“ทำไมจะไม่ได้เล่า ใครจะเป็นคนทำไส้กรอกก็เหมือนกันนั่นแหละ เสี่ยวหมิงเยว่ เรื่องการทำไส้กรอกของเมืองชิงซานลุงหลิวมอบให้เจ้าเป็นคนทำก็แล้วกัน อีกอย่างนะ ไส้กรอกชุดแรกจะทำเสร็จได้เมื่อใดหรือ?” จู่ ๆ ผู้ดูแลหลิวก็นึกถึงปัญหาที่หนักหนาอย่างหนึ่งขึ้นมาได้จึงเอ่ยถาม
“ลุงหลิว ไส้กรอกนี่น่าจะใช้เวลาครึ่งเดือนถึงจะทำเสร็จเจ้าค่ะ ต่อให้ข้ากลับไปทำตอนนี้อย่างไรก็ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งเดือนอยู่ดี หลังจากนี้ครึ่งเดือน ข้าจะส่งไส้กรอกให้ท่านหนึ่งชุดในทุก ๆ สองสามวัน ลุงหลิว หรือลุงว่าข้าควรส่งไส้กรอกให้ท่านทุก ๆ ห้าวันดี” หลี่หมิงเยว่ครุ่นคิดอย่างจริงจัง ก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้น
“ตกลง เช่นนั้นก็ส่งไส้กรอกมาทุก ๆ ห้าวันตามที่เจ้าว่าก็แล้วกัน ส่วนจะส่งมาครั้งละเท่าไรนั้นพวกเราค่อยมาคุยกันอีกที” ผู้ดูแลหลิวตอบตกลงทันที แต่ยังคงต้องคุยกันต่อในรายละเอียด
ทั้งสองคนนั่งอยู่ที่สวนหลังจี้ชื่อถังเพื่อหารือกันเรื่องไส้กรอก คนงานของจี้ชื่อถังเองก็คำนวณเงินค่าสมุนไพรในครั้งนี้เสร็จแล้ว และจ่ายเป็นเหรียญทองแดงมาให้ตามที่หลี่หมิงเยว่ขอ เพราะหลังจากกลับไปแล้ว นางต้องนำเงินไปจ่ายให้คนในหมู่บ้าน จากนั้นหลี่หมิงเยว่จึงขอตัวลา
ผู้ดูแลหลิวมองเด็กสาวตัวน้อยที่ห่างออกไปไกล และพูดกับผู้เฒ่าหลิวที่นั่งอยู่ตรงข้ามว่า “ลุงหก แม่หนูคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ หลังจากที่นางเป็นหุ้นส่วนของหอหรูอี้ กิจการของหอหรูอี้ก็ดีขึ้นมาไม่น้อยเลย”
“อืม แม่หนูนั่นไม่เพียงแต่มีฝีมือการทำอาหารที่ไม่ธรรมดา วิธีปรุงยาของนางเองก็ไม่เหมือนใคร วัตถุดิบยาที่นางเตรียมด้วยตนเองนั้นก็มีคุณภาพสูงจริง ๆ” ผู้เฒ่าหลิวเอามือลูบเคราไปพร้อมกับพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ลุงหก ท่านว่าเพราะคุณชายสามเป็นคนสอนนางหรือไม่? นางเป็นศิษย์รักของคุณชายฟู่”
“เป็นไปไม่ได้ คุณชายสามเพิ่งเริ่มสอนนางมาไม่นานนี้เอง ข้าได้ยินมาจากเจ้าเด็กอวิ๋นฮุยโดยบังเอิญว่าหลี่หมิงเยว่เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างมาจากในความฝัน คนเช่นนั้นข้าเองก็เคยได้ยินมาก่อน พวกเขาเหล่านั้นล้วนมีโชคลาภติดตัว ต่อไปพวกเราต้องผูกมิตรกับนางไว้ให้ดี” ผู้เฒ่าหลิวนึกถึงสิ่งที่เขาได้ยินมาก่อนหน้านี้ ถึงได้เชื่อในตัวหลี่หมิงเยว่แม้ว่านางจะทำอะไรแปลก ๆ ไปบ้างก็ตาม
“ลุงหก ข้าเข้าใจแล้ว นายท่านเองก็ให้ข้าคอยดูแลนางให้ดีที่สุดเช่นกัน” ผู้ดูแลหลิวเองก็รู้ว่าผู้เฒ่าหลิวนั้นกำลังเตือนสติตนเอง หลังจากทำความเคารพเขาแล้ว จึงหยิบของบนโต๊ะแล้วเดินจากไป
.
.
หลังจากที่หลี่หมิงเยว่ออกจากจี้ชื่อถังแล้ว นางก็เดินทางไปที่ร้านปักผ้าลวี่เยวี่ยน นางให้หลี่เหมิงรออยู่ข้างนอกและหยิบสัมภาระเข้าไปข้างใน
เมื่อผู้ดูแลชวีเห็นลายปักลายใหม่เหล่านี้ ดวงตาของนางก็เป็นประกายขึ้นมาทันที ลายปักแมวคิตตี้ห้าสิบลาย แต่ละผืนล้วนมีท่าทางที่ไม่เหมือนกัน และมันทำให้นางตกหลุมรักทุกผืนอีกเช่นเคย ลายเหล่านี้น่ารักมากจริง ๆ อย่าว่าแต่พวกเด็ก ๆ เลย แม้แต่คนโตแล้วอย่างนางยังอดใจไม่ไหว
หากให้เจ้านายส่งไปให้เด็ก ๆ ในตระกูลขุนนางและคุณหนูผู้สูงศักดิ์ เชื่อเลยว่าจะต้องเกิดการแย่งชิงกันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเหล่าคุณหนูและฮูหยินพวกนั้น ลายปักเช่นนี้คงจะได้รับความนิยมไประยะหนึ่งแน่นอน
คราก่อนนางนำภาพปักลายหงส์พิมพ์คัดลอกออกมา และส่งผ้าลายปักเหล่านั้นไปที่ร้านค้าหลัก เจ้านายของนางให้คนเร่งทำออกมาอีกชุดหนึ่งอย่างลับ ๆ ทำให้ตลาดปักผ้าลวี่เยวี่ยนของพวกนางเป็นนิยมขึ้นในเสวียนเทียน จนศัตรูเก่าของพวกนางต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเกลียดชัง
และลายปักแมวคิตตี้ชุดนี้คาดว่ามันจะทำให้รายได้ให้พวกนางในสิ้นปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอย่างแน่นอน ดังนั้นสายตาของนางที่มองมายังหลี่หมิงเยว่จึงร้อนแรงมากขึ้น
“แม่หนู ลายปักชุดนี้งดงามยิ่งนัก ก่อนหน้านี้พวกเราตกลงกันไว้แล้วว่าข้าจะให้เจ้าลายละหนึ่งตำลึง นี่มีอยู่ห้าสิบลาย ข้าจึงต้องจ่ายให้เจ้าห้าสิบตำลึง ไม่ทราบว่าแม่หนูจะตกลงหรือไม่” ผู้ดูแลชวีจ้องไปที่กองผ้าเช็ดหน้าอย่างไม่อาจละสายตาได้ และกลัวว่าหลี่หมิงเยว่จะไม่พอใจในจำนวนเงินที่นางให้ จึงรู้สึกไม่สบายใจอยู่เล็กน้อย
“เอาตามที่ป้าชวีว่านั่นแหละเจ้าค่ะ ป้าชวีไม่ต้องห่วง ตอนที่พวกข้าลำบากก็มีป้าคอยช่วยเหลือ ต่อไปหากข้ามีลายปักอะไรอีกข้าจะนำมาส่งป้าชวีแน่นอนเจ้าค่ะ” หลี่หมิงเยว่ได้ยินหลี่หมิงหัวพูดมาก่อนแล้ว ตอนแรกที่พวกนางแยกบ้านออกมา หลี่หมิงหัวรับงานปักผ้ามาจากร้านปักผ้าลวี่เยวี่ยน ผู้ดูแลชวีได้ข่าวว่าพวกนางกำลังลำบากจึงให้งานปักผ้ากับพวกนางโดยไม่ต้องขอดูผลงานหรือวางมัดจำก่อนเลยด้วยซ้ำ
หลี่หมิงเยว่เป็นคนดังคำกล่าวที่ว่า เจ้าดีกับข้า ข้าก็จะตอบแทนเจ้ากลับไปเป็นร้อยเท่า เมื่อนางเห็นผู้ดูแลชวีไม่สบายใจจึงยิ้มออกมาบาง ๆ และตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
หลังจากออกมาจากร้านปักผ้าพร้อมกับเงินห้าสิบตำลึงกับอีกหกร้อยห้าสิบอีแปะในมือ นางยังนำผ้าบางส่วนกลับไปด้วย ระหว่างทางกลับ หลี่หมิงเยว่ขอให้หลี่เหมิงพาตนไปที่แผงขายเนื้อและสั่งเนื้อหมูสามชั้นไว้สองร้อยจิน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับทำไส้กรอก เมื่อนึกถึงเหล่าพี่ ๆ น้อง ๆ ที่บ้านจึงแวะเข้าร้านขนมที่อยู่ข้าง ๆ ซื้อขนมมาสามห่อภายในอึดใจเดียว ก่อนจะกลับบ้านอย่างพึงพอใจ
ระหว่างทาง หลี่เหมิงถามหลี่หมิงเยว่อย่างตื่นเต้น “เสี่ยวหมิงเยว่ เจ้าต้องการให้คนในหมู่บ้านทำไส้กรอก เป็นเพราะอยากให้คนในหมู่บ้านมีรายได้มากขึ้นหรือ?”
เขาเองก็เคยเห็นตอนที่พวกนางทำไส้กรอกกันเมื่อครั้งก่อนจึงพอจะรู้ขั้นตอนคร่าว ๆ เขาทราบว่าหากจะทำไส้กรอกนั้นเด็กน้อยอย่างพวกนางไม่กี่คนคงทำออกมาไม่ได้แน่ จึงได้ถามขึ้น
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ! ลุงเหมิงจื่อ ข้าเอาไส้กรอกกลับมาทำ พวกป้า ๆ น้า ๆ ในหมู่บ้านจะได้มีรายได้” หลี่หมิงเยว่เองก็พูดตามความคิดของตนออกไปอย่างไม่ปิดบัง
“แต่ว่าลุงเหมิงจื่อ พอกลับไปแล้วข้ายังมีเรื่องที่ต้องรบกวนลุงอีก หลังจากที่พวกเรากลับไปถึงหมู่บ้านแล้ว ข้าต้องนำเงินไปแจกจ่ายให้คนในหมู่บ้าน ข้ากลัวว่าพวกพี่ชายจะปราบคนเหล่านั้นไว้ไม่ไหว เลยอยากขอร้องให้ลุงไปช่วยดูสักหน่อยเจ้าค่ะ” จู่ ๆ หลี่หมิงเยว่ก็นึกถึงเรื่องที่ต้องนำเงินไปแจกจ่ายขึ้นมาได้ นางกลัวว่าพวกพี่ชายจะควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ เพราะที่นั่นคงไม่ได้มีแต่คนที่มารับเงิน คงยังมีคนที่มารอชมความคึกคักอยู่รอบ ๆ อีก
หลี่เหมิงเป็นลูกชายของผู้นำตระกูลหลี่ หากมีเขาอยู่คงจะไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่องแน่ ดังนั้นนางถึงหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากหลี่เหมิง
หลี่เหมิงเองก็เป็นคนฉลาด เขารู้ดีว่าหลี่หมิงเยว่นั้นกังวลเรื่องอะไร และก่อนหน้านี้พ่อของเขาได้บอกเขาว่าให้คอยช่วยเหลือหมิงเยว่ และเมื่อครู่นี้นางบอกว่าจะทำให้คนในหมู่บ้านได้มีรายได้ เขาจึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล “เสี่ยวหมิงเยว่ไม่ต้องห่วง ประเดี๋ยวข้าจะไปช่วยพวกห้าวเกอเอ๋อร์เอง”
“เช่นนั้นก็ขอบคุณลุงเหมิงจื่อมากเลยนะเจ้าคะ ใช่แล้วลุงเหมิงจื่อ ข้าว่าจะไม่ทำไส้กรอกที่บ้านของข้า เพราะบ้านข้ามีเรื่องหลายอย่างให้ต้องทำ ข้าเลยคิดว่าจะให้ป้า ๆ บ้านผู้นำตระกูลช่วยจัดการ หากพวกนางไม่ว่างล่ะก็ ข้าขอให้ป้าจางมาช่วยได้หรือไม่เจ้าคะ” หลี่หมิงเยว่อยากให้คนในบ้านของผู้นำตระกูลหลี่เป็นคนดูแลจัดการเรื่องทำไส้กรอก และมีเพียงบ้านของหลี่ชงเท่านั้นที่จะทำเรื่องนี้ได้โดยที่ไม่เกิดความวุ่นวาย
หลี่เหมิงไม่ได้ตอบว่าจะตกลงหรือไม่ เพราะเขานั้นไม่รู้ว่าคนในบ้านจะยอมทำเรื่องนี้หรือเปล่า ทั้งสองคนกลับมาถึงหมู่บ้านโดยไม่พูดอะไร จนกระทั่งเกวียนมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้านของหลี่หมิงเยว่ เมื่อเห็นว่าที่หน้าประตูบ้านมีคนล้อมรอบอยู่ ทั้งสองคนจึงตกใจ
โดยเฉพาะหลี่หมิงเยว่ที่เป็นกังวลมาก นางกลัวว่าที่บ้านจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก จึงพูดกับหลี่เหมิงว่า “ลุงเหมิงจื่อช่วยข้าดูของบนเกวียนก่อนนะเจ้าคะ ข้าจะเข้าบ้านไปดูก่อนว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น”
อึดใจเดียวนางก็วิ่งไปถึงหน้าประตูบ้านและแหวกฝูงชนเข้าไป นางเบียดเข้าไปข้างในพร้อมกับตะโกนเสียงดัง “หลีกทาง! หลีกทางให้ข้าที”
.
.
.
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง