ตอนที่ 27 ทุกสิ่งเริ่มต้นด้วยความยากเสมอ (1)
เยี่ยซินฉวยโอกาสเข้าไปในมิติ แล้วเปิดบ่อน้ำขนาดเล็กบ่อหนึ่งบนพื้นที่ว่างข้างน้ำพุวิญญาณ บ่อมีขนาดเพียงสองเฟิน[1] และสูงครึ่งตัวคน โชคดีที่ในมิติทุกอย่างล้วนปล่อยให้เยี่ยซินทำตามดังใจ อยากขุดสระบ่อก็ทำได้เพียงใจนึกตรึกตรอง มิฉะนั้น สระบ่อนี้เยี่ยซินไม่รู้ว่าต้องทำงานกี่วันถึงจะเสร็จ
เด็กสาวยืนอยู่ริมแม่น้ำสายเล็ก ๆ พยายามที่จะนำน้ำในแม่น้ำเข้าสู่สระบ่อในมิติ โชคดีที่ทุกอย่างราบรื่นไปด้วยดี ในเวลาเพียงครู่เดียว บ่อก็เต็มไปด้วยน้ำ ขั้นตอนต่อไปก็คือการจับปลาแล้ว
จากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ เยี่ยซินทำรูปแบบเดิมๆ โดยนำน้ำพุวิญญาณออกมา อาจเพราะปลาในบริเวณใกล้เคียงถูกจับมาหมดแล้ว ดังนั้นครั้งนี้จึงไม่ราบรื่นเหมือนเมื่อก่อน โชคดีที่แม่น้ำเสี่ยวชิงนี้เชื่อมต่อกับแม่น้ำต้าชิง มีปลาและกุ้งมากมาย หลังจากรอสักพักก็มีปลาแหวกว่ายเข้ามาที่นี่ จากนั้นก็มีปลาเกาะกลุ่มกันมากขึ้นเรื่อยๆ แย่งกันเข้ามาทางนี้
เยี่ยซินมีความสุขมาก แต่ก็รู้ว่าบ่อไม่ได้ใหญ่พอที่จะเลี้ยงปลาได้มากนัก ดังนั้น นางจึงเลือกปลาขนาดใหญ่และขนาดกลางหลายสิบตัวเข้าไปในมิติ คิดดูแล้ว ก็เก็บปลาเล็กและกุ้งตัวเล็กเข้าไปด้วย ไม่ว่าอย่างไร ก้าวแรกก็ถือว่าทำสำเร็จแล้ว มีปลาเหล่านี้ ก็สามารถรับประกันเสบียงอาหารของอาชิวได้แล้ว และมั่นใจว่าสามารถจับปลาที่มีชีวิตออกไปขายในอนาคตได้ จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไร
“พี่หญิง พี่ทำอะไรอยู่หรือ” ไม่รู้ว่าสือโถวมาข้างหลังตั้งแต่เมื่อไร เขาถามเยี่ยซินซึ่งกำลังนั่งขำอยู่ริมแม่น้ำ
“ไม่มีอะไร แค่ลองดูว่าน้ำเย็นไหม พวกเจ้ากลับมาจากการส่งปลากันแล้วหรือ” เยี่ยซินดึงสติกลับมา พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม นางไว้วางใจสือโถว และพาเขาบำเพ็ญเพียรด้วยกันเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้นได้ แต่นางกลับไม่อาจบอกใครเกี่ยวกับเรื่องมิติในกำไลได้ แม้แต่คนใกล้ชิดตัวเองที่สุดก็พูดไม่ได้
“อืมๆ กลับมาแล้ว ทุกคนดีใจกันใหญ่เลย” สือโถวผงกศีรษะอย่างตื่นเต้น จากนั้นเอ่ยขึ้นว่า “พี่หญิง พวกเราจะไปจับปลากันอีกเมื่อใดหรือขอรับ”
“ยังไม่จับชั่วคราว พรุ่งนี้พวกเราจะขึ้นเขาไปเก็บฟืนล่าสัตว์กัน” เมื่อเห็นสือโถวมองตนด้วยดวงตาเปล่งประกาย เยี่ยซินก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่ยังคงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ตกลง!” เสี่ยวสือโถวผงกศีรษะรับอย่างดีใจ พลางช่วยพี่หญิงหอบต้นผูเฉ่า[2]ที่ตัดแล้วกลับบ้าน
“สือโถว เจ้าอยากบำเพ็ญเพียรกับพี่หรือไม่” ระหว่างทาง เยี่ยซินอดไม่ได้ เอ่ยปากถามเสี่ยวสือโถวขึ้น
“บำเพ็ญเพียรหรือ คืออะไรหรือขอรับ” เสี่ยวสือโถวหันมามองพี่สาวด้วยใบหน้างุนงง
“ก็คือ…ฝึกยุทธ์น่ะ” เยี่ยซินคิดดูแล้ว ก็ชี้นำต่อว่า “มีวรยุทธ์แล้ว สือโถวก็จะปกป้องครอบครัวได้ ไม่ต้องถูกคนรังแก และยังสามารถขึ้นเขาล่าสัตว์ได้ ในอนาคตอาจเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ได้ด้วยนะ เจ้าอยากฝึกหรือไม่”
“ข้าก็อยากฝึกเหมือนกัน แต่ว่าอย่างพวกเราแบบนี้จะไปหาเรียนวรยุทธ์ที่ใดกันเล่า”
ในแววตาของเสี่ยวสือโถวเผยประกายความหวัง แต่ไม่นาน แสงในแววตาก็พลันหายไป สีหน้ากลายเป็นผิดหวังแทน
“เจ้าอยากเรียน ก็ย่อมมีวิธี” เยี่ยซินเห็นเช่นนี้ ก็อดเอื้อมมือไปตบที่ไหล่เขาไม่ได้ “พี่มีความลับอย่างหนึ่ง หากบอกเจ้า เจ้าอย่าเอาไปบอกคนอื่นเล่าเข้าใจไหม”
“อื้ม ได้” เสี่ยวสือโถวผงกศีรษะอย่างแรงเพื่อรับประกัน
“ยังจำที่พี่ป่วยจนหมดสติเฉียดตายครั้งก่อนได้หรือไม่” เยี่ยซินเล่าถึงสาเหตุที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ออกมา “ที่จริงตอนนั้นพี่ไม่ได้หมดสติ แต่ติดอยู่ในห้วงความฝันออกมาไม่ได้ มันเป็นห้วงความฝันที่ยาวนานมาก ในฝันนั้นพี่อยู่เพียงลำพังในหมู่บ้านบนภูเขาเล็กๆ แห่งหนึ่ง…”
ราวกับมีอะไรมาดลใจให้เยี่ยซินเล่าถึงประสบการณ์ในชาติก่อนของตนออกไปราวกับเป็นความฝันฉากหนึ่ง นางค่อยๆ เล่าเรื่องออกมาอย่างช้าๆ สำหรับเยี่ยซินในตอนนี้ ประสบการณ์ของม่อเนี่ยนจือในชาติก่อน ก็คงเป็นได้แค่ความฝันเท่านั้น
เนื่องจากเป็นประสบการณ์ของตนเอง เยี่ยซินจึงพูดได้อย่างไหลลื่นน่าประทับใจ แค่นำสิ่งที่เป็นของทันสมัยบางอย่างมาทำการปรับเปลี่ยนในส่วนที่จำเป็นให้เข้าใจง่าย ซึ่งในเรื่องยังเพิ่มชายชราผมขาวดุจเซียนอมตะที่เป็นอาจารย์ใส่เข้าไปด้วย
“ต่อมา ข้าทำเรื่องทุกอย่างที่อยากทำจนสำเร็จ มีเงินที่ใช้จ่ายไม่มีวันหมด และมีบ้านเป็นของตัวเอง กลายเป็นคนแบบที่ตนอยากจะเป็นมากที่สุด แล้วหลังจากนั้น ข้าก็ฟื้นขึ้นมา ทว่าใจข้ากลับจดจำความฝันนั้นและทุกอย่างในความฝันได้เสมอ ข้าเชื่อว่า นั่นไม่ใช่ความฝัน สักวันเราจะต้องทำได้…”
เสี่ยวสือโถวฟังจนเคลิ้ม พลางมองไปยังเพิงพักที่จุดกองไฟอยู่ไม่ไกล ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“สือโถว หลายวันมานี้พี่ฝึกบำเพ็ญเพียรตามสิ่งที่ร่ำเรียนในความฝันมาตลอด แม้จะฝึกแค่ไม่กี่วัน แต่รู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงดีขึ้นไม่น้อย และยังล่าสัตว์ได้แล้ว เพียงแต่พี่ไม่กล้าบอกคนอื่น หากเจ้าเต็มใจ พี่ก็สามารถสอนสิ่งเหล่านี้ให้เจ้าได้ พวกเรามาบำเพ็ญเพียรด้วยกัน ดีหรือไม่”
เมื่อเยี่ยซินพูดแบบนี้ จู่ๆ ก็มีความรู้สึกเหมือนคุณยายหมาป่ากำลังหลอกเด็ก
“ตกลง ข้าฟังพี่หญิงทุกอย่าง ต่อจากนี้พวกเราบำเพ็ญเพียรด้วยกัน!” เสี่ยวสือโถวฟังจนใจนึกคล้อยตาม ตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล แต่จากนั้นก็ถามอย่างลังเลว่า “พี่หญิง ข้าบอกพี่ใหญ่เรื่องนี้ได้ไหม ข้าอยากให้พี่ใหญ่ฝึกยุทธ์กับพวกเราด้วย”
“ย่อมได้ พี่ใหญ่คือคนที่พวกเราสนิทที่สุด หากสามารถให้เขามาบำเพ็ญเพียรกับพวกเราได้ก็ยิ่งดีไปใหญ่” เยี่ยซินเอื้อมมือลูบหัวเล็กๆ ของสือโถว เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“เยี่ยมไปเลย!” ได้รับการยินยอมจากพี่หญิง สือโถวพลันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ “ข้าจะไปบอกพี่ใหญ่เดี๋ยวนี้!” เพียงแต่เพิ่งจะเดินไปได้แค่ครึ่งก้าว เขาก็พลันชะงักฝีเท้า หันมามองเยี่ยซินแล้วถามว่า “แล้วท่านแม่เล่า ก็จะฝึกบำเพ็ญเพียรกับพวกเราด้วยหรือไม่”
“เรื่องนี้ทางที่ดีปิดท่านแม่เราไปก่อนชั่วคราว รอพวกเราบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จแล้วค่อยบอกท่านแม่ก็ยังไม่สาย เพื่อไม่ให้นางว่าพวกเราก่อความวุ่นวาย” เยี่ยซินคิดแล้วก็เอ่ยเช่นนี้
“อืม ก็ได้” สือโถวเชื่อจนสนิทใจ พูดตอบรับประโยคหนึ่งก็วิ่งกลับบ้านไปหาเยี่ยเฉินแล้ว
“เมี้ยว เจ้าเป็นห่วงพี่น้องสองคนนี้จริงๆ” ไม่รู้ว่าอาชิวออกมาจากมิติเมื่อไร มองเห็นแผ่นหลังสือโถวที่กำลังกระโดดโลดเต้น จึงอดเปิดปากพูดไม่ได้
“ข้าดีกับคนของตัวเองเสมอ” เยี่ยซินเพียงมองไปที่อาชิวปราดหนึ่ง จากนั้นก็เดินกลับไป
เชิงอรรถ
^ หน่วยวัดพื้นที่ของจีนโบราณ โดย 1 หมู่จะมีค่าเท่ากับ 10 เฟิน ในที่นี้ 2 เฟิน มีขนาดเท่ากับ 133.3 ตารางเมตร^ ต้นผูเฉ่า คือ ต้นธูปฤาษี