บทที่15. หอประมูลมธุรสคำราม
ทั้งสามเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าตรงประตูทางเข้าหอประมูลที่มีคนงานยืนเฝ้าอยู่สี่คน
“ไม่ทราบว่าพวกท่าน้าติดต่อเื่ใดสามารถแจ้งได้เลยนะขอรับ”บุรุษหน้าตาดุดันรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนเฝ้าทางเข้าออกเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นกลุ่มของผู้เฒ่าไป๋เดินเข้ามา
นับว่าคนงานที่นี่ได้รับการอบรมมาอย่างดีมากเลยทีเดียวทั้งคนงานเหล่านี้ยังไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแต่เป็ผู้ฝึกปราณอีกด้วยแค่คนงานเฝ้าประตูถึงกับใช้ผู้ฝึกปราณขั้นกลางแล้วนับว่าหอประมูลมธุรสคำรามไม่ธรรมดาสามัญจริงๆช่างสมคำร่ำลือยังเอ่ยวาจามีมารยาททั้งที่ผู้มาเยือนนั้นแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่แสนธรรมดาเช่นชาวบ้านทั่วไป
“นายท่านของข้า้าส่งของเข้าประมูลไม่ทราบว่าต้องติดต่อที่ใดหรือ” เป็ท่านพ่อบ้านหวังฉีที่เอ่ยปากถามออกมาด้วยคุ้นเคยกับหน้าที่เช่นมาตลอดอยู่แล้วนั้นเอง
“เช่นนั้นเชิญที่ห้องสำหรับผู้ส่งของเข้าประมูลทางด้านนี้เลยขอรับ”จากนั้นคนงานผู้นั้นก็นำทางทั้งสามไปที่ห้องส่วนตัวด้านในทันที
ห้องผู้ส่งประมูลมีอยู่หลายสิบห้องด้วยกันแต่ละห้องมิดชิดมีความเป็ส่วนตัวสูงเพื่อป้องกันและเก็บความลับให้แก่ผู้ส่งของเข้าประมูลข้อมูลจะได้ไม่รั่วไหลออกไปก่อนว่าสินค้าที่ส่งเข้าประมูลเป็สิ่งใดนั้นเอง
ทั้งสามนั่งที่ชุดโต๊ะเก้าอี้ที่มีอยู่กลางห้องจิ่วจิวน้อยมองไปทั่วห้องอย่างสนใจใคร่รู้ตามประสาเด็กน้อยแต่นางรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาซุกซนจึงทำเพียงนั่งอยู่นิ่งๆ ข้างท่านปู่เงียบๆเท่านั้น
รอเพียงไม่นานผู้รับของประมูลก็เดินเข้ามาเพื่อตรวจสอบสินค้าและประเมินราคาก่อนส่งของขึ้นแท่นการประมูล
“ข้าน้อยเกาเหลียงเป็หลงจู๋ของหอประมูลมธุรสคำรามประจำสาขาเมืองเจิ้งตูนี้เองขอรับไม่ทราบว่าท่านมีสิ่งใดอยากนำเข้าร่วมประมูลรบกวนนำออกมาให้ข้าประเมินก่อนเถิดขอรับ” เกาเหลียงเอ่ยอย่างสุภาพเขาไม่คิดดูถูกแม้คนตรงหน้าจะแต่งกายธรรมดาเช่นชาวบ้านทั่วไปแต่บางครั้งคนเหล่านี้ก็หาใช่คนธรรมดาดั่งภายนอกไม่ดังนั้นเขาจึงไม่คิดดูถูกใครทั้งนั้น
“ส่วนข้าแซ่ไป๋นี่หลานสาวและคนของข้าเองข้าจะเอาของให้ท่านตรวจดูก่อน หวังฉี”ท่านผู้เฒ่าไป๋แนะนำตนเองก่อนจะเรียกชื่อคนสนิทเพราะของอยู่ในตะกร้าสะพายหลังที่พ่อบ้านหวังฉีสะพายอยู่นั้นเอง
“ขอรับ”พ่อบ้านหวังฉีรับคำก่อนจะวางตะกร้าด้านหลัง แล้วหยิบเอาห่อผ้าเก่าๆ ธรรมดาๆออกมาวางบนโต๊ะตรงหน้า จากกันก็เปิดห่อผ้าออกก่อนที่ละอองแสงสีขาวเป็ประกายระยิบระยับพร้อมกลิ่นหอมอบอวลจะพวยพุ่งออกมา
“นี่มัน!!!ถึงกับเป็ผลไม้ปราณขั้นสูง!!”
ผิงกั่วปราณระดับสูงละอองสีขาวนี่ช่างงดงามเหลือเกินเกาเหลียงตื่นตะลึงงัน หัวใจเขาเต้นแรงจนเจ็บหน้าอกไปหมดไม่ใช่ไม่เคยมีใครนำพืชปราณเข้าประมูลมาก่อนแต่เพราะส่วนใหญ่ที่นำมาจะเป็ผลไม้ปราณขั้นต้นเพียงเท่านั้นอีกทั้งนานทีปีหนจึงจะโผล่มาที่โรงประมูลสักลูกหนึ่งแต่นี่ถึงกับเป็ผิงกั่วปราณขั้นสูงและมีถึง 5 ลูกด้วย
ช่างเป็โชคดีอันใดเช่นนี้ที่เขาลงมาจากห้องทำงานชั้นบนเพื่อตรวจดูงานชั้นล่างและเห็นว่ามีลูกค้าที่รอผู้ประเมินของอยู่ จึงตัดสินใจเข้ามาตรวจประเมินเองและก็ได้พบเจอของดีเข้าให้แล้ว
“สิ่งนี้ท่านจะรับประมูลหรือไม่”ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยถามไปอย่างนั้นพอเป็มารยาทอย่างไรก็มั่นใจว่าของที่อยู่ตรงหน้าย่อมเป็ที่้าของผู้คนมากมายอยู่แล้ว
“นายท่านไป๋นี้ถึงกับเป็ผลไม้ปราณขั้นสูงหอประมูลมธุรสคำรามย่อมรับอยู่แล้ว รับแน่นอนขอรับท่านสามารถวางใจให้ทางเราดูแลได้เลยขอรับ”เกาเหลียงละล่ำละลักรีบพูดออกมาเกรงว่าคนตรงหน้าจะเปลี่ยนใจเสียก่อนหากได้สิ่งนี้เข้าประมูลละก็หอประมูลสาขาที่เมืองเจิ้งตูนี้จะยิ่งมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้นก็นับเป็ผลงานของเขาด้วย
“เช่นนั้น...”
“เช่นนั้นข้าคิดว่าควรมีราคาเปิดประมูลเริ่มอยู่ที่ลูกล่ำ500ตำลึงเป็เช่นไรขอรับ”
“500 ตำลึงเงินไม่ถูกไปหรือ” ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยแย้งขึ้นมาพร้อมเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายว่า้าจะกดราคาหรืออย่างไร
“ขออภัยๆนายท่านไป๋แล้ว เป็ข้าที่พูดไม่ชัดเจนไม่ใช่500ตำลึงเงินแต่เป็500ตำลึงทองขอรับผลไม้ปราณระดับสูงเช่นนี่ย่อมต้องเริ่มเปิดประมูลที่ราคานี้เท่านั้นจึงจะคู่ควร”
“อืมได้ข้าตกลงเริ่มประมูลด้วยราคานี้ หวังฉี”
“ขอรับ”จากนั้นพ่อบ้านหวังฉีก็หยิบหอผ้าออกมาอีกหอวางลงบนโต๊ะเช่นเดิม ยังคงเป็ผ้าเก่าๆเช่นเดิมเพียงแต่หลงจู๊เกาเหลียงสังหรณ์ใจว่าของที่อยู่ในหอผ้าจะไม่ธรรมดาเช่นผ้าที่หอไว้เพราะขนาดยังไม่เปิดออกมาเขายังรับรู้ไปถึงพลังปราณิญญาและกลิ่นหอมๆเป็กลิ่นหอมเย็นๆ ที่แผ่ออกมา
จิ่วจิวตัวน้อยเฝ้ามองดูผลไม้ที่ตนเองปลูกด้วยแววตาตื่นเต้นและดีใจที่มีคนสนใจเช่นนี้และยังสามารถเอามาขายหาเงินได้มากอีกด้วย ใบหน้ากลมแก้มยุ้ยๆ จึงค่อย ๆ คลี่ยิ้มกว้างจนตาเป็ประกายเลยทีเดียว
“สิ่งนี้คือ”หลงจู๊เกาเหลียงเอ่ยขึ้นก่อนจะผายมือออกไปเป็เชิงถาม
แม้จะอยากเห็นข้างในเพียงใดแต่เขาก็ไม่กล้าเสียมารยาทเปิดเองแน่นอนท่านพ่อบ้านหวังฉีจึงเปิดหอผ้าออกและก็เป็เช่นเดิมที่มีละอองปราณสีขาวเป็ประกายแผ่ออกมาแต่คราวนี้มีไอเย็นพวยพุ่งออกมาด้วยจนรับรู้ถึงความหนาวเย็นหลงจู๊เกาเหลียงตาเบิกกว้างตกตะลึงจนถึงขั้นหล่นจากเก้าอี้นั่งลงไปกองอยู่ที่พื้นลำบากท่านพ่อบ้านหวังฉีต้องไปช่วยพยุงขึ้นมามือชี้สิ่งที่อยู่บนโต๊ะสั่นระริกอย่างไม่อาจควบคุมอาการได้
“ทะท้อเหมันต์!! ไม่ผิดแน่ทั้งยังเป็ขั้นสูง!!! อึก” เขาอยู่มานานจนอายุ50ปีพึ่งเคยมีวาสนาได้เห็นลูกท้อเหมันต์ครั้งแรกก่อนนี้เคยได้ยินเพียงการบอกเล่าถึงลักษณะของมันเท่านั้นเองช่างดีจริงๆ ที่เขาเข้ามาดูแลลูกค้าท่านนี้ ดีมากจริงๆ
“ใช่แล้วท่านหลงจู๊เกาเหลียงนี่คือท้อเหมันต์ท่านจะประเมินราคาเช่นไรเล่า”
“สิ่งนี้ไม่เคยมีใครนำเข้าประมูลมาก่อนชะ เช่นนั้น เช่นนั้นนายท่านไป๋รอสักครู่ข้าจะรับไปเอาหนังสือเทียบราคาของวิเศษก่อนขอรับ รอเพียงครู่เท่านั้น อ่ะ! ไม่สิ ๆข้าควรอยู่ที่นี่ดูแลพวกท่าน เ้า ๆไปเอาหนังสือเทียบราคาของวิเศษในห้องทำงานข้ามาโดยเร็วที่สุดให้ เร็วเข้า”หลงจู๊เกาเหลียงเหมือนจะสติแตกไปแล้วเขาล้นลานไปหมดแต่เมื่อคิดได้ว่าไม่ควรปล่อยให้แขกสำคัญเช่นนี้อยู่ลำพังโดยไม่มีใครรับรองจึงเปลี่ยนใจเดินไปที่หน้าห้องแล้วเรียกคนงานที่ไว้ใจได้ให้ไปเอาของที่้ามาให้แทน
ไม่นานหนังสือเทียบราคาของวิเศษก็ได้มาอยู่ในมือขณะรอให้หลงจู๊เกาเหลียงตรวจสอบอยู่นั้นจิ่วจิวน้อยหยิบขนมแป้งทอดต้นหอมกรอบนอกนุ่มในที่คนของหอประมูลเอามารับรองขึ้นมากินอย่างมีความสุขตาโตเป็ประกายทันทียามได้กินของอร่อยและไม่เกินหนึ่งเค่อหลงจู๊เกาเหลียงก็เงยหน้าขึ้นมากล่าวราคาที่คิดว่าเหมาะสมให้ฟัง
“ผลท้อเหมันต์ถูกจัดอยู่ในของวิเศษหายากยิ่งทั้งยังมีพลังปราณระดับสูงราคาเปิดประมูลอยู่ที่ลูกละ 2000 ตำลึงทองขอรับ”
“อืมเช่นนั้นข้ายินดีนำของเข้ารวมประมูล เริ่มวันนี้ได้เลยหรือไม่”ท่านผู้เฒ่าไป๋พอใจกับราคาเปิดประมูลมาก
“คือว่าหากจะประมูลวันนี้ก็ย่อมได้ขอรับแต่ข้าขอแนะนำนายท่านไป๋ อีกเจ็ดวันข้างหน้าจะถึงวันประมูลครั้งใหญ่ประจำเดือนถึงเวลานั้นจะมีผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลเข้ามาที่นี่หากนำผลไม้ปราณของท่านเข้าประมูลในงานนี้ย่อมคุ้มค่ากว่านักขอรับหากท่านสนใจเวลาเจ็ดวันที่เหลือก่อนถึง
งานคนของหอประมูลมธุรสคำรามจะทำการกระจายข่าวเื่ผลไม้ปราณขั้นสูงออกไปเพื่อให้คนรับรู้ก่อนท่านคิดเห็นเช่นไรขอรับ”
“อืม”ท่านผู้เฒ่าไป๋คิดถึงผลได้ผลเสียในใจ
ยามนี้หากรออีกเจ็ดวันก็ไม่ได้ทำให้สูญเสียเวลาไปมากกว่าเดิมจะได้มีเวลาตรวจสอบร่องรอยของภูตสายลมที่สะใภ้สี่เคยส่งมาหาด้วยอีกอย่างตอนนี้พลังปราณของท่านผู้เฒ่าไป๋กลับมาแล้วร่างกายก็แข็งแรงมากขึ้นด้วยเช่นกันคิดว่าน่าจะตามรอยได้ง่ายขึ้นแม้จะผ่านมาสองปีแล้วแต่ภูตสายลมจะยังทิ้งเบาะแสและร่องรอยไว้อยู่ขอเพียงผู้ตามร่องรอยนั้นมีพลังปราณที่เข้มข้นมากพอ อีกทั้งจะได้ใช้เวลานี้เตรียมตัวให้พร้อมด้วยไม่รู้ว่าต้องเดินทางไกลเพียงใดดังนั้นจะต้องเตรียมอาหารและยาอีกทั้งต้องซื้อรถม้าด้วย
“เช่นนั้นก็ได้อีกเจ็ดวันข้าจะมาอีกครั้ง”
“ได้เลยขอรับเช่นนั้นข้าจะออกหนังสือรับรองการส่งของเข้าประมูลให้นายท่านไป๋นะขอรับ”
“ได้รบกวนท่านด้วย”
ใช้เวลาไม่นานในการร่างหนังสือขึ้นมาสองฉบับก็เสร็จเรียบร้อย
“นี่ขอรับหนังสือรับรองมีรายละเอียดสินค้าจำนวนและราคาเปิดประมูลที่ตกลงกันไว้อย่างชัดเจน ส่วนนี้เป็ป้ายหยกดำสำหรับท่านเมื่อมาที่นี่หรือไปหอประมูลมธุรสคำรามที่สาขาใดหรือแคว้นใดในแผ่นดินนี้ก็สามารถยื่นป้ายนี้ได้เลยขอรับคนของหอประมูลจะดูแลท่านเป็อย่างดี”หลงจู๊เกาเหลียงตัดสินใจให้ป้ายหยกดำแก่ท่านผู้เฒ่าไป๋ไปด้วยพิจารณาจากระดับสินค้าที่ส่งเข้าประมูลนับว่าสูงส่งและหายากยิ่งนักนั้นเอง.....