ฟู่หยงจิ้นจากไปแล้วส่วนเสวียนเทียนชิงก็ได้แต่นั่งเหม่อลอยอยู่ตรงนั้นชายหนุ่มมองดูตำราเก่าตรงหน้าพลางขมวดคิ้วอย่างจริงจัง น่าเสียดายที่ชิงเหนียวไม่ได้อยู่ที่นี่มิเช่นนั้นก็คงจะพอยืนยันตัวตนของฟู่หยงจิ้นได้อย่างไรก็ตามสิ่งที่ฟู้หยงจิ้นกล่าวออกมานั้นหากไม่ใช่คนที่ถูกไล่ล่ามาตลอดสามปีจนมีนิสัยรอบครอบอย่างเสวียนเทียนชิงก็สามารถเชื่อถือฟู่หยงจิ้นได้แล้ว
“หากเขารู้แค่เื่ที่ข้าไปพักในโณงจำนำของเขตผาเหินคงไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่แต่เื่พี่ใหญ่ของข้าเขารู้ได้อย่างไร? ยังไม่อาจารย์อาเล็กอะไรนั่นอีกหากคิดจะหลอกข้าคงไม่จำเป็ต้องกุเื่พวกนี้ขึ้นมาหรอกกระมัง?”
เสวียนเทียนชิงคิดไปคิดมาก็รู้ว่าสมเหตุสมผลฟู่หยงจิ้นแข็งแกร่งเกินไปและกลิ่นอายของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าเสวียนอู่หยางบิดาของเขาเลยคนระดับหากคิดสังหารก็ทำได้ง่ายๆโดยที่เสวียนเทียนชิงไม่มีทางต่อต้านได้เลยสุดท้ายแล้วนี่คือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวยิ่งไปกว่านั้นฟู่หยงจิ้นดูเหมือนจะรู้เื่ในอดีตของบิดาเขาไม่น้อยนี่ทำให้เสวียนเทียนชิงสนใจอย่างมาก!
อัจฉริยะรุ่นหลังของแดนเบญจภพจนกว่าจะเติบโตถึงระดับหนึ่งและมีคุณสมบัติที่เพรียบพร้อมจะไม่มีทางเื่เกี่ยวกับสะพานฟ้าหรือหอฟ้าเก้าอักษรได้เลยอีกทั้งยอดคนอย่างเสวียนอู่หยางนั้นส่วนมากแล้วชีวะประวัติของพวกเขา่หนึ่งมักจะถูกเก็บเป็ความลับและมีแค่คนส่วนหนึ่งหรือผู้าุโในยุคก่อนเท่านั้นที่รู้ส่วนสาเหตุก็เพราะใน่เวลานั้นพวกเขาไม่ได้อยู่ที่แดนเบญจภพแต่เป็การฝึกฝนโลดแล่นบนสะพานฟ้าแห่งนั้น!
“ลองศึกษาดูก่อนก็แล้วกันหากไม่มั่นใจจริงๆ ข้าก็แค่ปล่อยผ่านไปก็พอ”
เสวียนเทียนชิงพึมพำกับตัวเองก่อนจะหยิบตาราเก่าเล่มนั้นขึ้นมาแล้วเดินกลับตำหนักไปชิงเหนียวกับลู่หยายังไม่ออกจากการฝึกฝนเสวียนเทียนชิงจึงทิ้งจดหมายบอกพวกนางเอาไว้เขาใช้เวลาอีกครึ่งวันเต็มๆเดินไปเดินมารอบตำหนักเพื่อวางค่ายกลชุดใหญ่ถึงจะพอใจแล้วเข้าห้องของตัวเองไปตอนนี้พวกเขาสามคนล้วนปิดด่านแม้จะอยู่ในความดูแลของท่านหญิงลั่วแต่เพื่อความสบายใจเขาก็ต้องป้องกันเอาไว้หน่อย
ภายในห้องเสวียนเทียนชิงหลับตาทำสมาธิอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะศึกษาตำราหรือวิชาความรู้ใหม่ๆเขามักจะทำเช่นนี้เป็ประจำเพื่อรีดเค้นตัวเองให้อยู่ในสภาวะที่มีสมาธิสูงที่สุดการทำเช่นนี้ไม่เพียงช่วยให้จิตใจสงบลงแต่ยังทำให้เขาไม่พลาดรายละเอียดต่างๆในตำราวิชาแม้จะเป็เพียงเื่เล็กน้อยก็ตาม
ตำราเก่าถูกเปิดออกที่หน้าแรกเขียนไว้เพียงประโคเดียวคือพิสุทธิ์ไพรศาลแม้จะเป้นตัวอักษรธรรมดาแต่ยามที่เสียวนเทียนชิงอ่านก็ทำให้เขารู้ราวกับกำลังมองท้องฟ้ากว้างใหญ่ไร้ขอบเขตเสวียนเทียนชิงสูดหายใจเข้าลึกในใจเริ่มรูสึกสนใจมากกว่าเดิมพอเปิดอ่านไปถึงหน้าที่สองยามพินิจเนื้อหาในตำราเขาก็ถูกเนื้อหาในนั้นดึงดูดไปอย่างสมบูรณ์
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วกว่าเสวียนเทียนชิงจะอ่านตำราวิชาปราณพิสุทธิ์ไพรศาลจบไปรอบหนึ่งก็ผ่านไปถึงสามวันแล้วหากไม่ใช่เสวียนเทียนชิงที่มีสติปัญญาล้ำเลิศทั้งยังฝึกปราณมาจนถึงขั้นสบูรณ์ของขั้นเบิกิญญาเกรงว่าให้เวลาครึ่งเดือนก็คงยังอ่านตำราเล่มนี้ไม่จบ
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้เอง!แม้ว่าจะยังไม่เข้าใจทั้งหมดแต่ตำราเล่มนี้ก็พอจะไขข้อข้องใจให้ข้าได้แล้ว!”
สองมือปิดตำราลงแม้สีหน้าจะอ่อนล้าแต่ดวงตาของเขากลับเปล่งประกายยิ่งนักการที่ฝึกฝนมาติดอยู่ที่คอขวดแต่ไม่อาจรู้กระทั่งเหตุผลว่าเป็เหตุใดเื่นี้กวนใจเสวียนเทียนชิงมานานนับปีและในที่สุดวันนี้เขาก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดถึงรวมเมล็ดิญญาตัดผ่านเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์ไม่ได้เสียทีแน่นอนว่าต้องเป็เหมือนที่ฟู่หยงจิ้นกล่าวไว้และยังทำให้เสวียนเทียนชิงมั่นใจมากขึ้นด้วยว่าฟู่หยงจิ้นไม่ได้คิดร้ายต่อเขาจริงๆ
“หากผู้าุโท่านนั้นหวังดีต่อข้าจริงเช่นนั้นเื่ของอาจารย์อาเล็กก็คงเป็เื่จริงด้วยน่ะสิ?”
เสวียนเทียนชิงพึมพำออกมาก่อนที่สีหน้าจะเบิกบานไปด้วยรอยยิ้มอาจารย์อาเล็กงั้นหรือ? ดูจากเื่นี้เกรงว่าเขาต้องเป็คนดีที่ร่ำรวยและต้องใจกว้างมากกว่าบิดาของเขาแน่นอน! อย่ามองว่าเสวียนเทียนชิงเป็บุตรชายของตระกูลเสวียนและยังเป็ผู้สืบทอดในอนาคตแล้วจะได้รับการดูแลที่ดีเลิศ
ถึงผู้าุโในตระกูลและพี่หญิงพี่ชายของเขาจะคอยให้ท้ายเสวียนเทียนชิงแต่ก็ทำได้แค่หลบๆซ่อนๆช่วยเหลือเขาในเื่เล็กๆน้อยๆเท่านั้นนี่เป็ความ้าของเสวียนอู๋หยางและเป็วิธีการเลี้ยงบุตรของเขาดังนั้นที่ผ่านมานอกจากเรื่อสำคัญแล้วเสวียนเทียนชิงมีชื่อเสียงขึ้นมาได้ก็เพราะตัวเขาเองทั้งนั้นเบื้องที่ยิ่งใหญ่อย่างบิดาของเขาไม่เคยออกหน้าแก้ปัญหาใดๆ ให้เลย!
“เหอๆ หากอาจารย์อาเล็กของข้าแข็งแกร่งเท่าท่านพ่อก็ดีน่ะสิดูจากเื่นี้เขาคงไม่ปล่อยให้ข้าลำบากลำบนมาตั้งหลายปีหรอกกระมัง”
เสวียนเทียนชิงพึมพำออกมาแต่ไม่นานก็ส่ายหัวถึงเขาจะดูเหมือนไม่ค่อยถูกกับบิดาแต่ว่าที่จริงแล้วเสวียนเทียนชิงเคารพและนับถือบิดาของตนมากอีกทั้งเขาก็เชื่อมาตลอดว่าบิดาของเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนเบญจภพส่วนอาจารย์อาเล็กคนนั้นแค่มีน้ำใจช่วยเขาในครั้งนี้ก็นับว่าทำให้เสวียนเทียนชิงซาบซึ้งมากแล้ว
“น่าเสียดายที่ตำหนักหลังนี้ไม่เหมาะที่จะฝึกวิชาปราณพิสุทธิ์ไพรศาลชิงเหนียวกับลู่หยายังไม่ออกมาก็คงได้แต่ลองไปดูก่อนว่าจะสามารถใช้ยอดเขาลูกนั้นได้หรือไม่”
หลังจากขบคิดอย่างที่ถี่ถ้วนแล้วเสียนเทียนชิงก็ทิ้งจดหมายเอาไว้ให้สาวใช้ทั้งสองอักฉบับหนึ่งก่อนจะเดินออกจากตำหนักไปวิชาปราณพิสุทธิ์ไพรศาลนั้นต้องอาศัยปราณฟ้าดินชะล้างปราณแท้ของตนให้บริสุทธิ์ดังนั้นการฝึกบนยอดเขาสูงที่รับแสงแดดและอากาศสดชื่นจะเหมาะสมที่สุด
โชคดีที่บรรยากาศของศาลากล้วยไม้ราตรีนั้นจัดได้ว่ายอดเยี่ยมหากไม่ใช่ว่าเสวียนเทียนชิงอยู่ใน่เวลาคับขันที่อาจถูกลอบโจมตีได้ทุกเมื่อเขาก็คิดว่าที่เป็สถานที่ที่ดีที่สุดในการฝึกปราณพิสุทธิ์ไพรศาลแล้วหากไม่เดินทางไปยังป่าใหญ่อันห่างไกลจะหาสถานที่แบบนี้ได้ที่ไหนกัน?
“เ้ามาที่นี่ก็หมายความว่าตัดสินใจจะฝึกแล้วใช่หรือไม่?”
บนยอดเขาฟู่หยงจิ้นกำลังนั่งดื่มสุรารออยู่ก่อนแล้วถึงเขาจะไม่ค่อยพอใจเสวียนเทียนชิงเท่าไหร่แต่ก็มั่นใจในสติปัญญาของชายหนุ่มไม่น้อยด้วยสภาพของเสวียนเทียนชิงตอนนี้หากฉลาดมากพอและเข้าใจตำราปราณพิสุทธิ์ไพรศาลสักหนึ่งหรือสองส่วนย่อมต้องตัดสินใจเลือกฝึกฝนอยู่แล้ว
“ผู้าุโก่อนหน้านี้ผู้น้อยล่วงเกินท่านไปต้องขออภัยด้วย”
เสวียนเทียนชิงเดินขึ้นมาบนยอดเขาคารวะอีกฝ่ายอย่างจริงจังตอนที่เจอฟู่หยงจิ้นครั้งแรกไม่เพียงกล่าววาจาเหน็บแนมแต่ยังคิดลงมือกับฟู่หยงจิ้นด้วยแน่นอนว่าด้วยระดับของฟู่หยงจิ้นย่อมต้องมองเื่นี้ออกเช่นกัน
“เื่ไร้สาระข้าไม่ใส่ใจหรอก ในเมื่อเ้าตัดสินใจแล้วเช่นนั้นสิ่งที่เ้าต้องทำก็มีอยู่สองอย่างอย่างแรกคือเ้ามีต้องฝึกวิชาปราณพิสุทธิ์ไพรศาลให้สำเร็จขั้นแรกภายในหนึ่งเดือนเพราะข้าไม่มีเวลามารอเ้าทั้งชาติหรอกนะส่วนเื่ที่สองนอกจากปราณและใจแล้วเ้ายังต้องมีกายที่มั่นคงเพื่อรองรับพลังเ่าั้ด้วยต่อจากนี้ไปหนึ่งเดือนกลางวันเ้าฝึกปราณส่วนกลางคืนข้าจะฝีกกายให้เ้าเอง!”
ตอนที่กล่าวคำสุดท้ายออกมานั้นไม่รู้ว่าเสวียนเทียนชิงตาฝาดหรือไม่แต่เขามองเห็นรอยยิ้มแปลกๆของฟู่หยงจิ้นที่ว่าเื่ไร้สาระเกรงว่าคงพูดอย่างนั้นแหละ…ตาเฒ่านี่คิดจะเอาคืนเขาผ่านการฝึกแน่นอน!
เสวียนเทียนชิงตัดสินใจแล้วก็ไม่ลังเลอีกต่อให้ฟู่หยงจิ้นจะอาศัยการฝึกแกล้งเข้าเสียหน่อยก็ไม่มีปัญหาขอแค่เขาสามารถทะลายคอขวดหลุดออกจากปัญหานี้ได้ก็พอแล้ว
“เ้าอ่านตำราปราณพิสุทธิ์ไพรศาลไปรอบหนึ่งแล้วก็นับว่าไม่ได้โง่เขลาจากนี้ข้าให้เวลาเ้าสามวันต้องสำเร็จการชะล้างส่วนต้นให้ได้เวลามีน้อยหากมัวแต่ชักช้าเกรงว่าข้าคงจากไปก่อนที่เ้าจะฝึกสำเร็จ”
ฟู่หยงจิ้นกล่าวออกมาพลางมองเสวียนเทียนชิงอย่างเฉยเมยอันที่จริงสามวันฝึกสำเร็จการชะล้างส่วนต้นนั้นใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้แต่นี่คือมารตราฐานของเหล่าอัจฉริยะชั้นสูงบนสะพานฟ้าเขาพูดออกมาแบบนี้ก็เพื่อกดดันเสวียนเทียนชิงส่วนในความคิดของเขาเสวียนเทียนชิงควรใช้เวลาราวๆเจ็ดถึงสิบวัน
จะแก้ปัญหาของเสวียนเทียนชิงไม่จำเป็ต้องฝึกปราณพิสุทธิ์ไพรศาลให้สำเร็จทั้งหมดแค่สามารถชะล้างปราณแท้ให้แข็งแกร่งและเข้ากันได้กับิญญาของเขาก็เพียงพอแล้วนี่เป็อีกเหตุผลหนึ่งที่ฟู่หยงจิ้นเลือกวิธีนี้เพื่อช่วยเหลือเสวียนเทียนชิง
“ยามตะวันทอแสงเ้าฝึกปราณไปให้เต็มที่พอตะวันตกดินข้าจะมาช่วยเ้าฝึกกายเนื้อทุกวันตลอดหนึ่งเดือนจงเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมอย่าให้ข้าต้องเสียแรงเปล่า!”
ฟู่หยงจิ้นกล่าวจบก็ยกไหสุรากระดกไปอึกหนึ่งก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้เสวียนเทียนชิงยืนอยู่คนเดียวบนยอดเขาชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกนึกถึงคำพูดของฟู่หยงจิ้นก้ไม่รอช้ารีบสำรวจรอบๆยอดเขาทันทีเื่นี้ติดเป็นิสัยของเขาไปแล้ว หากจะฝึกฝนหรือพักผ่อนอย่างน้อยก็ต้องจัดวางค่ายกลเพื่อความปลอดภัยอย่างไรก็ตามดูเหมือนครั้งนี้จะไม่จำเป็เพราะฟู่หยงจิ้นได้เตรียมเอาไว้ให้เขาหมดแล้ว
เสวียนเทียนชิงพยักหน้าชื่นชมฝีมือวางค่ายกลของฟู่หยงจิ้นอยู่ในใจก่อนจะเดินไปนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่บนยอดเขาทั้งสถานที่ทั้งบรรยากาศทุกอย่างล้วนเหมาะสมอย่างยิ่งในการฝึกปราณเสวียนเทียนชิงมองตำราเก่าในมือก่อนจะเปิดออกอ่านทบทวนอีกครั้งคราวนี้ใช้เวลาไปแค่ครึ่งวันเสวียนเทียนชิงก็อ่านจบแล้ว
วิชาปราณพิสุทธิ์ไพรศาลก็คือการกลั่นปราณแท้ของตัวเองให้บริสุทธิ์และปราณลักษะนี้ก็ถูกเรียกว่าปราณพิสุทธิ์ไพรศาลโดยผู้คิดค้นวิชาหลักการสำคัญไม่มีอะไรยุ่งยากก็เป็แค่การเปลี่ยนปราณแท้ของตัวเองให้เป็ปราณพิสุทธิ์ไพรศาลเท่านั้นแน่นอนว่าหากฝึกั้แ่ต้นคงไม่ใช่เื่ยากแต่ตอนนี้ปราณแท้ของเสวียนเทียนชิงมีมากยิ่งกว่าขั้นเบิกิญญาทั่วไปเสียอีกสาเหตุก็เพราะเขาฝึกมาถึงขั้นนี้นานแล้ว
“กลั่นปราณแท้ให้บริสุทธิ์และมีกลิ่นอายกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต...ดูแล้วก็ไม่น่ายากอะไรเพียงแต่เวลาสามวันจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ข้าก็ยังไม่มั่นใจนัก”
เสวียนเทียนชิงปิดตำราวางลงตรงหน้าทำใจให้สงบก่อนจะเริ่มขับเคลื่อนปราณแท้ในร่างโดยเริ่มจากตันเถียนโคจรปราณแท้ไปยังชีพจรจุดต่างๆในร่างกายการขับเคลื่อนปราณแท้เป็ไปอย่างลื่นไหลไม่มีติดขัดจนกระทั่งเสวียนเทียนชิงเริ่มทำตามวิธีในตำราเริ่มชักนำพลังฟ้าดินมากลั่นปรารแท้ก็เกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้น!
ปราณแท้โคจรครบเพียงหนึ่งรอบหลังชักนำพลังฟ้าดินทำตามวิธีการของตำราพิสุทธิ์ไพรศาลเสวียนเทียนชิงก็ต้องหยุดชะงักลงอย่างกระทันหันดวงตาของเขาลืมขึ้นเบิกกว้างอย่างตกตะลึงก่อนจะรีบสำรวจปราณแท้ในตันเถียนของตัวเองอย่างรีบร้อน
ภายในถันเถียนของขั้นหลอมกลั่นทั้งเก้าระดับนั้นจะอยู่ในรูปของแอ่งน้ำมีเพียงขั้นหลอมกลั่นขั้นที่สิบอย่างขั้นเบิกิญญาที่น้ำในแอ่งนั้นจถูกกลั่นให้กลายเป็หมอกปราณส่วนการตัดผ่านเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์ก็คือการทำให้หมอกกลายเป็สายฝนยามเมื่อฝนปราณตกลงเติมเติมแอ่งน้ำอีกครั้งถึงจะเรียกว่าสำเร็จขั้นปรมาจารย์
อย่างไรก็ตามหมอกปราณของเสวียนเทียนชิงนั้นไม่สามารถกลายเป็เม็ดฝนได้และไม่เคยเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆอีกเลยนับจากวันที่เข้าบรรลุขั้นเบิกิญญามีเพียงแค่ปริมาณหมอกที่มากขึ้นตามเวลาเท่านั้นทว่าวันนี้หลังจากที่เขาฝึกตามตำราปราณพิสุทธิ์ไพรศาลไปเพียงรอบเดียวหมอกปราณของเขากลับเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่น่าเชื่อ!
ท่ามกลางหมอกขาวที่มากมายเ่าั้ตอนนี้กลับปรากฏหมอกปราณกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งที่เปล่งประกายทั้งยังส่งกลิ่นอายบริสุทธิ์ออกมาด้วย!หลังจากตรวจดูจนแน่ใจแล้วเสวียนเทียนชิงก็พลันขมวดคิ้วอดไม่ได้ที่จะกล่าวพึมพำออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“วิชาปราณพิสุทธิ์ไพรศาลฝึกง่ายขนาดนี้เชียวหรือ?”