ในอาคารร้างที่เดิมอี้หานกำลังได้รับการสอนจากศิษย์พี่ของเขา ถึงวิธีการโคจรลมปราณไปตามจุดต่าง ๆเพื่อเสริมพลังในการเคลื่อนที่และโจมตี แต่จู่ ๆ ประตูก็ถูกเปิดมีร่างของชายแต่งหญิงเดินเข้ามา ใช่แล้วชายคนนี้จะเป็ใครไม่ได้นอกจาก เหลาเหล่านั่นเอง
“หานหาน ฝึกไปถึงไหนแล้ว”เหลาหล่าเดินเข้ามาในห้องของอี้หาน การฝึกถูกหยุดลงทันที
“เรียนท่านอาจารย์ตอนนี้ผมสอนเขาถึงการโคจรปราณในการเคลื่อนที่และโจมตีแล้วครับอาจจะยังไม่คล่องสักเท่าไหร่” ชายหนุ่มที่สอนอี้หานรายงานการฝึกต่อเหลาเหล่า
“อืม ถ้าอย่างนั้น หานหานเธอลองโจมตีฉันดูซิ”เหลาเหล่ากล่าว พร้อมกับกระดิกนิ้วให้อี้หานเข้ามาโจมตีเขา
“งั้นผมไม่เกรงใจล่ะนะ”อี้หานโคจรพลังปราณไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแล้วพุ่งเข้าใส่เหลาเหล่าหมัดขวาของเขาพุ่งตรงไปที่หน้าของเหลาเหล่าทันทีแต่เหลาเหล่ากลับยิ้มแล้วเบี่ยงขวาหลบออกพร้อมกับมือซ้ายขย้ำเข้าที่ก้นของอี้หานทำให้อี้หานสะดุ้งและหยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง
“เฮ้ย” อี้หานสะดุ้งทันทีเขาเอามือมาจับที่ก้นตัวเอง พร้อมกับหน้าแดงเพราะความอับอายแต่พอหันกลับไปดูก็พบกับเหลาเหล่าที่กำลังสูดดมมือข้างที่จับก้นเขาอย่างกับพวกโรคจิต
“มองอะไรหานหานถ้าเมื่อกี้ฉันคิดจะฆ่าเธอล่ะก็ เธอตายไปแล้วรู้ไหม” เหลาเหล่ากล่าวเตือนอี้หาน
“การโจมตีของเธอมันตรงเกินไป อ่านทางง่ายถ้าศัตรูใช้ปืนหรือมีดใส่เธอระยะประชิดล่ะก็ เธออาจได้รับาเ็หรือตายเลยรู้ไหม”เหลาเหล่าอธิบายจุดผิดพลาดให้อี้หานฟัง เขาเปลี่ยนบุคลิกจากชายลามกเป็อาจารย์ผู้ทรงภูมิได้ในพริบตาเดียว
“แต่ถึงอย่างนั้นอาจารย์ก็ไม่ควรจับก้นผมแบบนั้นนะครับ”อี้หานกล่าว ในใจนึกก่นด่าเหลาเหล่าในใจ
“ชีวิตจริง มีแต่ฆ่าหรือถูกฆ่าเท่านั้นหานหาน หากเธอยังเป็แบบนี้ เธอจะไม่สามารถพัฒนาฝีมือได้เลยแล้วแผนการแก้แค้นของเธอชาตินี้คงไม่มีวันสำเร็จหรอกนะ” เหลาเหล่ามีสีหน้าจริงจังถึงเขาจะทำตัวเหมือนพวกโรคจิตที่ชอบกลืนเด็กหนุ่มลงท้อง แต่จริง ๆก็แค่หลอกจับนั่นนี่ลูกศิษย์ของตนบ้างและแหย่เพื่อให้ไม่ให้เครียดจนเกินไปเท่านั้น
“ศิษย์จะจำไว้”อี้หานประสานมือทำความเคารพ เขาไม่อาจโต้เถียงอีกฝ่ายได้เพราะเหตุผลที่พูดมาพอฟังได้ เฉพาะทฤษฎีน่ะนะ
“ดี งั้นมาต่อกัน”เหลาเหล่าเริ่มกลับมาตั้งท่าอีกครั้ง
ครั้งนี้อี้หานพุ่งเข้าใส่เหลาเหล่าเหมือนเดิมแต่ไม่ได้พุ่งเข้าใส่เต็มกำลังเหมือนครั้งก่อน เพื่อเผื่อไว้เปลี่ยนทิศทาง
เหลาเหล่าเบี่ยงไปทางขวาอีกเช่นเดิมแต่อี้หานก็บิดข้อเท้าขวา ทำให้ท่อนแขนเหยียดตรงฟาดมาทางเหลาเหล่า
ส่วนเหลาเหล่าตอบโต้ด้วยการก้าวถอยหลังเพียงนิดเดียวก็สามารถหลบท่อนแขนที่เหวี่ยงมาทางตนได้อย่างง่ายดายแต่อี้หานคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ขาซ้ายของเขาวาดเข้าใส่เหลาเหล่าที่ก้าวถอยหลบไปติดๆ
“ดีขึ้น แต่ยังไม่ดีพอ”เหลาเหล่าก้มตัวหลบก่อนจะพุ่งไปอยู่ข้างหลังอี้หานแล้วเอาปากของตนดูดเม้มต้นคอของอี้หาน
“อา” อี้หานร้องครางออกมาจากนั้นเหลาเหล่าก็สกัดขาขวาที่อี้หานใช้เป็หลักยืนทำให้อี้หานเสียหลักหงายท้องล้ม แต่ถูกเหลาเหล่าอุ้มไว้ในท่าอุ้มเ้าหญิงและถูกอีกฝ่ายจุมพิตที่หน้าผากอย่างแผวเบา
“อาจารย์ นี่คุณลวนลามผมอีกแล้วนะ”อี้หานเอามือปิดหน้าผากทันที พร้อมกับดิ้นจนหลุดออกมาจากอ้อมแขนของเหลาเหล่า
“โฮ๊ะ โฮ๊ะ โฮ๊ะจำไว้นะอี้หานถ้าเปลี่ยนจากคิสมาร์คตรงต้นคอเป็มีดล่ะก็ เธอตายแน่รวมถึงจุดที่เธอโดนฉันจุ๊บหน้าผากด้วยทั้งสองจุดนี้ล้วนเป็จุดสำคัญของมนุษย์ทั้งสิ้นดังนั้นจนกว่าเธอจะมีความสามารถในระดับที่ฉันพอใจ ฉันขอสั่งห้ามไม่ให้เธอไปล้างแค้นคนที่ชื่อไป่เจ๋อเด็ดขาด”เหลาเหล่ายังคงเตือนถึงจุดอ่อนของอี้หานจากการต่อสู้เมื่อครู่
“ไป่เจ๋อมันก็แค่คนธรรมดาจะทำอะไรผมได้ตอนนี้ผมมีพลังปราณแล้ว ต่อให้เ้านั่นใช้แขนกัน แขนของมันคงแหลกไม่เหลือชิ้นดีแน่ๆ” อี้หานคัดค้านคำสั่งของเหลาเหล่า
ส่วนเหลาเหล่าเมื่อได้ยินสิ่งที่อี้หานพูดคิ้วของเขาก็ย่นเข้าหากัน เขาคิดว่า ‘หานหาน ประมาทเกินไป ยังต้องฝึกอีกมากปล่อยไปตอนนี้คงไม่ดีนัก รู้สึกสังหรณ์ไม่ค่อยดีชอบกล’
“เธอต้องฟังคำสั่งของฉันฉันขอสั่งห้ามในฐานะอาจารย์ ถ้าไม่เชื่อฟัง ฉันจะพาเธอเข้าห้องเชือด”พูดจบเหลาเหล่าก็หันหลังแล้วผลักประตู เดินออกไปจากห้องทันที
“อี้หาน นายควรฟังอาจารย์นะ” ศิษย์พี่กล่าวเตือน
“แล้วเมื่อไหร่ล่ะผมน่ะยังไงก็สู้ชนะอาจารย์ไม่ได้หรอก หากเป็แบบนี้ต่อไปเมื่อไหร่แค้นของผมจะได้รับการชำระล่ะศิษย์พี่”อี้หานกล่าวพร้อมกับนำผ้าขนหนูมาพาดบ่าเตรียมจะไปอาบน้ำ
“นายไม่จำเป็ต้องชนะอาจารย์หรอกถ้าอาจารย์เห็นว่านายพอเอาตัวรอดได้ เขาจะอนุญาตเอง นายไม่ควรดื้อนะรู้ไหม”ศิษย์พี่ยังคงเตือนอี้หาน แต่อี้หานกลับไม่สนใจและเดินไปอาบน้ำทันทีศิษย์พี่ของอี้หานได้แต่ส่ายหน้า และออกจากห้องไป
“ท่านอาจารย์” ศิษย์พี่สะดุ้งเมื่อพบว่าเหลาเหล่ายังไม่ได้จากไปไหน แต่ยืนแอบฟังเขาคุยกับอี้หานอยู่ข้างนอก
“หานหาน เป็คนใจร้อนหัวดื้อตามประสาวัยรุ่น ถ้าห้ามไม่ได้ก็คงต้องปล่อยให้เขาได้เจอกับตัวเองถ้าคนชื่อไป่เจ๋อเป็คนธรรมดา หนี้แค้นของหานหานก็จะได้รับการชำระแต่จากที่ฉันฟังอี้ซานพ่อของหานหานเล่ามาหานหานัักับโต๊ะที่เด็กชื่อไป่เจ๋อเอามาขวางไว้ จากนั้นก็มีอาการเ็ปราวกับมีมีดมากรีดทั่วร่างแม้แต่ที่โรงพยาบาลก็ตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรนั่นทำให้ฉันคิดว่าเด็กที่ชื่อไป่เจ๋อต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่”เหลาเหล่าเล่าถึงสิ่งที่เขากังวลเกี่ยวกับเด็กที่ชื่อไป่เจ๋อ
“หรือว่าไป่เจ๋อคนนั้นจะเป็พวกเล่นไสยเวทย์ครับ”ศิษย์พี่ของอี้หานกล่าว ทำท่าหันซ้ายหันขวาอย่างหวาดระแวง
“ก็ไม่แน่หรอกขนาดพลังลมปราณที่คนทั่วไปคิดว่ามันมีอยู่แค่ในนิยายยังมีตัวตนได้ฉันเองก็ไม่กล้ายืนยันหรอกนะว่าเวทย์มนตร์คาถาจะมีน่ะยังไงเธอจะต้องจับตาดูหานหานอย่าให้เขารู้ตัว หากเขาพลาดท่าให้เด็กที่ชื่อไป่เจ๋อนั่นเธอต้องเข้าไปช่วยเขา และอย่าไปยุ่งกับสิ่งที่เราไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง เข้าใจไหม”เหลาเหล่ากำชับศิษย์ของเขา
“ศิษย์ทราบแล้วครับ อาจารย์”ศิษย์พี่ของอี้หานรับคำ ก่อนจะหายตัวไปในเงามืด
ส่วนเหลาเหล่าก็เดินกลับห้องเขาคิดถึงเด็กที่ชื่อไป่เจ๋อ จากที่สืบมา เขาพบว่าไป่เจ๋อเป็เด็กกตัญญูทำงานหาเงินมาส่งตัวเองเรียน ทั้งยังช่วยเื่ค่าใช้จ่ายในครอบครัวบางส่วนพอมามองอี้หานที่มีพร้อมทุกอย่างแต่กลับรังแกไป่เจ๋อมันทำให้เขารู้สึกผิดที่รับอี้หานเข้ามาเป็ศิษย์ หากเขารู้เื่นี้ก่อนล่ะก็เขาคงไม่รับอี้หานมาเป็ศิษย์แน่
แต่เมื่ออี้หานเรียกเขาว่าอาจารย์แล้วเขาก็ทำได้แค่หลับตาข้างหนึ่งทำเป็มองไม่เห็นการกระทำของอี้หานที่ทำกับไป่เจ๋อก่อนหน้านี้
‘ฉันคงต้องดัดนิสัยหานหานสักหน่อยไม่อย่างนั้นเขาจะต้องขุดหลุมฝังตัวเองเข้าสักวัน’เหลาเหล่าเดินตรวจการฝึกของลูกศิษย์ทีละห้อง ขณะที่คิดเื่สั่งสอนอี้หานไปด้วย
ภายในห้องของอี้หาน
หลังอี้หานอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเขาก็แอบเดินออกจากตึกร้างที่เหลาเหล่าใช้เป็สำนักตอนนี้เขาแทบทนที่จะจัดการไป่เจ๋อไม่ไหวแล้วโดยไม่ได้รู้เลยว่าศิษย์พี่ของเขาได้แอบตามเขาอยู่ห่าง ๆ
โรงเรียนของไป่เจ๋อ
หลังเลิกเรียนไป่เจ๋อรีบเดินออกมาเพื่อเรียกรถแท็กซี่เพราะเขามีนัดกับซีหลัว แต่ระหว่างทางก็ต้องพบกับการจราจรที่ติดขัด
“น่าจะเกิดอุบัติเหตุครับรถคงเคลื่อนตัวไม่ได้ไปอีกสักพักเลย” คนขับหันมาบอกไป่เจ๋อ
“ผมมีนัดซะด้วยสิครับ”ไป่เจ๋อค่อนข้างกังวลกับการใช้วิชาตัวเบาใน่นี้เพราะต้องระวังทั้งพวกนักข่าวที่หาข่าวเกี่ยวกับตัวเขาที่เป็จอมยุทธ์ลึกลับแห่งสวนสาธารณะแถมยังต้องระวังผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นด้วย
“งั้นไปเส้นทางเลียดูเาไหมครับทางนั้นเป็ถนนลูกรัง รถไม่ค่อยผ่านแต่ว่าทางออกของถนนเส้นนั้นมันใกล้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ซีหลัวที่คุณจะไปน่ะครับ”คนขับแนะนำเส้นทาง
“ถ้าอย่างนั้น รบกวนด้วยครับเดี๋ยวผมเพิ่มเงินให้คุณไปเป็ค่าล้างรถ” ไป่เจ๋อรับข้อเสนอ
คนขับเบี่ยงออกไปใช้เส้นทางเลียดูเาไปเรื่อยๆ แต่เมื่อขับมาได้สักพัก เขาก็เห็นเด็กหนุ่มอายุราว 15 ปี ยืนอยู่กลางถนนทำให้คนขับรถแท็กซี่ต้องเบรกรถ
“ไอ้หนูแกออกไปจากถนนเดี๋ยวนี้เลยฉันต้องไปส่งลูกค้า กำลังรีบ” คนขับะโไล่ แต่เด็กหนุ่มคนนั้นกลับใช้กำปั้นทุบกระโปรงหน้ารถจนพังต่อหน้าคนขับ
“พอดีว่าผมมีเื่จะสะสางกับลูกค้าของคุณน่ะช่วยไปให้ไกล ๆ แล้วไม่ต้องหันกลับมาล่ะ ไม่งั้นแกตาย”เด็กหนุ่มคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ด้วยความกลัวคนขับรีบลงจากรถและวิ่งหนีไปจากตรงนั้น โดยไม่คิดจะสนใจไป่เจ๋อที่ยังนั่งอยู่ในรถแม้แต่น้อย
“เป็อะไรไป กลัวจนขยับตัวไม่ได้เลยเหรอไอ้ขี้ขลาด”เด็กหนุ่มคนนั้นใช้เท้าที่เสริมด้วยพลังปราณเตะรถกระเด็นไปกระแทกกับหน้าผาจนพังยับและะเิในพริบตา
“อี้หานฉันไม่นึกว่าจะนายจะเป็คนเ้าคิดเ้าแค้นขนาดนี้นะเนี่ย” เสียงของไป่เจ๋อดังขึ้นด้านหลังของอี้หาน ทำให้อี้หานถึงกับผงะ และหันกลับไปจ้องไป่เจ๋อ
ไกลออกไป ศิษย์พี่ของอี้หานใมากเพราะตอนที่อี้หานเตะรถแท็กซี่จนไปกระแทกกับหน้าผาจนะเิเขายังเห็นไป่เจ๋ออยู่ในรถอยู่เลย แล้วจู่ ๆไป่เจ๋อก็มาโผล่ด้านหลังอี้หานราวกับภูติผี
‘เด็กที่ชื่อไป่เจ๋อต้องเป็ผู้ใช้เวทย์แน่ๆ ผู้ฝึกยุทธ์ไม่มีทางที่จะเร็วขนาดนั้นได้ หรือนี่จะเป็เวทย์เทเลพอร์ต’ศิษย์พี่ของอี้หานที่ตอนแรกรู้สึกกลัวแต่พอคิดถึงเวทย์เทเลพอร์ตที่เขาเคยเห็นมันเพียงแค่ในเกมหรือในนิยายเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแทน
“แก...แกมาอยู่นี่ได้ไง ก็ฉันเห็นแกอยู่ในรถจนรถมันะเิไปต่อหน้าต่อตานี่”อี้หานตื่นตระหนก และคิดถึงสิ่งที่เหลาเหล่าเตือนเขาเอาไว้
“พูดธุระมา ฉันกำลังรีบ” ไป่เจ๋อตอบสั้น ๆพลางมองเวลาในนาฬิกาข้อมือ
“ง่าย ๆ ไปตายซะ”อี้หานพุ่งเข้าใส่ไป่เจ๋อทันที แต่แทนที่ไป่เจ๋อนั้นจะหลบ เขากลับยืนนิ่งทำให้อี้หานดีใจมากเขาชกหมัดเสริมพลังปราณเต็มที่ออกไปหมายจะต่อยท้องของไป่เจ๋อให้ทะลุ
พริบตานั้นไป่เจ๋อกล่าววลีหนึ่งขึ้น“สงบดุจโพธิสัตว์” มือทั้ง 2 ข้างของไป่เจ๋อ ยกขึ้นเหมือนพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร
ปึก! กร็อบ
“อ๊ากกกก” อี้หานร้องออกมาด้วยความเ็ปเสียงกระดูกมือหักดังขนาดที่ศิษย์พี่ของอี้หานที่อยู่ไกลออกไปยังได้ยิน
สิ่งที่ไป่เจ๋อทำคือโคจรปราณในพริบตาไปเสริมความแข็งแกร่งไว้ยังจุดที่จะปะทะกับหมัดของอี้หานพอหมัดของอี้หานเข้าปะทะ แรงปะทะจึงถูกสะท้อนกลับไปเพราะการป้องกันของไป่เจ๋อแข็งแกร่งกว่า
จากนั้นไป่เจ๋อก็หยุดโคจรพลังปราณซึ่งใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีทำให้ศิษย์พี่ของอี้หานหรือแม้แต่อี้หานเองก็ไม่สามารถััได้ถึงปราณของไป่เจ๋อ
[สงบดุจโพธิสัตว์] เป็วิชาที่หลวงจีนไท่ซื่อสอนไป่เจ๋อไว้มันเป็เคล็ดวิชาสายตั้งรับและสวนกลับ เป็การรวมพลังปราณไว้ที่จุด ๆ เดียวซึ่งผู้ที่โจมตีเข้าใส่คนที่ใช้วิชานี้จะได้รับความเสียหายที่ตนเป็ผู้ก่อขึ้นเองส่วนที่มาของวิชานั้นมาจากไท่ซื่อคงเป็ผู้ที่ไม่เคยทำร้ายใคร รักษาศีล สันโดษ นั่นทำให้ไท่ซื่อคงมีฉายาในหมู่ชาวยุทธ์ว่า[โพธิสัตว์เดินดิน] และเคล็ดวิชา [สงบดุจโพธิสัตว์]ก็ถูกจัดให้เป็วิชาสายป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในยุทธภพอีกด้วย
“บะ...บ้าน่าทั้ง ๆที่หมัดของฉันเสริมปราณเข้าไป ขนาดรถยนต์ยังทำลายได้ง่ายดายทำไมแกถึงไม่เป็อะไรเลยล่ะ” อี้หานตื่นตระหนก เขามองไปยังไป่เจ๋อและคิดว่านี่คือไป่เจ๋อ คนอ่อนแอที่ถูกเขาแกล้งเป็ประจำจริง ๆ รึเปล่า
“หรือว่าแกก็เป็ผู้ฝึกยุทธ์เหมือนกัน”อี้หานพูดขึ้น
ไป่เจ๋อยิ้มก่อนจะหายมาโผล่มาข้างหน้าอี้หาน มือของไป่เจ๋อไม่ได้กำหมัดแต่กลับทำท่าเหมือนกำลังจะดีดมะกอก
ป๊อก ฟิ้ว โครม
เสียงนี้เป็เสียงนิ้วของไป่เจ๋อดีดเข้าไปที่หน้าผากของอี้หานร่างของอี้หานปลิวไปดุจว่าวที่สายขาด กระแทกเข้ากับหน้าผา และทรุดตัวลงข้างซากรถแท็กซี่
“อี้หานสลบไปแล้วผมกำลังรีบถ้าคุณจะสู้ก็ขอให้เข้ามา” จู่ ๆไป่เจ๋อก็มาอยู่ข้างหลังศิษย์พี่ของอี้หานซึ่งอยู่ห่างออกมาจากจุดที่อี้หานหมดสภาพกว่า 100 เมตรการปรากฏตัวของไป่เจ๋อทำให้เขาชะงัก หลังของเขาหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมาก่อนจะตัดสินใจชักกระบี่ที่เอวตวัดออกไปหาไป่เจ๋อ
กึก
กระบี่ของเขาหยุดนิ่งศิษย์พี่ของอี้หานต้องตะลึงเข้าไปอีกเพราะอีกฝ่ายกำลังนิ้วชี้กับนิ้วกลางคีบกระบี่ของเขาด้วยมือข้างเดียวด้วยท่าทางสบายๆ ท่าทางที่อีกฝ่ายแสดงออกมาราวกับผู้ใหญ่กำลังเล่นกับเด็กน้อย อีกทั้งเขายังไม่สามารถััถึงพลังปราณของอีกฝ่ายได้ทำให้เขาคิดได้อย่างเดียวก็คืออีกฝ่ายเป็ผู้ใช้เวทย์
“เนตรพยัคฆ์” ไป่เจ๋อเบิกตากว้างพร้อมแสงที่เปล่งออกมาจากดวงตาศิษย์พี่ของอี้หานเห็นภาพหลอนว่าตนกำลังยืนอยู่ตรงหน้าพยัคฆ์ขาวตัวใหญ่มันอ้าปากและกินเขาเข้าไปทั้งตัวในคำเดียว
“อ๊า” เสียงร้องดังออกมาพร้อมทั้งปัสสาวะและอุจจาระที่ไหลออกมาเต็มกางเกง ศิษย์พี่ของอี้หานทรุดตัวลงในดวงตาแสดงถึงความหวาดกลัว
เมื่อไป่เจ๋อเห็นแบบนั้นเขาก็ใช้วิชาตัวเบาออกไปจากบริเวณนั้น เพื่อเดินทางไปยังบริษัทของซีหลัวต่อทันที