“ถึงลุงจะไม่ให้ผมรับผิดชอบน้ำค้างกับลูก ผมยังจะรับผิดชอบ เพราะลูกในท้องของน้ำค้างคือลูกของผม!!!!......”
นายหัวจิรทิปต์ไม่สนใจคำพูด ที่วิชรวิทย์บอกว่าไม่ต้องการให้รับผิดชอบนั้นเลยสักนิด เขาคิดว่าเขาจะต้องรับผิดชอบ และยังไงก็จะต้องรับผิดชอบ ต่อให้ปฏิเสธการรับผิดชอบจากเขายังไงก็เถอะ เขาไม่ยอมปล่อยให้ปวริศาไปเป็นของคนอื่น และไม่ยอมปล่อยให้ลูกไปเรียกคนอื่นว่าพ่อแทนเขาด้วย
“ไอ้นี่พูดไม่เข้าใจใช่ไหม บอกว่าไม่ต้องการให้รับผิดชอบ ก็ไม่ต้องการให้รับผิดชอบสิวะ!!!!”
“ตาราศหยุด!!!!.......”
ปวราศพูดด้วยความฉุนเฉียว ที่เห็นนายหัวจิรทิปต์ไม่ยอมแต่โดยดี ทั้งที่วิชรวิทย์พูดดีด้วยอย่างนี้แล้ว ปวราศทำท่าจะเดินออกไปนอกรั้ว แต่วิชรวิทย์ห้ามเอาไว้ เพราะถึงแม้นายหัวจิรทิปต์บุกมาถึงบ้าน และมาเพียงคนเดียวก็เถอะ ก็ใช่ว่าเขาจะไม่มีอิทธิพล ไม่มีอำนาจในมือเสียเมื่อไร หากไปทำอะไรให้นายหัวหนุ่มไม่พอใจมากเข้า เดี๋ยวจะเป็นเรื่องลุกลามขึ้นมาอีก คงไม่เป็นการดีแน่
“ลูกฉัน เมียฉัน ฉันก็ต้องรับผิดชอบ!!!!”
นายหัวจิรทิปต์มองปวราศด้วยสายตาแข็งกร้าว และไม่มีท่าทีว่าจะเกรงกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะถ้าหากเขาไม่แน่จริง เขาคงไม่มาเรียกร้องถึงที่นี่หรอก
“น้ำค้างไม่ต้องการความรับผิดชอบจากนายหัว ไม่ว่าจะตัวน้ำค้างหรือลูกก็ไม่ต้องการ นายหัวจงกลับไปซะเถอะ ไปรับผิดชอบว่าที่คู่หมั้นของนายหัวจะดีกว่า”
เสียงดังฟังชัดมาจากด้านหลังของวิชรวิทย์ ทุกคนต่างพากันหันไปมองเป็นตาเดียวกัน และก็ได้เห็นปวริศาเดินออกมาจากภายในบ้าน ด้วยสีหน้านิ่งเรียบเฉยชา โดยมีพิณรญาเดินตามหลังมาด้วยติดๆ
ไม่ใช่ว่าพิณรญาไม่ห้ามลูกสาวคนเล็กไม่ให้ลงมา พิณรญาห้ามแล้ว แต่ปวริศาก็ดูจะร้อนรนใจ ที่เห็นว่าคนทั้งสามพูดกันไม่จบสักที เพราะงั้นปวริศาไม่อยากให้ต่อความยาวสาวความยืด จึงเดินออกมาพูดให้ชัดๆ ให้เด็ดขาดกันไป เพื่อว่านายหัวจิรทิปต์จะได้ไม่มาที่นี่อีก แค่นี้เธอก็เจ็บช้ำใจจนไม่รู้จะเจ็บยังไงแล้ว
“น้ำค้าง พี่!!!!......”
“ไปซะ!!!!...... กลับไปซะ และอย่ามาที่นี่อีก ลูกของน้ำค้าง น้ำค้างดูแลรับผิดชอบเองได้ น้ำค้างเจ็บมามากพอแล้ว ขอให้พอสักทีเถอะ แต่หากยังไม่พอ เดี๋ยวน้ำค้างจะตายชดใช้ให้ จะเอาอย่างนั้นก็ได้!!!!”
นายหัวจิรทิปต์จะพูดขอร้องเว้าวอนปวริศา แต่เธอกลับพูดแทรกขึ้นมาโดยไม่รับฟังคำพูดใดๆ จากนายหัวหนุ่ม ขณะพูดดวงตากลมโตคู่สวย ก็แสดงความเจ็บปวดออกมาให้เห็นกันถ้วนทั่ว แล้วน้ำใสๆ ก็พลันไหลพรั่งพรูออกมาจากดวงตากลมโตคู่สวย อาบแก้มนวลเนียนใสเป็นทาง
“น้ำค้าง!!!!......”
ปวริศารู้สึกว่าภายในท้องเกิดอาการปั่นป่วน น้ำขมๆ วิ่งขึ้นมาจนถึงคอ ทำให้พะอืดพะอมอยากจะอาเจียนออกมา ประกอบกับอาการวิงเวียนศีรษะจู่โจม ทำให้เธอทรงตัวไม่อยู่ เซไปเล็กน้อย ซึ่งดีว่าพิณรญาอยู่ด้านหลัง จึงยื่นมือมาจับร่างบางเอาไว้ได้ทัน
“น้ำค้างเป็นอะไรน้ำค้าง!!??......”
ปวราศหายจากการโมโหนายหัวจิรทิปต์ เปลี่ยนมาเป็นห่วงปวริศาแทน ปวราศเดินเข้าประคองปวริศา พร้อมกับถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เพราะกลัวว่าปวริศาจะเกิดภาวะแท้งคุกคามขึ้นมาอีก
“น้ำค้างเป็นอะไรไหม??...... ไปหาหมอดีไหม??......”
นายหัวจิรทิปต์ที่เห็นอาการของปวริศา ก็ร้อนรนใจไม่แพ้กัน ภายในใจของเขากลัวเหลือเกินว่า ปวริศากับลูกในท้องจะเกิดอะไรขึ้นมาอีกอย่างเมื่อคราวที่แล้ว ที่เขาเองเป็นคนทำ นายหัวหนุ่มร้องตะโกนถามด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก
“นายหัวไปซะ!!!!.... อย่ามาที่นี่อีก หากมาอีกน้ำค้างจะตายให้ดู จะได้จบๆ เรื่องกันไป”
ปวริศาปรือตามองนายหัวจิรทิปต์ เปล่งเสียงขับไล่เขาไปน้ำเสียงที่ฝืนเปล่งเสียงให้ดัง โดยไม่สนใจคำถามที่เขาถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยนั้นเลยสักนิด พอพูดจบปวราศและพิณรญาก็พาปวริศาเดินกลับเข้าบ้าน โดยวิชรวิทย์มองหน้านายหัวหนุ่มอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะเดินตามเข้าบ้านไป
๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗
เอาล่ะสิ!!... ถึงขนาดที่น้ำค้างบอกจะตายให้ก็ได้อย่างนี้ นายหัวทิปจะทำยังไงล่ะทีนี้!!!!........ โปรดติดตามกันในตอนหน้านะคะ...................... ^_^ ^_^ ^_^ ^_^