คำปลอบประโลมที่ฉวนลี่ถิงมอบแก่พี่สาวในหลายค่ำคืนไม่เป็ผลย่างเข้าเดือนที่แปดของการตั้งครรภ์อย่างเดียวดายเด็กน้อยในท้องฉวนเหลียนเจวียนเติบใหญ่พร้อมกับความเศร้าสร้อยทุกข์ระทมใจมารดาด้านสองสามีภรรยาบ้านฉวนก็ยังคงเฉยชา หมางเมินความเป็อยู่ของลูกสาวและจำยอมตกอยู่ใต้อิทธิพลของคำนินทาจากคนนอก
‘สาวงามไร้ราคา’
‘ข้าวสารสุกบูดคาบ้าน’
‘ชาติอีกาสวมหน้าฉากเป็นางหงส์’
ฉวนเหลียนเจวียนเคยถูกวางฐานะไว้สูงส่งเพราะคำทำนายของหมอดูเทวดามาบัดนี้มีแต่คนเย้ยหยันซ้ำเติมกิจการโรงย้อมมีเพียงฉวนลี่ถิงกับหลิ่วเกิงช่วยกันพยายามประคองไว้สุดกำลังเมื่อขายผ้าในเมือง ซานเทียนลำบากนัก นางก็ขนผ้าขึ้นรถม้าออกไปพร้อมหลิ่วเกิงเพื่อขายยังเมืองรอบข้าง มีบ้างที่ต้องเดินทางไกลไปจนถึงท่าเรือริมแม่น้ำหลานเฉียงด้วยความเป็ห่วง ถึงอย่างไรก็เป็สตรี บิดาจึงยอมทิ้งไหสุราออกจากบ้านไปด้วย
หลังจากโรงย้อมสกุลฉวนซบเซามาพักใหญ่ในที่สุดก็มีใบสั่งสินค้าจำนวนมากจากจวนท่านผู้ว่าการเมืองเฉิงหงิส่งคนมาเชิญฉวนลี่ถิงไปตกลงธุระสำคัญที่จวน
“ท่านพ่อ้าจัดงานเลี้ยงครบรอบวันเกิดปีที่ห้าสิบห้าเราจำเป็ต้องใช้ผ้าแดงมงคลตกแต่งสถานที่จำนวนมาก เ้าพอจะทำไหวหรือไม่ เสี่ยวถิง”
“ไหวสิ” นางรับปากแข็งขัน อย่างไรก็ต้องไหว มีเวลาอีกร่วมเดือนกว่าจะถึงวันงานเร่งมือทำคงได้เงินไว้ใช้จ่ายสักระยะเสร็จจากงานนี้ค่อยเริ่มทอและย้อมผ้าไปขายเมืองอื่น
“เ้าผอมไปมากเชียว”เฉิงหงิซึ่งนั่งฝั่งตรงข้ามพินิจมองหญิงสาววัยสิบหกย่างสิบเจ็ดด้วยแววตาลึกซึ้ง
นางยิ้มให้ตอบแทนความห่วงใยของเขาซึ่งเคยเกือบจะได้เป็ว่าที่พี่เขยแต่แล้วจู่ๆ ชายหนุ่มก็ยื่นมือมาจับมือนางที่วางไว้บนโต๊ะ
“เ้าเอาแต่ห่วงใยพี่สาวจนลืมห่วงสุขภาพตัวเองดูสิ...มือสวยๆ เลยต้องทิ้งความนุ่มนวล เ้าทุ่มเทกับการทำงานหนักเกินตัวแล้วนะ”
ฉวนลี่ถิงรีบชักมือออกรู้สึกแปลกๆ กับกิริยาสนิทชิดเชื้อเกินไปที่เขาทำกับนาง แล้วรีบพูดว่า
“งานไม่หนักเลยสักนิดข้าสนุกจะตาย ส่วนมือคู่นี้ ถึงหยาบไปบ้างก็ช่างมันข้าดีใจที่ได้หาเงินมาใช้จ่ายมากกว่านะ ความสุขจากการนั่งนับเงิน ใครๆก็อยากมีด้วยกันทั้งนั้นแหละ”
เขาหัวเราะกับคำพูดของนาง
“บ้านไหนได้เ้าเป็สะใภ้นับว่าโชคดีมีแต่ความรุ่งเรืองแน่”
“ขอบคุณที่ชมข้าตกลงท่านสั่งผ้าแดงมงคลสามสิบพับแน่นอนแล้วนะ หมดธุระแล้ว ข้าขอตัวจะได้รีบไปจัดการให้ท่านทันที” นางลุกขึ้น
“จะไม่อยู่กินของว่างเป็เพื่อนข้าหน่อยหรือ”
ฉวนลี่ถิงมองมือของเขาที่คล้ายจะยื่นมารั้งแขนนางไว้หญิงสาวแสร้งหลบเลี่ยงแล้วกล่าวว่า
“ท่านก็รู้นี่ว่าข้ามัวโอ้เอ้เรื่อยเปื่อยไม่ได้ข้างานยุ่งจะตาย”
เมื่อเสร็จสิ้นการพูดคุยเื่งานแล้วนางก็รีบสาวเท้าก้าวยาวๆ ออกจากจวนผู้ว่าการเมือง
กระทั่งผ่านไปได้ราวครึ่งเดือนจะด้วยความบังเอิญหรือ์เปิดทางให้รู้เห็นถึงความคิดแท้จริงของคนก็เป็ได้หลังจากรับเงินค่าผ้าม่านที่นำมาส่งให้โรงเตี๊ยมใหญ่แห่งนี้เมื่อหลายวันก่อนตามนัดหมายแล้วขณะฉวนลี่ถิงกำลังเดินผ่านห้องรับรองใหญ่
“พ่อเ้าคงยอมหรอกนะถ้าคิดจะแต่งนางเป็สะใภ้”
“เสี่ยวถิงไม่เหมือนกับเสี่ยวเจวียน”เพราะได้ยินเสียงคนกล่าวถึงตนเองและพี่สาวและจดจำเสียงของเฉิงหงิได้ นางจึงชะงักเท้าหยุดยืนฟังที่หน้าห้อง
“ผิดหวังจากคนพี่เลยมาสนใจคนน้อง เ้าจะบ้าไปยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวฉวนอีกทำไม”
“เ้าไม่คิดว่าเสี่ยวถิงเป็คนสวยหรอกหรือลองมองนางดีๆ สิ นางงดงามไม่แพ้พี่สาวเลยสักนิด อาจเป็เพราะคำทำนายนั่นทำให้ใครหลายคนมองข้ามเสี่ยวถิงไป”
“เ้ารักนางรึ”
“เอาเป็ว่าข้ากำลังชอบนางมากก็แล้วกัน”
ในที่สุดนางก็รู้แล้วว่าเหตุใดวันนั้นเขาจึงกล้าจับมือนางเพราะเป็เื่เกี่ยวกับตนเอง ฉวนลี่ถิงจึงเงี่ยหูฟังด้วยใจระทึกคาดว่าในห้องคงมีผู้สนทนาอยู่เพียงสามคนเท่านั้น
“เ้าจะดองกับสกุลฉวนจริงๆน่ะหรือ หนก่อนเ้าขัดบิดาแทบตายเื่เหลียนเจวียน เขายังทำท่าไม่ยอมนี่นาลี่ถิงก็แค่สาวงามจากโรงย้อม ชาติตระกูลไม่มีสิ่งใดเทียบเท่าเ้าเลยสักนิดยิ่งมามีเื่ฉาวโฉ่ของพี่สาว นางจะเข้าตระกูลเฉิงได้สง่าภาคภูมิหรือไร”
“ใครว่าข้าไม่คิดเื่นี้เล่าอย่าเพิ่งไปบอกใครเชียวว่าข้าคิดจะแต่งนางเป็อนุรอให้นางมีใจกับข้าเป็มั่นเหมาะเสียก่อน เมื่อถึงตอนนั้น ในฐานะไหนนางก็คงต้องยอมใจอ่อน”
สิ้นคำของเฉิงหงิเพื่อนเขาสองคนก็หัวเราะชอบใจฉวนลี่ถิงรีบก้าวถอยออกมาจากประตูที่แง้มอยู่เล็กน้อยนางไม่รู้สึกผิดหวังกับคนอย่างเฉิงหงิเลยสักนิดเพราะนางไม่เคยมีใจหรือตั้งความหวังไว้ที่เขา นับเป็เื่ดีมารู้เห็นแบบนี้เข้านางจะได้ระมัดระวังตัวให้มาก
อีกครึ่งเดือนต่อมาเมื่อถึงกำหนดวันส่งผ้า ในมุมอับลับตาไม่ให้เกะกะคนงานที่ต่างช่วยกันทำความสะอาดและตกแต่งจวนจะเพราะด้วยจังหวะโอกาสที่เขาจ้องมานานหรือไม่ ไม่อาจจะรู้ได้ขณะนางหันหลังสาละวนกับจำนวนผ้าพับ เขาก็สวมกอดนางจากด้านหลังแล้วจู่โจมนางทันทีด้วยคำพูดหวานหู
“ข้าชอบเ้ามากนะเสี่ยวถิงข้าจะบอกท่านพ่อเื่ของเรา”
นางไม่ใช่สตรีแรงน้อยจึงรีบสะบัดตัวจนหลุดจากอ้อมกอดจาบจ้วงของชายหนุ่ม พยายามเก็บความตื่นกลัวไว้ในใจ
“นี่ท่านเมาแล้วรึ”
“เมาที่ใดข้าพูดออกมาจากใจ ข้าอยากดูแลเ้านะ” เมื่อเขาก้าวเท้ามาใกล้นางก็ถอยหนีเพื่อรักษาระยะห่าง
“ข้าดูแลตัวเองได้ขอบคุณท่านมาก ส่งผ้าเสร็จแล้ว ข้าขอรับเงินได้เลยหรือไม่”
เขาส่ายหน้ายิ้มๆ
“ท่านจะเบี้ยวค่าแรงข้าหรือ”นางถามเสียงฉุน
“เ้ามาอยู่กับข้าจะไม่ดีกว่าทำงานหนักแลกค่าแรงถูกๆหรือไร อยู่กับข้า เ้าจะสุขสบาย มีกินมีใช้ ได้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสวยงามข้าจะดูแลเ้าอย่างดี” เขายื่นข้อเสนอหว่านล้อมหญิงสาว
“รายได้ของโรงย้อมสำหรับท่านอาจจะเป็เงินน้อยนิดแต่กับครอบครัวข้า กับตัวข้า มันคือความภูมิใจที่เงินหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงสุจริตผ้าทุกผืน ข้าทอข้าย้อมด้วยความรัก ตั้งใจทำออกมาหวังให้คนซื้อพออกพอใจที่สุดและเื่ที่ท่านชวนข้ามาอยู่กับท่านนั้น ท่านจะแต่งข้าเป็ภรรยาหรือไรท่านผู้ว่าการเมืองจะยอมหรือ”
ก็ไม่แน่หากเขาเปลี่ยนความคิด ตอบว่าจะแต่งนางให้ถูกต้อง นางอาจมองเขาใหม่ ให้ความนับถือเขาแบบเดิมก็เป็ได้
เฉิงหงิไม่เสียเวลาใช้ความคิดสักนิดเขาถามนางกลับ
“ถ้าข้าสามารถแต่งเ้าได้จริงเล่า”
“ข้าไม่ยอมแต่งเป็น้อยหรอกนะ”ลองนางปฏิเสธตรงๆเขาอาจจะเปลี่ยนความคิดเื่ชู้สาวกับนางก็เป็ได้
“ภรรยารองอย่างเ้าอาจจะได้รับความรักมากกว่าภรรยาเอกก็ได้นี่”
“อาจจะ...คำตอบของท่านแน่ชัดอยู่แล้วท่านไม่ได้มีความจริงใจกับข้าเลยสักนิด”
พอถูกโต้ตอบด้วยความจริงที่รู้แก่ใจบุตรชายผู้ว่าการเมืองจึงมีท่าทีอึ้งงัน ในเมื่อตัดสัมพันธ์เด็ดขาดแล้วฉวนลี่ถิงจึงเรียกร้องให้เขาจ่ายค่าผ้าอีกครั้งเพื่อนางจะได้ไปจากสถานที่แห่งนี้เสียที
“ข้าขอรับค่าจ้างได้เลยหรือไม่หรือจะให้ท่านอาหลิ่วมารับวันหลัง”
เฉิงหงิตบมือเรียกบ่าวคนสนิทเมื่อรับถุงเงินมาก็ส่งต่อให้หญิงสาว นางย่อกายขอบคุณเขา ขณะกำลังจะเดินผ่านเขาไปชายหนุ่มแตะมือเหนี่ยวรั้งที่ท่อนแขนนางเบาๆ
“ผิดด้วยหรือที่ข้าอยากดูแลเ้าอยากเห็นเ้ามีชีวิตสุขสบายกว่าที่เป็อยู่เ้าไม่อยากให้พ่อแม่และพี่สาวสบายหรอกหรือ”
“พวกข้าสุขสบายดีแล้วเื่นี้ท่านไม่ผิด ผิดที่ข้าเอง ที่้าจากท่านมากกว่านั้น”
นางเหลือบตามองมือเขาครั้นเขายินยอมปล่อยมือพร้อมกับถอนใจยาว นางก็จ้ำอ้าวเดินจากมาหวังในใจว่าเขาคงล้มเลิกความ้าจะให้นางเป็นางบำเรอของเขาอีก
เฉิงหงิเคยบอกว่ารักพี่สาวนางแต่ยังทำรุ่มร่ามกับนาง อีกทั้งที่ผ่านมานางได้ยินได้ฟัง ได้รู้ปฏิกิริยาของชายคนอื่นในเื่พี่สาวตั้งท้องนางยิ่งรู้สึกรังเกียจมนุษย์ที่เรียกว่าผู้ชายตอนนี้จึงพานนึกแค้นชายคนรักของพี่สาวยิ่งนัก