ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 49 ข้อตกลงครั้งใหญ่

            ระหว่างที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังตรวจร่างกายให้เฉินเฉินเธอก็ชวนเขาคุยไปด้วย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

            เพราะการฝังเข็มเป็นเรื่องที่ทรมานสำหรับเด็ก 

            "น้าต่งมีลูกสองคนเหรอครับ?"ดวงตาของเฉินเฉินเป็นประกาย "เมื่อไหร่ผมจะไปเล่นกับพวกเขาได้บ้าง?"

            หวังหมิงหยางเปิดประตูเข้ามาได้ยินประโยคนี้พอดี มุมปากของเขามีรอยขมขื่น ไม่รู้จะพูดอะไรดี 

            "ได้แน่นอนถ้ามีโอกาสหนูไปบ้านน้าได้ทุกเมื่อเลยนะ" อาจเป็นเพราะความผูกพันกับฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่ต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงเอ็นดูเด็กๆ เป็นพิเศษ

            เธอฝังเข็มเงินลงไปอีกเข็ม เฉินเฉินตัวสั่นแต่กำหมัดแน่น จนเส้นเลือดจะปูดโปน แต่เขาก็ไม่ส่งเสียงครางออกมา

            หวังหมิงหยางยืนอยู่หน้าประตูมองลอดช่องเข้ามา เห็นภาพนั้นก็เงียบไป

            เขาไม่ได้เข้าไปในห้องแต่ปิดประตูแล้วเดินออกไป เขาคิดว่าเขาควรไปคุยกับแม่ของเขาถึงเรื่องสำคัญบางอย่าง

            "เยี่ยมไปเลยครับ!" แววตาของเฉินเฉินเป็นประกายขึ้นมาทันที

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะในห้องนี้ไม่มีคนอื่นหรือเปล่าพอดีใจได้ไม่ถึงนาที เขาก็ก้มหน้าลง "ผมไม่มีเพื่อนเลย"

            "ทำไมถึงไม่มีล่ะ?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงสดใส "เด็กที่มีมารยาทและหน้าตาดีอย่างเฉินเฉินเพื่อนๆ ต้องชอบเธอแน่นอน" 

            "ผมไม่มีครับ"

            "เมื่อก่อนแม่ไม่เคยอนุญาตให้ผมไปเล่นกับคนอื่นเลย"

            "แม่พาผมไปหาลูกๆ ของเพื่อนแม่แต่เด็กพวกนั้นกลับชอบแกล้งผม"

            เฉินเฉินเล่าเรื่องราวของเขาอย่างเงียบๆคุณยายฟังความคิดของลูกชายแล้ว จึงตัดสินใจมาคุยกับต่งเสี่ยวเสี่ยว

            พอเดินมาถึงหน้าประตูเธอก็ได้ยินประโยคเหล่านั้นพอดี

            หัวใจของคุณยายเหมือนถูกบีบเค้นอย่างแรงหวังหมิงหยางสบตาเธอ ทั้งคู่ต่างมีรอยขมขื่นบนใบหน้า

            พวกเขาไม่รู้จะพูดอะไรดี

            หลายปีมานี้ที่หลิวซิ่วอิงและหวังหมิงหยางทะเลาะกันเรื่องหย่าร้างคนที่เจ็บปวดที่สุดคือลูก

            ถึงจะหย่ากันแล้วแต่ก็ยังมีปัญหาอีกมากมายที่ยังจัดการได้ไม่หมด

            เบื้องหลังหลิวซิ่วอิงยังมีคนคอยช่วยเหลืออยู่

            ไม่ใช่ว่าหวังหมิงหยางไม่เคยคิดที่จะตัดปัญหาให้จบๆไปสักที แต่หลิวซิ่วอิงก็มักจะใช้ลูกเป็นข้ออ้างเสมอและเธอเองก็เคยเอาเฉินเฉินมาเป็นข้ออ้างหลายครั้งแล้ว

            ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปจะต้องทิ้งแผลในใจที่ลบไม่ออกไว้ให้กับเฉินเฉินแน่นอน

            "เฉินเฉิน"

            ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าประตูอยู่นานในที่สุดก็ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ดึงเข็มเงินเข็มสุดท้ายออกพอดี

            เธอจับชีพจรให้เฉินเฉินแล้วจึงยิ้มออกมาอย่างสบายใจ "อาการของเฉินเฉินดีขึ้นมากแล้วที่เหลือก็แค่กินยาบำรุงก็พอ"

            "เสี่ยวเสี่ยว" คุณยายจับมือต่งเสี่ยวเสี่ยวไว้แน่น "ฉันมีเรื่องอยากจะขอความช่วยเหลือจากหนูสักหน่อย"

            "คุณยายพูดมาได้เลยค่ะ" 

            …

            พอออกจากห้องของเฉินเฉินต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จูงมือเล็กๆ ของเขา

            เมื่อกี้คุณยายกับหวังหมิงหยางขอร้องให้เธอพาเฉินเฉินไปอยู่ด้วยอีกไม่นานก็จะถึงช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว 

            การพาเฉินเฉินกลับไปอยู่ที่บ้านของเธอจะได้ช่วยดูแลร่างกายให้แข็งแรงขึ้น

            อีกหนึ่งเดือนพวกเขาจะมารับเฉินเฉินกลับไปค่าดูแลครั้งนี้คือหนึ่งพันหยวน

            ในยุคนี้เงินจำนวนนี้ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว

            อย่างน้อยก็พอให้คนธรรมดาใช้ได้ครึ่งปี

            ถ้าประหยัดหน่อย ก็ใช้ได้นานกว่านั้น

            นอกจากนี้พวกเขายังยินดีที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเฉินเฉินแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวปฏิเสธไป

            เธอถามความเห็นของเฉินเฉินก่อนซึ่งเขาก็ตอบออกมาอย่างเต็มใจ 

            "ครั้งนี้ผมจะไปจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยตัดความสัมพันธ์กับแม่ของเขาอย่างเด็ดขาด จะไม่ยอมให้เขามายุ่งวุ่นวายกับลูกอีก"หวังหมิงหยางยืนหลังค่อม ทั้งที่เพิ่งอายุสี่สิบกว่าๆแต่กลับมีผมขาวไปเกือบครึ่งหัวแล้ว

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มแล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งบนโต๊ะมาเขียนใบสั่งยา

            เธอยื่นให้หวังหมิงหยาง"ถึงจะยุ่งแค่ไหนก็ต้องไม่ลืมที่จะดูแลตัวเองนะคะถ้าร่างกายทรุดขึ้นมา ต่อให้เป็นหมอเทวดาก็รักษาไม่ไหวหรอกค่ะ"

            "ปกติให้ใช้ยาตามนี้ต้มดื่มหรือถ้าจะปรับสูตรให้ตัดสามตัวยาสุดท้ายออกส่วนที่เหลือเอาไปต้มเป็นน้ำสมุนไพรได้ค่ะ"

            "ถ้ามีโอกาสฉันจะฝังเข็มให้คุณสักหน่อย"

            ถึงต่งเสี่ยวเสี่ยวจะรู้จักกับหวังหมิงหยางและคุณยายได้ไม่นานแต่เธอชอบคุณยายกับเฉินเฉินมาก

            แม้เรื่องนี้จะยุ่งยากไปหน่อยแต่เธอก็รับปาก

            ที่บ้านมีเด็กเพิ่มมาอีกคนก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรอย่างน้อยก็ทำให้ฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่มีเพื่อนเพิ่มขึ้น

            ตอนที่เธอกำลังจะกลับหลิ่วหรูรีบวิ่งมาจากสวนหลังบ้าน

            "เสี่ยวต่ง เดี๋ยวก่อน"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ยังคงแสดงความเคารพ "ไม่ทราบว่าคุณหลิ่วมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ?"

            "นี่"

            หลิ่วหรูยื่นใบสั่งยาในมือให้เธอ"ลองดูสูตรยาพวกนี้ทีว่าเธอพอจะหาได้ไหมแล้วทำเป็นยาจีนแบบเม็ดได้หรือเปล่า?"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวรับกระดาษมาดูยาสมุนไพรบางชนิดบนนั้นเป็นของที่พบเห็นได้ทั่วไปบนภูเขาของหมู่บ้าน มีตลอดทั้งปีหาได้ไม่ยาก

     

            ถ้าเอายาสมุนไพรเหล่านี้มารวมกัน… 

            "คุณหลิ่วคะคุณต้องการจะวิจัยยาเม็ดจีนเพื่อรักษาอาการหวัดเหรอคะ?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวดูออกทันที

            หลิ่วหรูยิ้มออกมา"ฉันบอกแล้วว่าคุณต่งน่ะเก่งจะตาย แล้วคุณทำได้ไหม?"

            "จะทำก็พอทำได้ค่ะ แต่ว่า…"ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังพูดไม่ทันจบ หลิ่วหรูก็ยื่นธนบัตรหนาๆสองสามใบให้ "ถ้าทำได้ ก็รับเงินมัดจำไปก่อนเลย"

            "ต้องทำเป็นยาเม็ดที่ได้มาตรฐานห้ามมีส่วนผสมของยาแผนปัจจุบันเลย และต้องใช้แค่สมุนไพรจีนเท่านั้นต้มแล้วตากแห้งเท่านั้นด้วย"

            "หนึ่งเดือนหลังจากนี้ต้องส่งประมาณ 100ชุด แต่ละชุดมีหนึ่งร้อยเม็ด คุณคิดว่าคุณจะทำได้ไหม?" หลิ่วหรูยิ้ม

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงกับมึนงงกับข้อตกลงครั้งใหญ่นี้ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

            ยาจีนแบบนี้ ถ้าต้มออกมาแล้วเอาน้ำมากินจะมีประโยชน์มากกว่า

            ถ้าทำเป็นยาเม็ด ตอนต้มสรรพคุณทั้งหมดคงจะ…

            เธอพูดเรื่องนี้กับหลิ่วหรูตามตรง

            "เราต้องการสินค้าล็อตนี้ไปทำการทดลองขยายตลาดของยาจีน" หลิ่วหรูวางมือลงบนไหล่ของต่งเสี่ยวเสี่ยว"ครั้งนี้ฉันมาที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้ก็เพื่อมาหาคนคุณดูข้อตกลงนี้…"

            "ฉันรับค่ะ!"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้โง่จากราคาที่หลิ่วหรูบอกเมื่อกี้ ถ้าเธอรับเงินมัดจำห้าร้อยนี้เอาไว้แล้วถ้าหนึ่งเดือนหลังจากนี้สามารถส่งสินค้าได้จริงๆ

            ก็จะมีเงินอีกห้าร้อยหยวน

            ถ้าเอาเงินมารวมกันแบบนี้แล้วในมือของเธอก็จะมีเงินก้อนใหญ่ ต่อไปถ้าอยากจะทำธุรกิจร้านอาหารเล็กๆ น้อยๆก็จะมีเงินเริ่มต้นเอาไว้ลงทุน

            พอดีกับที่เดือนนี้เป็นช่วงที่ร่างกายของฉินซู่อ่อนแอที่สุดแต่หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน เขาจะสามารถเดินได้โดยใช้ไม้เท้าที่ทำขึ้นเอง

            ถึงตอนนั้นเธอคงจะสบายขึ้นมาก

            "ตกลงตามนั้น"

            ทั้งสองคนคุยกันถึงรายละเอียดต่างๆพร้อมทั้งร่างสัญญา พอจัดการเรื่องต่างๆ เสร็จแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จูงมือเฉินเฉิน เดินออกจากประตูบ้านตระกูลหวัง

            พวกเธอเพิ่งจะเดินออกไปคุณยายก็จ้องไปที่หวังหมิงหยาง "รีบไปสั่งคนจัดหาข้าวของส่งไปให้พวกเขาสิไม่อย่างนั้นเดือนนี้พวกเขาจะกินอะไรกัน?"

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808