ตอนที่ 5


ท่ามกลางูเาที่เรียงตัวกันอย่างสลับซับซ้อนยังมีตลาดคนเดินวันอาทิตย์ให้หนุ่มสาวชาวบ้านในอำเภอแห่งนี้ได้เดินเล่นชมวิวทิวทัศน์และซื้ออาหารทานกัน ถือเป็การผ่อนคลายหลังจากที่ทำงานเหนื่อยมาทั้งสัปดาห์
“เสื้อผ้าไหมคะ เสื้อผ้าไหมคะ สวย ๆ ทั้งนั้นเลยนะคะ”
เ้าของน้ำเสียงหวานแหบเสน่ห์กำลังขายของกระจุกกระจิกอยู่ ส่วนใหญ่เป็เสื้อผ้า รองลงมาคือกระเป๋า รองเท้า น้ำหอม และเครื่องประดับชิ้นเล็ก ๆ อย่างต่างหูกับสร้อยคอ แม้สินค้าทุกชิ้นจะเป็มือสอง ทว่าแม่ค้าคนนี้ก็ขายได้กำไรดีเพราะเธอหน้าตาดีแถมยังพูดจาไพเราะน่าฟัง
น้ำผึ้งนั่งบนเก้าอี้เตี้ยเล็ก ๆ เธอปูเสื่อน้ำมันบนพื้นถนนเพื่อวางของขาย ส่วนพวกเสื้อผ้าก็แขวนไว้บนราวตากขนาดกะทัดรัดที่ตั้งขนาบทั้งสองฝั่ง จัดรองเท้าบนเสื่อได้สักพักก็ได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งเรียก เธอจึงรีบเงยหน้าขึ้นมองเพราะคิดว่าเป็ลูกค้า
“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ เชิญดูก่อนได้นะคะ”
คนเป็แม่ค้ายิ้มกว้างต้อนรับลูกค้าอย่างเป็มิตร หารู้ไม่ว่าลูกค้าตรงหน้าสติล่องลอยไปไกลั้แ่เห็นแม่ค้าจากระยะไกลแล้ว ชายหนุ่มตกอยู่ในภวังค์กระทั่งแม่ค้าจำต้องเพิ่มเสียงให้ดังเพื่อเรียกสติเขา เขาคิดว่าหากตอนนี้เป็เวลากลางคืน เธอที่อยู่ตรงหน้าก็คงจะเป็ดวงดาว หากตอนนี้เป็เวลากลางวัน เธอก็คงจะเป็ดวงอาทิตย์ในยามเช้า...ทั้งสดใสและเต็มไปด้วยแสงออร่า
“นี่เธอ~ มาขายของคนเดียวเหรอ~”
“ใช่ค่ะ”
หญิงสาวตอบคำถามอย่างไวโดยไม่ได้คิดอะไร
“แล้วแฟนล่ะ”
“ไม่มีค่ะ”
หญิงสาวตอบพร้อมส่ายหน้า ในใจนึกตงิด ๆ ว่าลูกค้าจะมาถามหาเื่แฟนทำไม
“เธออายุเท่าไรเหรอ”
“เอ่อ...22 ค่ะ”
สีหน้าของหญิงสาวดูไม่ค่อยดีเท่าไร เห็นได้ชัดว่าเริ่มไม่อยากตอบคำถามส่วนตัว ทว่าเธอก็ทำได้เพียงยิ้มกลบเกลื่อนเพราะกลัวจะเสียลูกค้า แต่เป็ยิ้มเจื่อน ๆ ด้วยเป็คนเก็บอาการไม่เก่ง
“เฮ้ย! เท่าเราเลย งั้น...เราขอช่องทางการติดต่อหน่อยได้ไหม...เผื่อถามหาของแรร์ที่จะเอามาขายไง เราจะได้จองไว้ก่อนแล้วเธอก็เอามาให้เราที่นี่”
“เอ่อออ...ก็ได้ค่ะ สักครู่นะคะ”
ใจจริงเธอก็ไม่อยากให้ แต่เห็นว่าเป็ลูกค้าและเห็นแก่เงินจึงหยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะเปิดชื่อแอ็กเคานต์ให้ลูกค้าดู
“ชื่อน้ำผึ้งเหรอครับ”
ชื่อแอ็กเคานต์เด่นหราอยู่บนหน้าจอสมาร์ตโฟน
“ใช่ค่ะ”
“เราชื่อตะวันนะ เป็...เป็คนงานของไร่ภูตะวัน”
เกรงว่าหากบอกว่าเป็ลูกชายของพ่อเลี้ยงพิภพแล้วสาวตรงหน้าจะไม่กล้ารับเป็เพื่อน
“อ๋อ~ ไร่ภูตะวันนี่เอง เอ้อคุณ! สตรอว์เบอร์รีที่ไร่ของเ้านายคุณอร่อยมากเลยนะ ฉันเพิ่งได้ลองชิมน่ะ”
พอเป็รุ่นราวคราวเดียวกันจึงไม่แปลกที่ทั้งน้ำผึ้งและตะวันจะคุยกันถูกคอ
“มีองุ่นกับแอปเปิลด้วยนะ ไร่เรา...ไร่เ้านายของเราปลูกผลไม้สามอย่างน่ะ”
“จริงเหรอ! ฉันชอบกินองุ่นมาก ๆ เลย แอปเปิลก็ด้วย เดี๋ยววันหลังฉันจะแวะไปอุดหนุนนะ”
“นี่ไง! เดี๋ยวเรารับหิ้วผลไม้มาให้เธอ แลกกับการที่เธอต้องเก็บของแรร์ไว้ให้เรา ดีไหม ๆ”
“โธ่! ฉันก็นึกว่าคุณจะใช้สิทธิ์ลดแลกแจกแถมสำหรับพนักงานซื้อให้ฉันฟรี ๆ ซะอีก ฮ่า ๆ”
“ได้นะ เราซื้อให้เธอฟรี ๆ ก็ได้ มากกว่า 2 กิโลยังได้เลย”
ตะวันรู้ดีว่าน้ำผึ้งหยอกเล่น แต่ที่เขาบอกว่าจะนำผลไม้ในไร่มาให้ฟรีและมากกว่าปริมาณที่น้ำผึ้ง้านั้นเขาไม่ได้พูดเล่น ใจจริงตะวันอยากตอบว่าให้ฟรีทั้งไร่ก็ย่อมได้ แต่มันจะดูเวอร์ไปเพราะตอนนี้ผู้หญิงตรงหน้ารู้จักเขาในฐานะคนงานของไร่ตัวเองเท่านั้น
“ล้อเล่นน่า~ งั้นฉันเอาผลไม้ทั้งสามอย่างเลย อย่างละ 2 กิโล”
“เธอมีเพื่อนที่นี่เยอะไหม”
“มีอยู่ แต่ก็มีนับคนได้”
“งั้น...เรามาเป็เพื่อนกันไหม” แม้ตะวันจะอยากขอเป็แฟนให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็คงเร็วไป
“...ได้สิ มีเพื่อนผู้ชายบ้างก็ดีเหมือนกัน ส่วนมากฉันมีแต่เพื่อนผู้หญิงกับเพื่อนสาว”
น้ำผึ้งหยุดคิดชั่วครู่ ไม่นานก็ตอบตกลง ที่หยุดคิดเพราะเธอมัวแต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่ามันเร็วเกินไปหรือเปล่า เพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียวก็จะตกลงเป็เพื่อนกับเขาเลยหรือ และอีกคำถามคือเธอเชื่อใจคนอื่นง่ายเกินไปหรือเปล่า สุดท้ายเ้าตัวก็ตัดสินใจตอบตกลงเพราะชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันตรงหน้าก็ดูไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จะผูกมิตรไว้ก็ไม่เสียหาย
“เราเป็เพื่อนกันแล้วเนอะ เราอยากให้เธอเรียกเราว่าตะวัน แล้วเราจะเรียกเธอว่าน้ำผึ้ง...ได้ไหม”
“ได้สิ! ตะวัน”
เมื่อตกลงเป็เพื่อนกันแล้ว ตะวันก็อาสาอยู่ช่วยน้ำผึ้งขายของ ชายหนุ่มเป็คนฉลาดพูด เขารู้ว่าต้องพูดอย่างไรลูกค้าถึงจะเข้าร้าน จึงเป็เหตุให้วันนี้ของกระจุกกระจิกทุกชนิดที่น้ำผึ้งรับมาขายหมดเกลี้ยง เ้าของร้านยิ้มอย่างดีใจเพราะเปิดร้านวันแรกก็ขายดีเป็เทน้ำเทท่า
“แหม~ ยิ้มไม่หุบเชียวนะ”
“ขอบใจตะวันมากนะ เป็เพราะตะวันช่วยเราขาย ของเราก็เลยหมดไว”
“ใช่ซะที่ไหน ไม่ใช่เพราะเราคนเดียวหรอก เพราะน้ำผึ้งเลือกสินค้ามาดีต่างหาก ลูกค้าก็เลยชอบใจ”
“แหม~ ถ่อมตัวจังเลยน้า~ แต่ยังไงก็ขอบใจนะ เดี๋ยววันอาทิตย์หน้าเราลอกวิธีของตะวันมาใช้บ้าง เผื่อขายของอยู่ดี ๆ แล้วรวย ฮ่า ๆ”
“ลอกได้แต่มีค่าลิขสิทธิ์นะคร้าบเพื่อน ฮ่า ๆ ๆ”
“ฮ่า ๆ ๆ ตะวันนี่อารมณ์ดีจังเลยเนอะ น้ำผึ้งอยากมีเพื่อนตลก ๆ แบบนี้อีกหลาย ๆ คนจัง”
วินาทีที่ได้ยินแบบนั้นตะวันก็อยากเกิดเป็เทพเซียนอะไรสักอย่างทันทีเลย เขาอยากแยกร่างได้ อยากให้เพื่อนที่มีอารมณ์ขันทุกคนของน้ำผึ้งมีใบหน้าเหมือนกันกับเขา
หลังจากที่ตะวันช่วยเพื่อนใหม่เก็บของเรียบร้อยแล้ว เขาก็อาสาไปส่งน้ำผึ้งที่บ้าน แต่เธอปฏิเสธ บอกว่าเอารถเครื่องมา ต้องขี่รถเครื่องกลับ พอตะวันบอกว่าจะขับรถยนต์ตามรถเครื่องไปส่ง น้ำผึ้งก็ส่ายหัวไม่ยอมท่าเดียว เหตุการณ์จึงจบลงที่ทั้งคู่แยกย้ายกันกลับบ้าน
:
:
กว่าแม่ค้าดวงเฮงจะกลับถึงหมู่บ้านของตนก็จวนจะหนึ่งทุ่มแล้ว
“อ้าว! หลานกลับแล้ว มานี่ก่อนมา อามีข่าวดีมาบอก”
น้ำผึ้งยังไม่ทันได้เดินถึงบ้านของตนเองดี อาพรของเธอก็มาเบรกไว้ก่อนจะจูงมือหลานสาวเข้าบ้านของตนเองไป ปล่อยให้พันเอกนั่งรอลูกสาวอยู่หน้าบ้านอย่างใจจดใจจ่อ
“มีอะไรคะอาพร ดึกป่านนี้แล้วยังไม่เข้านอนอีกเหรอคะ เดี๋ยวก็ตื่นไปทำงานสายหรอก”
เมื่อตามพรเข้าไปนั่งในบ้าน น้ำผึ้งก็รัวคำถามใส่ผู้เป็อาทันที ทำเอาคนปากไวอย่างพรตอบไม่ทันกันเลยทีเดียว
“ใจเย็น ๆ ลูก ใจเย็น ๆ นะ นั่งก่อนนะ ทำงานมาเหนื่อย ๆ เดี๋ยวอาไปเอาน้ำเย็นมาให้”
ฝั่งหลานสาวเมื่อเห็นท่าทีของอาตัวเองเปลี่ยนไป...ดูอารมณ์ดีเป็พิเศษก็แปลกใจ แต่ก็ปล่อยไปเพราะคิดว่าอาพรของเธออาจจะถูกหวยมาก็ได้
“น้ำเย็น ๆ มาแล้วจ้ะ ดื่มก่อนนะจะได้สดชื่น”
“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่อาพรมีข่าวดีอะไรคะ”
น้ำผึ้งดื่มน้ำจนหมดแก้วด้วยกระหายน้ำมาั้แ่ตอนนั่งขายของแล้ว แต่เพราะว่าอยากขายให้หมดไว ๆ จะได้รีบกลับบ้านมาดูพ่อ หญิงสาวจึงลืมกินข้าวกินปลา น้ำท่าก็เพิ่งจะได้แตะตอนนี้นี่แหละ
“เ้านายเขารับผึ้งเข้าทำงานแล้ว ตำแหน่งเลขาฯ ส่วนตัวน่ะ”
“จริงเหรอคะ!”
น้ำผึ้งฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ แววตาเป็ประกายเมื่อรู้ว่าจะได้งานประจำ จะได้รีบนำเงินไปปลดหนี้ของพ่อให้เบาลงบ้างเพราะเมื่อวานเ้าหนี้ก็ส่งเ้าหน้าที่เร่งรัดหนี้สินมาที่บ้านอีกแล้ว
“จริงสิ”
“แต่ตำแหน่งเลขาฯ นี่ต้องคนที่จบป.ตรีแล้วไม่ใช่เหรอคะถึงจะสมัครได้”
“หืม~ ไม่จำเป็หรอกน่า เอาเป็ว่าพรุ่งนี้หลานเข้าไปที่ไร่พร้อมอานะ เดี๋ยวอาพาไปกรอกใบสมัคร”
“ที่จริงฉันไปเองก็ได้นะคะอา อาบอกทางฉันไว้ก็ได้ ถ้าหลงทางก็ค่อยถามคนงานในไร่เอา”
“จะทำแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ อาเป็คนฝากหลานเข้า อาก็ต้องพาไปส่งสิ”
“เข้าใจแล้วค่ะ แล้วต้องแต่งตัวยังไงเหรอคะ”
“นี่แหละเหตุผลที่อาต้องพาหนูเข้ามาในบ้าน หลานต้องขัดผิวให้ผ่องเป็ยองใยนะ เสร็จแล้วเดี๋ยวอาพาไปเลือกชุดสวย ๆ ของลูกสาวอา”
“ทำไมต้องขัดผิวด้วยคะ แล้วทำไมต้องใส่ชุดสวย ๆ ด้วยในเมื่อเ้านายก็ทำงานอยู่แค่ในไร่”
“สงสัยเยอะจริงนะหลานคนนี้ เอาล่ะ อาจะบอกให้เป็ความรู้ติดตัวนะ คนเป็เลขาฯ น่ะต้องแต่งตัวสวย ๆ เพื่อไม่ให้เ้านายอายใคร ไม่ให้ใครมาครหานินทาเ้านายได้ หากภาพลักษณ์เลขาฯ ไม่ดี เ้านายก็จะพลอยเสื่อมเสียไปด้วย อีกอย่างการที่เรามีภาพลักษณ์ที่ดีมันก็เป็ผลดีต่อทั้งตัวเราและเ้านาย มันคือการให้เกียรติทั้งตัวเราเอง ให้เกียรติเ้านาย แล้วก็ให้เกียรติคู่ค้าที่มาเจรจาซื้อขายผลไม้ด้วย หลานเข้าใจหรือยัง”
หลังจากที่อธิบายเื่ดังกล่าวอย่างยืดยาว หลานสาวก็ผงกหัวหงึก ๆ
“เข้าใจแล้วค่ะ แต่ฉันอยู่ขัดผิวกับเลือกชุดได้ไม่นานนะอา ต้องกลับถึงบ้านก่อนสี่ทุ่ม”
“โอเคจ้ะ เวลาเหลือเฟือ ไป ๆ เราไปขัดสีฉวีวรรณกัน เดี๋ยวอาจัดการให้เอง หลานอยู่เฉย ๆ ก็พอ”
“ขอบคุณนะคะ อาพรดีกับฉันจัง”
“อ้าว! ก็แหงสิ! ก็เราเป็หลานอาทั้งคนนี่นา”
น้ำผึ้งตามผู้เป็อาเข้าไปยังพื้นที่ที่พรนับพันจัดเตรียมไว้สำหรับขัดผิวให้เด็ก ๆ ที่จะถูกส่งไปปรนนิบัติเสี่ยเ้าของสวนไร่ผลไม้ในโซนเชียงใหม่ บางคนก็ไปเป็บ้านน้อยเขา แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาบ้านใหญ่ตบตีบ้านน้อยเพราะทุกฝ่ายตกลงกันดีแล้ว บางคนวาสนาดีเจอเศรษฐีหนุ่มโสดก็ได้ตบแต่งกันอย่างถูกกฎหมายและถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณี
พรลงมือขัดผิวให้น้ำผึ้งไปก็ภาวนาไปด้วยว่าขอให้หลานโชคดี ให้หลานเป็ที่เอ็นดูของพ่อเลี้ยงภูผา ตนที่เป็อาจะได้สบายไปด้วย
ฟินรวดเดียวจบ เชิญเลือกตำebookกันได้เลยจ้า ????
MEB????
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNTE3MTIwNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjIxMTQwOCI7fQ
ปิ่นโต????
https://pintobook.com/ebooks/64cab3b7805698fec56d25f9
เด็กดี ????
https://dekd.co/w/e/8921
Arn book ????
https://arnbook.com/sweet-honey-%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%89%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81-2
นายอินทร์ ????
http://writer.naiin.com/Book/Edit/13717