คืนที่สงบหลังจากการนองเื…
ในป่าลึก เสียงลมพัดผ่านต้นไม้สูงดัง วี้ววว ก้องเหมือนเสียงคร่ำครวญของิญญาโบราณ เหวินหลงนั่งพิงกับต้นไม้ใหญ่ ใบหน้าซีดขาวราวกับศพ เืแห้งเกรอะกรังอยู่บนแขนและอก
แต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าาแ… คือความรู้สึกบางอย่างในร่างกายของเขา
เส้นลมปราณที่ควรปิดตายตลอดชีวิต บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยแสงเรืองสีเงินประหลาด ราวกับอักษรโบราณที่สลักอยู่ในกระดูกและเืของเขาเอง
“นี่มัน… อะไร? ทำไมร่างกายข้าถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้?”
เหวินหลงพยายามปรับลมหายใจ ข่มความเ็ปให้เบาบางลง แต่ทันทีที่เขาหลับตา — โลกก็พลิกกลับ
เขาพบว่าตนเองยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา
บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยอักษรเรืองแสงหมุนวนดุจดวงดาว แต่ละอักษรส่งแรงกดดันจนกระดูกสั่นสะท้าน
ท่ามกลางความว่างเปล่า เงาร่างสูงใหญ่ปรากฏขึ้น
เป็บุรุษสวมชุดคลุมยาวสีเงิน เส้นผมยาวสลวยโบกสะบัดราวสายลม
ใบหน้าถูกปกปิด แต่ดวงตาเปล่งแสงดุจอาทิตย์สองดวง
“เ้าผู้ถือคำสาป… หรือเ้าผู้ถือ ‘ตราแห่งา’ กันแน่?”
เสียงนั้นดังก้องราวกับ์ทั้งเก้ากำลังกล่าวกับเขา
เหวินหลงสะดุ้ง หัวใจเต้นรัว “เ้าคือใครกัน?”
บุรุษนั้นไม่ตอบ แต่ยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย อักษรสีเงินนับไม่ถ้วนพลันแตกกระจาย กลายเป็เศษเสี้ยวตำราโบราณลอยอยู่รอบตัวเหวินหลง
เศษเสี้ยวเ่าั้ส่องประกาย พร้อมกับเสียงกระซิบมากมายดังขึ้นพร้อมกัน
“วิชากลืน์…”
“เส้นทางที่์ไม่อาจควบคุม…”
“เ้าจะฝึกหรือเ้าจะดับสูญ…”
อักษรหนึ่งลอยมาติดบนหน้าอกของเหวินหลง แทรกซึมเข้าสู่กระดูก
ทันใดนั้นเขารู้สึกถึง วิชาฝึกตนรูปแบบใหม่ ที่ไม่เคยมีในโลกนี้ — วิชาซึ่งไม่ต้องพึ่งเส้นลมปราณปกติ แต่ใช้การ กลืน พลังของสรรพสิ่ง มันคือ “เคล็ดกลืน์ต้องห้าม”
เศษเสี้ยวความเข้าใจหลั่งไหลเข้าสู่สมอง
เขามองเห็นภาพบุรุษโบราณผู้หนึ่งที่นั่งกลางจักรวาล กลืนกินดวงดาวทั้งหลายเข้าสู่ร่างจนกลายเป็โลกใหม่
เืของเหวินหลงพลันเดือดพล่าน ร่างกายสั่นสะท้าน
“นี่… คือพลังของข้า? หรือคือโทษทัณฑ์ของ์?”
เมื่อสติคืนกลับ เขายังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ในป่าลึก
รอบตัวมีร่องรอยการต่อสู้ก่อนหน้านี้ และซากิญญาของผู้ไล่ล่าที่เหลือเพียงเถ้าธุลี
เหวินหลงกำหมัดแน่น ลองทำตามที่เศษเสี้ยววิชาบอก
เขาเพ่งจิตเข้าสู่ “แก่นต้องห้าม” ที่เพิ่งก่อเกิดในร่างเมื่อครู่
ทันใดนั้น กลิ่นพลังฟ้าในอากาศพลันถูกดูดเข้ามา เส้นสายสีเงินพวยพุ่งออกจากิั ดึงดูดเศษพลังจากต้นไม้ ก้อนหิน และแม้แต่หมอกในอากาศ
ร่างของเขาอบอวลด้วยพลังมหาศาล แม้เพียงชั่วครู่ แต่เพียงพอที่จะทำให้แผลฉกรรจ์บางส่วนสมานตัวเอง
ทว่า… พลังนั้นไม่ใช่สิ่งไร้ค่า
เส้นเืของเขาแทบปริแตก ความเ็ปรุนแรงจู่โจมจนเขาเกือบสิ้นสติ
“นี่คือราคาของการฝึกวิชานี้… ทุกครั้งที่กลืน ข้าต้องทนรับความเ็ปทวีคูณ”
ขณะที่เขาพยายามควบคุมพลังนั้น เศษเสี้ยวอักษรโบราณยังคงลอยวนอยู่ในความคิด
เสียงกระซิบของบุรุษลึกลับดังขึ้นอีกครั้ง
“เ้าอย่าหลงลืม… วิชานี้ไม่ใช่เพื่อการทำลาย แต่เพื่อการ ‘เขียนใหม่’”
“หากเ้าใช้เพียงกลืนและทำลาย เ้าจะถูก์กลืนคืนจนไม่เหลือแม้เถ้าธุลี”
เหวินหลงกัดฟันแน่น สายตาเปล่งประกาย
“เช่นนั้นข้าจะหาวิธีใช้มัน… เพื่อเขียนชะตาของข้าเอง”
ยามรุ่งสาง แสงอาทิตย์แรกเริ่มส่องทะลุหมอกหนาทึบ
เหวินหลงลุกขึ้นยืน แม้ยังาเ็ แต่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เขามองมือของตนที่ยังแ่ประกายสีเงินอยู่
นี่ไม่ใช่เพียงคำสาป… แต่เป็ เส้นทางใหม่ ที่ไม่มีผู้ใดในโลกนี้เคยก้าวเดิน
“ตราบใดที่ข้ายังหายใจ… ข้าจะก้าวเดินบนเส้นทางผู้ต้องห้ามนี้จนสุดปลาย — ไม่ว่าจะต้องสู้กับ์กี่ครั้งก็ตาม!”
สายลมยามเช้าพัดพริ้วผ่าน กลิ่นดอกไม้ป่าลอยคลุ้ง
แต่นั่นคือเช้าที่สงบเพียงชั่วครู่… เพราะที่ขอบฟ้าไกลออกไป พลังของ์กำลังเคลื่อนไหวอีกครั้ง