ระหว่างที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังตรวจร่างกายให้เฉินเฉินเธอก็ชวนเขาคุยไปด้วย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
เพราะการฝังเข็มเป็นเรื่องที่ทรมานสำหรับเด็ก
"น้าต่งมีลูกสองคนเหรอครับ?"ดวงตาของเฉินเฉินเป็นประกาย "เมื่อไหร่ผมจะไปเล่นกับพวกเขาได้บ้าง?"
หวังหมิงหยางเปิดประตูเข้ามาได้ยินประโยคนี้พอดี มุมปากของเขามีรอยขมขื่น ไม่รู้จะพูดอะไรดี
"ได้แน่นอนถ้ามีโอกาสหนูไปบ้านน้าได้ทุกเมื่อเลยนะ" อาจเป็นเพราะความผูกพันกับฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่ต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงเอ็นดูเด็กๆ เป็นพิเศษ
เธอฝังเข็มเงินลงไปอีกเข็ม เฉินเฉินตัวสั่นแต่กำหมัดแน่น จนเส้นเลือดจะปูดโปน แต่เขาก็ไม่ส่งเสียงครางออกมา
หวังหมิงหยางยืนอยู่หน้าประตูมองลอดช่องเข้ามา เห็นภาพนั้นก็เงียบไป
เขาไม่ได้เข้าไปในห้องแต่ปิดประตูแล้วเดินออกไป เขาคิดว่าเขาควรไปคุยกับแม่ของเขาถึงเรื่องสำคัญบางอย่าง
"เยี่ยมไปเลยครับ!" แววตาของเฉินเฉินเป็นประกายขึ้นมาทันที
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะในห้องนี้ไม่มีคนอื่นหรือเปล่าพอดีใจได้ไม่ถึงนาที เขาก็ก้มหน้าลง "ผมไม่มีเพื่อนเลย"
"ทำไมถึงไม่มีล่ะ?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงสดใส "เด็กที่มีมารยาทและหน้าตาดีอย่างเฉินเฉินเพื่อนๆ ต้องชอบเธอแน่นอน"
"ผมไม่มีครับ"
"เมื่อก่อนแม่ไม่เคยอนุญาตให้ผมไปเล่นกับคนอื่นเลย"
"แม่พาผมไปหาลูกๆ ของเพื่อนแม่แต่เด็กพวกนั้นกลับชอบแกล้งผม"
เฉินเฉินเล่าเรื่องราวของเขาอย่างเงียบๆคุณยายฟังความคิดของลูกชายแล้ว จึงตัดสินใจมาคุยกับต่งเสี่ยวเสี่ยว
พอเดินมาถึงหน้าประตูเธอก็ได้ยินประโยคเหล่านั้นพอดี
หัวใจของคุณยายเหมือนถูกบีบเค้นอย่างแรงหวังหมิงหยางสบตาเธอ ทั้งคู่ต่างมีรอยขมขื่นบนใบหน้า
พวกเขาไม่รู้จะพูดอะไรดี
หลายปีมานี้ที่หลิวซิ่วอิงและหวังหมิงหยางทะเลาะกันเรื่องหย่าร้างคนที่เจ็บปวดที่สุดคือลูก
ถึงจะหย่ากันแล้วแต่ก็ยังมีปัญหาอีกมากมายที่ยังจัดการได้ไม่หมด
เบื้องหลังหลิวซิ่วอิงยังมีคนคอยช่วยเหลืออยู่
ไม่ใช่ว่าหวังหมิงหยางไม่เคยคิดที่จะตัดปัญหาให้จบๆไปสักที แต่หลิวซิ่วอิงก็มักจะใช้ลูกเป็นข้ออ้างเสมอและเธอเองก็เคยเอาเฉินเฉินมาเป็นข้ออ้างหลายครั้งแล้ว
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปจะต้องทิ้งแผลในใจที่ลบไม่ออกไว้ให้กับเฉินเฉินแน่นอน
"เฉินเฉิน"
ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าประตูอยู่นานในที่สุดก็ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ดึงเข็มเงินเข็มสุดท้ายออกพอดี
เธอจับชีพจรให้เฉินเฉินแล้วจึงยิ้มออกมาอย่างสบายใจ "อาการของเฉินเฉินดีขึ้นมากแล้วที่เหลือก็แค่กินยาบำรุงก็พอ"
"เสี่ยวเสี่ยว" คุณยายจับมือต่งเสี่ยวเสี่ยวไว้แน่น "ฉันมีเรื่องอยากจะขอความช่วยเหลือจากหนูสักหน่อย"
"คุณยายพูดมาได้เลยค่ะ"
…
พอออกจากห้องของเฉินเฉินต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จูงมือเล็กๆ ของเขา
เมื่อกี้คุณยายกับหวังหมิงหยางขอร้องให้เธอพาเฉินเฉินไปอยู่ด้วยอีกไม่นานก็จะถึงช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว
การพาเฉินเฉินกลับไปอยู่ที่บ้านของเธอจะได้ช่วยดูแลร่างกายให้แข็งแรงขึ้น
อีกหนึ่งเดือนพวกเขาจะมารับเฉินเฉินกลับไปค่าดูแลครั้งนี้คือหนึ่งพันหยวน
ในยุคนี้เงินจำนวนนี้ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว
อย่างน้อยก็พอให้คนธรรมดาใช้ได้ครึ่งปี
ถ้าประหยัดหน่อย ก็ใช้ได้นานกว่านั้น
นอกจากนี้พวกเขายังยินดีที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเฉินเฉินแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวปฏิเสธไป
เธอถามความเห็นของเฉินเฉินก่อนซึ่งเขาก็ตอบออกมาอย่างเต็มใจ
"ครั้งนี้ผมจะไปจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยตัดความสัมพันธ์กับแม่ของเขาอย่างเด็ดขาด จะไม่ยอมให้เขามายุ่งวุ่นวายกับลูกอีก"หวังหมิงหยางยืนหลังค่อม ทั้งที่เพิ่งอายุสี่สิบกว่าๆแต่กลับมีผมขาวไปเกือบครึ่งหัวแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มแล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งบนโต๊ะมาเขียนใบสั่งยา
เธอยื่นให้หวังหมิงหยาง"ถึงจะยุ่งแค่ไหนก็ต้องไม่ลืมที่จะดูแลตัวเองนะคะถ้าร่างกายทรุดขึ้นมา ต่อให้เป็นหมอเทวดาก็รักษาไม่ไหวหรอกค่ะ"
"ปกติให้ใช้ยาตามนี้ต้มดื่มหรือถ้าจะปรับสูตรให้ตัดสามตัวยาสุดท้ายออกส่วนที่เหลือเอาไปต้มเป็นน้ำสมุนไพรได้ค่ะ"
"ถ้ามีโอกาสฉันจะฝังเข็มให้คุณสักหน่อย"
ถึงต่งเสี่ยวเสี่ยวจะรู้จักกับหวังหมิงหยางและคุณยายได้ไม่นานแต่เธอชอบคุณยายกับเฉินเฉินมาก
แม้เรื่องนี้จะยุ่งยากไปหน่อยแต่เธอก็รับปาก
ที่บ้านมีเด็กเพิ่มมาอีกคนก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรอย่างน้อยก็ทำให้ฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่มีเพื่อนเพิ่มขึ้น
ตอนที่เธอกำลังจะกลับหลิ่วหรูรีบวิ่งมาจากสวนหลังบ้าน
"เสี่ยวต่ง เดี๋ยวก่อน"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ยังคงแสดงความเคารพ "ไม่ทราบว่าคุณหลิ่วมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ?"
"นี่"
หลิ่วหรูยื่นใบสั่งยาในมือให้เธอ"ลองดูสูตรยาพวกนี้ทีว่าเธอพอจะหาได้ไหมแล้วทำเป็นยาจีนแบบเม็ดได้หรือเปล่า?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรับกระดาษมาดูยาสมุนไพรบางชนิดบนนั้นเป็นของที่พบเห็นได้ทั่วไปบนภูเขาของหมู่บ้าน มีตลอดทั้งปีหาได้ไม่ยาก
ถ้าเอายาสมุนไพรเหล่านี้มารวมกัน…
"คุณหลิ่วคะคุณต้องการจะวิจัยยาเม็ดจีนเพื่อรักษาอาการหวัดเหรอคะ?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวดูออกทันที
หลิ่วหรูยิ้มออกมา"ฉันบอกแล้วว่าคุณต่งน่ะเก่งจะตาย แล้วคุณทำได้ไหม?"
"จะทำก็พอทำได้ค่ะ แต่ว่า…"ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังพูดไม่ทันจบ หลิ่วหรูก็ยื่นธนบัตรหนาๆสองสามใบให้ "ถ้าทำได้ ก็รับเงินมัดจำไปก่อนเลย"
"ต้องทำเป็นยาเม็ดที่ได้มาตรฐานห้ามมีส่วนผสมของยาแผนปัจจุบันเลย และต้องใช้แค่สมุนไพรจีนเท่านั้นต้มแล้วตากแห้งเท่านั้นด้วย"
"หนึ่งเดือนหลังจากนี้ต้องส่งประมาณ 100ชุด แต่ละชุดมีหนึ่งร้อยเม็ด คุณคิดว่าคุณจะทำได้ไหม?" หลิ่วหรูยิ้ม
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงกับมึนงงกับข้อตกลงครั้งใหญ่นี้ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ยาจีนแบบนี้ ถ้าต้มออกมาแล้วเอาน้ำมากินจะมีประโยชน์มากกว่า
ถ้าทำเป็นยาเม็ด ตอนต้มสรรพคุณทั้งหมดคงจะ…
เธอพูดเรื่องนี้กับหลิ่วหรูตามตรง
"เราต้องการสินค้าล็อตนี้ไปทำการทดลองขยายตลาดของยาจีน" หลิ่วหรูวางมือลงบนไหล่ของต่งเสี่ยวเสี่ยว"ครั้งนี้ฉันมาที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้ก็เพื่อมาหาคนคุณดูข้อตกลงนี้…"
"ฉันรับค่ะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้โง่จากราคาที่หลิ่วหรูบอกเมื่อกี้ ถ้าเธอรับเงินมัดจำห้าร้อยนี้เอาไว้แล้วถ้าหนึ่งเดือนหลังจากนี้สามารถส่งสินค้าได้จริงๆ
ก็จะมีเงินอีกห้าร้อยหยวน
ถ้าเอาเงินมารวมกันแบบนี้แล้วในมือของเธอก็จะมีเงินก้อนใหญ่ ต่อไปถ้าอยากจะทำธุรกิจร้านอาหารเล็กๆ น้อยๆก็จะมีเงินเริ่มต้นเอาไว้ลงทุน
พอดีกับที่เดือนนี้เป็นช่วงที่ร่างกายของฉินซู่อ่อนแอที่สุดแต่หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน เขาจะสามารถเดินได้โดยใช้ไม้เท้าที่ทำขึ้นเอง
ถึงตอนนั้นเธอคงจะสบายขึ้นมาก
"ตกลงตามนั้น"
ทั้งสองคนคุยกันถึงรายละเอียดต่างๆพร้อมทั้งร่างสัญญา พอจัดการเรื่องต่างๆ เสร็จแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จูงมือเฉินเฉิน เดินออกจากประตูบ้านตระกูลหวัง
พวกเธอเพิ่งจะเดินออกไปคุณยายก็จ้องไปที่หวังหมิงหยาง "รีบไปสั่งคนจัดหาข้าวของส่งไปให้พวกเขาสิไม่อย่างนั้นเดือนนี้พวกเขาจะกินอะไรกัน?"