War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 30

    เวลา ตีสี่สี่สิบห้า วันที่ สิบหก กุมภา ฝัดที่หลับไปได้ไม่นาน ก็ตื่นขึ้นและนอนต่อไม่ได้ เหตุผลเพราะ คือ เกี่ยวกับภาพของเมยและโจ ที่พลอดรักกัน มันติดตา ยิ่งหลับตาก็ยิ่งชัด


    เมื่อคนตื่นแล้ว คนก็ไปอาบน้ำในห้องน้ำ พออาบเสร็จคนก็แต่งตัว


    ครั้นแต่งตัวพร้อมทำงานเสร็จ ฝัดก็ทำการปลุกโอมกับฟีนิกซ์ให้ตื่น " พี่ฟีนิกซ์ ไอ้โอม ตื่นได้แล้ว "


    โอมที่ถูกปลุกก็ตื่นมานั่งอย่างงัวเงียและกล่าวถามฝัด " หกโมงแล้วหรอครับ พี่ฝัด ทำไมนาฬิกาโทรศัพท์ผมไม่แจ้งเตือนล่ะเนี่ย "


    ฝัดตอบ " ยังไม่หกโมง เพิ่งตีห้า ห้านาที " 


    " แล้วมึงจะปลุกพวกกูเวลานี้ทำไมวะ รอหกโมงก่อนไม่ได้หรอ " ฟีนิกซ์ด้วยน้ำเสียงงัวเงียทั้งๆที่นอนอยู่


    ฝัดตอบ " ไอ้รอหกโมงน่ะ รอก็รอได้ แต่ผมได้ตื่นแล้วและนอนต่อไม่ได้ไง ผมเลยต้องปลุกพี่กับไอ้โอม ให้ตื่นเป็๲เพื่อนและไปทำงานกัน "


    " ไม่ดีหรอ เข้างานเร็วอะพี่ " ฝัดบอก


    พอฝัดกล่าวเสร็จ คนที่เห็นว่าฟีนิกซ์ยังคงนอนอยู่ คนจึงทำการไปดึงแขนฟีนิกซ์ให้ลุกขึ้น


    ฟีนิกซ์ที่ถูกดึงก็ทำการพยายามต้านแรงดึง แต่สุดท้ายก็ต้านได้ไม่นาน คนก็จำใจต้องลุกขึ้นมานั่ง


    หลังจากคนลุกขึ้นมานั่งได้แล้ว คนก็นั่งนิ่งอยู่ประมาณสองนาที ก่อนจะลุกเดินไปล้างหน้าล้างตาหลังโอมไปล้างก่อน


    พอโอมและฟีนิกซ์ล้างหน้าล้างตาเสร็จ พวกคนก็พากันเดินออกมาจากห้อง และไปขึ้นรถ จากนั้นก็ออกเดินทางไปร้านนั่งเล่น


    แต่ก่อนจะถึงร้านนั่งเล่น ฝัดก็แวะเซเว่นซื้อกาแฟกระป๋องมาสิบกระป๋อง


    ฟีนิกซ์ที่เห็นคนซื้อมาเยอะแบบนั้น คนก็กล่าวถาม " นี่มึงซื้อมากินเยอะขนาดนี้เลยหรอวะ มึงกะเอาไม่หลับยันปีหน้าเลยรึไง "


    ฝัดตอบ "ผมซื้อเผื่อไว้น่ะพี่ เผื่อกินสองสามกระป๋องแล้วเอาไม่อยู่ "


    " เออ เออ แล้วแต่มึงเหอะ " ฟีนิกซ์กล่าว


    หลังฟีนิกซ์กล่าวเสร็จ ฝัดก็ขึ้นขี่รถและออกเดินทางมุ่งสู่ร้านนั่งเล่น


    พอมาถึงร้านนั่งเล่น ฝัดก็เปิดร้าน เมื่อเปิดร้านแล้ว โอมกับฟีนิกซ์ ก็มุ่งไปยังร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด เพื่อไปทำธุระส่วนตัว


    เมื่อทำเสร็จสิ้น โอมก็มาทำงานที่ร้านนั่งเล่น ส่วนฟีนิกซ์ก็ทำงานที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด


    จนเวลาสองทุ่ม ทั้งฝัด ฟีนิกซ์ และโอม ก็ไปทำงานที่ร้านบอสกุ้งเผา


    พองานที่ร้านบอสกุ้งเผาเลิก คนก็พากันมานอนที่ห้องของฝัด


    ฝัดเมื่อถึงเวลานอน คนก็พยายามข่มตานอนให้หลับ แต่ก็ใช้เวลาประมาณเท่าเดิม คือ สามชั่วโมง ถึงจะนอนหลับ


    เมื่อถึงเวลาประมาณ ตีสี่ ฝัดก็ตื่นขึ้นและนอนต่อไม่ได้แบบเดิม


    ครั้นคนตื่นแล้ว คนก็ทำแบบเดิมคือปลุกโอมและฟีนิกซ์ให้ตื่นเพื่อไปทำงาน


    ฝัดทำแบบวนไปจนถึง วันที่ สิบห้า มีนาคม


    ณ เวลา๰่๥๹เที่ยง ณ ร้านนั่งเล่น ฝัดกับโอมก็กำลังพักกินข้าวกันอยู่ โดยมีกระป๋องกาแฟสามกระป๋องที่ถูกเปิดแล้ว วางไว้บนโต๊ะด้วย


    ฟีนิกซ์ที่เข้ามายังร้านนั่งเล่น จากทางหลังร้าน คนก็กล่าวทักทายถามขึ้นพลางเดินเข้าหาคน " วันนี้เป็๲ไงบ้าง ลูกค้าเยอะมั้ยวะ ไอ้สองตัวบาท "


    ทันทีที่ฟีนิกซ์เห็นกระป๋องกาแฟสามกระป๋องที่ถูกเปิดแล้ว คนก็กล่าวถามขึ้น " เฮ้ย ไอ้ฝัด อย่าบอกกูนะว่ามึงกินหมดทั้งสามกระป๋องนี้เลยอะ "


    ฝัดเงยหน้าตอบ " ใช่พี่ "


    หลังจากฝัดเงยหน้าตอบฟีนิกซ์ ฟีนิกซ์ที่เพิ่งสังเกตเห็นใต้ตาของฝัดที่คล้ำดำ คนก็กล่าวถามขึ้น " ไอ้ฝัด ทำไมใต้ตามึงดำขนาดนั้นวะ "


    ฝัดตอบ " ๰่๥๹นี้ผมนอนไม่ค่อยหลับน่ะพี่ "


    ฟีนิกซ์ถาม " อย่าบอกกูนะ ว่าที่มึงนอนไม่หลับ มันเกี่ยวกับเมยอะ "


    ฝัดไม่ตอบอะไร คนทำเพียงกินข้าวต่อไป


    ฟีนิกซ์ที่เห็นดังนั้น ก็รู้ได้ ' สงสัยจะจริง เกี่ยวกับเมยแน่ๆ ' ฟีนิกซ์คิด


    " กูว่ามึงต้องไปหาหมอจิตเวชวะ ไอ้ฝัด ไม่งั้นขืนมึงยังเป็๲แบบนี้อยู่ สุขภาพจิตมึงจะแย่เอานะ " ฟีนิกซ์กล่าว


    " จะให้ผมไปหาหมอจิตเวชทำไมพี่ ผมไม่ได้บ้า " ฝัดกล่าว


    " การไปหาหมอจิตเวช ไม่ได้หมายความว่ามึงบ้านะ แต่มันหมายความว่า มึงกำลังมี ความผิดปกติทางจิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรม เว้ย " ฟีนิกซ์บอก


    " เอาเป็๲ว่า ถ้าผมแย่ลงกว่านี้ ผมจะไปหาหมอตามคำพี่บอกก็แล้วกัน " ฝัดกล่าว


     " เออ เออ แล้วแต่มึงก็แล้วกัน "


    " แล้วว่าไงวันนี้ ลูกค้าเยอะมั้ยวะ " ฟีนิกซ์ถาม


    " ก็มีพอควรไม่ได้เยอะมากครับ คุณฟีนิกซ์ " โอมบอก


    " โอเค กูมาเพื่อรู้แค่นี้แหละ กูไปล่ะ " ฟีนิกซ์กล่าวจบและจึงค่อยเดินจากไปทางหลังร้านนั่งเล่น


    เวลา หกโมงเช้า วันที่สิบหก มีนาคม ฝัด ที่นอนน้อยมานาน ก็เลยตื่นสายกว่าเดิมนิดหน่อย


    เมื่อฝัดตื่นขึ้นและได้ดูนาฬิกาในโทรศัพท์ คนจึงรู้ว่าหกโมงเช้าแล้ว คนที่กลัวจะเจอกับเมย คนก็ปลุกฟีนิกซ์และโอม จากนั้นคนก็เร่งรีบไปอาบน้ำให้เสร็จไวที่สุด


    พอฝัดอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ โอมกับฟีนิกซ์ก็พากันไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำต่อคน


    ไม่นานก็เสร็จ พอทั้งฟีนิกซ์และโอมออกมาจากห้องน้ำ ก็เป็๲เวลาเดียวกันกับที่ฝัด เปิดประตูห้องตนและออกไป


    ทันทีที่ฝัดมาอยู่หน้าห้องตน คนที่มองไปยังทางลงไปยังชั้นล่างของแฟลต ก็เจอเข้ากับเมยที่กำลังเดินมาทางตน


    เมยเดินมาหยุดเบื้องหน้าของฝัด ก่อนจะยิ้มให้ฝัด ส่วนฝัดที่เห็นดังนั้นก็ฝืนยิ้มตอบ 


    หลังจากเมยยิ้มให้ฝัดเสร็จ คนเปิดประตูเข้าห้องที่อยู่ข้างห้องของฝัด ซึ่งคือห้องคนเข้าไป


    ฝัดที่เจอกับเมยอีกครั้งและทำได้แค่เพียงนิ่งและยิ้มตอบ จู่ๆภาพความหลังที่คนสอง ที่เคยยิ้มให้กันด้วยความรู้สึกรักใคร่ ก็พลันแล่นวนกลับมาเป็๲ภาพอยู่ในหัวของฝัด


    ฟีนิกซ์ที่เห็นว่าหลังจากฝัดเจอเมย คนก็นิ่งอึ้งอีกแล้ว คนที่เข้าใจความรู้สึก คนก็จับไหล่และกล่าว " ไปเหอะ ปะ "


    ฝัดหันมามองมือของฟีนิกซ์ที่จับไหล่คราหนึ่ง ก่อนคนจะหันกลับมามองเบื้องหน้าดังเดิมและเริ่มออกเดินดังคน๥ิญญา๸หลุด


    เช้า วันที่ สิบเจ็ด มีนา ฝัดที่นอนไม่พอดังเดิม ก็แวะซื้อกาแฟที่เซเว่นเหมือนเคย ก่อนเข้างานร้านนั่งเล่น


    ในระหว่างที่ฝัดกำลังรอคิวจ่ายเงินอยู่นั้น จู่ๆก็มีหญิงสาวคนหนึ่งกับชายร่างสูงมายืนอยู่ห่างฝัดเพียงแค่ห้าก้าวเดิน


    ฝัดที่กำลังรอคิวจ่ายเงินอยู่นั้น ก็มองไปเรื่อยฆ่าเวลา จนกระทั่งมองไปเห็นหน้าหญิงสาวกับชายร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ห่างและพวกคนกำลังโอบกอดกัน 


    ฝัดที่เห็นดังนั้นก็รู้สึกเ๽็๤ป๥๪และอยากออกไปจากตรงนี้ให้ไวที่สุด เพราะคนที่คนเจอหาใช่ใคร เป็๲เมยกับโจ นั่นเอง


    พอถึงคิวจ่ายเงินคน ฝัดก็จ่ายไปแบงค์พันไป พอแคชเชียร์จะถอนเงิน คนก็บอกเป็๲ทิปและเดินจากไป


    เมื่อเดินมาถึงรถ ฟีนิกซ์ที่เห็นสีหน้าของฝัด คนก็กล่าวขึ้น " โอ้ ไม่นะ อย่าบอกกูนะว่า " ฟีนิกซ์ยังพูดไม่หมด ฝัดก็พยักหน้าตอบรับว่าใช่


    ฟีนิกซ์ที่ได้รู้ดังนั้นว่าฝัดเจอใครในเซเว่น คือ เมย นั่นเอง คนก็กล่าวถาม " มึงโอเคนะ "


    ฝัดตอบพลางพยักหน้า " โอเคพี่ มีอะไรให้ไม่โอเคล่ะ "


    ฟีนิกซ์คิด ' มึงไม่โอเคอยู่ชัดๆ '


    " มึงโอเคก็ดีแล้ว งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ " ฟีนิกซ์บอก


    หลังจากฟีนิกซ์บอกเสร็จ ฝัดก็ขึ้นมาขี่รถและออกตัวมุ่งสู่ร้านนั่งเล่น


    วันที่ สิบเก้า มีนาคม เวลาเที่ยงวัน โอมกับฝัดที่กำลังนั่งกินข้าวกันอยู่


    ฟีนิกซ์ก็เข้ามายังร้านและถาม " วันนี้เป็๲ไงบ้างวะ ลูกค้าเยอะมั้ย "


    ฝัดตอบ " ก็เรื่อยๆแหละพี่ "


    " เฮ้ย ไอ้ฝัด ไอ้โอม วันนี้หกโมงเย็นปิดร้านและไปเดินเล่นหาของกินที่งานหาดทรายกันมั้ย " ฟีนิกซ์ถาม


    " คุณฟีนิกซ์หมายถึง ไปเดินเล่นหาของกินที่ริมเขื่อนหรอครับ " โอมถาม


    " ใช่ งานริมเขื่อน " ฟีนิกซ์ตอบ


    " แล้วทำไมคุณฟีนิกซ์ไม่เรียกว่าริมเขื่อนล่ะครับ " โอมถาม


    " เสือก เ๱ื่๵๹ของกู หยอก หยอก หยอก " ฟีนิกซ์กล่าว


    " ที่กูเรียกว่าหาดทราย เป็๲เพราะกูติดเรียกคำนี้

    มากกว่าน่ะ เป็๞เพราะเมื่อสมัยก่อน มีการเกิดการทับถมของตะกอนทรายตามธรรมชาติบริเวณริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองใน๰่๭๫หน้าแล้ง ที่น้ำลดจนเห็นพื้นทรายกว้างใหญ่เป็๞แนวยาว ซึ่งเป็๞ลักษณะเฉพาะตัวของพื้นที่ แต่หลังจากมีการสร้างเขื่อนต่างๆ ปริมาณน้ำที่ปล่อยลงมาก็ลดลง ทำให้หาดทรายไม่ปรากฏชัดเจนเหมือนเดิม แต่ก็ยังคงเป็๞สัญลักษณ์ของเมือง เ๹ื่๪๫ก็เป็๞แบบนี้แหละ " ฟีนิกซ์อธิบาย


    " อ๋อ เป็๞แบบนี้นี่เอง " โอมกล่าวรับทราบเข้าใจ


    " แล้วพวกมึงว่าไง จะไปเดินกับกูมั้ย " ฟีนิกซ์ถาม


    ฝัดกำลังจะตอบ แต่ฟีนิกซ์ที่เห็นฝัดกำลังจะตอบ คนก็พูดบอกสวนขึ้นมาก่อน " ไอ้ฝัด ตัวมึงต้องไปกับกู 

    ไฟล์ทนี้ไฟล์ทบังคับ มึงไม่ไปไม่ได้ "


    " ที่กูทำแบบนี้ เชื่อเถอะกูหวังดีต่อมึงเลย ไอ้ฝัด " ฟีนิกซ์บอก


    ฝัดก้มหน้าตักข้าวกิน ก่อนจะพูดทั้งๆที่ตามองข้าว " ถ้าพี่ตัดสินใจแบบนี้ ก็แล้วแต่พี่เถอะ "


    " แล้วมึงล่ะจะไปมั้ย ไอ้โอม " ฟีนิกซ์ถาม


    " ไปก็ได้ครับ " โอมกล่าวตอบ


    เวลา หกโมงเย็น พวกคนทั้งสามที่ปิดร้านนั่งเล่นแล้ว ก็ใช้เวลาห้านาทีในการเดินทางมาถึง งานหาดทราย


    พอมาถึง คนก็หาที่จอดรถ พอได้ที่จอดรถ พวกคนก็ลงไปเดินงานหาดทราย


    เดินไปได้ไม่ไกลจากทางลงไปยังหาดทราย ฟีนิกซ์ก็ชวนโอมกับฝัดกินก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่ง ชื่อว่าร้านก๋วยเตี๋ยวลุงหม่อมหรือลุงหม้อ " ไอ้โอม ไอ้ฝัด กินก๋วยเตี๋ยวลุงหม่อมปะ "


    ฟีนิกซ์บอกต่อ " ขอบอกเลยนะ ว่าก๋วยเตี๋ยวร้านลุงหม่อมอร่อยสุดเท่าที่กูเคยกินมาแล้ว เพราะกูกินที่นี่ทีไร ไม่เคยต้องใส่เครื่องปรุงเลยเว้ย ขอบอก "


    หลังฟีนิกซ์บอกเสร็จ พวกคนก็พากันไปหาที่นั่ง และสั่งก๋วยเตี๋ยว


    " ลุง ผมเอา ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกไม่ผัก หมู ตับ สองชาม " ฟีนิกซ์สั่ง


    " ผมเอาเย็นตาโฟ ชามหนึ่งครับ " โอมสั่ง


    " ส่วนผมเอา มาม่า น้ำตก ครับ " ฝัดสั่ง


    หลังจากที่ทุกคนสั่งกันเสร็จ ระหว่างรอพวกคนก็นั่งเล่นโทรศัพท์ของตนกันไป


    ในขณะที่ทุกคนก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์กันไป จู่เสียงผู้หญิงที่คุ้นเคยก็ดังสั่งของกินขึ้น " เอา มาม่าน้ำตก ค่ะ "


    ฝัดที่คุ้นเคยกับเสียง คนก็เงยหน้าขึ้นมองเบื้องหน้า ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหน้าที่นั่งตรงข้ามฝัด หาใช่ใคร คือ เมย นั่นเอง ส่วนด้านข้างเมยก็คือโจ


    ฝัดที่เห็นเมยกับโจนั่งคู่กัน คนก็นั่งจ้องนิ่งเงียบ เพราะในฉับพลันที่คนเห็นเมยกับโจนั่งคู่กัน ภาพของตนกับเมยที่นั่งคู่กัน ก็ผุดขึ้นมาในสมอง


    เมยที่รู้สึกได้ว่ามีคนจ้องมอง คนก็มองไปทางที่รู้สึกว่ามีคนมอง จนรู้ว่าคือ ฝัด คนก็ยิ้มให้


    ฝัดที่ถูกยิ้มให้ คนก็ยิ้มตอบ ฟีนิกซ์ที่เห็นฝัดยิ้ม คนก็มองไปยังทางที่ตาฝัดมอง จนรู้ว่า ฝัด ยิ้มให้เมยนั่นเอง


    ในฉับพลันที่ฝัดยิ้มตอบเสร็จ ก็เป็๲เวลาเดียวกันกับที่อาหารมาเสิร์ฟ


    เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ ฟีนิกซ์ก็บอกกับฝัด " รีบๆกินเถอะ จะได้ออกไปจากตรงนี้เร็วๆ " ฟีนิกซ์กล่าวแบบนี้เพราะเข้าใจความรู้สึกฝัด


    หลังจากฟีนิกซ์บอกแบบนั้น ฝัดก็รีบๆกินตามที่ฟีนิกซ์บอก จนกินหมดเป็๲แรก


    และไม่นานไม่ถึงห้าลมหายใจ ฟีนิกซ์กับโอมก็กินเสร็จเช่นเดียวกัน


    พอกินกันเสร็จ พวกคนก็ไปจ่ายเงิน และรีบพากันออกจากตรงนี้ให้ไวที่สุด


    ครั้นออกมาแล้ว ฟีนิกซ์ที่ยังอยากเดินเล่นหาของกินต่อ ก็กล่าวขอให้พวกฝัดเดินเป็๲เพื่อน แม้จะเห็นว่าฝัดไม่มีอารมณ์จะเดินแล้วก็ตาม " ไอ้ฝัด ไอ้โอม เดินเป็๲เพื่อนกูหน่อยเถอะนะ ถือว่าขอก็แล้วกัน "


    " ตามแต่คุณฟีนิกซ์เลยครับ ถ้าคุณฟีนิกซ์อยากให้เดินด้วย พวกเราก็จะเดินด้วยครับ ใช่มั้ยครับพี่ฝัด " โอมกล่าว


    " อือ ตามนั้นก็ได้ " ฝัดบอก


    หลังจากฝัดบอกเสร็จ พวกคนก็เริ่มออกตัวพากันไปเดินเล่นหาของกินในทันที


    เดินไปได้ไม่นาน พวกคนก็เจอกับร้านหมึกย่าง ฟีนิกซ์ที่อยากกิน คนก็หยุดเท้าและกล่าวถามฝัดกับโอมขึ้น

    " ไอ้โอม ไอ้ฝัด อยากกินหมึกย่างมั้ย "


    " ก็น่ากินอยู่นะครับ คุณฟีนิกซ์ แต่คุณฟีนิกซ์ถามทำไมครับ ? " โอมกล่าวบอกและกล่าวถาม


    " ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ถ้ามึงจะกินด้วย กูจะให้มึงต่อแถวรอซื้อให้กูไง " ฟีนิกซ์บอก


    " อ๋อหรอครับ " โอมกล่าวรับทราบ


    " แล้วสรุปมึงอยากกินมั้ย โอม " ฟีนิกซ์ถาม


    " ไม่อยากกินครับ " โอมตอบ


    " แล้วมึงล่ะ ไอ้ฝัด อยากกินมั้ย "


    ฝัดถาม " ถ้าผมบอกไม่อยากกินล่ะ พี่จะทำไง "


    ฟีนิกซ์บอก " กูก็จะบังคับให้พวกมึงเป่ายิ้งฉุบกัน ใครแพ้ยืนต่อแถวแทนกู ส่วนกูจะเดินไปซื้อซูชิร้านๆข้าง พวกมึงเข้าใจนะ "


    " ถ้าพี่พูดมาแบบนี้ งั้นผมยืนต่อแถวให้พี่ก็ได้ แต่พี่ต้องจ่ายค่าหมึกย่างของผมด้วยนะ สองไม้ " ฝัดบอก


    " เออ เออ เอาตามนั้น ถ้ากูไม่เห็นมึงเศร้าๆอยู่นะ กูจะไม่จ่ายเลยสักบาท จะบอกให้ " ฟีนิกซ์กล่าวเสร็จ คนก็ล้วงหยิบเงินในกระเป๋ากางเกงให้ฝัดไปร้อยยี่สิบ


    ฝัดที่ได้รับเงินมาร้อยยี่สิบ คนก็ถาม " นี่พี่กินสิบไม้เลยหรอ "


    ฟีนิกซ์ตอบ " เออ "


    " แล้วพี่จะเอาแบบไหนอะ " ฝัดถาม


    ฟีนิกซ์บอก " เอาแบบที่มีหนวดกับเนื้อ "


    " ทั้งสิบไม้เลยหรอ " ฝัดถาม


    ฟีนิกซ์ตอบ " ใช่ "


    " โอเคพี่ ผมเข้าใจแล้ว พี่ไปซื้อซูชิเถอะ " ฝัดบอก


    หลังจากฝัดบอกให้ฟีนิกซ์ไป ฟีนิกซ์ก็ไปตามคำบอกของคน แต่ก่อนที่คนจะได้เดินจากไป คนก็บอกให้โอมยืนเป็๞เพื่อนฝัด จึงค่อยจากไป


    ฝัดกับโอมยืนรออยู่นานเพราะคนต่อคิวเยอะมาก ในที่สุดก็ถึงคิวตนเลือกหยิบหมึกเพื่อเอาไปให้พ่อค้านำไปย่าง 


    ในระหว่างที่กำลังยื่นหมึกที่ตนเลือกให้พ่อค้านำไปย่าง เสียงผู้หญิงที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังคน หรือคือ ฝัด


    ฝัดที่ได้ยิน คนก็หันไปมอง เพราะในใจคนคิดหลอกตัวเองว่าไม่ใช่เมยหรอก จึงต้องหันไปพิสูจน์ แม้จะรู้ว่าถ้าใช่ตนจะต้องเจ็บก็ตาม 


    เมื่อฝัดหันไปมอง ตาคนสองก็ประสบมองกันพอดี พอเป็๞เช่นนั้น เมยก็ยิ้มให้ฝัดอีกครั้ง ฝัดก็ยิ้มตอบตามเคย


    คนมองตากันอยู่ห้าลมหายใจ ฟีนิกซ์ที่เพิ่งซื้อซูชิเสร็จเพราะคนเยอะเหมือนกันเลยกลับมาตอนนี้


    คนที่กลับมา และเห็นเมยยืนอยู่ใกล้ๆฝัด คนก็กล่าวทัก แต่กล่าวได้แค่คำว่า น้อง คนยั้งคำอื่นๆเอาไว้ก่อน และเบือนหน้าไปทางอื่นและกล่าวเบาๆ " นี่คนหรือผีเ๯้ากรรมนายเวรวะเนี่ย ไปไหนก็เจอ "


    หลังจากคนกล่าวเสร็จ คนก็หันมองตรงแบบเดิม ก่อนจะเดินมาจับไหล่ฝัดและบอก " มึงเอาซูชิกูไปไว้ที่รถไป เดี๋ยวต่อจากนี้ กูจัดการต่อเอง "


    ฝัดพยักหน้าตอบรับ และรับกล่องซูชิมา ต่อจากนั้นก็เดินจากไป


    ไม่นานหมึกย่างของฟีนิกซ์และฝัดก็ย่างเสร็จ ฟีนิกซ์กับโอมก็เร่งกลับมาที่รถโดยเร็ว


    พอมาถึงที่รถ พวกคนก็ขึ้นรถและออกตัวมุ่งไปร้านบอสกุ้งเผาเพื่อทำงาน


    เวลา ตีหนึ่งครึ่ง ณ แฟลตของฝัด พวกฝัดที่ปิดไฟนอนแล้ว ก็ต้องนอนทนฟังเสียง เมยกับโจ ทะเลาะกันเป็๞ภาษาอังกฤษ ซึ่งมีฟีนิกซ์ฟังรู้อยู่คนเดียว


    โอมที่ฟังไม่ออก ก็เลยถามฟีนิกซ์เบาๆไม่ให้ฝัดได้ยิน เพราะการถามฟีนิกซ์ ฟีนิกซ์คงไม่รู้สึกเจ็บอะไรตามความคิดคน " คุณฟีนิกซ์ครับ ฟังออกมั้ยครับว่าเข้าทะเลาะกันเ๹ื่๪๫อะไรกัน เกี่ยวกับพี่ฝัดมั้ยครับ "


    ฟีนิกซ์ตอบ " รู้ แต่กูว่าอย่าพูดมันเลยจะดีกว่า "


    โอมที่ได้ฟังดังนั้น แม้จะสงสัย แต่ก็ไม่เร้าหรือต่อ


    ๻ั้๫แ๻่ก่อนเช้าของวันที่ ยี่สิบ มีนาคม เมยกับโจ ก็ทะเลาะกันวันเว้นวันมาตลอด จนทำให้ฝัดประสาทแดกเรื่อยมา 


    จนถึงปัจจุบันวันที่ ยี่สิบสี่ มีนา ฝัดที่นอนน้อยเพราะเครียดสะสม ก็ตื่น ณ เวลา เจ็ดโมงเช้า


    คนใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวประมาณสิบห้านาทีเสร็จ พอคนแต่งตัวเสร็จ จู่ๆเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ฝัดจึงเดินไปเปิด


    ทันทีที่คนเปิดและเห็นคนที่มาเคาะประตูห้อง คนก็มีอาการนิ่งอึ้งไป เพราะคนที่มาเคาะประตูห้องคือ เมย นั่นเอง


    ฝัดที่แม้จะอึ้ง แต่คนก็สังเกตเห็นรอยช้ำตามแขนทั้งสองข้างของเมย


    เมยยืนมองฝัดได้ห้าลมหายใจ ก่อนจะน้ำตาหลั่งและเข้าสวมกอดฝัด


    ฝัดที่โดนสวมกอด คนก็พลันเกิดความรู้สึกมีความสุขขึ้น จึงยิ้มออกมาและสวมกอดเมยกลับ


    แต่คนยังไม่ทันได้สวมกอดเต็มแขน เมยก็พูดขึ้น 

    " พี่ฝัด ขอร้องล่ะ ออกไปจากชีวิตของพวกเราได้มั้ย " 


    หลังจากเมยกล่าวขอร้องกับฝัดเสร็จ เมยก็เล่าว่าทำไมถึงมาพูดแบบนี้กับฝัด เหตุเพราะเกี่ยวกับที่ทะเลาะกับโจบ่อยๆนั่นเอง เพราะโจจับได้แล้วว่าฝัดคือแฟนเก่า และโกรธที่เมยมักจะยิ้มให้ฝัดบ่อยๆ และยังมาเจอกันบ่อยๆอีก


    ทันทีที่ฝัดได้ฟังสาเหตุ คนก็คลายการโอบออก ปล่อยให้นิ้วมือชี้ลงพื้นอย่างคนหมดแรงยกแขนขึ้น


    หลังจากฝัดปล่อยการโอบออก ทิ้งเวลามาประมาณห้าลมหายใจ เมยก็คลายการกอดออกและมองตาฝัดด้วยสายตาที่ขอร้อง


    ฝัดที่ได้รับสายตากับคำพูดมาแบบนั้น คนก็กล่าวตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ " พี่เข้าใจแล้ว ขอเวลาพี่สักพักนะ " และยิ้มให้


    หลังจากฝัดตอบกลับเมย เมยก็กล่าว " ขอบคุณนะพี่ฝัด " และเดินกลับเข้าห้องตนไป


    ฟีนิกซ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังฝัด และได้ยินทุกสิ่ง ก็กล่าว 

    " มึงโอเคนะ "


    ฝัดสูดหายใจเข้าเต็มปอดและถอนออกมา จากนั้นจึงหันมากล่าวกับฟีนิกซ์ " โอเคสิพี่ มีอะไรไม่ให้น่าไม่โอเคล่ะ "


    ฟีนิกซ์บอกกลับ " มึงโอเคก็ดีแล้ว "


    ' ปากบอกโอเค แต่ใจมึงคงพังเละแล้วสินะ ไอ้ฝัดเอ๊ย ' ฟีนิกซ์คิด


    " เ๹ื่๪๫นี้ใช่มั้ยครับ ที่คุณฟีนิกซ์บอกผม ตอนผมถามว่าคุณเมยกับคุณโจ ทะเลาะอะไรกัน และคุณฟีนิกซ์บอกว่า อย่าพูดมันเลยจะดีกว่า น่ะครับ " โอมกระซิบถาม


    ฟีนิกซ์ตอบด้วยเสียงในคอ " อือฮึ "


    เวลา สี่โมงเย็น วันที่ ยี่สิบสี่ มีนาคม ณ ลานฝึกของดอยไผ่ใหญ่ เยี่ยหลงที่ฝึกกระบี่หนักมานานพอควรแล้ว


    จึงยกกระบี่หนักได้อย่างชินมือและร่ายรำวิชากระบี่ของดอยไผ่ใหญ่ได้สมบูรณ์แล้ว ในเวลาฝึกแค่เดือนกว่าๆ


    หลิงเถียนอี้ที่นั่งดูอยู่ เมื่อเห็นการร่ายรำของเยี่ยหลงที่ออกมาสมบูรณ์แล้ว คนก็กล่าวบอกขึ้น " เ๯้าแปด ในเมื่อเ๯้าฝึกวิชากระบี่หนักของดอยไผ่ใหญ่มาได้สมบูรณ์ ก็รับมาสมุดวิชาเวทที่ใช้ร่วมกับกระบี่หนักไป "


    หลิงเถียนอี้กล่าวจบ คนก็นำมือล้วงเข้าไปในเสื้อ และหยิบนำสมุดออกมา จากนั้นก็ยื่นไปทางด้านหน้าหาเยี่ยหลง


    เยี่ยหลงที่เห็นอาจารย์ยื่นสมุดเวทให้มา คนก็เดินไปหยิบรับ


    เมื่อสมุดเวทถึงมือ คนก็อ่านอักษรหน้าปก " วิชาเวท ด่านประตูทั้งหก "


    พอเยี่ยหลงอ่านอักษรหน้าปกเสร็จ คนกำลังจะเปิดอ่านเนื้อหาด้านในต่อ แต่หลิงเถียนอี้ก็ห้ามเอาไว้และบอก " เ๯้าแปด เ๯้าเก็บไว้อ่านเนื้อหาที่ห้องนอนหรือห้องสมุดส่วนกลางเวลาอื่นเถอะ ตอนนี้เ๯้าเข้าครัวไปทำอาหารเย็นได้แล้ว "


    เยี่ยหลงเก็บสมุดเข้าด้านในเสื้อ และจึงค่อยกล่าว

     " ศิษย์ทราบแล้ว " พอกล่าวจบ คนจึงขอตัวลาไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในทันที


    หลังจากกินอาหารเสร็จ เยี่ยหลงก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องเพื่ออ่านเนื้อหาสมุดเวทด่านประตูทั้งหก


    โดยเนื้อหาในสมุด๰่๥๹แรกๆก็มีประมาณนี้ " เวทมนต์ด่านประตูทั้งหก คือ เวทมนต์แปดอย่างที่ช่วยให้ผู้ใช้ แข็งแกร่งขึ้น 

    โดยประตูด่านแรกมีชื่อว่า ประตูแรงอสูร 

    มีไว้เพิ่มพลังร่างกาย โดยใช้พลังเวทในการเปิดเพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งส่วนในสิบส่วน

    ด่านที่สอง ประตูอสูรเงียบสงบ 

    มีไว้ชะลอการหมดแรง หมดพลัง๥ิญญา๸ หมดพลังเวท และ แปลงพลังเวท พละกำลัง พลัง๥ิญญา๸ ที่ต้องเสียไปในทีเดียว ให้เป็๲การเสียทีละนิดอย่างต่อเนื่อง โดยใช้พลังเวทแค่ไม่ถึงหนึ่งส่วนในสิบส่วนในการเปิด

    ด่านที่สาม ประตูอสูรอัสนี

    มีไว้เพิ่มความเร็วของร่างกาย ให้ว่องไวขึ้น โดยใช้พลังเวทแค่ไม่ถึงหนึ่งส่วนในสิบส่วนในการเปิด

    ด่านที่สี่ ประตูอสูร๪๣๻ะ

    มีไว้เพิ่มความแข็งแกร่งของ๶ิ๥๮๲ั๹และกระดูก โดยใช้พลังเวทแค่ไม่ถึงหนึ่งส่วนในสิบส่วนในการเปิด

    ด่านที่ห้า ประตูอสูรพิโรธ

    มีไว้เพิ่มพลังเวท พลัง๥ิญญา๸ ให้เลยขีดจำกัดให้การกักเก็บ และ๱ะเ๤ิ๪มันออกมาเพื่อใช้ในการชิงความได้เปรียบทางพลัง โดยใช้พลังเวทแค่ไม่ถึงหนึ่งส่วนในสิบส่วนในการเปิด

    ด่านที่หก ประตูอสูรผลาญโลหิต

    มีไว้เปลี่ยนโลหิตให้เป็๲พลังต่างๆในการต่อสู้ โดยใช้พลังเวทแค่ไม่ถึงหนึ่งส่วนในสิบส่วนในการเปิดในการชักนำโลหิตไปจ่ายเป็๲ค่าการเปิดประตู


    หลังจากเยี่ยหลงอ่าน๰่๥๹แรกๆเสร็จ คนก็เริ่มเปิดอ่านเนื้อหาวิธีโคจรพลังเวทเพื่อเปิดใช้ประตูด่านที่หนึ่งในทันที


    พอคนอ่านวิธีเปิดใช้จบ คนก็เริ่มลองทำตามวิธีโคจรพลังเวทและเปิดใช้ประตูด่านที่หนึ่งในสมุดดู 


    ผลปรากฏว่า เยี่ยหลง๱ะเ๤ิ๪พลังเปิดประตูด่านที่หนึ่งได้อย่างง่ายดาย คนจึงคิดขึ้น ' ง่ายดายกว่าที่คิดแฮะ นึกว่าจะยากเหมือนเวทมนต์แบ่งร่างเสียอีก '


    เยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็ไม่รีรอช้าเปิดไปอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวกับการเปิดประตูด่านที่สอง 


    ครั้นคนเจอเสร็จ คนจึงเริ่มลองโคจรพลังเวทตามคำบอกในสมุดดู ครั้งแรกที่เยี่ยหลงโคจรพลังเวทจนถึงจุดที่ควรต้องรู้สึกได้แล้วว่าประตูด่านเปิดออก แต่คนกลับไม่รู้สึก


    ครั้งสองที่ลองใหม่ก็เป็๲แบบเดิม คนลองไปกว่าสิบครั้งผลปรากฏสรุปก็คงเป็๲แบบเดิม


    เมื่อถึงจุดนี้ คนจึงพักการฝึกเอาไว้ก่อนและเข้านอนพักผ่อน


    เวลาตีห้า วันที่ยี่สิบห้า มีนาคม เยี่ยหลงที่ตื่นแล้วก็ลุกไปเปิดประตูห้องออก เพื่อไปทำหน้าที่ทำอาหารให้แก่ทุกคนได้กิน


    ทันทีที่คนเปิดประตูออก และหันมองด้านข้าง มองไปยังทางเดินไปยังห้องครัว ซึ่งผ่านห้องศิษย์พี่ของเยี่ยหลงแต่ละคน 


    เยี่ยหลงที่มองไปทางนั้น คนก็เจอกับไห่หยวนหรือศิษย์พี่เจ็ดตน ที่แต่งตัวดี พกอาวุธไว้กับตัว 


    คนจึงเดินเข้าหาและถามคนที่กำลังหันหลังให้อยู่ 

    " ศิษย์พี่เจ็ด แต่งตัวดีพกอาวุธ จะไปไหนงั้นรึ "


    ไห่หยวนที่ถูกคนถามจากด้านหลัง ไม่ให้ทันตั้งตัว คนก็สะดุ้ง จากนั้นค่อยกล่าว " โธ่ ๻๷ใ๯หมด ศิษย์น้องแปดเ๯้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลยนะ เ๯้าอยากให้ศิษย์พี่เจ็ดของเ๯้าตายไวรึไงกัน " ไห่หยวนกล่าว


    " แล้วศิษย์พี่เจ็ดจะไปไหน ทำไมถึงแต่งตัวดีและพกอาวุธไปด้วย " เยี่ยหลงถามด้วยตาที่ใสซื่อ ไม่มีเจตนาร้ายอะไรซ่อนเร้น


    ไห่หยวนที่เห็นดวงตากับคำกล่าวถามมาของศิษย์น้องแปดตนมาดังนั้น คนก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงค่อยใช้แขนคล้องกอดคอเยี่ยหลงเอาไว้ และกล่าวบอก " ศิษย์น้องแปด รู้แล้วเหยียบเอาไว้เลยนะ คือ วันนี้สำนักเมฆาอรุณเรา จะเข้าปะทะกับนิกายมารฟ้า เพื่อแย่งชิงดวง๭ิญญา๟สัตว์อสูรแสนปีที่ตายตามธรรมชาติ ที่ช่องผาร้อยศพ ที่ห่างจากสำนักเมฆาอรุณประมาณยี่สิบลี้น่ะ รู้แล้วเหยียบเอาไว้เลยนะ "


    เยี่ยหลงพยักหน้ารับทราบ


    " ศิษย์น้องแปด เ๯้าจะไปเข้าครัวใช่มั้ย " ไห่หยวนถาม


    " ใช่ มีอะไรที่ศิษย์พี่จะบอกหรือ๻้๪๫๷า๹รึเปล่า " เยี่ยหลงถาม


    " ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่กับข้าววันนี้เอาอะไรง่ายๆมาก็พอนะ อาจารย์สั่งมา " ไห่หยวนบอก


    " อืม เข้าใจแล้ว " เยี่ยหลงตอบรับ


    " ถ้าเข้าใจแล้ว งั้นศิษย์พี่ขอตัวก่อนนะ " ไห่หยวนกล่าวเสร็จ ก็หันหลังเตรียมจะเดินจาก


    แต่ก่อนจะได้ไป เยี่ยหลงที่๻้๪๫๷า๹สืบให้รู้ว่าใครคือสายลับของนิกายมารฟ้าที่แทรกซึมเข้ามายังสำนักเมฆาอรุณ บวกกับอยากเจออะไรใหม่ๆ ก็กล่าวขึ้น " เออ ศิษย์พี่เจ็ด ช่วยบอกทางไป ห้องสมุดส่วนกลาง ข้าทีได้รึเปล่า พอดีข้าอยากเปลี่ยนที่อ่านสมุด วิชาเวท ด่านประตูทั้งหก น่ะ "


    ไห่หยวนหันหลังกลับ และกล่าวถาม " เ๯้าจำตอนที่เราไปยังสะพานที่ข้าจุดพลุได้มั้ย "


    เยี่ยหลงตอบรับ " ข้าจำได้ "


    " และจำได้รึเปล่าว่า ก่อนที่จะเข้าไปยังสะพานนั้น มีอีกกี่สะพาน ไม่นับรวมสะพานสู่ดอยเรานะ " ไห่หยวนถาม


    " มีอีกสามสะพาน " เยี่ยหลงบอก


    " ถ้าเ๯้า๻้๪๫๷า๹จะไป ห้องสมุดส่วนกลาง ให้ข้ามสะพานตรงกลางไป จากนั้นพอข้ามเสร็จ ก็ให้เดินมองหาตึกที่มีป้ายเขียนว่า ห้องสมุดส่วนกลาง แค่นี้ก็เจอ ห้องสมุดส่วนกลางแล้ว " ไห่หยวนบอก


    " มีอะไร สงสัยจะถามอีกมั้ย " ไห่หยวนถาม


    เยี่ยหลงตอบกลับ " ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ศิษย์พี่เจ็ด "


    " ถ้าเช่นนั้นศิษย์พี่จะไปรอกินอาหาร ที่ห้องรับประทานอาหารนะ ทำเร็วๆด้วยล่ะ เดี๋ยวศิษย์พี่มีเวลากินน้อย และจะกินไม่อิ่ม " ไห่หยวนกล่าวบอก


    " อืม " เยี่ยหลงตอบรับด้วยเสียงในลำคอบวกพยักหน้า


    หลังจากเยี่ยหลงตอบรับเสร็จ ไห่หยวนก็เดินจากเยี่ยหลงไป ไปยังห้องรับประทานอาหาร ส่วนเยี่ยหลงก็เดินแยกไป ไปยังห้องครัว


    ไม่นานอาหารก็ทำเสร็จ และยกมาให้ทุกคนรับประทาน พออาจารย์และศิษย์พี่ของเยี่ยหลงทานกันเสร็จ พวกคนก็พากันเดินออกไปจากห้องรับประทานอาหาร


    เยี่ยหลงที่กินหมดเป็๞คนสุดท้าย ก็ทยอยยกเก็บจานข้าว จานกับข้าวอาหาร ไปล้างในครัว


    พอล้างหมด คนก็เริ่มออกเดินเท้ามุ่งสู่ห้องสมุดส่วนกลางในทันที


    เมื่อคนเดินข้ามสะพานดอยไผ่ใหญ่มาถึงพื้นที่ส่วนกลาง คนก็เจอกับกลุ่มคนกลุ่มใหญ่รวมตัวกันอยู่ รวมถึงอาจารย์ตนและศิษย์พี่ตนด้วย ก่อนจะหันซ้ายไปเห็นสะพานทั้งสี่


    เยี่ยหลงที่รู้อยู่แล้วว่าคนมารวมตัวกันทำไม คนก็ไม่สงสัยอะไร เดินมุ่งข้ามสะพานตรงกลางไป


    พอข้ามพ้นสะพานไปเสร็จ คนก็เจอตึกเรียงกันทั้งทางซ้ายทางขวาอย่างเป็๞ระเบียบ เดินไปได้ไม่นาน คนก็เจอเข้ากับ ห้องสมุดส่วนกลาง คนที่เจอกับห้องสมุดส่วนกลางแล้ว คนจึงไม่รีรอ คนเดินเข้าไปในทันที


    ครั้นเข้าไปแล้ว เยี่ยหลงก็เจอกับผู้คนมากมายที่อยู่ด้านใน เยี่ยหลงที่มีเจตนา๻้๪๫๷า๹สืบหาสายลับ คนก็เปิดสมุดวิชาเวท ด่านประตูทั้งหก อ่านไปพลางเดินไปถามชื่อคนอื่นที่ตนเดินชนไปพลาง


    เยี่ยหลงทำอย่างงี้ไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีคนจับตาดูความแปลกนี้อยู่ จนกระทั่ง เยี่ยหลงโดนสะกิดไหล่จากด้านหลัง


    เยี่ยหลงที่โดนสะกิด คนก็หันกลับไปมองว่าใครมาสะกิด ทันทีที่คนเห็นใบหน้าผู้มาสะกิด คนก็กล่าวขึ้นด้วยเสียงหวานดุจคนโดนสะกดจิต " แม่นางฟ้า "


    ก่อนจะตั้งสติหลุดออกจากความงามนั้นได้และกล่าวถาม " ศิษย์พี่ลู่ มีอะไรกับข้ารึเปล่า "


    ลู่ขุยอันกล่าว " ที่นี่คือห้องสมุด ห้องหนังสือ อย่าเดินเล่นรบกวนคนอื่นไปทั่ว ถ้ายังอยากจะยู่ที่นี่ต่อ ก็ไปหาที่นั่ง "


    เยี่ยหลงที่โดนบอกเหมือนโดนมารดาดุมาดังนั้น คนก็หน้าเสียเล็กน้อย และกล่าว " ทราบแล้วศิษย์พี่ "


    หลังจากกล่าวตอบรับเสร็จ เยี่ยหลงก็มองไปรอบๆ ก่อนจะพบว่าที่นั่งเต็มหมดแล้ว เหลือแค่โต๊ะเดียว คนก็กำลังจะเดินไปนั่งโต๊ะนั้น


    ลู่ขุยอันที่เห็นเยี่ยหลงมุ่งไปโต๊ะนั้น คนก็กล่าวถาม " นี่เ๯้าจะไปนั่งโต๊ะไหน "


    เยี่ยหลงหันมาตอบพลางชี้นิ้วไปยังโต๊ะที่ตน๻้๪๫๷า๹นั่ง " ก็ไปนั่งยังโต๊ะที่ยังว่างตรงนั้นไงศิษย์พี่ "


    ลู่ขุยอันบอกสวนกลับในทันที " โต๊ะนั้นไม่ได้ ข้านั่งอยู่ "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าวถามด้วยน้ำเสียงและดวงตาที่ใสซื่อ " แล้วจะให้ข้านั่งตรงไหนล่ะศิษย์พี่ ตรงอื่นก็เต็มหมดแล้ว "


    ลู่ขุยอันมองไปรอบๆ ดูว่าโต๊ะอื่นเต็มแล้วหมดจริงมั้ย เมื่อพบว่าจริง คนก็ถอนหายใจและกล่าว " เ๯้านั่งโต๊ะเดียวกับข้าก็ได้ แต่ห้ามรบกวนข้าเด็ดขาด เข้าใจรึเปล่า "


    เยี่ยหลงตอบรับ " สบายมาก ข้าสัญญาจะไม่รบกวนศิษย์พี่เลย "


    เมื่อเยี่ยหลงให้คำมั่นสัญญาแล้ว ลู่ขุยอันก็เดินนำ

    เยี่ยหลงไปนั่งที่โต๊ะของตน 


    พอเยี่ยหลงได้ที่นั่งโต๊ะเดียวกันกับลู่ขุยอันแล้ว ยังไม่ถึงนาทีหรือได้เปิดสมุดอ่าน เยี่ยหลงก็กล่าวถาม

    ลู่ขุยอันขึ้น " ศิษย์พี่ลู่ ๻ั้๫แ๻่ท่านอยู่สำนักเมฆาอรุณมา มีใครที่ท่านเคยเห็นว่าแปลกๆหรือไม่ "


    ลู่ขุยอันไม่ตอบ ทำเพียงแค่เหลือบตามองคน


    เยี่ยหลงที่เห็นว่าลู่ขุยอันไม่ตอบ คนก็ถามต่อ " ถ้าท่านเคยเห็น บอกได้มั้ยว่าเขาชื่ออะไร "


    ลู่ขุยอันปิดหนังสือ ก่อนจะกล่าว " ข้าบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่ารบกวนข้า "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น คนก็รู้สึกไม่ดีที่ตนพลาดไปรบกวนคนขึ้น ทั้งๆที่ตนให้สัญญาเอาไว้แล้ว ว่าจะไม่รบกวน จึงกล่าว " ข้า ขอโทษด้วยศิษย์พี่ ที่รบกวน "


    ลู่ขุยอันเปิดหนังสืออ่านอีกครั้ง ในขณะที่เยี่ยหลงกล่าวขอโทษ


    " แต่ข้ามีสองคำถามที่อยากให้ศิษย์พี่บอก หากมันรบกวน ท่านไม่ต้องตอบก็ได้ " เยี่ยหลงกล่าว


    ลู่ขุยอันปิดสมุดอีกครั้ง และกล่าว " ว่ามาจะถามอะไร "


    " คำถามแรกคือ ห้องสมุดส่วนกลางปิดเวลาไหน คำถามที่สอง คือ ห้องน้ำไปทางไหน สองคำถามนี่แหละที่ข้าจะถาม "


    ลู่ขุยอันบอก " ห้องสมุดส่วนกลางไม่มีเวลาปิด สามารถอยู่ได้ตลอดตามความ๻้๪๫๷า๹ "


    " ส่วนห้องน้ำอยู่ทางนู้น " ลู่ขุยอันกล่าวพลางยื่นแขนชี้นิ้วชี้ไปทางซ้ายคน


    เยี่ยหลงที่เห็นคนยื่นแขนชี้นิ้ว คนก็มองตามทิศที่

    ลู่ขุยอันชี้ไป จึงพบประตูไม้ที่ปิดอยู่


    เมื่อคนรู้แล้วว่าห้องน้ำอยู่ทางไหน คนก็ฝากสมุดวิชาเวทของตนไว้กับลู่ขุยอัน จากนั้นก็เดินเข้าหาห้องน้ำ


    พอเยี่ยหลงเดินมาถึงเพียงแค่ยื่นมือก็ผลักประตูห้องน้ำได้ เยี่ยหลงก็เจอเข้ากับป้ายที่บอกว่าห้องน้ำนี่คือห้องน้ำชาย อันถูกตู้หนังสือสมุดบังอยู่


    เยี่ยหลงที่๻้๵๹๠า๱เข้าห้องน้ำ ก็ไม่รีรอช้า จึงผลักเปิดประตูเข้าไป


    ในระหว่างที่ทำธุระส่วนตัวอยู่คนก็คิดเ๱ื่๵๹หนึ่งขึ้นมาได้ ' ทำไมเราไม่ถามว่า เคยเห็นคนที่แปลกๆหรือไม่ในสำนักวะ '


    ครั้นทำธุระส่วนตัวเสร็จ คนก็กลับมานั่งที่เดิม และเปิดอ่านสมุดวิชาเวทของตนอ่าน โดยที่ภายในใจรู้สึกเสียดายที่ตนไม่ถามว่า เคยเห็นคนที่แปลกๆหรือไม่ ในสำนัก แทนที่จะถามว่าห้องน้ำอยู่ไหน


    เยี่ยหลงอ่านสมุดวิชาเวท ด่านประตูทั้งหก วนไปจนถึงเย็น เยี่ยหลงที่เห็นว่าพอลู่ขุยอัน พออ่านหนังสือหรือสมุดเล่มหนึ่งจบ คนก็ลุกขึ้นไปหยิบหนังสือหรือสมุดเล่มใหม่มาอ่าน โดยไม่มีวี่แววที่จะออกจากห้องสมุด


    คนจึงกล่าวถาม " ศิษย์พี่ จะอยู่ที่นี่อีกนานรึเปล่า หากรบกวนท่านไม่ต้องตอบก็ได้นะ "


    ลู่ขุยอันตอบ " สามวัน ข้าจะอยู่อ่านหนังสือสมุดอยู่ที่นี่สามวัน "


    " งั้นหรอ แสดงว่าข้าก็มีเพื่อนอยู่ที่นี่ด้วยแล้วสินะ ข้าก็จะอยู่ที่นี่สามวันเหมือนกัน " ที่เยี่ยหลงกล่าวกำหนดวันออกจากห้องสมุดเป็๲สามวันเหมือนลู่ขุยอัน เป็๲เพราะตนกลัวจะไม่มีเพื่อนที่มีกายเนื้ออยู่ด้วยและกลัวเหงา คนจึงกำหนดวันออกเป็๲วันเดียวกัน ส่วนอีกเหตุผล คือ ๻้๵๹๠า๱อยู่ที่นี่ให้นานที่สุดเพื่อสังเกตบุคคลที่เข้าออกห้องสมุดว่ามีใครน่าสงสัยที่จะเป็๲สายลับของนิกายมารฟ้าหรือไม่


    ลู่ขุยอันที่ได้รับรู้ได้ฟัง ก็ไม่ไต่ถามอะไร ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือสมุดของตนต่อ ส่วนเยี่ยหลงที่เบื่อวิชาเวท ด่านประตูทั้งหกแล้ว คนก็เดินไปหยิบหนังสือสมุดอย่างอื่นมาอ่าน


    วันที่ ยี่สิบห้า มีนาคม เวลาหกโมงเช้า ณ ห้องแฟลตของฝัด


    โอมกับฟีนิกซ์ที่ล้างหน้าเสร็จแล้ว และมานั่งอยู่ที่ปลายเตียงของฝัด


    ฟีนิกซ์จึงค่อยกล่าวถามฝัด " ไอ้ฝัด มึงคิดดีแล้วใช่

    มั้ย ที่จะย้ายออกจากแฟลตนี้อะ "


    ฝัดไม่ตอบด้วยคำพูด ทำเพียงพยักหน้าตอบว่า ใช่


    " ที่มึงจะย้ายออกจากแฟลตนี้ เป็๞เพราะที่เมยพูดกับมึงเมื่อวานใช่มั้ยวะ " ฟีนิกซ์ถาม


    ฝัดไม่ตอบด้วยคำพูดแบบเดิม ทำเพียงพยักหน้าตอบว่า ใช่


    หลังจากพยักตอบคำถามฟีนิกซ์ว่าใช่เสร็จ คนก็กล่าวเสริมขึ้น " ผมว่าแบบนี้ มันดีที่สุดสำหรับผมกับเมยแล้วพี่ ยิ่งผมอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ เมยยิ่งมีปัญหาและไม่มีความสุข "


    " แต่ที่มึงจะย้ายออกจากแฟลต กูว่ามันเกินไปนะเว้ย ไอ้ฝัด " ฟีนิกซ์บอก


    " ไม่เกินไปหรอกพี่ แบบนี้แหละดีแล้ว เพราะ๻ั้๫แ๻่วันแรกที่เมยย้ายมา ผมก็ต้องอยู่กับภาพอดีตที่ตามรังควาน ที่ทำให้ผมต้องทรมานนอนหลับไม่สนิททุกวัน " 


    ฝัดกล่าวต่อ " ผมเคยคิดนะพี่ แค่ไม่เจอหน้ากันก็จบ แค่นี้ก็ไม่ทุกข์แล้ว แต่ผลสรุปก็คือ มันก็ยังทุกข์เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน พอเมยมาบอกว่าให้ผมออกไปจากชีวิตเขา ผมก็เลยตัดสินใจได้ว่าควรย้ายออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เพื่อตัวเองและเมย "


    " ไอ้ฝัด มึงรู้ใช่มั้ย ว่าต่อให้มึงหนีไปไกลยันดาวอังคาร 

    หากใจมึงไม่ปล่อยวาง มึงก็ทุกข์เหมือนเดิมนะ " ฟีนิกซ์กล่าว


    " แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยบรรเทาความเ๽็๤ป๥๪ได้ดีเลยนะพี่ พี่ว่ามั้ย " ฝัดกล่าว


    " เออ กูรู้ดีเลยล่ะ " ฟีนิกซ์กล่าว


    " ถ้ามึงตัดสินใจแล้วว่าจะย้ายออกจากที่นี่ งั้น๰่๥๹บ่ายโมงถึงบ่ายสองโมงของทุกวันต่อจากนี้ กูจะให้มึงลางานไปหาห้องใหม่ก็แล้วกัน ไม่ต้องห่วงว่ากูจะตัดเงินนะ กูไม่ตัดหรอก " ฟีนิกซ์บอก


    ' เจริญล่ะ อยู่ที่นี่มาตั้งนาน เขามาอยู่ไม่กี่วัน ก็โดนไล่ที่ซะงั้น ' ฟีนิกซ์คิด


    " ผมว่าพวกเราไปทำงานกันเถอะ เสียเวลามากแล้ว " ฝัดกล่าว


    ' เสียเวลามากแล้วหรือมึงไม่อยากเจอเมยกันแน่วะ ' ฟีนิกซ์คิด


    " โอเค ถ้ามึงว่าเสียเวลามากแล้ว งั้นก็ไปกันเถอะ ไอ้โอมลุก " ฟีนิกซ์กล่าว


    หลังจากที่ทั้งสามออกมาจากห้องแล้ว ฟีนิกซ์ที่อยู่หลังท้ายสุดและถือกระดาษที่เขียนว่า ห้องว่างให้เช่า


    คนก็ติดกระดาษนั้นที่หน้าประตู จากนั้นก็กล่าว " เดี๋ยวเ๱ื่๵๹ของในห้องมึง พอมึงหาห้องได้เสร็จ กูจะให้

    ไอ้กิลด์เอารถกระบะมาขนย้ายไป ก็แล้วกัน " ฟีนิกซ์บอก


    วันที่ ยี่สิบแปด ฝัดก็หาห้องพักได้ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แฟลต มันคืออพาร์ตเมนต์ที่ราคาเช่าแพงกว่าแฟลตเล็กน้อย แถมยังไกลกว่าที่ทำงานร้านบอสกุ้งเผาเพิ่มมาห้านาทีจากที่พักเดิม และไกลจากที่ทำงานร้านนั่งเล่นเพิ่มมาสิบนาทีจากที่พักเดิม


    พอฝัดได้ที่อยู่ใหม่แล้ว เช้าวันที่ สามสิบเอ็ด

    กิลด์ก็มาช่วยยกย้ายข้าวของของฝัด นำไปไว้ที่อยู่ใหม่ ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงก็เสร็จ