หนิวเซี่ยงตงหยิบสร้อยประคำออกจากน้ำและเช็ดน้ำออกด้วยผ้าแห้งอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพูดว่า “ผู้เฒ่าหลง สร้อยประคำของคุณมีกลิ่นหอมเย็น เมื่อจมลงน้ำลูกประคำมีความแวววาวคงจะเป็ไม้จันทน์แดงเหมือนกัน มีสิบเก้าเม็ดราคาน่าจะไม่ต่ำกว่าของที่เสี่ยวสวี่ขายให้ ถูกไหมครับ”
หลงชิวเซิงหัวเราะฮ่าๆ “ไม้จันทน์แดงเป็สิ่งล้ำค่ารู้จักกันในนามาาแห่งมวลพฤกษา มีแรงโน้มถ่วงจำเพาะ ลงน้ำแล้วจมสีน้ำตาลละเอียดราวกับขนวัวชั้นดี นานวันเข้าจะเริ่มมีความมันวาวเื่พื้นฐานพวกนี้เธอมองได้ขาดมาก แต่ยังมีจุดหนึ่งที่เธอไม่ได้พูดออกมา ฮ่าๆเ้าหนู เธอว่าอย่างไร”
ตอนท้ายประโยค หลงชิวเซิงหันไปทางสวี่ตง คำถามนั้นส่งมาหาเขา
สวี่ตงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าหมองลงเล็กน้อย ก่อนจะพูดตะกุกตะกัก“ผมคิดว่า…ผมคิดว่า…นี่…ทั้งสองอย่างนี่ไม่มีราคาครับ…”
“อะไรนะ เป็ไปไม่ได้มั้ง…”
“เหลวไหล เด็กไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำพูดไร้สาระจริงๆ”
ประโยคแรกเป็หนิวเซี่ยงตงพูดขึ้นส่วนประโยคหลังเป็คำผรุสวาทของโจวเทียนฉี หลงชิวเซิงเป็บุคคลระดับไหน สิ่งที่เขาสวมใส่ติดกายจะเป็ของไม่ดีได้เหรอ
อีกอย่างนี่ยังผ่านการตรวจสอบจากหนิวเซี่ยงตงและโจวเทียนฉีมาแล้วหากจะบอกว่าของสองอย่างนี้ไม่มีราคา ก็เท่ากับพูดเหลวไหลทั้งเพ
ที่สวี่ตงบอกว่า ‘ไม่มีราคา’ นั้นเป็เพราะเขามองไม่เห็น ‘หมอก’ จากของทั้งสองชิ้น แน่นอนว่าความคิดของเขาก็เป็เพียงการคาดเดา ถึงจะมี ‘ออร่าสมบัติ’ หรือไม่ล้วนเป็เพียงภาพมายายังไม่มีการตรวจสอบยืนยันที่แน่นอน
หลงชิวเซิงทำหน้านิ่ง จ้องมองสวี่ตงอยู่นานถึงได้เอ่ยว่า “เธอคิดแบบนั้นจริงเหรอ”
และไม่รู้ว่าเพราะอะไร เมื่อสวี่ตงเห็นหลงชิวเซิงมีสีหน้าเปลี่ยนไป ก็เกิดความรู้สึกบางอย่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งถึงลองเสี่ยงโชคพยักหน้า ก่อนจะพูดว่า “ผมคิดว่าทั้งสองอย่างนี้เป็ของไม่มีราคาจริงๆ ครับ”
หนิวเซี่ยงตงยิ้มขื่นพลางส่ายหน้าขณะที่โจวเทียนฉีอดไม่ได้จนผรุสวาทด่าสวี่ตงว่าพูดจาไร้สาระอีกครั้ง
หลงชิวเซิงกลับพยักหน้า ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “เฮ้อ เ้าหนูนี่สายตาเฉียบแหลมจริงๆ ทั้งสองชิ้นนี้น่ะ…ฮ่าๆ ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่เสี่ยวหนิวเสี่ยวโจวไม่ได้พูดออกมานั่นก็คือทั้งสองชิ้นนี้เป็ของปลอม ของเลียนแบบเกรดสูง!”
“ของปลอม?”
หนิวเซี่ยงตงและโจวเทียนฉีต่างตะลึงงัน ก่อนจะหลุดปากพูดพร้อมกัน “เป็ไปไม่ได้มั้ง”
หลงชิวเซิงส่ายหน้ายิ้มๆ “เป็เื่จริงต่างหากฉันมีเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศคนหนึ่งใช้เทคโนโลยีชั้นสูงทำเลียนแบบขึ้นมาพวกเธอคิดว่ามันเป็ของจริง นั่นก็เพราะถูกทำให้ไขว้เขวหนึ่งคือพวกเธอคิดว่าคนระดับฉันไม่มีทางใส่ของปลอม สองคือลูกประคำดูคล้ายกับไม้จันทน์แดงมากแม้กระทั่ง ‘กลิ่น’ ก็ทำเลียนแบบแหวนนี่ยิ่งเลียนแบบขั้นสูงเลยทั้งสีและความแวววาวต่างจากหยกชั้นหนึ่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้นบวกกับที่เสี่ยวหนิวทดสอบเมื่อครู่ ลูกประคำจมลงน้ำในบรรดาสิ่งของที่ทำจากไม้ทั่วไปมีแค่ไม้จันทน์และไม้พะยูงที่มีความถ่วงจำเพาะมากจึงจมน้ำทั้งคู่ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีแค่ไม้จันทน์แดงที่มีมูลค่า แต่…ฮ่าๆผู้ใหญ่สองคนอย่างพวกเธอยังตาแหลมไม่เท่าเด็กคนนี้!”
โจวเทียนฉีหน้าแดงทันควันเมื่อหลงชิวเซิงบอกว่าไม่ได้สายตาเฉียบคมอะไรถูกเปรียบเทียบกับสวี่ตงก็ไม่ว่ารู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วถึงอย่างไรเขาก็คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้ ถูกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเอาชนะไปได้ ยังจะมีหน้ามีตาเหลืออีกหรือ
หนิวเซี่ยงตงกลับไม่รู้สึกอึดอัดอะไรผู้เฒ่าหลงคิดว่าโจวเทียนฉีกับสวี่ตงเป็ญาติกันทั้งยังเป็ผู้ปกครองสวี่ตงจึงพูดไปโดยไม่คิดอะไร
หากเป็คนอื่น จะมีใครไม่ชอบฟังคนอื่นพูดว่าลูกบ้านเราเก่งบ้างเล่า
ตอนแรกยังอยากอยู่พูดคุยกับหลงชิวเซิงมากกว่านี้แต่โจวเทียนฉีไม่้าให้สวี่ตงร่วมวงสนทนากับพวกเขาไปมากกว่านี้ หากหลุดปากไปว่าครอบครัวเขาไม่ดีกับสวี่ตงหลงชิวเซิงอาจจะ ‘มองเขาต่างไป’ คิดได้ดังนั้นจึงรีบผุดกายลุกขึ้นก่อนจะหันไปพูดกับหลงชิวเซิงและหนิวเซี่ยงตง“ผมยังมีธุระอื่นอีกนิดหน่อย ผู้เฒ่าหลง เถ้าแก่หนิวผมคงต้องขอตัวก่อน แล้วก็จะแวะพาสวี่ตงไปส่งบ้านด้วยเลยเด็กคนนี้ใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ต้องทบทวนหนังสืออยู่บ้าน!”
หลงชิวเซิงพยักหน้าพลางลูบเครา “ใช่ๆๆการเรียนสำคัญที่สุดสำหรับเด็กๆ กลับไปเถอะ วันหลังมีเวลาว่างก็มาคุยกับฉันได้ฉันกับเด็กคนนี้มีวาสนาต่อกัน…”
ยานพาหนะของโจวเทียนฉีคือรถเจตต้ามือสอง ซื้อมาในราคาสามหมื่นหยวนเขาอยากเปลี่ยนรถใหม่แต่ก็ขัดสนเื่เงิน บวกกับลูกสาวโจวหลินอยากซื้อรถ เธอทำงานที่ธนาคารเพื่อการก่อสร้างแห่งประเทศจีนอยากซื้อรถก็เพราะอยากมีหน้ามีตามากขึ้นอันที่จริงเงื่อนไขของโจวหลินก็ไม่ได้สูงนัก ไปดูรถมาแล้วถูกใจรถเชฟโรเลต เซล แฮตช์แบ็กความจุ 1.4 ลิตร เกียร์ธรรมดา สีขาวสวยมากราคาเต็มรวมซื้อพร้อมจดทะเบียนเพียงแปดหมื่นหยวนเท่านั้น
แปดหมื่นหยวนไม่ใช่เงินที่มาก แต่ครอบครัวมีเงินสำรองไม่เยอะ ธุรกิจโรงรับจำนำก็งั้นๆกินไม่อิ่มแต่ไม่อดอยาก เงินเดือนของลูกสาวก็ไม่สูงนัก ดีที่ยังเลี้ยงดูตัวเองได้ตลอดทั้งปีเื่ซื้อรถนั้นแน่นอนว่าพ่อแม่ต้องช่วยออกเงิน!
อย่างไรก็ตามตอนนี้ปัญหาคลี่คลายแล้วโจวเทียนฉีขับรถไปพลางคิดว่าจะใช้เงินสามแสนแปดหมื่นหยวนที่สวี่ตงเพิ่งขายสร้อยประคำได้มาอย่างไรดีเงินนี่เข้ามาอยู่ในบัตรเขาแล้วย่อมไม่มีทางถอนคืนสวี่ตงเพียงแค่ต้องหาข้ออ้างที่เข้าท่าสักหน่อย
สวี่ตงนั่งอยู่เบาะหลัง นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้นั่งรถเจตต้าเก่าๆคันนี้ ตระกูลโจวมีกิจกรรมอะไรหรือธุระอะไรล้วนไม่เคยให้เขาไปด้วย
เวลานี้โจวเทียนฉีไม่มีอารมณ์จะดุด่าสวี่ตง เงินสามแสนแปดหมื่นหยวนเอาแปดหมื่นหยวนให้ลูกสาวซื้อรถ จากนั้นค่อยซื้อรถระดับกลางให้ตัวเองสองแสนหยวนออกไปข้างนอกค่อยนับว่ามีหน้ามีตา เจตต้าสับปะรังเคนี่ไม่เท่เอาเสียเลยทุกครั้งที่นัดเจอเพื่อนเขามักจะเอาไปจอดแอบๆ ไว้
นอกจากนี้ก็เอาอีกหนึ่งแสนที่เหลือให้ภรรยาหวงซูอวี๋ มิเช่นนั้น แผนการซื้อรถของเขาต้องถูกเธอขัดแน่สามแสนแปดหมื่นหยวนแบ่งเสร็จสรรพเรียบร้อย ไม่เหลือแม้แต่แดงเดียว แน่นอนว่าโจวเทียนฉีไม่คิดจะเหลือให้สวี่ตงเลย!
โจวเทียนฉีรีบหยิบโทรศัพท์มาโทรหาภรรยาบอกให้เธอรีบกลับบ้านเพราะมีเื่จะคุยด้วย
สวี่ตงนั่งเงียบอยู่ที่เบาะหลัง เห็นสีหน้าลุงเขย เขาก็รู้ว่าคงยากจะได้เงินสามแสนแปดหมื่นหยวนนั่นคืนมาน่าเสียดายที่ตอนนั้นไม่สะดวกเอ่ยปากต่อหน้าผู้เฒ่าหลงกับหนิวเซี่ยงตงอีกอย่างคือตอนนั้นเขากำลังใด้วย ไม่คิดว่าสร้อยประคำนั่นจะมีราคาขนาดนั้น สมองไม่ทันประมวลผลไปชั่วขณะ!
หวงซูอวี๋กำลังเล่นไพ่นกกระจอกอยู่ข้างนอก หลังจากรับสายโจวเทียนฉีก็บ่นพึมพำหลายประโยคถามว่าเขามีเื่อะไรก็ไม่บอก แค่เร่งให้เธอรีบกลับบ้านพอดีกับที่เธอแพ้เสียไปหลายหยวนแล้วจึงคว้ากระเป๋าอย่างกระฟัดกระเฟียดกลับไป
เมื่อไขกุญแจเปิดประตูขณะกลับถึงบ้านก็เห็นโจวเทียนฉีกับสวี่ตงนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกโจวเทียนฉีผู้เป็สามีกำลังสูบบุหรี่ แต่สีหน้ากลับไม่ทุกข์ร้อน
โจวเทียนฉีเห็นภรรยากลับมาแล้วก็รีบโบกมือไล่สวี่ตง “สวี่ตง แกกลับเข้าห้องไป ฉันกับป้าแกมีเื่จะคุยกัน!”
สวี่ตงพยักหน้าแล้วกลับไปที่ห้อง ทว่าเขาก็ยังเหลือหนทางรับรู้เอาไว้ตอนปิดประตูเขาไม่ได้ปิดสนิท เหลือช่องไว้เล็กน้อยจากนั้นก็ซ่อนหลังประตูแล้วแนบหูฟังความเคลื่อนไหวในห้องรับแขกด้านนอก
หวงซูอวี๋โยนกระเป๋าลงบนโซฟา ปรายตามองก่อนจะพูดอย่างหงุดหงิด “ฉันเพิ่งจะมือขึ้นคุณก็เรียกฉันกลับมาเนี่ย พูดมา มีเื่อะไร”
โจวเทียนฉีลดเสียงเบาลง “อย่าเสียงดัง ฉันจะบอกอะไรให้…วันนี้สวี่ตงได้โชค…”
“เขาได้โชค? ได้โชคอะไร” หวงซูอวี๋ตกตะลึง มองไปทางประตูห้องสวี่ตง ก่อนจะถามขึ้นอีก “โจวเทียนฉี ฉันขอถาม คุณแอบให้เงินสวี่ตงเหรอ”
“ถุย!” โจวเทียนฉีฉุนขึ้นมาทันควัน“ฉันมีเงินให้มันหรือไง งั้นฉันคงมีเงินมากจนไม่รู้จะเอาไปใช้ที่ไหนเลยสิไม่ใช่เื่นั้น ฉันจะบอกเธอให้ วันนี้สวี่ตงแคะเจอสร้อยข้อมือลูกประคำไม้จันทน์แดงสิบแปดเม็ดจากกล่องใส่พู่กันที่เอามาจากบ้านขายได้เงินสามแสนแปดหมื่นหยวน เธอว่าใช่โชคไหมล่ะ”
“สามแสนแปดหมื่น?”
หวงซูอวี๋ใ รีบถามสามีเสียงเบา “จริงเหรอสร้อยประคำอะไรขายได้มากขนาดนั้น”
“ยังจะโกหกได้อีกเหรอ” โจวเทียนฉีชี้ตาของตัวเอง“ฉันเห็นมากับตา แต่ก็โชคดีเถ้าแก่ร้านที่สวี่ตงเอาไปขายเขาเชิญฉันไปคุยธุรกิจกันพอดี สวี่ตงไม่มีบัตรธนาคาร ฉันก็เลยเพิ่งได้สามแสนแปดหมื่นหยวนมาอยู่ในบัตรฉันเงินนั่นโอนมาแล้ว เธอว่าโกหกไหมล่ะ”
หวงซูอวี๋จูบใบหน้าโจวเทียนฉีดัง ‘จุ๊บ’ และอดชื่นชมไม่ได้ “เหล่าโจว ทำไมวันนี้ถึงฉลาดนักล่ะเฮ้อ…สามแสนแปดหมื่นหยวน สามแสนแปดหมื่นหยวนจะใช้ยังไง…”
“เบาเสียงหน่อย!” โจวเทียนฉีชี้ไปที่ประตูห้องสวี่ตงจากนั้นพูดเสียงเบา “ที่รัก ฉันจะบอกให้ สามแสนแปดหมื่นนี่ฉันวางแผนไว้เรียบร้อยแล้วโจวหลินไปดูรถไว้แล้วไม่ใช่เหรอ ฉันจะเอาแปดหมื่นหยวนให้ลูกไปซื้อ แล้วอีกสองแสนหยวนฉันก็จะซื้อรถใหม่ให้ตัวเองเธอก็เห็นว่ารถผมทั้งเก่าทั้งพัง ออกไปข้างนอกไม่มีหน้ามีตาเลย รถคือหน้าตาไม่มีหน้าตาธุรกิจก็ไม่ดี เธอว่าไหม”
“คุณจะเปลี่ยนรถฉันไม่มีปัญหาหรอกถึงยังไงฉันก็ใช้ด้วย แต่ไม่จำเป็ต้องใช้ถึงสองแสนหรอกมั้งฉันว่าแค่รถราคาแสนสามหรือแสนสี่ก็ดีแล้วขัดสนเงินทองแบบนี้จะใช้จนไม่เหลือเลยไม่ได้…”
หวงซูอวี๋ไม่ปฏิเสธเื่ที่สามีจะเปลี่ยนรถเพราะได้ยินเขาพูดเื่นี้มานานแล้วทุกวันนี้อะไรก็เป็การโอ้อวดหรือเป็เื่หน้าตาทั้งนั้นเจตต้าคันนั้นก็ไม่มีหน้ามีตาจริงๆ
แต่หวงซูอวี๋หันมากระซิบอีกครั้ง “แล้วก็เงินสามแสนแปดหมื่นนี่เราเอามาหมดแล้วแต่ถ้าสวี่ตงจะเอาก็เป็เหตุผลสมควรใช่ไหมล่ะ”
โจวเทียนฉีพูดอย่างเดือดดาล “เขาจะมีเหตุผลอะไรไม่มีหลักฐานไม่มีใบรับรอง ฉันก็จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับมัน มันยังจะทำอะไรได้อีก รอมันเรียนจบม.6 เมื่อไรก็ไล่มันออกไปทำงานนอกเมืองรออีกไม่กี่ปี มันก็คือมัน เราก็คือเรา มีอะไรเกี่ยวข้องกันล่ะ”
หวงซูอวี๋ส่ายหน้า “ตอนนี้ทุกอย่างต้องมี ‘หลักฐาน’ มี ‘เหตุผล’ คุณทำแบบนี้ไม่ได้แน่นอนยังไงก็มีเงินสามแสนแปดหมื่นหยวนเข้าบัญชีคุณใช่ไหมล่ะ อืม ฉันว่าเอาอย่างนี้ดีกว่าก็บอกว่าตอนนั้นพ่อเขาเป็หนี้แล้วไม่รับผิดชอบอยู่มากพวกเราให้เขายืมไปใช้หนี้สี่แสนหยวน สามแสนแปดหมื่นหยวนนี่ก็ถือว่าใช้หนี้เขาตายไปแล้ว ไม่มีหลักฐาน จะลุกมาเถียงเราได้ยังไง”
โจวเทียนฉีอดยิ้มไม่ได้ “เธอนี่เก่งจริงๆ ใช่เอาแบบนี้ละ ตายไปแล้วไม่มีข้อพิสูจน์ มันไปแจ้งตำรวจก็ตรวจสอบไม่ได้ อีกอย่างมันเป็แค่เด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะพวกเราเป็ผู้ใหญ่ คนอื่นจะเชื่อเราหรือเชื่อมันล่ะ”
ถึงแม้หวงซูอวี๋กับโจวเทียนฉีจะพูดเสียงกระซิบแต่สวี่ตงที่ซ่อนอยู่หลังประตูกลับได้ยินทุกอย่างชัดเจน!
สวี่ตงรู้สึกหดหู่ที่สุด ป้ากับลุงเขยไร้ยางอายไร้เมตตาถึงขนาดนี้เขาคงไม่เหลืออะไรให้ผูกพันกับครอบครัวนี้อีกแล้วเงินสามแสนแปดหมื่นหยวนคงไม่ได้คืนมาแน่แล้ว ไม่สู้ออกไปจากบ้านนี้เสียดีกว่า!