คืนนั้น
มู่หรงเซียวฝันเห็นชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ริมศาลาไม่ไกลนักเขากำลังมองดอกอวี้หลานผลิบานในมือด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ท่ามกลางฝนโปรยปราย
ไม่ว่านางจะมองออกไปผ่านหน้าต่างเรือนใหญ่ครั้งใดมักเห็นชายคนนั้นนั่งเล่นใต้ต้นอวี้หลานอยู่เสมอในใจเศร้าสร้อยรับรู้ได้ว่าเขาคิดถึงเสิ่นอวี้หลานที่จากไปเมื่อหลายปีก่อน
มู่หรงเซียวมองใบหน้าหยางเสวี่ยเฟยด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าเสี้ยวหนึ่งในหัวใจของเขาจะมีนางอยู่ในนั้นบ้างหากแต่รอมาทั้งชีวิตแล้วจึงได้รู้ว่าไม่มีทางสมหวังทำได้แค่เพียงบอกบุตรชายเพียงคนเดียวด้วยสีหน้าขมขื่น
“หยางหยางเ้าช่วยฝังร่างของแม่ไว้ข้างๆ พ่อของเ้าได้หรือไม่”
หยางเสวี่ยอิงโอบกอดมารดาแล้วพยักหน้า“ข้าสัญญาขอรับไม่ว่าท่านพ่อจะคัดค้านอย่างไรข้าจะทำตามที่ท่านแม่สั่งเสียเอาไว้ให้ได้”
“อืม…”นางลูบศีรษะบุตรชายแล้วบอกว่า“หากพ่อเ้ารู้เื่นี้คงไม่ยอมหรอก”
เมื่อเป็เช่นนั้นมู่หรงเซียวจึงฝืนร่างกายของตัวเองไม่ยอมเป็คนที่จากไปก่อนใครคนนั้นตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ได้แต่เฝ้ามองหยางเสวี่ยเฟยจากหน้าต่างเรือนใหญ่เพราะหากเข้าใกล้เขาเมื่อใดคงทนไม่ได้เพราะสีหน้าของอีกฝ่ายแสดงออกชัดเจนว่าเกลียดนางเข้ากระดูกดำ
เช้าวันหนึ่งหญิงชรายังคงนั่งอยู่ริมหน้าต่างเช่นเคยค่อย ๆเห็นว่าหยางเสวี่ยเฟยกำลังเดินมานั่งเล่นตรงต้นอวี้หลานเหมือนทุกวันหัวใจเจ็บแปลบจนน้ำตารื้นขึ้นมาทันใด
ดวงตาสีทับทิมมองภาพเบื้องหน้าด้วยหัวใจอ่อนล้าพลางขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหยางเสวี่ยเฟยค่อยๆ เอนหลังนอนพิงเสาศาลาไม้หลับตาลงช้า ๆพลันมือข้างที่ถือดอกอวี้หลานร่วงหล่น
มู่หรงเซียวถอนหายใจเฮือกใหญ่พึมพำแ่เบา“ท่านพี่ยังคงรักนางจวบจนลมหายใจสุดท้าย”
ครั้นััได้ว่าหยางเสวี่ยเฟยหลับใหลไปครานี้ไม่อาจฟื้นคืนร่างกายของนางพลันหมดเรี่ยวแรงค่อยๆเอนศีรษะฟุบหลับหวังในใจว่าหยางเสวี่ยอิงจะทำตามคำสั่งเสียว่าจะฝังร่างของนางไว้ข้างหลุมศพของเขา
อย่างน้อยข้าก็ได้หลับใหลอยู่เคียงข้างท่านพี่ตลอดกาลพลันลมหายใจเฮือกสุดท้ายค่อยๆ แ่เบาจนนิ่งสงบในที่สุด
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่ายามดึกทำให้มู่หรงเซียวสะดุ้งตื่นแก้มสองข้างอาบน้ำตาเพราะความฝันเศร้าสร้อยนางปาดน้ำตาแล้วสูดจมูกทำท่าทีขึงขัง
“ข้าจะไม่ยอมให้เ้าต้องเสียน้ำตาเพราะเขาอีกแล้วมู่หรงเซียว!”
เปรี้ยง!ฟ้าผ่าลงมาอีกรอบจนเ้าตัวใเมื่อถูกปลุกให้ตื่นเช่นนั้นแล้วก็นอนไม่หลับไปโดยปริยายทำให้มีโอกาสได้นั่งคิดทบทวนว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตใหม่เ้าของร่าง
“มู่หรงเซียวเ้าไม่มีความฝันอย่างอื่นนอกจากเป็ภรรยาของเขาหรืออย่างไร”
หญิงสาวนั่งนึกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครมู่หรงเซียวอยู่พักหนึ่งไม่รู้ตัวว่าทำไมถึงจำเื่ราวต่างๆ ของนางได้กระทั่งเื่ราวยิบย่อย
“ใช่แล้ว!”นางะโลั่นด้วยสีหน้าตื่นเต้น“มู่หรงเซียวนางร้ายที่เพียบพร้อมเช่นเ้าเคยละทิ้งความฝันเพียงเพราะอยากอยู่ข้างกายหยางเสวี่ยเฟยสินะคราวนี้ข้าจะทำให้ความปรารถนาของเ้าเป็จริงให้ได้”
บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ได้รับการฝึกฝนด้านธนูจากปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในตำนานลูกศิษย์ของเขาทั่วทั้งแคว้นฉินิมีไม่มากนักและหนึ่งในนั้นก็คือนางผู้ที่เรียกได้ว่าเป็อัจฉริยะด้านธนูก็ว่าได้แต่เ้าตัวกลับเลือกหยางเสวี่ยเฟย
คราวนี้หญิงสาวตั้งใจว่าจะทำให้มู่หรงเซียวได้กลายเป็หนึ่งในหน่วยหลิ่งเหวินใต้บัญชาการแม่ทัพใหญ่หากได้ช่วยงานบิดาของนางคงสร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูลได้อย่างแน่นอน
“ท่านพ่อท่านแม่ต้องภูมิใจในตัวข้า”หญิงสาวยิ้มกว้างสายตามองคันศรที่วางอยู่บนโต๊ะด้านหน้า
ครั้นวางแผนชีวิตตัวเองได้อย่างที่ตั้งใจแล้วก็คลายความกังวลลืมเื่หยางเสวี่ยเฟยจนหมดสิ้นแล้วนอนหลับอย่างมีความสุขจนกระทั้งเช้าวันต่อมา
“คุณหนู!”เสียงเมิ่งเซียงยังคงทำให้มู่หรงเซียวไม่อยากตื่นเหมือนเดิมพลางคิดในใจว่าคราวนี้ไม่น่าใช่คนผู้นั้นหรอกในเมื่อนางตัดขาดกับเขาไปแล้วป่านนี้คงดีใจะโโลดเต้นอยู่ที่จวนสกุลหยางโน่น
“…”
“คุณหนูเสิ่นมาเยี่ยมเ้าค่ะ”
ดวงตาสีทับทิมมองสาวใช้ตรงหน้านึกว่าหูแว่ว“เ้าบอกว่าใครมานะ”
“คุณหนูเสิ่นอวี้หลานมาเยี่ยมเ้าค่ะ”เมิ่งเซียงย้ำเสียงดังฟังชัดสายตามองไปที่ขาของเ้านาย“ยังเจ็บมากไหมเ้าคะ”
หญิงสาวยกขาขึ้นลงให้คนตรงหน้าดูแสบเล็กน้อยไม่ถึงตายแล้วยิ้มกว้างบอกให้นางช่วยแต่งตัวจะได้ไปพบเสิ่นอวี้หลานที่ศาลาในสวน
ก่อนหน้านั้นคุณหนูสกุลเสิ่นเพิ่งฟื้นไข้เพราะแช่น้ำเย็นค่ำคืนนั้นนานเกินไปนางมองคนที่นั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงแล้วเอ่ยว่า“ท่านพี่เสวี่ยเฟยสีหน้าของท่านอิดโรยเช่นนี้ได้นอนพักผ่อนบ้างหรือไม่”
“เ้าไม่ต้องห่วงข้าหรอก”น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยตอบพลางถามด้วยความเป็ห่วง“ร่างกายเป็อย่างไรบ้าง”
ครั้นพูดคุยถามไถ่ไปพักหนึ่งเสิ่นอวี้หลานก็ดุคนเป็พี่ชายว่า“เหตุใดท่านพี่จึงทำเช่นนั้น”
“…”
“ข้าบอกท่านแล้วว่าคืนนั้นคุณหนูสกุลมู่มาช่วยข้าถึงข้าจะบอกท่านไม่ได้ว่าผู้ใดเป็คนรังแกข้าแต่เฮ้อ…ท่านพี่ต้องรีบไปขอโทษนาง”เสิ่นอวี้หลานขยับตัวคิดลุกขึ้นไปแต่งตัวแล้วจัดเตรียมสมุนไพรไปขอโทษบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ที่ทำให้ถูกลงโทษ
“เ้าจะไปไหน”
“จวนสกุลมู่เ้าค่ะ”นางตอบด้วยสีหน้ากังวล
“แต่เ้าเพิ่งฟื้นเอาไว้ให้หายดีก่อนค่อยไปไม่ได้หรือ”ชายหนุ่มเป็ห่วงกลัวว่านางจะล้มพับไปอีก
“ท่านพี่เสวี่ยเฟยข้าได้ยินมาว่าแม่ทัพใหญ่กับฮูหยินไม่อยู่จวนหลายวันคุณหนูมู่คงอยู่เพียงลำพังถูกลงโทษด้วยหวายสิบไม้น่าจะเจ็บมากนักต้องรีบรักษาก่อนอาการทรุดทั้งยังต้องระวังไม่ให้เกิดแผลเป็อีกด้วย”หญิงสาวพูดตามความชำนาญเพราะสืบทอดวิชาการแพทย์จากบิดาที่ล่วงลับไปแล้ว
“นางไม่เป็อันใดมากหรอก”เขาเอ่ยเช่นนั้นเพราะคิดว่าอาการของมู่หรงเซียวไม่ได้หนักหนาสิ่งที่เขาเห็นอาจเป็แค่การหลอกลวงของนางทำให้เขารู้สึกผิดที่ทูลเื่นี้อีกทั้งองค์หญิงคงไม่คิดทำอะไรบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ให้วุ่นวายกระมังเพราะใครๆ ต่างก็รู้ว่าเขารักบุตรสาวเพียงคนเดียวของตนมากแค่ไหน
หากรู้ว่านางาเ็รุนแรงอย่างที่อีกฝ่ายบอกอาจถึงขั้นยกทัพปิดล้อมเมืองหลวงกดดันให้ฮ่องเต้ลงโทษองค์หญิงก็เป็ได้
“เหตุใดจึงใจร้ายกับนางนัก”เสิ่นอวี้หลานถามด้วยความสงสัย
“ข้าไม่ได้ใจร้ายกับนางเสียหน่อย”
“เฮ้อ…นางอาจจะไม่ชอบหน้าข้าทั้งยังเคยกระทบกระทั่งกันแต่ว่าเื่ใดที่นางไม่ได้ทำท่านจะกล่าวโทษนางไม่ได้”
“แต่…”
“หากท่านไม่ไปกับข้าข้าไปคนเดียวก็ได้เ้าค่ะ”หญิงสาวมองคนตรงหน้าไม่วางตาแล้วเดินนำโดยไม่รอ
ครั้นมาถึงจวนสกุลมู่บุตรสาวเ้าของจวนจึงอนุญาตให้เข้ามาเยี่ยมถึงในเรือนเพราะี้เีเดินกะเผลกไปต้อนรับดวงตาสีทับทิมไม่ยอมมองว่าใครบางคนตามหลังเสิ่นอวี้หลานมาด้วยทำราวกับเขาไม่มีตัวตนเสียอย่างนั้น
“คุณหนูมู่ข้าขอดูาแได้หรือไม่เ้าคะ”
“หากมาเพราะเื่นี้อย่าได้เป็กังวลเลย”มู่หรงเซียวส่ายหน้าไม่ยอมให้นางดูแผลรู้ว่าคนตรงหน้าเป็หมอยาที่เก่งกาจแต่ไม่อยากข้องเกี่ยวกับพวกเขาอีกแล้ว
“ข้าต้องขอโทษแทนท่านพี่ด้วยไม่นึกว่าจะเข้าใจผิดไปมากเพียงนั้นหลังจากรักษาคุณหนูเรียบร้อยแล้วข้าจะไปพบองค์หญิงเพื่อแก้ไขเื่เหล่านี้เ้าค่ะ”เสิ่นอวี้หลานรู้สึกผิดยิ่งนักสายตามองคนตรงหน้าไม่วางตาจนมู่หรงเซียวรู้สึกได้ว่าสมแล้วที่เป็นางเอกของเื่นิสัยดี อ่อนโยน ใครเล่าจะไม่หลงรักหากข้าดื้อดึงไม่ยอมให้เ้ารักษาเื่วันนี้คงไม่จบลงง่ายๆ สินะ
“อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บเลยข้าไม่อยากวุ่นวายเพราะเื่ไม่เป็เื่”สีหน้าหญิงสาวดูฉุนเฉียวเล็กน้อยตามประสานางร้ายนางกล่าวกับเสิ่นอวี้หลานยืนยันว่าไม่้าสิ่งใดจากอีกฝ่ายหากเป็ไปได้ก็แยกย้ายไม่ต้องพบกันอีกจะดีกว่า
สุดท้ายแล้วมู่หรงเซียวก็ทนการรบเร้าของนางเอกแสนดีไม่ไหวยอมให้หมอยารักษาแต่โดยดีทันทีที่เห็นาแเสิ่นอวี้หลานทำหน้านิ่วมองชายหนุ่มที่ยืนตะลึงงัน
“ท่านพี่จะไม่พูดอะไรสักหน่อยหรือ”หมอหญิงถามเสียงเข้ม“เห็นหรือไม่ว่าเกิดอันใดขึ้นกับนาง”
มู่หรงเซียวได้ยินเช่นนั้นไม่อยากได้ยินเสียงหยางเสวี่ยเฟยจึงพูดตัดบท“คุณหนูเสิ่นอย่ารบเร้าคนผู้นั้นนักเลยเ้าเองรีบรักษาข้าแล้วกลับไปได้หรือไม่เราสองคนใช่ว่าสนิทสนมกันเสียเมื่อไหร่”
คนได้ฟังถอนหายใจแล้วลงมือรักษาาแด้วยความตั้งใจคิดว่าอย่างน้อยจะดูแลนางจนกว่าจะหายดีเพื่อไถ่โทษแทนใครบางคน
ทว่าหลังจากนั้นหยางเสวี่ยเฟยตามเสิ่นอวี้หลานมาที่จวนสกุลมู่ทุกครั้งแต่ไม่อาจปริปากพูดสิ่งใดกับเ้าของเรือนได้เพราะนางมักเมินหน้าหนีทำทีไม่รู้จักเขาเสียอย่างนั้น
ในใจของเขากำลังสับสนอย่างหนักว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็การเสแสร้งของนางหรือไม่จนกระทั่งได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้ติดตามคนสกุลมู่อย่างใกล้ชิดเพราะได้ข่าวมาว่าพวกเขากำลังสะสมกองกำลังเพื่อกระทำบางอย่าง
หากเป็ไปได้ให้จับตาดูบุตรสาวเพียงคนเดียวแล้วทำให้นางกลายเป็หลักประกันเพื่อที่แม่ทัพใหญ่จะไม่กล้าลงมือทำอันใดที่เสี่ยงต่อชีวิตของนาง