แสงแดดยามเช้าค่อยๆแยงตาเรนเดล เขารู้สึกได้ว่าแผ่นหลังและหัวัักับหมอนและเตียงที่นุ่มสบายกว่าปกติ มันไม่ใช่เตียงของเขา และเพดานห้องที่มีภาพสีน้ำมันวาดประดับประดา ทำให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้นอนในห้องนอนของตัวเอง
เรนเดลเลิกผ้านวมสีขาวสะอาดขึ้น ก่อนจะยันเท้าจากเตียงนอนลงไปบนพรมที่นุ่มสบาย บรรยากาศรอบห้องนอนที่เขานอนตอนนี้ค่อนข้างหรูหรา และใหญ่โตราวกับห้องของขุนนาง
มีเสียงประตูเคาะในจังหวะที่เขากำลังสำรวจห้อง โคโตโนฮะเดินเข้ามาพร้อมกับเมดรับใช้สองคน เธออยู่ในชุดยูกาตะสีขาวสวยงาม ผมสีน้ำตาลมวยเกล้าและปล่อยลงบางส่วน เรนเดลเผลอมองเธอนานกว่าปกติเพราะไม่เคยเห็นเธอในแบบนี้ เขาสบตาเข้ากับดวงตาสีเขียวมะกอกคู่งามนั้นเข้าให้อย่างจัง ทำเอาโคโตโนฮะเขินอาย และหลบตาเขาทันที
“ตื่นแล้วหรือ เรนเดล” โคโตโนฮะเอ่ยถามเสียงแ่เบา เธอยังจำเื่เมื่อคืนได้ เรนเดลทำท่าเหมือนจะสารภาพรักกับเธอ และเธอคิดว่ามันน่าจะเป็เื่จริง เพราะเวทสะกดใจไม่ใช่เวทหลอกลวง แต่มันบังคับให้คนๆนั้นแสดงสามัญสำนึกส่วนลึกออกมา โดยไม่อาจฝืนกลั้นได้
“ทำไมฉันมานอนที่บ้านเธอ โคโตโนฮะ” เรนเดลเอ่ยถามด้วยความสงสัย หลังจากฤทธิของเวทสะกดใจหมดลง เขาก็จำอะไรไม่ค่อยได้ เขารู้แค่ว่ามาห้องสมุด และฝันถึงอันเดดสาวใจดีที่ชื่อแอน
“นายโดนเวทสะกดใจ” โคโตโนฮะตอบแบบไม่สบตาเขา “จากท่าทางที่นายถามฉันแบบนี้ แสดงว่าหายดีแล้วสินะ...รีบอาบน้ำแต่งตัวเถอะ ฉันไม่อยากสายในการไปเรียนครั้งแรกนะ”
“ขอบคุณมากเลยนะ ที่ช่วยฉันไว้” เรนเดลกล่าว “ฉันเองก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ว่าโดนเวทนี่ตอนไหน ถ้าไม่ได้เธอแย่แน่ๆเลย”
“อะ..อืม” โคโตโนฮะกล่าวเสียงแ่เบา เพราะเธอดันนึกถึงตอนนั้น ที่เรนเดลล้มหน้าคะมำมาซบอกเธอเข้าให้
มีเสียงกดกริ่งหน้าบ้านของโคโตโนฮะ เธอจึงรีบเดินออกไปรับแขกทันที
เรนเดลพบว่าไอรินและเซร่ามารอไปเรียนพร้อมกันที่บ้านโคโตโนฮะ เรนเดลจึงรีบกลับหออาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเรนเดลกลับมา เขาก็พบว่าโคโตโนฮะยังแต่งตัวไม่เสร็จ...
“เหลือเวลาอีกสิบเจ็ดนาทีเองนะ” เรนเดลเอ่ยถามเสียงอ่อย ทำเอาโคโตโนฮะสะดุดขณะกำลังจัดทรงผมสำหรับไปเรียนวันนี้
“ไม่เคยมีใครบอกนายหรือเรนเดล ว่าเวลาผู้หญิงแต่งตัว ห้ามเร่งเธอโดยเด็ดขาด”
“อ่า ขอโทษด้วย” เรนเดลยิ้มหน้าเจื่อนๆ เมื่อโคโตโนฮะที่จู่ๆก็กลายเป็สาวดุแบบไอรินไปซะงั้น
“ให้อภัยค่ะ” โคโตโนฮะเปลี่ยนเป็หน้ายิ้มแย้มทันทีเมื่อได้รับคำขอโทษ ก่อนเธอจะขอความเห็นเรนเดลว่าเธอแต่งตัวดูดีแล้วหรือยัง ดูเหมือนเธอจะค่อนข้างพิถีพิถันเป็อย่างมาก ในการจัดทรงผม จนเรนเดลต้องเอ่ยปากว่าโคโคโนฮะสวยสำหรับเขาเสมอ เธอถึงจะยอมออกจากห้องแต่โดยดี พร้อมหน้าแดงตลอดทาง
ไม่มีใครสังเกตุเลย ว่าไอรินที่เดิมตามหลังสุด กำลังมองค้อนโคโตโนฮะด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่เมื่อเธอหันกลับมามองไอริน ไอรินก็รีบปั้นหน้ายิ้มทันที
และแล้ว สามสาวกับหนึ่งหนุ่มก็มาทันคาบแรก พวกเขากึ่งวิ่งกึ่งเดินมาที่สเตเดี้ยมแห่งหนึ่ง ที่ต้องนั่งบนอัฒจันทร์ และก้มหน้าลงมาฟังอาจารย์สอนที่พื้นเบื้องล่าง นักเรียนปีหนึ่งทั้งหมดหนึ่งร้อยหนึ่งคน ต้องเรียนรวมกันในวันแรก เนื่องจากการเรียนครั้งนี้ จะเป็การประกาศแยกห้องเรียนในครั้งต่อๆไป
นักเรียนทุกคนเลือกที่นั่งตามใจชอบ และกระจายกันทั่วไปหมด เนื่องจากไม่มีสัญญาณใดๆบอกว่าพวกเขาต้องนั่งเกาะกลุ่ม หรือนั่งบริเวณไหน กลุ่มของเรนเดลเลือกที่จะนั่งที่นั่งต่ำสุด ซึ่งใกล้กับลานกว้างด้านล่างมากที่สุด
“คงจะมีทดสอบอะไรแน่ๆ” เรนเดลกล่าวด้วยความสงสัย “สถานที่เรียนในวันแรกทำไมต้องเป็ลานประลองด้วยนะ”
“นี่นายมัวทำไรอยู่ ถึงไม่รู้” ไอรินเอ่ยเสียงคาดโทษตามแบบฉบับของเธอ “อาจารย์เขาก็ประกาศอยู่เมื่อวานไง ว่าการทดสอบคัดแยกห้องเรียน จะให้นักเรียนแสดงพลังทั้งหมดของตัวเอง ด้วยการประลองเวทมนตร์ยังไงล่ะ”
“ซึ่งการประลองเวทมนตร์ในครั้งนี้ จะใช้การประลองแบบ ฟรี สแพริ่งสินะคะ (Free Sparring)” เป็เซร่าที่กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงค่อย “นับคะแนนในการโจมตีโดนอีกฝ่าย ตามจุดอ่อนของร่างกาย รวมทั้งคะแนนพิเศษจากความชำนาญของเวทมนตร์ที่ใช้งาน”
“มีฉันคนเดียวที่ไม่รู้สินะ...” เรนเดลเอ่ยพลางเอามือก่ายหน้าผาก เป็เพราะเขาให้ความสนใจอย่างอื่น จนลืมสำรวจหอพักที่เขาใช้อาศัยเอาเสียได้
“ก็นะ เรนเดลยังไงก็ยังเป็เรนเดลวันยังค่ำ” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงถอนใจ“ฉันอุตส่าห์คิดว่านายจะเปลี่ยนไปแล้วเสียอีก...น่าผิดหวังจริงๆเลย”
“ฉันมีเื่ยุ่งๆน่ะ” เรนเดลกล่าวเสียงเครียด “เธอไม่เข้าใจฉันหรอก ไอริน”
“แต่ฉันเข้าใจเรนเดลนะคะ” เซร่ากล่าวเสียงแข็ง พลางจ้องหน้าไอริน ดูเหมือนเธอจะโกรธที่ไอรินมาว่าเรนเดลที่เธอนับถือ “หอพักชายบอร์ดข่าวสารมันอยู่นอกอาคาร และมันโดนต้นไม้ขึ้นบังน่ะค่ะ เรนเดลไม่ทันสังเกตุสินะคะ”
“และทำไมเธอถึงสังเกตุเห็นล่ะ” ไอรินกล่าวเสียงแข็งกลับมาทันที “ฉันเป็เพื่อนกับเรนเดลมาั้แ่เล็ก ฉันรู้นิสัยหมอนั่นดี อย่าคิดว่าเธอจะรู้จักเรนเดลดีกว่าฉันเลยนะ เซร่า”
“เหรอคะ” เซร่ากล่าวน้ำเสียงมั่นใจ ทั้งที่ปกติเธอจะค่อนข้างลังเล “ถ้าเธอเป็เพื่อนเรนเดลจริง เรนเดลคงจะไม่พูดออกมาหรอก ว่าเธอไม่เข้าใจเขา...เธอน่ะ เห็นเรนเดลเป็เพื่อนจริงๆหรือเปล่า หรือเห็นเขาเป็ที่รองรับอารมณ์ส่วนตัว”
“ว่าไงนะ!!” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงโมโห แต่เซร่าเองก็ไม่กลัว ดวงตาของเธอแข็งกร้าวเช่นกัน
“นักเรียนทุกคน ฟังทางนี้หน่อยคร้าบบ!!”
อาจารย์หนุ่มผมสีขาวฟูเหมือนขนแมว สวมแว่นตาทำหน้ายิ้มตลอด เดินมายืนกลางลานกว้างอัฒจรรย์ เขาแบกลำโพงขนาดใหญ่ด้วยตัวคนเดียววางไว้กับพื้น ก่อนจะต่อไมโครโฟน แล้วเตรียมพูดขยายเสียง
เมื่อได้เห็น เรนเดลรู้ทันที ว่าอาจารย์คนนั้นคืออาจารย์แม็คเบธ ที่อยู่ในเหตุการณ์จัดการมานาอีตเตอร์ที่ดันเจี้ยนใต้ดิน อาจารย์คนนี้ มาจากอาณาจักรเสือขาว และไม่ถูกกับอาจารย์ฟิลิปปา
การมาของอาจารย์ช่วยหยุดการทะเลาะที่ยืดเยื้อของสองสาว ไอรินและเซร่าต่างเชอะใส่กัน และเลือกจะยืนขนาบข้างเรนเดลกันทั้งคู่
“คงจะรู้กันแล้วสินะครับ หนูๆปีหนึ่งทั้งหลาย” อาจารย์กล่าวเสียงนุ่ม พร้อมกับไมค์หอนจนนักเรียนแสบแก้วหู ดูเหมือนลูกแก้วธาตุไฟฟ้าราคาถูกที่อาจารย์ต่อกับลำโพงจะทำงานได้ไม่สมบูรณ์
“ที่พามาลานประลองแห่งนี้ ก็เพราะโรงเรียนเวทมนตร์มาเกีย จะมีธรรมเนียมการคัดห้องที่นักเรียนจะไปอยู่ ด้วยการทดสอบภาคปฏิบัติ” อาจารย์หนุ่มเปลี่ยนเป็น้ำเสียงจริงจังทันที เมื่อพูดเื่งาน “และหัวข้อทดสอบภาคปฏิบัติในปีนี้ ก็คือนักเรียนทั้งหนึ่งร้อยหนึ่งคน จะต้องสุ่มประลองกันเป็คู่”
นักเรียนทั้งหมดมองหน้ากันทันที ดูเหมือนจะมีนักเรียนหลายคนที่ไม่รู้ ว่าต้องประลองกันเอง นักเรียนหลายคนบ่นโอดครวญ เพราะพวกเขารู้สึกว่ายังเตรียมตัวไม่พร้อม จังหวะนี้เซร่ามองไอรินด้วยหางตา ทำเอาไอรินไม่กล้าสู้หน้าเธอทันที
“ลานประลองจะพอสำหรับนักเรียนร้อยคนหรือครับอาจารย์” นักเรียนหนุ่มผมทองแดงคนหนึ่งกล่าวพลางยกมือถามทันที “ถ้าจะให้พวกเราร้อยกว่าคนประลองพร้อมๆกัน จะต้องมีลูกหลงจากคู่อื่นๆอย่างแน่นอนนะครับ”
“อย่าห่วงเลยไอ้หนู ของอย่างนี้มันอยู่ที่ฝีมือ” อาจารย์กล่าวกลับพลางยิ้มร่า “และฉันบอกแล้ว ว่านี่คือการทดสอบคัดเลือกห้อง ว่าแต่ละคนจะไปอยู่ห้องไหน”
“และจะแบ่งห้องยังไง ใช้เกณฑ์อะไรในการแบ่งครับ” คราวนี้เรนเดลยกมือะโถาม อาจารย์ตบไมค์ให้มันหายหอน ก่อนจะเริ่มอธิบาย
“ในแต่ละชั้นปีจะมีห้องเรียนทั้งหมดสิบห้อง จะถัวเฉลี่ยกันให้จำนวนนักเรียนเท่าๆกัน แต่แน่นอนว่าห้องเรียนที่หนึ่ง คือห้องที่รวบรวมนักเรียนที่โดดเด่นกว่าชาวบ้าน และมีแววว่าจะพัฒนาเป็จอมเวทระดับลูกแก้วสีแดงได้ยังไงล่ะ”
“จอมเวทระดับสีแดง” เรนเดลกล่าวทวนคำพูดอาจารย์ “ไม่ว่ายังไงก็ต้องอยู่ห้องหนึ่งเท่านั้นสินะ”
“เท่ากับว่าแต่ละห้องจะมีนักเรียนสิบคน” อาจารย์แม็คเบธอธิบายต่อ “ยกเว้นห้องใดห้องหนึ่งอาจมีนักเรียนสิบเอ็ดคน เพราะปีนี้มีเศษมาหนึ่ง...เอาล่ะ อย่ามัวเสียเวลา ขอให้ทุกเดินลงมาที่ลานกว้างพร้อมๆกัน อาจารย์จะชี้นิ้วเลือกเอาเอง ว่าใครจะต้องเจอกับใคร”
“อาจารย์คร้าบบบ ไอ้การประลองตัวต่อตัว มันจะไปใช้วัดระดับห้องยังไงกันล่ะครับ ผมสงสัยมากๆเลย” คราวนี้นักเรียนคนหนึ่งะโพลางยกมือถาม
“และใครบอกพวกเธอล่ะ ว่าต้องชนะการประลองเพียงอย่างเดียว” อาจารย์ส่งยิ้มให้กับนักเรียนที่ถามเมื่อกี้ “อาจารย์จะพิจารณาทุกๆอย่างของนักเรียนที่มาประลอง ด้วยเกณฑ์ของเหล่าอาจารย์เอง”
อาจารย์ส่งยิ้มให้กับนักเรียนทุกคนที่ทยอยเดินลงมาข้างล่าง ก่อนที่อาจารย์จะโบกมือเรียกเรนเดล เร็น และเ้าชายเรียวจิแยกออกมาต่างหาก ทั้งสองคนนี้เรนเดลรู้จัก แต่มีอีกคนที่ถูกเรียกออกมา และเรนเดลไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
คนที่ถูกอาจารย์เรียกแยกออกมาเป็ชายหนุ่มผมสีเงิน ดวงตาสีเงินเช่นเดียวกัน รูปร่างเขาดูโปร่งบางอ้อนแอ้น แต่ด้านหลังกลับสะพายดาบใหญ่เอาไว้ได้อย่างสบายๆ เรนเดลได้ยินอาจารย์เรียกเขาว่า เ้าชายนิโคลัส วูล์ฟซอน แห่งอาณาจักรหมาป่าเทา เขาเป็เ้าชายของอาณาจักรสุดท้ายในเครือจักรภพคิเมร่านั่นเอง
ซึ่งเครือจักรภพคิเมร่านั้น ประกอบด้วยราชรัฐจิ้งจอกแดง บ้านเกิดของเรนเดลและไอริน สาธารณรัฐเหยี่ยวดำ บ้านเกิดของโจแอนนาและเซร่า รวมถึงลูเธอร์ จักรวรรดิัไฟของเ้าชายเรียวจิ โคโตโนฮะ เร็น และราชองครักษ์ฮายาโตะ อาณาจักรเสือขาว ของโมรอคและอาจารย์แม็คเบธ และสุดท้าย อาณาจักรหมาป่าเทานั่นเอง
“พวกเธอทั้งสี่คน ถูกประเมินจากคัมภีร์พระเวทแล้ว ว่าแข็งแกร่งที่สุดในรุ่น ดังนั้นไม่มีความจำเป็ต้องทำการทดสอบใดๆกับพวกเธออีก และจะถูกคัดเลือกไปอยู่ห้องที่หนึ่ง”
การประกาศของอาจารย์ ทำเอานักเรียนรอบบริเวณส่งเสียงฮือฮาทันที เพราะหมายความว่าตำแหน่งที่นั่งในห้องเรียนที่หนึ่ง เหลือแค่เพียงหกที่เท่านั้น
“ไง ผู้ใช้พลังทวิธาตุลำดับที่สอง” เรียวจิทักทายตามประสาของเขา ทำเอาเรนเดลหัวเราะแห้งๆ
“เอาล่ะ...อย่าพึ่งฮือฮา” อาจารย์แม็คเบธยกมือห้ามนักเรียนที่เหลือ พลางอธิบายต่อ“อาจารย์มีงานมอบหมายให้กับนักเรียนทั้งสี่คนด้วย พวกเขาจะช่วยอาจารย์คัดเลือกคู่ประลอง หากเขาจับคู่ใคร พวกเธอต้องทำการทดสอบต่อสู้กันทันที”
“และจะใช้เกณฑ์อะไรเลือกครับ” เรนเดลเอ่ยด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจความคิดอาจารย์เอาเสียเลย ที่ให้นักเรียนช่วยเลือก
“เอาตามความรู้สึกของพวกเธอ” อาจารย์ตอบด้วยเสียงกระซิบ “ยังไงจุดประสงค์หลักก็แค่จะสำรวจพลัง และการใช้พลังของคนๆนั้นเท่านั้นแหละ...การให้สู้กันเองมันแค่ช่วยทำให้ดูน่าสนใจเท่านั้น”
“ได้ครับ ท่านอาจารย์” เ้าชายเรียวจิกล่าวตอบรับ ก่อนจะเดินไปในกลุ่มนักเรียน เพื่อทำการสุ่มเลือกคู่ แต่จู่ๆ โมรอค หนุ่มผมบลอนด์ตกกระ ซึ่งมีจุดเด่นในด้านการเหยียดฐานะและชนชั้น ก็ยกมือค้านขึ้นมาก่อน
“อาจารย์ครับ ถ้าเ้าชายเรียวจิ เ้าชายนิโคลัส และอัศวินเร็น ผมจะไม่คัดค้านอะไรเลย แต่ผมไม่เห็นว่าเรนเดล จะสมควรได้รับอภิสิทธิในการทำหน้าที่ซึ่งทัดเทียมกับอาจารย์ ผมขอคัดค้าน”
“ทำไมฉันจะทำไม่ได้” เรนเดลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็า “หรือเพราะฉันเป็ไพร่ ไม่เหมาะสม”
“แกก็รู้ตัวนี่ เรนเดล” โมรอคกล่าวด้วยน้ำเสียงโมโหร้าย “ฐานะของแกไม่คู่ควรจะได้เรียนห้องหนึ่งด้วยซ้ำ”
อาจารย์ถอนใจก่อนจะทำท่าเข้าไปห้าม แต่จู่ๆอาจารย์กลับถูกเรียวจิยกมือห้ามไว้ก่อน
“อาจารย์ครับ ผมคิดว่าให้โมรอคประลองกับเรนเดล เห็นสมควรไหมครับ” เรียวจิกล่าวพลางยิ้มที่ริมฝีปาก ดูท่าเขาอยากจะเห็นอะไรสนุกๆ
“ถ้าเธอจะเอาแบบนั้น ฉันก็ไม่ว่าอะไร แต่ถามความเห็นเรนเดลหน่อยไหม”
“ผมเอาด้วยครับ” เรนเดลกล่าวตอบรับทันที ปกติเรนเดลเป็คนใจเย็น แต่โมรอคเหมือนจะกวนประสาทเขาหลายรอบ จนความอดทนเขาเริ่มจะหมด “และนายกล้าประลองกับฉันไหม โมรอค”
โมรอคเืขึ้นหน้าทันทีเมื่อถูกท้า เขากระทืบเท้าอย่างสุดแรง ก่อนจะชี้หน้าด่าเรนเดล
“เป็แค่ไพร่ กล้าเผยเขี้ยวเล็บกับขุนนางหรือ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียเลย”
“ขุนนางตรงไหนวะ” เร็นกล่าวเสียงเบื่อๆ “แกมันก็แค่อัศวิน ที่คอยรับใช้ขุนนางเท่านั้นแหละ”
แต่ดูเหมือนว่าโมรอคจะจงใจเมินคำพูดของเร็น เขายังคงยืนกรานคัดค้านไม่ให้เรนเดลทำหน้าที่คัดเลือกนักเรียน
“งั้นฉันขอสั่งในนามของเ้าชาย ให้อัศวินโมรอค ประลองกับเรนเดล” เรียวจิกล่าวน้ำเสียงจริงจัง โมรอคกัดฟันนิดหน่อย ก่อนจะคุกเข่าลงทันที ส่วนเรนเดลเอามือกอดอก พลางพยักหน้ารับคำของอีกฝ่ายอย่างสบายๆ
“งั้นผมมีเื่จะขอร้องเสียหน่อย” โมรอคกล่าวในขณะคุกเข่า “ในเมื่อเ้าชายสั่งให้ผมลดเกียรติและศักดิ์ศรีไปสู้กับไพร่ ผมก็ขออะไรสักเล็กน้อย หากผมชนะเรนเดล เรนเดลจะต้องถูกตัดสิทธิจากการเรียนห้องหนึ่ง และผมจะต้องได้เข้าไปอยู่แทน”
นักเรียนที่อยู่รอบๆเริ่มส่งเสียงฮือฮา กลุ่มเพื่อนของเรนเดลทำสีหน้าเครียดทันทีเมื่อได้ยิน
“แบบนี้มันเกินไปนะ” ไอรินกล่าวเสียงขุ่นใส่โมรอค เธอหันไปมองเรนเดลก่อนจะส่ายหน้าให้เขา
“เรนเดล คิดให้ดีนะ อีกฝ่ายเป็เชื้อสายอัศวินซึ่งมีประสบการณ์สู้จริงมาแล้ว นายมีโอกาสจะพ่ายแพ้สูงนะ ถึงนายจะเรียนรู้ได้ไวใน่หลังก็เถอะ”
“ไอริน คุณน่ะเงียบไปเลย” เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงโมโห “เรนเดลน่ะไม่แพ้ง่ายๆหรอกนะคะ”
“ฉันก็เห็นด้วยค่ะ” โคโตโนฮะกล่าวสนับสนุน “จนทุกวันนี้เร็นเขายังแก้อาคมสะกดดาบเวทของเขาที่เรนเดลผนึกเอาไว้ไม่ได้เลย โมรอคคงไม่เหลือซากหรอก ถ้าเรนเดลจะเอาจริง”
“ในเมื่อไพร่อาจหาญจะสู้อย่างทัดเทียมกับขุนนาง” โมรอคกล่าวด้วยน้ำเสียงสะใจ ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ยินคำพูดของใครทั้งสิ้น นอกจากอัตตาของเขาเอง“ขุนนางอย่างข้า ก็ต้องเอาจริงเสียหน่อย”
ตอนนี้นักเรียนเริ่มตีวงเข้ามาใกล้เรนเดลและโมรอค พวกเขาเป็ที่สนใจของทุกคนแล้ว และทุกคนก็ไม่อยากพลาด ว่าสองคนจะคุยอะไรกันก่อนประลอง ซึ่งหนึ่งในนักเรียนที่เข้ามาใกล้ มีเร็นอยู่ด้วย
“โมรอค...คิดให้ดีนะ” เร็นกล่าวเตือนด้วยท่าทีจริงจัง เพราะเขาเป็คนหนึ่ง ที่รู้พลังที่แท้จริงของเรนเดล “นายมั่นใจหรือว่าจะสู้กับเรนเดล ที่ได้รับการพยากรณ์ว่ามีฝีมือทัดเทียมกับพวกฉันน่ะ”
คำพูดของเร็นนั้นทำให้นักเรียนฮือฮากว่าเก่าอีก ถึงขนาดเร็น อากุมะ บุตรชายของยอดนักรบซามูไรอันดับหนึ่งยังให้เครดิต แสดงว่าเรนเดลต้องมีฝีมือที่ไม่ธรรมดา
“แต่แกก็ยังไม่เคยเห็นฝีมือของฉันนี่” โมรอคกล่าวพลางมองค้อนเร็น “ฉันจะแสดงพลังของตระกูลครุยซ์ให้ดู ว่าอัศวินที่ผ่านการสู้รบกับอันเดดั้แ่อายุเจ็ดขวบ มันจะแกร่งขนาดไหน”
ทั้งเรียวจิ และนิโคลัส สองเ้าชายต่างรู้สึกสนใจเรนเดลทันที ที่เร็น ซึ่งมีพลังเกือบจะเท่ากับพวกเขาถึงขนาดออกปากว่าเรนเดลแข็งแกร่ง ทำเอาพวกเขาชักอย่างจะประลองกับเรนเดล แทนเ้าโมรอคมันทันที
“งั้นอาจารย์จะถามครั้งสุดท้าย” แม็คเบธกล่าวพลางมองเรนเดล และโมรอค “พวกเธอจะใช้การประลองเดิมพันธ์ แทนการต่อสู้ทดสอบทั่วไปสินะ”
“ครับ” ทั้งเรนเดลและโมรอคกล่าวพร้อมๆกัน
“กติกาคือเรนเดลจะต้องสละสิทธิการเรียนห้องหนึ่ง และโมรอคได้เรียนแทน” อาจารย์ทวนคำ ก่อนเขาจะครุ่นคิด “และถ้าเรนเดลชนะล่ะ นายมีอะไรให้เขาไหม โมรอค”
“คิดว่ามันจะชนะผมหรือครับ อาจารย์” โมรอคกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ผลแพ้ชนะที่รู้กันอยู่แล้ว อย่าเสียเวลาเลย”
“ถ้าแกไม่เดิมพันธ์อะไรที่ทัดเทียมกับการสละสิทธิของฉัน”เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นะเื “ฉันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องลงประลองการฆ่าเวลาครั้งนี้”
“ฆ่าเวลาหรือ” โมรอคกล่าวเสียงสั่น “จะหยามกันมากไปแล้ว...งั้นเอางี้เป็ไง ถ้าแกชนะฉัน ฉันยินดีจะเรียกไอ้ไพร่อย่างแกว่าลูกพี่ไปชั่วชีวิตเลย!!”
“เอางั้นก็ได้” เรนเดลกล่าวพลางยิ้มเยาะ ก่อนจะมองไปรอบบริเวณ “ทุกท่านครับ กรุณาขึ้นไปชมการประลองบนอัฒจันทร์ด้วย ครั้งนี้น่าจะต้องใช้พื้นที่เสียหน่อย”
“พื้นที่ในการวิ่งหนีหรือไง” โมรอคกล่าวเยาะเย้ย พลางหัวเราะลั่น แต่ดูเหมือนเขาจะเป็คนเดียวที่หัวเราะ
“เรนเดลคะ” โคโตโนฮะเดินมาใกล้เขา สีหน้าเธอเป็กังวล “ฉันรู้ว่าอีกฝ่ายกวนประสาทนายหลายรอบ แต่ยังไงก็อย่าให้ถึงตายหรือพิการล่ะ”
“เห็นผมเป็คนใจร้ายหรือครับ โคโตโนฮะ” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “จะพยายามจบเื่ให้ไวที่สุดล่ะกัน”
“ไม่อยากจะขึ้นไปดูเฉยๆแฮะ” เรียวจิกล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อๆ “อาจารย์ครับ การประลองอย่างเป็ทางการ ต้องมีกรรมการ ผมขอเป็กรรมการจะได้ไหม”
แต่ก่อนที่อาจารย์จะได้พยักหน้ารับ เ้าชายนิโคลัสก็ยกมือขึ้นเช่นกัน
“ผมเองก็สนใจจะเป็ด้วย ไม่อยากขึ้นไปดูอยู่เฉยๆ”
ทั้งเรียวจิและนิโคลัสมองหน้ากันทันที ดวงตาสีเขียวมะนาวของเรียวจิ จ้องกับดวงตาสีเงินของนิโคลัสด้วยท่าทีจริงจัง ดูเหมือนต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร จนอาจารย์ต้องยกมือห้าม
“ให้เป็กรณีพิเศษแล้วกัน พวกเธอทั้งสองคน คอยดูอย่าให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำอะไรรุนแรงเกินไป และคอยเข้าสกัดทันที หากอีกฝ่ายมีทีท่าจะโจมตีถึงตาย”
อาจารย์กล่าวพร้อมเริ่มสอนกติการการเป็กรรมการเบื้องต้น ทั้งเรียวจิและนิโคลัสตั้งใจฟังเต็มที่ ก่อนจะแยกย้ายไปประจำที่มุมสนามประลอง
นักเรียนทุกคนซึ่งอยู่บนอัฒจันทร์ต่างตั้งใจดูกันอย่างเงียบเชียบ เซร่ากุมสองมือของตัวเองเอาไว้แนบอกราวกับจะสวดภาวนา ดูเธอจะเป็กังวลแทนเรนเดลอย่างมาก จนไอรินถอนหายใจเสียงดัง
“ถ้ามั่นใจในตัวเรนเดลมากนัก ก็อย่ากังวลสิ มันเสียมารยาทต่อเขานะ”
“ต่อให้เรนเดลจะแข็งแกร่งสักเพียงใด” เซร่ากล่าวพลางทำท่าอธิษฐาน “แต่ฉันก็ไม่อยากให้เขาเป็อันตรายแม้เพียงสักนิดค่ะ”
โคโตโนฮะที่อยู่ข้างๆเซร่า เธอกุมมือของเซร่าประสานทับ พลางเขย่าให้กำลังใจ ไอรินเมื่อเห็นดังนั้นเธอก็ทำด้วยเช่นกัน
“เรนเดลน่ะ...ชนะแน่ๆอยู่แล้ว” ทั้งโคโตโนฮะและไอรินต่างพูดเป็เสียงเดียวกัน จนเซร่ายิ้มรับ พร้อมดูการประลองโดยไม่คลาดสายตา
ทั้งเรนเดลและโมรอคต่างยืนกันคนละฟากสนาม ระหว่างนี้โมรอคเริ่มทำอะไรบางอย่างพร้อมกับมีเสียงประกาศให้เริ่มสู้ได้
โมรอคกินเม็ดยาสีเขียวหกเม็ด มันเป็ยาขยายพลังเวท แบบเดียวกับที่โจแอนนาเคยกิน ร่างของเขาเต็มไปด้วยกระแสมานาที่เอ่อล้น ก่อนที่โมรอคจะสะบัดมือเรียกวงเวทสีดำหกชั้นออกมาได้โดยไม่ต้องร่าย แม้จะแลกกับเืออกจมูกและปากของเขาก็ตามที เขากระชากเคียวสีดำซึ่งเต็มไปด้วยออร่าสีแดงออกมาจากวงเวทระดับหกนั้น
ตอนนี้นักเรียนทุกคนที่ชมการประลองต่างส่งเสียงฮือฮา เพราะโมรอคกำลังทำให้ทุกคนเห็นว่าเขาสามารถใช้อาวุธเวทมนตร์ระดับสูงได้แล้ว แถมยังเรียกออกมาในระดับวงเวทหกขั้น จากเก้าขั้น ถึงแม้จะต้องกินยาเพิ่มมานาก็ตาม
“ไอ้เด็กบ้าเอ้ย” เรนเดลกล่าวพลางส่ายหัว “ยาเพิ่มมานามันก็เหมือนบัตรเครเดิต และแกจะต้องใช้ดอกเบี้ยหัวแตก หลังจากฝืนทำอะไรบ้าๆแบบนั้นลงไป โมรอค”
……………………………………………
darkius: สวัสดีนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน ตอนนี้เป็ตอนสุดท้ายที่จะเปิดให้อ่านฟรีแล้วนะครับ ั้แ่ตอนที่15 จะเริ่มเก็บเหรียญทองเป็ครั้งแรกแล้ว อย่าลืมสนับสนุนไรท์เตอร์ด้วยนะครับ =w=