ณ ทวีปวายุั เมือง ทุ่งสีคราม
“ชินหลง!! ชินหลงเอ่ยเ้าอยู่ไหนมาหาปู่หน่อยเร็ว” เสียงชายชราดังออกมาจากตึก
“ปู่มีอะไรหรือครับ” เสียงเด็กหนุ่มอายุ 13 ปี วิ่งเข้ามาในตึก เด็กคนนี้รูปร่างผอมสูง ไม่มีกรามเนื้อดูช่างเป็คนที่ไม่ค่อยมีเรียวแรงผมสีดำ ตาสีฟ้าที่คนเผลอจ้องย่อมตกเสน่ห์ให้กับดวงตาคู่นี้เป็แน่
“อ่าเ้าไปไหนมารึ” ชายชราผู้นี้เอยถามชินหลัง นามของชายชราผู้นี้ชื่อว่า ชินเจี้ยนเหวย
“ข้ากำลังฝึกกำลังปราณ สวนหน้าตึกนี้เองท่านปู่ข้าััได้ว่าข้ากำลังจะขึ้นไประดับ ปราณฝึกหัดขั้น 2 ได้แล้ว” ชินหลงตอบพร้อมกับทำเสียงตื่นเต้น
“อ่างั้นรึ ฮ่าๆๆๆๆๆ” ชินเจี้ยนเหวยหัวเราะด้วยความเอ็นดู “เยี่ยมๆปราณของเ้าต้องไปในระดับที่สูงกว่าผู้ไดในแดนทุ่งสีครามนี้แน่นอนฮ่าๆๆๆๆๆ”
ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ชายชราผู้นี้ก็รู้ดีว่าการฝึกปราณของชินหลงนั้นไม่ก้าวหน้าเลยตามปกติแล้วในดินแดนวายุันี้คนทั่วไปจะเริ่มฝึกปราณั้แ่ 7-8 ขวบ และเข้าสู่ปราณฝึกหัดขั้น1 ประมาณอายุ 9-10 ขวบ และอายุ 13 นี้ก็จะมีปราณฝึกหัดที่ ขั้น 3 หรือ 4 เป็อย่างน้อยแต่ถ้าไปถึงระดับ 7-8 ก็ จะเรียกได้ว่าเป็อัจฉริยะเลยทีเดียว แต่ว่าปราณของชินหลงนั้นแม้จะเข้าสู่ปราณฝึกหัดั้แ่อายุ 8 ขวบ แม้มีการฝึกฝนมาตลอดแต่บัดนี้ อายุ 13 ปีก็ยังอยู่ขั้น 1 เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงและไม่มีท่าทีว่าจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ้งชินเจี้ยนเหวยเองที่เป็แพทประจำตระกูลเหวยที่ถูกเรียกว่าแพทที่เก่งที่สุดในเมืองทุ่งสีครามก็ยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมเส้นลมปราณหรือเส้นชีพจรตรงไหนของชินหลงนั้นมีปัญหาเพราะร่างกายของเด็กหนุ่มก็ปกติดีทุ่งอย่าง เมือขั้นลมปราณไม่เพิ่มก็ทำให้ชินหลงนั้นมีร่างกายอ่อนแอกว่าเด็กอายุเท่ากันอย่างมาก
“ว่าแต่ท่านปู่มีอะไรอย่างนั้นหรือ”ชินหลงถาม
“อ่า ใช่ๆ ข้าจะให้เ้าไปเอาหญ้าครามมา5 กรัม เม็ดข้าวใต้ตะวัน 2 กรัม แล้วก็น้ำโอสถสีมรกตอีก 1ขวด ในห้องเก็บยาให้ปู่หน่อยปู่จะเอามาทำยาให้พี่ชินหยางซี ของเ้ากิน นางกำลังจะสอบเลื่อนขั้นในวันมะรืนนี้ต้องหายาทำให้ร่างกายนางปลอดโปร่งจะได้มีสมาธิในการสอบยังไงหละ”เจี้ยนเหวยตอบพร้อมกับทำยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยนให้ชินหลง
“อ่า ข้าจะรีบไปเอามาให้ท่านเดียวนี้แหละท่านปู่”ชินหลงกล่าวพร้อมกับรีบวิ่งออกไป
“เฮ้อ ทำไม์ช่างเล่นตลกกับเด็กคนนี้เหลือเกิน”เจี้ยนเหวยถอนหายใจพร้อมกับเดินไปที่หม้อต้มยาเพื่อเตรียมยา
โดยปกติแล้วเด็กทั่วไปจะได้เข้าเรียนที่โรงเรียนฝึกยุทธประจำหมู่บ้านหรือเมืองตอนอายุ13 ปี แต่ว่าชินหลงนั้นเนื่องจากเป็เด็กกำพร้าที่ ชินเจี้ยนเหวยเก็บมาเลี้ยงั้แ่อายุยังไม่ถึงขวบเพราะไม่ได้เป็คนของตระกูลชินโดยตรง แค่ใช้นามสกุลชินเท่านั้น ตระกูลจึงไม่ให้สิทธิให้ชินหลงเข้าไปเรียนในโรงเรียนอีกทั้งพลังปราณที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยยิ่งทำให้ตระกูลไม่อย่างส่งเสียค่าเรียนไปเปล่าๆแม้ตัวเจี้ยนเหวยจะเป็คนออกค่าเล่าเรียนให้เองทางตระกูลก็ไม่อนุญาติชายชราจึงได้สอนวิชาแพทให้มันแทน
ห้องเก็บยาและสมุนไพร ตระกูลชิน
“เอ๋ หญ้าครามหมดงั้นหรือสงสัยต้องไปเก็บที่สวนแล้วหละเห้อ เอาหละอย่างน้อยก็ยังมี โอสถสีมรกต กับ เม็ดข้าวใต้ตะวันโอสถ 1 ขวด เม็ดข้าวใต้ตะวัน 2 กรัม เอาหละครบแล้ว” ชายหนุ่มหยิบวัตถุดิบตามที่ปู่บอกลงใส่ถุงผ้าก่อนจะเดินออกจากห้องเก็บยา
ผั่ว!!! โครม!!!
เสียงชินหลง ล้มลงไปนอนกับพื้น
“โอ้ยๆๆๆ เจ็บๆๆๆ” ชินหลงครางพร้อมกับเอามือลูบหลัง และเมื่อกำลังจะพยายามจะลุกขึ้นมา
ตุบ!!
“เหอะโดนเตะนิดๆหน่อยก็ล้มซะแล้ว ว่าแต่เ้าหนูชินหลงมาแอบหาอะไรกินในห้องเก็บยารึไงห๊ะ”เสียงเด็กหนุ่มอายุ 15 ปี พูดพร้อมกับเหยียบไปที่หลังของชินหลงไม่ให้ลุกขึ้นมา
“โอ้ย!!! อ่าเป็ท่านพี่หวังมู่นี้เองข้าแค่มาเอายาให้ท่านปู่เท่านั้นเองข้าไม่ได้มาแอบกินอะไรเลยนะ” ชินหลงพูดขณะที่โดนเหยียบหลังนอนติดพื้นอยู่
“ใครเป็พี่แกห๊ะ เ้าเด็กกำพร้าข้าไม่เคยมีน้องแบบแก แกต้องเรียกข้าว่านายท่านเข้าใจไหม” หวังมู่พูดพร้อมกับเตะไปที่ท้องของชินหลงเต็มแรง
ตุบ ตุบ
“ข้า....ทราบ....แล้ว.....นายท่านอย่าทำร้ายข้าเลย ข้าต้องรีบเอายาไปให้ท่านปู่” ชินหลงกัดฟันสะกดความเจ็บพร้อมกับตอบออกมาอย่างยากลำบาก
“เหอะแค่ตาแก่นั้นเก็บเ้ามาเลี้ยงก็คิดจะเดินไปไหนมาไหนในตระกูลได้ตามใจชอบอย่างนั้นเรอะขยะ อย่างแกนี้มันทำตระกูลเราเสียชื่อเสียงจริงๆ เห็นแกแล้วเสียอารมณ์จริงๆ”หวังมู่พูดพร้อมกับทำสีหน้าสมเพชใส่ชินหลงพร้อมกับเตะฝุ่นใส่ชินหลง
พลั่ว!!!
หวังมู่เตะเข้าไปที่หน้าของชินหลงหนึ่งครั้งก่อนเดินจากไป“จำไว้นี้คือบทลงโทษที่มาเรียกข้าว่าพี่ -ข้ารึจะไปมีน้องเป็ขยะปราณฝึกหัดขั้น 1 อย่างแก”
ชินหลงนอนตัวสั่นอยู่อยู่เกือบ 15 นาทีก่อนจะพยายามใช้มือดันพื้นลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก
“อ่า ขวดยายังไม่แตกเฮ้อ ต้องไปเก็บหญ้าครามที่สวนแล้วก่อนจะค่ำ”พูดจบชินหลง ก็เดินกุมท้องทางสวนของตระกูล