เซียวหยวนหมิงเองก็คิดเช่นนั้นไม่ได้กลับบ้านมาหลายวัน เขาก็อดคิดถึงบ้านไม่ได้เลยจริงๆ
วันแรกที่เขาพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเซียวหยวนซินก็พาหยวนหยวนมาเยี่ยมเขา แต่ที่บ้านจะปล่อยให้ว่างเปล่าไม่ได้มิฉะนั้นคงโดนขโมยบุกรุกเป็นแน่!
อีกทั้งเซียวหยวนซินยังต้องทำงานตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยทางกองผลิตปล่อยแค่ซูเจียวเจียวลาหยุดงานไม่ได้ปล่อยเซียวหยวนซินลาหยุดด้วยสักหน่อย
ขณะที่ทั้งสองยืนรอรถอยู่ริมถนนก็เห็นหลี่เอ้อร์โก่วกับหลี่จินฮวาผู้เป็นมารดาเดินมาแต่ไกล
หลี่เอ้อร์โก่วถือกระเป๋าเพียงใบเดียวส่วนหลี่จินฮวาถือถุงพะรุงพะรังเต็มสองมือ ทั้งสองซื้อของบางอย่างกลับไปด้วยการเดินทางเข้าเมืองแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อกลับไปแล้วก็ย่อมต้องซื้อของติดไม้ติดมือกลับไปเป็นธรรมดา
หลี่จินฮวาใบหน้าซีดเผือดดวงตาแดงก่ำ ดูอิดโรยไร้เรี่ยวแรง ตรงกันข้ามกับหลี่เอ้อร์โก่วที่ใบหน้าแดงก่ำมีเลือดฝาด ดูสุขภาพดีเป็นที่สุด
ซูเจียวเจียวมุมปากกระตุกอย่างช่วยไม่ได้
หลี่เอ้อร์โก่วยังคงคิดจะเข้าหาและพูดคุยกับซูเจียวเจียวแต่กลับถูกเซียวหยวนหมิงมองตาเขม็งจนเขาต้องหดตัวกลับไปยืนข้างหลังพลางแอบชำเลืองมองซูเจียวเจียวอย่างไม่ยอมแพ้
ตอนนี้เขายิ่งพบว่าซูเจียวเจียวยิ่งสวยขึ้นทุกวัน!
หากรู้ว่าซูเจียวเจียวจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ละก็เขาจะไล่จีบซูเจียวเจียวตั้งแต่แรกให้ได้!
หลี่เอ้อร์โก่วรู้สึกเสียใจเป็นครั้งที่หมื่น
เมื่อเห็นสายตาของหลี่เอ้อร์โก่วซูเจียวเจียวก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
เซียวหยวนหมิงก็สัมผัสได้เช่นกันเขาเคลื่อนตัวไปยืนบังซูเจียวเจียวอย่างแนบเนียนใช้ร่างกายกำยำบดบังสายตาของหลี่เอ้อร์โก่วจากนั้นจึงหันไปมองหลี่เอ้อร์โก่วด้วยสายตาที่ดุดันราวกับจะกินคนแล้วเอ่ยขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้ายังมองอีกละก็ฉันจะควักลูกตาหมาของแกออกมาซะ!”
หลี่เอ้อร์โก่วเอ่ยอย่างโกรธจัด“เซียวหยวนหมิง! แกอย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ไปหน่อยเลย!ฉันมองไปทางนั้นมันไปขวางหูขวางตาแกด้วยหรือไง?”
เซียวหยวนหมิงดวงตาวาวโรจน์ไปด้วยความดุร้าย“จะมองไปทางนั้นหรือมองภรรยาของฉัน แกย่อมรู้ดีแก่ใจ!ตอนนี้ยุวชนซูคือภรรยาของฉัน แกอย่าคิดจะมองเหลียวหลังอีกมิฉะนั้นละก็เตรียมรับหมัดของฉันได้เลย!”
พูดแล้วเขาก็กำหมัดแน่น
หลี่เอ้อร์โก่วดวงตาฉายแววหวาดกลัวเล็กน้อยกลืนน้ำลายอึก เซียวหยวนหมิงคนนี้นี่มันอันธพาลชัดๆ! เขาแค่มองเองจะอะไรนักหนา?
แค่มองเฉยๆไม่ทำให้บุบสลายสักหน่อย!
หลี่จินฮวาเห็นลูกชายถูกรังแกก็แหกปากตะโกนด่าทันที “เซียวหยวนหมิงหากแกหวงก้างนัก ก็ไม่ต้องให้เมียออกมานอกบ้านเลยสิ! วันๆเอาแต่แต่งตัวเหมือนนางจิ้งจอกเก้าหาง! นี่ไม่ใช่ตั้งใจให้คนอื่นเขามองหรอกหรือไง?”
จิ้งจอกเก้าหางซูเจียวเจียว"???"
แค่สวยก็ผิดแล้วหรือนี่?
“แต่หากทุกคนบนโลกนี้หน้าตาเหมือนคุณกันหมดละก็ คงสยดสยองน่าดู”
ซูเจียวเจียวตอบกลับไปหนึ่งประโยค
น่าเสียดายที่หลี่จินฮวาใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจความหมายแต่เธอก็รู้ว่ามันไม่ใช่คำพูดดีๆ แน่ เธอจ้องมองซูเจียวเจียวอย่างขุ่นเคืองแต่เมื่อเห็นเซียวหยวนหมิงยืนขวางอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมราวกับจะกินคนหญิงชราก็หุบปากลงทันที
แต่ในขณะนั้นเองก็มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินผ่านมา เมื่อเห็นหลี่จินฮวา ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างแล้วเอ่ยอย่างโกรธแค้นว่า “แกนี่เอง? วันนั้นเป็นแกที่ขโมยกล้วยของฉันไปสองลูก! ใช่ไหม!”
หลี่จินฮวาหน้าเปลี่ยนสีพลางเอ่ยอย่างร้อนรน “คุณอย่าพูดเหลวไหลนะ!ใครขโมยกล้วยของคุณ!”
“ก็แกนั่นแหละ! ตอนนั้นมีแค่แกคนเดียวที่เดินผ่านมากล้วยที่ฉันวางไว้บนหน้าต่างก็หายไปสองลูกทันที!” หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างเจ็บแค้นน่าเสียดายที่เธอไม่มีหลักฐาน แม้จะสงสัยว่าหลี่จินฮวาเป็นคนขโมยก็ไร้ประโยชน์
หลี่จินฮวาดูเหมือนจะรู้ข้อนี้ดีจึงเอ่ยเสียงดังว่า “อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!ฉันเดินผ่านหน้าต่างบ้านหล่อนแล้วมันหมายความว่าฉันขโมยเหรอ? เห็นกับตาหรือยังไง? หล่อนไม่มีหลักฐานอะไรเลยแล้วมาป้ายความผิดให้ฉันว่าฉันขโมย หล่อนยังมีความละอายใจอยู่ไหมเนี่ย? หล่อนอาจจะแอบกินเอง แล้วมาโทษฉันแน่ๆ!”
หลี่จินฮวาตอบโต้กลับไปสองสามประโยคทำให้หญิงวัยกลางคนโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ “แกมันคนแก่โลภมากเป็นโจรขโมยกล้วยไร้คุณธรรม! ฉันจะถือซะว่าเอาไปให้หมากิน!”
หญิงวัยกลางคนจากไปอย่างเจ็บแค้น
ซูเจียวเจียวรีบถอยห่างจากหลี่จินฮวาไปสองสามเมตรเมื่อวานจางเหม่ยจวี๋ก็บอกเธอว่ากล้วยสองลูกของหลี่จินฮวาไม่แน่ว่าอาจจะเป็นของที่ขโมยมา!ด้วยฐานะทางบ้านของหลี่จินฮวาไม่น่าจะมีปัญญาซื้อมันมากินและคงไม่ยอมเสียเงินซื้อผลไม้ราคาแพงเช่นนี้เป็นแน่!
มีเงินซื้อผลไม้สู้ซื้อเนื้อกินยังดีเสียกว่า!
ไม่คิดเลยว่าจะเป็นของที่ขโมยมาจริงๆ!
ดีนะที่เธอให้เซียวหยวนซินอยู่เฝ้าบ้านมิฉะนั้นบ้านคงโดนขโมยบุกรุกเป็นแน่!
สีหน้าของหลี่จินฮวาก็ไม่สู้ดีนักเธอถ่มน้ำลายใส่ร่างของหญิงวัยกลางคนที่จากไป
ซูเจียวเจียวเพื่อที่จะได้อยู่ห่างจากหลี่เอ้อร์โก่วและหลี่จินฮวาก็จูงมือเซียวหยวนหมิงเดินไปไกลมาก แล้วจึงหยุดรอรถ
ตอนนี้ในมือของอาหมิงมีของมากมายบรรจุอยู่ในถุงกระสอบพลาสติก ซึ่งข้างนอกมองไม่เห็นว่าข้างในมีอะไรบ้างหากหลี่จินฮวารู้ว่าข้างในมีเนื้อ แป้งสาลี ไข่ ไข่เค็ม ซอสเนื้อวัว ผงนมมอลต์และขนมหวาน เธอคงต้องอิจฉาจนตาแดงก่ำเป็นแน่!
ทั้งสองรอรถอยู่ริมถนนประมาณครึ่งชั่วโมงในที่สุดก็มีรถแทรกเตอร์คันหนึ่งของกองผลิตข้างๆ แล่นผ่านมา ซูเจียวเจียวจ่ายค่ารถรถก็ส่งทั้งสองคนไปส่งถึงทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งสะดวกสบายสุดขีด
เซียวหยวนหมิงสะพายถุงใหญ่บนบ่าและถือถุงเล็กอีกสองใบในมือ ถุงหนึ่งบรรจุไข่ไก่และไข่เค็มส่วนอีกถุงหนึ่งบรรจุเสื้อผ้าเปลี่ยนสองชุดของเขากับซูเจียวเจียว รวมถึงสบู่ไม้แขวนเสื้อ และกะละมัง
ซูเจียวเจียวไม่ได้ถืออะไรเลยไม่ใช่ว่าไม่อยากถือ แต่เซียวหยวนหมิงไม่ยอมให้เธอถือของแม้แต่น้อย
เขาบอกว่าของพวกนี้เบามากเขาถือคนเดียวได้สบายๆ
ดังนั้นบนตัวของซูเจียวเจียวจึงสะพายกระเป๋าผ้าสีเขียวทหารเพียงใบเดียวซึ่งบรรจุเงินและบัตรแลกของ
ส่วนอีกมือหนึ่งก็ถือกระติกน้ำเล็กๆที่บรรจุน้ำเชื่อม ซึ่งเซียวหยวนหมิงซื้อให้เธอดื่มขณะรอรถ
เขาบอกว่าหากเดินเหนื่อยก็ให้ดื่มน้ำเชื่อมเพื่อเติมพลัง
นี่เขามองเธอเป็นเด็กเล็กหรืออย่างไรนะ!
เพิ่งจะเดินมาไม่กี่ก้าวเองจะเหนื่อยได้อย่างไร?
ของทั้งหมดเขาก็เป็นคนแบกเองด้วยซ้ำ!
ไม่ยอมให้เธอต้องลำบากแม้แต่น้อย!
แต่ซูเจียวเจียวในใจก็รู้สึกหวานซึ้งราวกับดื่มน้ำผึ้ง!
ความรู้สึกที่ถูกตามใจราวกับเป็นเด็กนี้ช่างทำให้มีความสุขเหลือเกิน!
ชาติที่แล้วเธอมองข้ามสิ่งสำคัญไปมากมายถึงเพียงนี้ได้ยังไงนะ!
เมื่อมองดูร่างสูงใหญ่ที่แบกของพะรุงพะรังอยู่ข้างหน้าแต่ยังคงเดินอย่างกระฉับกระเฉง ซูเจียวเจียวก็เร่งฝีเท้าตามไป“อาหมิงคอแห้งหรือเปล่า? ดื่มน้ำหน่อยไหม?เดี๋ยวฉันป้อนให้เองนะ!”
เซียวหยวนหมิงเดิมทีจะตอบว่าไม่กระหายน้ำแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเห็นดวงตาของซูเจียวเจียวที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความอ่อนโยนสุกใสเป็นประกายระยิบระยับคำพูดที่เตรียมจะเอ่ยก็กลืนกลับลงไปในลำคออย่างไม่รู้ตัว แล้วเปลี่ยนคำพูดทันที
“ดีครับ”
ซูเจียวเจียวเปิดกระติกน้ำอย่างมีความสุขเขย่งปลายเท้าป้อนน้ำหวานให้เขาดื่มไปอึกใหญ่
ตอนนี้เป็นทางเข้าหมู่บ้านพอดีเป็นตอนเที่ยงที่ชาวบ้านเลิกงานกลับบ้าน หลายคนเห็นแล้วก็อดอิจฉาไม่ได้
ดูเหมือนยุวชนซูจะรักเซียวหยวนหมิงมากจริงๆ!
วันนั้นที่เกิดดินถล่มเธอก็อยู่ที่นั่นทั้งคืน ร้องไห้เสียใจจนแทบจะสิ้นหวังหลังจากนั้นก็ปีนขึ้นเขาไปตามหาคน หากไม่มีซูเจียวเจียวละก็เซียวหยวนหมิงและคนอื่นๆ คงไม่มีทางรอดชีวิตกลับมาได้!
ตอนที่ส่งไปโรงพยาบาลแพทย์ก็บอกว่าโชคดีที่เจอพวกเขาได้ทันเวลา ช่วยชีวิตคนไว้ได้มิฉะนั้นพวกเขาคงขาดอากาศหายใจเสียชีวิตไปแล้ว
และวันนั้นยุวชนซูเองก็เป็นคนนำทีมขุดค้นคนด้วย!