ทางด้านซงเทียนเองก็ได้รับเม็ดยาเซียนคุณภาพสูงเช่นกันทำให้ซงเทียนปรารถนาอยากจะทะลวงระดับทันทีส่วนพวกโหลวหลานเองก็ถือว่าได้กำไรมากเช่นกัน ด้วยสายตาที่เฉียบแหลมของล้ำค่าจำนวนมากล้วนตกอยู่ในมือนางส่วนซวนหยวนเสวี่ยไม่ได้โลภมากนัก นางเอาชุดเกาะเซียนแบบครบชุดมา และก็เลือกยาเซียน1 เม็ดแล้วไม่ยุ่งกับสมบัติอื่นๆอีก
“โชควาสนาของข้าคือสิ่งนี้งั้นเหรอ”ซวนหยวนเสวี่ยยิ้มอย่างพึงพอใจ
ส่วนพวกจักรพรรดิสุราและคนอื่นๆเองก็ได้กวาดสมบัติทั้งหมดเก็บเอาไว้ทันทีหลังจากกลับไปที่นิกายแน่นอนว่าทรัพยากรพวกนี้จะถูกแจกให้กับคนที่มีผลงานและในอนาคตนิกายบุปผาจะมีเซียนถือกำเนิดขึ้นมาแต่ก่อนหน้านั้นจำเป็นต้องให้ฉางเฟิงกลั่นชีพจรจักรพรรดิให้เป็นชีพจรเซียนเสียก่อน
ส่วนทางฉางเฟิงนั้นได้เข้าไปในเส้นทางที่ถูกป้องกันอย่างแน่นหนามากๆจำเป็นต้องมีกุญแจหลายดอกในการผ่านเข้ามา เห็นได้ชัดว่ามันถูกปกป้องอย่างดี
“มาถึงแล้วข้างหน้าคือสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของเผ่าใต้พิภพเรา” หุ่นเชิดกล่าว
ตอนนี้พลังงานของหุ่นเชิดเริ่มที่จะหมดลงเต็มทีแล้วแม้แต่ฉางเฟิงยังสัมผัสได้ว่าหุ่นเชิดได้เผาผลาญวิญญาณของตนเองเพื่อต่อสู้กับศัตรูจนวิญญาณเสียหายและเริ่มแตกสลายอย่างช้าๆ
“สิ่งนี้มัน”ฉางเฟิงตื่นตระหนกเพราะตรงหน้าของฉางเฟิงมีมังกรสีทองยาวนอนขดอยู่และมังกรสีทองนี้ปลดปล่อยกลิ่นอายเซียนออกมา
“ใช่แล้วมันคือชีพจรจักรพรรดิเซียนในอนาคตมันจะช่วยท่านได้มากขึ้น” หุ่นเชิดกล่าว
“แต่ถ้าข้านำมันออกไปนครใต้พิภพแห่งนี้ก็จะ....”
“ถึงให้มันอยู่ต่อไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดีเผ่าใต้พิภพได้จบสิ้นไปแล้ว เพราะงั้นอย่างน้อยข้าก็อยากจะเป็นกำลังให้พวกท่านหวังว่าสักวันจะฟื้นฟูโลกของพวกเรากลับคืนมาพร้อมกับทวงแค้นให้กับพวกเรา”หุ่นเชิดกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธแค้นอย่างมาก
“เรื่องนั้นข้ารับปาก”ฉางเฟิงกล่าว
“แล้วอีกเรื่องที่ข้าอยากจะขอร้องขอร้องให้ท่านช่วยปิดผนึกนครใต้พิภพของข้าอย่างถาวรได้หรือไม่ ข้าอยากจะให้เผ่าของข้าได้พักผ่อนอย่างสงบสุขไม่ให้ใครมารบกวน”หุ่นเชิดกล่าว
“ไม่มีปัญหาเจ้าพักผ่อนให้สบายเถอะ เรื่องที่เจ้ากังวลรับลองว่าพวกข้าจะทำให้สำเร็จอย่างแน่นอน”เสี่ยวจินกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอฝากพวกท่านด้วย”เสียงของอีกฝ่ายหายไปพร้อมกับหุ่นเชิดได้หยุดเคลื่อนใหวไปแล้ว
“นายน้อยนำหุ่นเชิดสามตัวนี้ไปด้วยเถอะมันจะมีประโยชน์ต่อพวกเรา” เสี่ยวจินกล่าว
ฉางเฟิงพยักหน้าและเก็บหุ่นเชิดทั้งสามไปแม้ตอนนี้จะไม่มีวิญญาณคอยควบคุมแล้วแต่ฉางเฟิงก็สามารถใช้พลังจิตควบคุมได้อยู่ดี
“ให้ศิลาน้อยออกมาเถอะ”ฉางเฟิงสื่อสารกับภาพสวรรค์นิรันดร์
“ให้ข้าทำอะไรเหรอ”ศิลาน้อยกล่าว
“เจ้าแค่ไปชักชวนมังกรตัวนั้นให้มาอยู่กับเราก็พอถ้าทำได้ ข้าจะมอบผลึกจักรพรรดิก้อนนี้ให้” ฉางเฟิงนำผลึกระดับจักรพรรดิออกมา
“10ก้อนไม่มีต่อรอง” ศิลาน้อยกล่าว
“เจ้าไม่คิดว่าจะเอาเปรียบพ่อของเจ้าหน่อยเหรอ”ฉางเฟิงถึงกับปรากฏเส้นเลือดบนใบหน้า
“ไม่ได้นานๆทีข้าจะได้รับของมีค่าจากท่านไม่เหมือนนางที่ได้รับของดีๆตลอดเวลา” ศิลาน้อยชี้ไปทางเสี่ยวจินที่หลับไปแล้วขณะที่เกาะอยู่บนหลังคอของฉางเฟิง
“อืมข้าอยากกินหมูย่าง” เสียงของเสี่ยวเสี่ยวดังออกมาขณะหลับ
“10ก้อนก็ 10 ก้อน” ฉางเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวด
“ยอดเยี่ยม”ศิลาน้อยรีบเข้าไปหาชีพจรจักรพรรดิเซียนทันทีและเริ่มสื่อสารกัน
ส่วนฉางเฟิงที่กำลังแสดงสีหน้าเจ็บปวดก็ยกยิ้มเพราะสมบัติที่ฉางเฟิงได้มานั้นมันไม่เพียงแต่ศิลาระดับจักรพรรดิ แต่มันยังมีศิลาเซียนจำนวนหนึ่งอีกด้วยเรียกได้ว่าแค่ศิลาจักรพรรดิ 10 ก้อนมันไม่ทำให้ฉางเฟิงเสียดายไปแม้แต่น้อย
ไม่นานศิลาน้อยก็เจรจาสำเร็จชีพจรจักรพรรดิเซียนได้หดขนาดตัวกลายเป็นมังกรน้อยและเข้าไปอยู่ในภาพสวรรค์นิรันดร์
“แล้วจะเอายังไงกับชีจรจักรพรรดิที่อยู่ใต้นิกายของเรา”เสี่ยวจินกล่าว
“ให้มันเข้ามาอยู่ในภาพสวรรค์นิรันดร์เช่นกันรอให้มันพัฒนาตัวเองให้สูงขึ้นกว่านี้ค่อยหาอาณาจักรให้กับมันอยู่แน่นอนว่าถึงตอนนั้นพวกเราจะเริ่มขนายกองกำลังของพวกเราแล้ว” ฉางเฟิงวางแผนทั้งหมดเอาไว้แล้ว
“เอาละไปดูอย่างอื่นกันเถอะ”
นอกจากชีพจรจักรพรรดิเซียนแล้วยังมีศิลาเซียนจำนวนมากอาวุธเซียน เกาะเซียนแม้แต่คำภีร์ทักษะจำนวนมากแม้ทักษะส่วนใหญ่จะมีเพียงเผ่าใต้พิภพที่ฝึกได้แต่มันก็มีประโยชน์เมื่อนำมันไปศึกษา
“นี่มันอะไรกัน”ฉางเฟิงหยิบหนังสือทักษะที่ถูกสร้างมาจากหนังอสูรขั้นเทพชิ้นหนึ่ง แม้แต่เสี่ยวจินยังเผยสีหน้าตกใจ
“ทักษะกำหนดจิตงั้นเหรอ”เสี่ยวจินตกตะลึง
“การกำหนดจิตสามารถควบคุมดวงจิตของตนให้กลายเป็นพระหรือเป็นมารก็ได้ตามความปรารถนาของผู้ใช้นี่มันทักษะระดับใหนกัน” ฉางเฟิงตื่นเต้น
“น่าจะเป็นระดับเทพเดี๋ยวก่อน มันยังมีทักษะที่ต้องฝึกในร่วมกัน” เสี่ยวจินค้นหาจนเจอหนังสือทักษะอีกเล่ม
“กายาเซียนมารงั้นเหรอน่าสนใจไม่คิดว่าทักษะนี้จะมาอยู่ที่นี่” ร่างของซีรั่วหยานปรากฏและนำทักษะทั้งสองขึ้นมาดู
“เจ้ารู้จักงั้นเหรอ”ฉางเฟิงแปลกใจ
“แน่นอนทักษะนี้ถูกสร้างขึ้นจากนักบวชคนหนึ่ง เขานั้นเคยเป็นนักบวชที่จิตใจบริสุทธิ์อย่างมากแต่ว่าหลังจากที่เขาลงจากเขาและเผยแพร่หลักคำสอนของตนอยู่นั้นเขาได้พบกับความจริงที่เขาไม่เคยเห็นเช่นต้นกำเนิดของมารร้ายที่พวกเขาเกลียดนักหนา
ซึ่งมารร้ายนั้นหาใช่สิ่งอื่นใดนอกจากจิตใจของคนบางคนนั้นแต่เดิมเป็นคนดีมากๆและเป็นคนที่น่าสงสารแต่เพราะถูกกระทำจากคนบางกลุ่มเรื่อยๆจนสุดท้ายจิตใจแตกสลายตกลงสู่สารมารในที่สุดนักบวชคนนี้ได้เข้าใจความจริงในข้อนี้จึงได้เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาในเมื่อพระและมารนั้นล้วนแต่เกิดจากจิตใจ เช่นกันถ้าเขาสามารถกำหนดจิตใจของตนเองได้ละ
และจากนั้นนักบวชก็ไม่กลับวัดของตัวเองอีกเลยและท่องไปทั่วพร้อมกับคิดค้นทักษะออกมาได้สองทักษะ1.คือกำหนดจิต หนึ่งความคิดเป็นพระ หนึ่งความคิดเป็นมาร จะพระก็ดีจะมารก็ชั่งล้วนแค่เป็นแค่หนึ่งความคิดขอแค่จิตตั้งมั่นก็จะสามารถเป็นอะไรก็ได้ 2.คือกายาเซียนมาร เขานั้นผสานแสงสว่างและความมืดผสานเซียนและมารเข้าด้วยกันทำให้เกิดกายาที่แข็งแกร่งมากๆขึ้นมา
ในตอนนั้นข้าจำได้ว่าเขาปลดปล่อยกายาเซียนมารออกมาสร้างร่างเงาเซียนมารสูงเสียดฟ้าเข้าโจมตีศัตรูทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังแต่ก็ถูกว่าเป็นพวกนอกรีตเช่นกัน” ซีรั่วหยานกล่าว
“น่าสนใจถ้าข้าฝึกมันจะเป็นยังไงนะ” ฉางเฟิงเริ่มอยากจะลองฝึกบ้างแล้ว