้าบิ่น [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน