มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 182 มวลพลังแห่งบรรพชน

    บทที่182มวลพลังแห่งบรรพชน

     

            จวบจนป่านนี้แม้แต่เงาของแพทย์ไร้นามก็ยังไม่ปรากฏให้เห็นซักเสี้ยวคนจากวิหารปัญญา ศิษยานุศิษย์ทั่วปฐพี รวมถึงคนจากวิหารยุทธ์บางกลุ่มที่ให้ความร่วมมือติดตามหาตัวของแพทย์ผู้นี้ก็ยังประสบกับความงุนงงว่างเปล่าพวกมันล้วนมืดแปดด้าน แพทย์ไร้นามราวกับซ่อนร่องรอยในกลีบเมฆ เพราะทั่วทั้งปฐพีไม่ปรากฏร่องรอยของมันแม้เพียงกระผีก

             

            แม้แต่ธรรมบาลปัญญายังจนปัญญาชายชราติดตามค้นหาตัวผู้ต้องสงสัยคนนี้มานานแล้ว ยิ่งค้นหาก็ยิ่งรู้สึกถึงความไกลห่างราวกับแพทย์ไร้นามอยู่คนละโลกกับตนไปแล้ว

             

            ยิ่งหลบหนียิ่งน่าสงสัยการกระทำเช่นนี้ของแพทย์ไร้นามทำให้ผู้คนเริ่มมั่นใจ บางคนได้ตัดสินไปแล้วว่าฆาตกรสังหารล้างแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นแพทย์ไร้นามจริงๆ

             

            “คนผู้นี้มีตัวตนดั่งภูติพรายไม่มีผู้ใดล่วงรู้ที่มาที่ไปของมัน ภูมิหลังก็ไม่ชัดเจน ราวกับว่ามันไม่มีตัวตนดั่งฉายาที่ไร้นามของมันก็ปาน"

             

            “เป็นไปได้หรือไม่ว่ามันก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับผู้ฝึกญาณนอกรีต"

             

            “มันไม่มีพลังญาณ”

             

            “ก่อนหน้าไม่มีแต่ตอนหลังไม่แน่ มันที่ต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุนไร้ที่พึ่ง ตอนนี้อาจหันหน้าเข้าหาผู้ฝึกญาณนอกรีตแล้ว"

             

            “เหล่ามารเพิ่มคนที่อันตรายขึ้นมาอีกผู้เช่นนี้จะมิรีบกวาดล้างได้อย่างไร"

             

            “เจ้าก็รู้ว่าท่านธรรมบาลปัญญาของพวกเราไม่เห็นด้วยกับการกวาดล้างมารเหล่านั้น"

             

            “ก็ไม่แน่หรอกหากเจ้าแพทย์ไร้นามที่สังหารคนรักของท่านร่วมมือกับพวกมารนอกรีตจริง อีกไม่ช้าวิหารปัญญาของพวกเราคงได้ร่วมล้างบางกลุ่มคนนอกรีตเฉกเช่นวิหารอื่น”

             

            “จริงอย่างเจ้าว่า…ว่าแต่หลังๆ มานี้เจ้าเห็นท่านธรรมบาลปัญญาหรือไม่"

             

            “หลังจากเรื่องสังหารล้างแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ท่านออกตามหาคนร้ายก็ไม่กลับมาอีกเลย"

             

            “ตั้งแต่ตอนไหนกันนะที่พวกเราไม่ได้เห็นการเอาจริงของท่านเช่นนี้"

             

            “แพทย์ไร้นามชั่วไม่ได้ตายดีแน่"

            .

            .

            .

             

            ใต้บึงลี้ลับที่กระจุยกระจายใต้กองเศษซากของดอกบัวที่เน่าเปื่อย กาลเวลานำพาให้ธรรมชาติเหล่านี้สูญสลาย แต่กาลเวลามิอาจพรากกฎเกณฑ์แห่งวิถีพลังญาณที่เหล่าบรรพชนได้ชุกซ่อนหนึ่งค่ายกลแห่งบึงลี้ลับที่อาศัยบัวทุกต้นเป็นแกนเชื่อมโยงแม้พังเสียหาย แต่เศษซากที่กระจัดกระจายยังคงอัดแน่นอยู่เสมือนหนึ่งรอการปะทุ หากผู้ฝึกญาณที่โหยหาพลังธรรมชาติอันบริสุทธิ์เพื่อฝึกปรือ พวกมันคงตาลุกวาวแลดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อได้มาเห็นกฎเกณฑ์รวมถึงพลังแห่งบรรพชนบึงลี้ลับที่กำลังก่อรวมเป็นหนึ่งเดียวอยู่นี้

             

            ฮุ่ยจวินเก็บตัวฝึกวิชาอยู่ใต้บึงลี้ลับที่ย่อยยับแห่งนี้ก็เริ่มรู้สึกตัวเพราะมันหมกมุ่นอยู่แต่กับการทะลวงฝ่าระดับในมหาวิถีเจ็ดดาราจนเกินไป มันจึงไม่สนใจในการเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบข้างยังดีที่มันเหลือสมาธิอยู่ที่เศษเสี้ยวแห่งค่ายกลที่ระบุถึงพลังชีวิตของท่านย่าและรวมถึงพี่น้องบุญธรรมทั้งสองซึ่งเมื่อครู่เกิดความผิดปกติจนแทบดับวูบไป มันจึงพิจารณาให้ความสนใจ

             

            พลังชีวิตของคนทั้งสามที่เชื่อมโยงอยู่กับค่ายกลเมื่อครู่ดับวูบเล่นเอาใจของชายหนุ่มสั่นสะท้านแต่พอผ่านไปพักใหญ่ก็คืนกลับสู่ความสงบมั่นคงดังเดิมจึงทำให้ชายหนุ่มได้คลายใจ

             

            ไม่รู้ว่าก่อนหน้าท่านย่าและพี่น้องบุญธรรมของมันประสบอันตรายใดมันได้แต่พึมพรำออกไปว่า

            “อดทนรอข้าอีกนิด...ทุกคน”

             

            เมื่อได้จดจ่ออยู่ที่กฎเกณฑ์อันกระจัดกระจายนี้ชั่วขณะฮุ่ยจวินก็สัมผัสได้ถึงเส้นสายแห่งกฎเกณฑ์พลังญาณอันซ่อนเร้นที่เชื่อมไปทั่วบึงบัวกฎเกณฑ์แห่งบรรพชนที่กระจัดกระจายนี้ได้ก่อรวมอัดแน่นเมื่อใดก็ไม่ทราบ นี่เป็นการดึงเอากฎเกณฑ์แห่งพลังทั้งหมดมาอยู่ที่จุดศูนย์รวมหากเมื่อใดเกิดการรวมรั้งกฎเกณฑ์ในบึงลี้ลับที่กระจัดกระจายมาได้ทั้งหมดย่อมก่อเกิดมวลพลังญาณอันมากมายพลังที่บรรพชนใช้สร้างเป็นบึงลี้ลับไว้จะรวมเป็นหนึ่ง และมันจะเป็นกฎเกณฑ์กอปรรวมมวลพลังแห่งธรรมชาติที่ไม่สามารถหาจากโลกนี้ได้อีก

             

            แต่ในทางกลับกันนั่นย่อมหมายถึงบึงลี้ลับอันเป็นสถานที่ปริศนาแห่งนี้จะจมอยู่ใต้บาดาลไปตลอดกาล!

             

            ไม่รู้พลังที่อัดอั้นเป็นศูนย์รวมนี้จะนำพาพลังทำลายล้างมหาศาลเพียงไหนบึงลี้ลับจะหายไปชั่วพริบตาและจมอยู่ใต้วังวนวารีอันน่ากลัวหรือไม่ บึงลี้ลับจึงไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยให้มันวางใจฝึกวิชาได้อีกต่อไป

             

            มันต้องขึ้นฝั่งแล้ว

             

            ฮุ่ยจวินฝึกมหาวิถีลมปราณเจ็ดดาราในที่แห่งนี้ได้ตระหนักรู้ถึงกฎเกณฑ์ที่จะนำพาสู่เส้นทางอันสำเร็จมาแล้วมันเองก็ฝึกปรือและทำความเข้าใจในเส้นทางดังกล่าวมาได้อีกขั้น หากมีเวลาฝึกต่อย่อมไปได้ไกลกว่านี้เพราะการออกจากที่นี่มันเกรงว่าด้านบนจะมีการไล่ล่าชนิดที่ว่าไม่ให้มันได้พักหายใจจะฝึกวิชาอะไรก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากไม่ออกจากบึงลี้ลับ ชีวิตของมันก็คงมิต่างจากแขวนบนเส้นด้ายเพราะไม่รู้ว่ามวลพลังและกฎเกณฑ์เหล่านี้จะก่อรวมเป็นหนึ่งและระเบิดออกเมื่อใด

             

            “มวลพลัง?”

             

            นึกถึงมวลพลังและกฎเกณฑ์แห่งพลังญาณที่เหล่าบรรพชนร่วมกันใช้สร้างบึงลี้ลับที่ก่อรวมเบื้องหน้าความคิดที่จะหนีของมันก็คล้ายถูกฉุดดึง มันมองมวลพลังที่มหาศาลที่ซ่อนเร้นใต้บึงบัวที่เน่าเปื่อยตรงหน้าหากว่ามันสามารถรวมพลังและกฎเกณฑ์เหล่านี้มาไว้ที่ตนเองเล่า

             

            วิถีพลังญาณมันเองก็เคยศึกษาถึงขนาดฝึกจนหลอมรวมลงสู่มหาวิถีเจ็ดดาราได้ อีกทั้งในกายของมันยังมีโลหิตสืบทอดแห่งผู้ฝึกญาณไหลเวียนเป็นสุดยอดโลหิตที่สามารถจุดเพลิงที่แกร่งกร้าวเหนือโลกหล้า แต่พลังญาณของมันก็ไม่นับว่าเข้าขั้นไฟที่จุดขึ้นมาได้จึงไม่นับว่ารุนแรงเหนือโลกหล้าหากเผชิญหน้าตัวตนระดับธรรมบาลแห่งเทวะวจนะแต่หากสามารถดึงเอามวลพลังและกฎเกณฑ์แห่งบรรพชนที่ซ่อนเร้นมาได้ นี่จะเป็นอีกหนึ่งอาวุธลับที่จะหนุนเสริมเพลิงเทวะผลาญโลหิตของมันให้ต่อกรกับคนระดับธรรมบาลหรือสูงกว่าได้!

             

            การใช้ชีวิตของฮุ่ยจวินเกิดบนพื้นฐานของความเสี่ยงมาโดยตลอดวันนี้เป็นอีกครั้งที่มันจะลองเสี่ยง!

             

            ฮุ่ยจวินสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามใช้ความสามารถในการเข้าถึงพลังธรรมชาติอันแจ่มแจ้งของมันมองหาวิธีการเชื่อมโยงกฎเกณฑ์พลังญาณของศูนย์รวมแห่งนี้

             

            ศูนย์รวมของกฎเกณฑ์ทั้งที่กอปรไปด้วยพลังมหาศาลแต่กลับซ่อนเร้นตัวตนอย่างเบาบางหากไม่มีสัมผัสตอบสนองต่อพลังธรรมชาติอย่างเข้าถึงคงมิอาจสัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของมันขนาดฮุ่ยจวินเองกว่าจะสัมผัสได้ก็รอจนมันรวมรั้งจนมีขนาดเทียบเท่าบึงลี้ลับแล้ว และถ้าหากไม่มีความผิดปกติเกิดขึ้นกับฐานพลังชีวิตที่เชื่อมโยงของท่านย่าและพี่น้องบุญธรรมมิแน่บึงลี้ลับระเบิดออกมันก็ยังอาจจะไม่รู้ตัวว่ามีสิ่งนี้ดำรงอยู่

             

            ยิ่งสัมผัสการเชื่อมโยงแผ่นหลังของฮุ่ยจวินก็ยิ่งหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ กฎเกณฑ์แห่งมวลพลังระดับนี้เพียงพอต่อการทำลายมหาวิถีเจ็ดดาราที่มันพึ่งฝึกถึงอยู่ตอนนี้ได้เลยโชคดีจริงๆ ที่มันรู้ตัวก่อน และจะโชคดียิ่งกว่าหากมันสามารถดึงเอามาเป็นส่วนหนึ่งของพลังญาณตนได้

             

            “ความตั้งใจของบรรพชนนี้ข้าจะขอแบกรับเอาไว้เอง ข้าจะเอามันมาให้ได้ ข้าจะไม่ยอมให้น้ำพักน้ำแรงของพวกท่านต้องมาสูญเปล่าที่นี่พวกเราจะไปเปลี่ยนแปลงปฐพีด้วยกัน!”

             

            ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดเมื่อวาจาอันเด็ดเดี่ยวที่เจือไปด้วยปณิธานความตั้งใจอันมุ่งมั่นของฮุ่ยจวินถ่ายทอดออกกฎเกณฑ์แห่งพลังที่ฮุ่ยจวินพยายามตรวจสอบและสอดแทรกอยู่ก็คล้ายดึงรั้งเอาร่างของฮุ่ยจวินเข้าไปด้วยราวกับว่านี่เป็นการท้าทาย และนี้ก็เป็นการตอบรับต่อปณิธานที่ส่งต่อไปถึงกฎเกณฑ์ของฮุ่ยจวิน

             

            ทุกพลังที่บรรพชนสร้างขึ้นทุกกฎเกณฑ์ของบรรพชนที่ร่วมกันสร้างเป็นบึงลี้ลับ ทั้งหมดล้วนใส่ปณิธานแห่งความต้องการที่จะปกป้องและเปลี่ยนแปลงซึ่งปณิธานแรกเริ่มของฮุ่ยจวินเองก็เพื่อปกป้องและเปลี่ยนแปลง เป็นปณิธานที่ยึดมั่นถือมั่นจนหยั่งรากฝังลึกไปถึงกฎเกณฑ์และเพราะเป็นเช่นนี้กฎเกณฑ์ระหว่างพลังจึงเชื่อมโยงและตอบสนองร่วมกัน

             

            เช่นนั้นจุดศูนย์รวมแห่งมวลพลังบรรพชนมันจึงดึงเอากฎเกณฑ์แห่งพลังในกายของฮุ่ยจวินไปด้วย!

             

            พลังดึงดูดอันมหาศาลนี้ขืนปล่อยไว้เรื่อยๆกฎเกณฑ์แห่งพลังของฮุ่ยจวินได้หมดตัวแน่ มันคงได้กลับกลายเป็นคนไร้พลังฝีมือในอีกไม่ช้ามันต้องหยุดการเชื่อมต่อ แต่ในทางกลับกันหากมันทิ้งโอกาสการเชื่อมต่อพลังโดยบังเอิญนี้มันก็จะไม่มีทางดึงเอามวลพลังและกฎเกณฑ์แห่งบรรพชนตรงหน้ามาที่ตนได้

             

            คิดเช่นนั้นชายหนุ่มจึงตัดสินใจที่จะไม่ตัดแต่มันพยายามสู้กับแรงดึงดูดอันมหาศาลถึงขีดสุด

             

            “ในเมื่อพวกท่านและข้ามีปณิธานเหมือนกันเช่นนั้นข้าจะแสดงให้พวกท่านได้เห็นว่าปณิธานของข้าไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกท่าน!”

             

            ฮุ่ยจวินคำรามก้องมหาวิถีเจ็ดดาราที่มันฝึกปรือมาโดยตลอดที่อยู่ในบึงลี้ลับได้ฝ่าทะลวง ถึงตอนนี้มันทะลวงดาราไปถึงดวงที่ห้าแล้วเส้นทางแห่งดวงที่หกก็เริ่มเห็นรำไร แต่เพียงเปิดกฎเกณณ์แห่งดวงที่ห้า เส้นสายแห่งกฎเกณฑ์พลังของมันก็เสมือนหลุดออกจากห้วงจักรวาลเสมือนมีทางช้างเผือกที่เต็มไปด้วยดาราระยิบบระยับนับมิถ้วน แม้จะเป็นทางช้างเผือกที่ไม่สมบูรณ์เป็นทางช้างเผือกที่กำลังประติดประต่อ แต่พลังก็สูงล้ำเกินขอบเขตดาราดวงที่สี่อย่างเท่าทวีคูณดวงดาราที่ห้าซึ่งจ่ออยู่ประตูดวงที่หกนี้มีพลังเพียงให้มันหยุดการดึงดูดของกฎเกณฑ์พลังเหล่าบรรพชนบึงลี้ลับได้เท่านั้น!

             

            ทางช้างเผือกที่ไม่สมบูรณ์ดึงดูดกับมวลพลังธรรมชาติที่ซ่อนเร้นได้อย่างสูสีก่อเกิดเป็นพลังดึงดูดซึ่งกันไปมาไม่มีทีท่าว่าจะจบลงที่ฝ่ายใด ร่างของฮุ่ยจวินเห็นเป็นพลังที่ระยิบระยับราวหลุดจากห้วงแห่งจักรวาลผิวหนังของมันเรียบลื่นแม้แต่ฝุ่นผงที่ลอยคลุ้งก็มิอาจกระทบถูก พลังกายนับแต่เบิกดาราดวงที่ห้าแปรเปลี่ยนแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมิอาจดึงเอามวลพลังมหาศาลใต้เศษซากบัวขึ้นมาได้ และนานเข้ากลับเป็นมันเองที่เริ่มจะเสียเปรียบ

             

            การใช้พลังของคนย่อมมีขีดจำกัดการเบิกดวงดาราอย่างกระทันหันก็มีผลกระทบ ฮุ่ยจวินแบกรับความเสี่ยงทั้งสองทางอย่างหนักหน่วงในหัวก็คิดหาช่องทางที่จะสอดแทรกชิงชัย มันที่ได้ศึกษาคัมภีร์และกฎเกณฑ์มากมายในบึงลี้ลับแห่งนี้การศึกษาเเหล่านั้นนับว่าเป็นประโยชน์สูงสุดต่อมันก็ตอนนี้

             

            คัมภีร์ทั้งหมดล้วนมาจากบรรพชนบึงลี้ลับถ่ายทอดพลังเหล่านี้ก็คือพลังจากเหล่าบรรพชน หากจำแนกให้ดี หากมีสมาธิที่มั่นคงจนสู่สมดุลได้มันก็จะพบว่าล้วนเป็นสรรพวิถีที่รวมอยู่ในคัมภีร์ทั่วบึงลี้ลับทั้งสิ้น

             

            เมื่อได้เห็นข้อเท็จจริงประการนี้ใบหน้าที่ฉายแววยุ่งยากของฮุ่ยจวินก็เผยรอยยิ้มออก โชคดีจริงๆ ที่ก่อนหน้านั้นมันได้ทำความเข้าใจต่อคัมภีร์และตำราทุกเล่มในบึงลี้ลับจนแตกฉานไม่เพียงเท่านั้น ก่อนหน้าหากจำได้ มันไม่เพียงแต่ศึกษาสิ่งที่ถ่ายทอดในตำราหรือคัมภีร์แต่อย่างเดียวทว่ามันยังลองคิดและแสวงหาวิถีทางรวมถึงกฎเกณฑ์เอาชนะสิ่งต่างๆ ในคัมภีร์เหล่านั้นด้วยซึ่งวิธีทั้งหมดฮุ่ยจวินกำลังพยายามสอดแทรกในมหาวิถีเจ็ดดาราของตน และถ่ายทอดทำลายกฎเกณฑ์ที่เหนี่ยวรั้งในแต่ละวิถีให้ยอมสยบลงไป!

             

            “ข้าขอใช้ปณิธานของพวกท่านพวกเราจะออกไปเปลี่ยนแปลงโลกด้วยกัน…ย่าห์!”

             

            เสียงคำรามอย่างกึกก้องพร้อมกับร่างที่ดูระยิบระยับราวห้วงดาราเลือนหายเข้าสู่กลุ่มก้อนแห่งมวลพลัง มิรู้ว่าฮุ่ยจวินถูกดึงดูดหรือเป็นมันที่จงใจแต่บัดนี้ความปั่นป่วนในบึงลี้ลับได้สงบลง ตัวตนของฮุ่ยจวินเลือนหายไป มวลพลังแห่งบรรพชนก็สงบราวหลับไหลซากบัวที่เน่าเปื่อยเริ่มมีน้ำไหลนอง จากหนึ่งหยดเป็นสิบหยด จากสิบหยดเป็นพร่าพรมราวห่าพิรุณและเพียงชั่วพริบตา บึงลี้ลับอันเป็นปริศนาก็บังเกิดวังน้ำวนโถมซัดลงมาอย่างรวดเร็ว

             

            เพียงพริบตาสถานที่ที่เคยเป็นแดนสวรรค์ของผู้ฝึกญาณก็จมหายใต้ห้วงมหาธาราตลอดกาล

             

            โลกใบนี้ไร้ซึ่งบึงลี้ลับอย่างถาวร!

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

     

    คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613