บทที่ 28 รู้ดีอยู่แก่ใจ
ในยามนี้ฉินจงเจิ้งช่างพูดได้ไพเราะยิ่งกว่าเสียงดนตรีเสียอีก…
เขาคิดว่าฉินหยวนโง่งมขนาดนั้นเชียวหรือ? หากเป็คำพูดเช่นนี้ในอดีต นางอาจยังลังเลสงสัยอยู่บ้าง ทว่าตอนนี้เมื่อได้ยินแล้ว นางกลับรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียนเท่านั้น!
นอกจากนี้ ก็ไม่มีความคิดอื่นใดอีกแล้ว!
“ท่านพ่อวางใจเถิด เื่นี้ข้าจะจัดการเอง ความจริงแล้วองค์ชายหนิงก็เคยเอ่ยถึงตระกูลฉินของพวกเราอยู่เล็กน้อย” ระหว่างที่กำลังพูด ฉินหยวนก็นึกแผนเยี่ยมยอดขึ้นมาได้
จากนั้นนางจึงเริ่มเล่าเื่เหลวไหลขึ้นมา…
เมื่อฉินจงเจิ้งได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที “หยวนเอ๋อร์ เ้าพูดจริงหรือ? องค์ชายหนิงเอ่ยถึงตระกูลฉินต่อหน้าเ้าจริง ๆ หรือ? ท่านว่าอย่างไรบ้าง? ท่านเอ่ยถึงข้าหรือไม่?” ฉินจงเจิ้งไม่คิดเลยว่าองค์ชายหนิงจะเอาถึงตระกูลฉิน เขาดูตื่นเต้นเป็พิเศษราวกับค้นพบดินแดนใหม่ ขาดก็แต่จะะโขึ้นมาฉลองเท่านั้น
ฉินหยวนพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นจึงเริ่มแต่งเื่ขึ้นมา “แน่นอนว่าจริงเ้าค่ะ ลูกเคยโกหกท่านพ่อั้แ่เมื่อใดกัน? ครั้งก่อน ลูกได้เอ่ยถึงท่านพ่อต่อหน้าองค์ชายโดยเฉพาะ หลังจากนั้นองค์ชายหนิงไม่เพียงเอ่ยถึง ตระกูลฉินของเราเท่านั้น แต่ยังเอ่ยถึงท่านพ่อด้วย องค์ชายบอกว่าท่านพ่อดูเป็คนมีความสามารถ บริหารกิจการของตระกูลฉินได้เป็ระเบียบเรียบร้อย หากมีโอกาส ท่านก็อยากจะร่วมมือกับท่านพ่อด้วย!”
ฉินหยวนนับถือปากของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าเื่ใด พอมาถึงปากนาง แม้แต่คนตายนางยังแต่งให้ฟื้นขึ้นมาได้!
นอกจากนี้ นางยังแสดงได้อย่างสมจริงมาก คนโง่หลงตัวเองอย่างฉินจงเจิ้ง ย่อมมองไม่ออกอยู่แล้ว
“จริงหรือ!!” ฉินจงเจิ้งลุกขึ้นอย่างกะทันหัน ตื่นเต้นจนพูดจาวกวน
“จริงเ้าค่ะท่านพ่อ! ทุกคำพูดของลูกล้วนจริงยิ่งกว่าทองคำเสียอีก!” เพียงแต่เป็ทองคำปลอมเท่านั้น ความจริงแล้ว องค์ชายหนิงไม่เคยพูดถึงเขาเลย ส่วนฉินหยวนเกลียดชังเขามากถึงเพียงนี้ จะเอ่ยถึงเขาต่อหน้าองค์ชายหนิงและชื่นชมเขาได้อย่างไร?
มันเป็เพียงความฝันของคนโง่เท่านั้น!
“ดีจริง ๆ! อาหยวน พ่อช่างโชคดีนักที่มีบุตรสาวเฉลียวฉลาดเช่นเ้า! นอกจากนี้ องค์ชายหนิงยังเอ่ยสิ่งใดอีกหรือไม่?” ฉินจงเจิ้งยังคงซักถามอย่างไม่ลดละ
เมื่อเห็นดังนั้น ฉินหยวนก็อดหัวเราะเยาะในใจไม่ได้
เอาละ ถึงเวลาเข้าเื่สำคัญแล้ว
“ท่านพ่อ ท่านก็รู้ว่าถึงแม้ลูกจะรวบรวมความกล้าเอ่ยถึงท่านพ่อและตระกูลฉินต่อหน้าองค์ชายหนิง แต่คำพูดก็เป็เพียงลมปาก หากมีหลักฐานมายืนยัน คงจะดีไม่น้อย” กล่าวจบ ฉินหยวนก็แสร้งทำหน้าลำบากใจ
“เอ่อ…” ฉินจงเจิ้งนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามอย่างช้า ๆ ว่า “เช่นนั้น อาหยวนเ้าว่าต้องใช้หลักฐานเช่นไร จึงจะพิสูจน์เื่นี้ได้” ในยามนี้ ฉินจงเจิ้งถูกวาจาของฉินหยวนหลอกจนไม่รู้ฟ้ารู้ดิน คิดเพียงแต่ว่าจะทำอย่างไร ให้อยู่ในสายตาขององค์ชายหนิงได้ เพื่อที่เขาจะได้เกาะเกี่ยวต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ได้สำเร็จ…
เมื่อเห็นว่าชายผู้นี้เริ่มหลงกลแล้ว ฉินหยวนจึงรู้ว่าในตอนนี้ถึงเวลาที่นางจะต้องลงมือแล้ว นางอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่า ด้วยสมองระดับนี้ เหตุใดตระกูลฉินถึงอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้
เมื่อคิดดูแล้วสิ่งเดียวที่พอจะนึกออกได้ก็มีเพียงแค่เล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อยของเขา กับการสนับสนุนจากตระกูลไป๋ในอดีตเท่านั้น
“เื่นี้องค์ชายหนิงก็ได้เอ่ยถึงเล็กน้อย เพียงแต่ไม่ทราบว่า ท่านพ่อจะมีความจริงใจมากพอหรือไม่?” ฉินหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด พร้อมกับเงยหน้ามองฉินจงเจิ้งอย่างลำบากใจ
ฉินจงเจิ้งรีบร้อนถามขึ้นมาทันที “จริงใจเช่นไร? เ้าเด็กนี่! มีอะไรก็รีบพูดออกมาเสียที! พูดครึ่ง ๆ กลาง ๆ เช่นนี้ เ้าอยากจะทำให้พ่อโมโหจนตายหรืออย่างไร?!”
ช่างมันเถิด! หากไม่ใช่เพราะเด็กสาวคนนี้ยังมีประโยชน์ที่จะใช้ได้ เขาคงไม่เสียเวลากับเด็กสาวคนนี้นานนักหรอก!
เมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของฉินจงเจิ้ง ฉินหยวนก็รู้สึกสะใจขึ้นมาทันที นางจงใจทำเช่นนี้ แทนที่จะพูดออกไปทั้งหมดในคราวเดียว ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้เขาสงสัย แต่ถึงแม้เขาจะไม่สงสัยนางก็ไม่้าทำเช่นนั้น!
ฉินหยวน้าค่อย ๆ เปิดเผยทีละเล็กทีละน้อย วิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้ชายผู้นี้อารมณ์เสียได้!
“ท่านพ่อ มิใช่ว่าข้าไม่อยากพูด แต่ข้ารู้สึกว่าท่านพ่อคงไม่ยอมหรอกเ้าค่ะ อย่างไรเสีย ข้อเรียกร้องที่องค์ชายหนิงเอ่ยไว้ แม้แต่ข้าเองก็ยังรู้สึกว่ามากเกินไปเสียด้วยซ้ำ” แม้ฉินจงเจิ้งจะเริ่มแสดงท่าทีโกรธเคืองแล้ว แต่ฉินหยวนก็ยังคงพูดอย่างเชื่องช้าเหมือนเดิม
ท่าทางลังเลใจของฉินหยวน ทำให้ฉินจงเจิ้งผู้เป็คนใจร้อน โกรธจนแทบคลั่ง
“เ้าพูดมาตรง ๆ เลย! ตราบใดที่องค์ชายหนิงพอใจ ข้าก็พร้อมจะขุดหลุมฝังตัวเองโดยไม่มีปัญหาใดทั้งสิ้น!” พูดจบ ฉินจงเจิ้งก็ยังจงใจตบหน้าอกตัวเอง ทำท่าทางเชื่อถือได้อย่างยิ่ง
เมื่อเห็นเขาเป็เช่นนี้ ฉินหยวนก็อดหัวเราะเยาะในใจไม่ได้ ช่างเป็คนเห็นแก่ตัวเสียจริง…
ปกติแล้วไม่ว่าฉินหยวนจะพูดอะไรก็ไร้ประโยชน์ ทว่าตอนนี้ เพียงแค่พูดถึงองค์ชายหนิง ชายผู้นี้ก็ราวกับได้สมบัติล้ำค่า
“ในเมื่อท่านพ่อกล่าวเช่นนี้แล้ว เช่นนั้นข้าก็จะพูดตรง ๆ เลยก็แล้วกัน องค์ชายหนิงเอ่ยว่า หากท่านพ่อ้าร่วมมือกับองค์ชายจริง ๆ ก็ขอให้ท่านพ่อมอบบัญชีส่วนหนึ่งของจวนตระกูลฉินให้กับองค์ชาย เพื่อที่ท่านจะได้ให้คนตรวจสอบดูว่าตระกูลฉินของเรามีความสามารถเพียงพอหรือไม่?” ฉินหยวนรู้ดีแก่ใจ ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องปล่อยเหยื่อออกมาล่อแล้ว หากยังชักช้าเขาต่อไป เกรงว่าเขาจะโกรธจริง ๆ
ถึงแม้ว่าในตอนนี้ ด้วยอำนาจขององค์ชายหนิง ชายผู้นี้คงไม่กล้าทำอะไรนางง่าย ๆ
“อะไรนะ? เ้าหมายความว่าองค์ชายหนิง้าบัญชีของจวนตระกูลฉินเพื่อตรวจสอบบัญชี?” ฉินจงเจิ้งได้ยินเช่นนั้นก็ตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
คำพูดโอ้อวดที่เขาเพิ่งพูดออกไปเมื่อครู่นี้ราวกับถูกลบหายไปจากความทรงจำจนหมดสิ้น
เมื่อเห็นท่าทางตกตะลึงของฉินจงเจิ้ง ฉินหยวนก็อดหัวเราะเยาะในใจไม่ได้ นางรู้ดีแก่ใจ ด้วยนิสัยของชายผู้นี้ เขาย่อมไม่มีทางยอมตกลงเื่สำคัญเช่นนี้อย่างง่ายดายแน่นอน เหตุผลส่วนหนึ่งที่นางยอมอ้อมค้อมกับเขามาตลอดก็เพราะนางคาดการณ์เื่นี้เอาไว้แล้ว
และข้อเท็จจริงก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นางคิดไม่ผิดจริง ๆ
“ถูกต้องแล้วเ้าค่ะท่านพ่อ องค์ชายหนิงไม่ใช่บุคคลที่ผู้ใดก็สามารถเข้าถึงได้ ท่านพ่อเองก็เข้าใจเื่นี้ดีไม่ใช่หรือ? หาก้าได้สิ่งใดมา ย่อมต้องกล้าเสี่ยงเป็เื่ธรรมดา” ฉินหยวนกล่าวเชิงแนะนำ
ความจริงแล้ว ตอนนี้นางเริ่มจะหมดความอดทนแล้ว เพียงแต่นางพยายามข่มใจตัวเองไว้เท่านั้น
นางรู้ว่าแม้ฉินจงเจิ้งจะเป็คนโลภมากมักใหญ่ใฝ่สูง อยากเอาอกเอาใจทุกคนที่พบเจอ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็คนขี้ขลาดเกรงกลัวความตาย ในเื่การค้า เขาจึงไม่ยอมเสี่ยงอย่างเด็ดขาด
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ เขาจำเป็ต้องไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนเสียก่อน
เมื่อฉินจงเจิ้งได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดบางสิ่งอยู่
ฉินหยวนรู้ดีว่าเขายังคงลังเลใจ ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากอีกครั้ง…