บทที่ 35 รักร้าย ยัยรุ่นน้อง
ในขณะที่มือเรียวบางของรุ่นพี่เธอถือวิสาสะเอื้อมมือไปลูบใล้ใบหน้า ของอีกคนที่นอนแน่นิ่งอยู่ข้างๆ ในสายตาของเธอ มิกกี้เป็นเด็กที่น่ารักคนหนึ่ง มันก็ไม่แปลกอะไรที่เธอเองจะรู้สึกเอ็นดู เด็กคนนี้ขึ้นมา ในใจก็ต้องคิดได้เพียงเท่านี้และ ในขณะที่มือยังลูบและวนเวียนอยู่บนผิวพรรณเนียนๆ นุ่มๆ ของเขาอยู่ เธอก็สะดุ้งตกใจไม่น้อยเมื่อได้ยินบางเสียงดังขึ้น
“คนเขาอุตส่าห์ใจดี เมาแล้วยังไม่ทำอะไร ถ้าเป็นคนอื่นนะ.....เมาหัวทิ่มแบบนี้คงไม่รอด ถึงจะเป็นผู้หญิงด้วยกันก็เถอะ”
เสียงเล็ดรอดออกจากริมฝีปากที่ขยับไปมาในขณะที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้ลืมตาสักนิดเดียว แต่กลับเอ่ยถ้อยคำออกมา เป็นใครถ้าได้ยินแบบนี้เข้า จะไม่ตกใจและละมือออกได้อย่างไรกัน
ความรู้สึกมันเหมือนกับว่า เธอเองกำลังไปล่วงเกินใบหน้าที่เขาถนุถนอมมันอยู่ แม้แต่ตัวของเธอเองที่เมาจนไม่ได้สติแท้ๆ เขาก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรที่ล่วงเธอเลยสักนิด ถึงจะรู้อยู่ว่าชอบผู้หญิงด้วยกันแท้ๆ
เป็นผู้หญิงจิตใจมันช่างอ่อนไหวง่ายเหลือเกิน มันชอบเอนเอียงไปตามอารมณ์เสมอ บางครั้งก็ยากที่จะควบคุม ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้สึกหวั่นไหว ใบหน้าคมขำของอีกคน จึงเปลี่ยนสีเป็นลูกตำลึง ในเมื่อสิ่งที่เธอกำลังคิดอยู่นั้นแม้จะเป็นเพียงแค่ความคิดในใจก็จริงอยู่ แต่สีหน้าและท่าทางที่แสดงออกมันก็ฟ้องชี้ชัดว่าเธอกำลังรู้สึกขะเขินคนที่นอนแน่นิ่งอยู่ข้างๆ ไม่น้อย
“ขอโทษนะ .........”
“ขอโทษอะไร?”
“ก็เมื่อกี้ที่พี่เผลอไปแตะหน้านะ .......รู้อยู่หรอกว่าหวงตัว แต่ก็ไม่คิดว่าจะหวงมากขนาดนี้?”
“ไม่ต้องขอโทษหรอก เพราะไม่ได้ผิดอะไรนิ.....และก็ไม่ได้หวงตัวหรอกนะ เต็มใจด้วยซ้ำ สมยอมด้วยนะ ถ้าจะ......บนรถตอนนี้ก็ยังได้เลยนะ เอาไหมล่ะ?”
“ทะลึ่งแล้วมิกกี้.....หืม.....” รุ่นพี่เริ่มเปลี่ยนเสียงเป็นโทนเข้มขึ้นมาทันที
“ใครกันที่เริ่มก่อน มิกกี้เปล่านะ รุ่นพี่เองต่างหาก 55555”
คนที่ทำหน้าดุใส่ จึงต้องพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองไว้และทำเป็นใจดีสู้เสือ เพราะตัวเธอก็เป็นคนเริ่มก่อนจริงๆ
“เอาล่ะ ถ้าซ่างเมาแล้ว ก็จะขับรถไปส่ง บอกที่อยู่บ้านพี่มา อ้าว....ไม่ได้ยินหรือไงกัน คนเขาพูดด้วยยังเงียบอีก......”
“อ่อ....พี่พักอยู่คอนโด ชื่อคอนโดก็ XXX”
“O K เข้าใจแล้ว”
สิ้นสุดเสียงตอบรับจากมิกกี้ เขาก็ต้องทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้องอีกครั้ง
“เฮ่ เฮ่....จะทำอะไรอีกล่ะ พี่ไม่ได้อยากเสียตัวบนรถนะ ไม่เอานะ ไม่เอา.....”
“จะกรีดร้องอะไรหนักหนา กินนกหวีดเป็นข้าวหรือไง? ไม่ได้คิดจะทำอะไรแบบนั้นสักหน่อย นั่งนิ่งเป็นตอทื่ออยู่อย่างนั้น ใครเขาจะมีอารมณ์? เอ๊ะอะๆ ก็กลัวแต่จะโดนลวนลาม ทำยังกะไม่เคย เฮ้ย.......”
เสียงถอนหายปนเสียงหัวเราะของมิกกี้
“นี่....หยุดเลยนะ ลามปามใหญ่แล้ว”
“ใครละเริ่มก่อน? ก็แค่จะคาดเข็มขัดให้ก็แค่นั้น ขับรถออกไปไม่คาดเข็มขัดแบบนี้ก็ซวยเลย?”
“อ๋อ......ที่แท้น้องหนูก็เป็นห่วงพี่นี้เอง ขอบใจนะในความหวังดี”
“นั้นไง คิดเข้าข้างตัวเองตลอด ป่าวเลย แค่คิดว่าถ้าขับออกไปแบบนี้ ขืนโดนตำรวจปรับเงินกันพอดี รู้ไหม? เงินยิ่งหายากอยู่ ถ้าอยู่ๆ มาเสียค่าปรับโดยใช่เหตุ มันก็น่าเสียดายนะ 555555”
คนพูดก็ยังจ้องมองที่ถนนยังไม่ได้ละสายตาไม่ไหน แม้เขาใบหน้าของเขารู้สึกจะพอใจจนต้องกลั้นเสียงหัวเราะไม่ไหว
“นิ นิ ........หยุดเลยนะ อีตะแค่เงินไม่กี่บาท ถ้าโดนปรับจริงๆ ก็ไม่เห็นต้องใช้เงินเธอเลยนิ เงินพี่ก็มี? เยอะด้วย?”
“เยอะแล้วไง? มันก็เงินคนอื่นปะ? และอีกอย่างนะกลัวเสียชื่อเสียงพ่อแม่ ถ้าใครเขารู้เข้า เสียภาพพจน์ลูกนักธุรกิจหมด พ่อแม่อุตส่าห์สร้างมันมา ชื่อเสียงจะดับลง ตอนรุ่นลูกนี้ก็คงไม่ไหวนะ 55555”
“โอ๊ยๆ ๆ ....ไม่เถียงด้วยแล้ว ซิ?”
รุ่นพี่ทำท่ากอดอกบึงตึงใส่คนข้างๆ ที่ยังขับรถอยู่
“พี่?”
“ไม่ต้องคิดจะมาง้อเลยไม่ทันแล้ว งอลอยู่เว้ย”
“อะไรของพี่อีกเนี่ย......ไม่ได้คิดอยากจะง้อ แค่อยากบอกว่าหิวน้ำ หยิบมาให้หน่อยอยู่เบาะหลัง?”
“เห้ย.......นี่มันมากไปแล้วนะ มิกกี้?”
“โวยวายอะไรอีก แค่หิวน้ำ หยิบมาให้ไม่ได้หรือไง คนเขาขับรถอยู่ เดี๋ยวก็พารถเข้าข้างทางกันพอดี เร็ว หิวน้ำๆ ๆ ๆ ........”
สีหน้าที่ยังบึงตึงถึงจะรู้สึกโกธรอยู่ เธอเองก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าไม่หยิบน้ำให้ก็คงไม่ได้อีก แอมมี่จึงกลั้นใจเอี้ยวมือไปเบาะหลังหยิบน้ำขึ้นมา และเธอก็ยื่นขวดน้ำให้อีกคนที่ร้องขอแบบเอาแต่ใจ
“โถ่.....พี่ ไม่เปิดฝาใครเขาจะกินได้เล่า เปิดขวดซิจ้า? เรื่องแค่นี้ยังต้องให้บอกแย่จริงๆ 5555”
“นี่.....โอเครๆ เห้ย.....ฉันนี่ซวยจริงๆ เลย”
ถึงปากจะบ่นอยู่แต่มือบางๆ ของเธอก็ฝืนใจหมุนฝาขวดน้ำออก เพื่อคนที่กำลังขับรถอยู่จะได้ดื่มมันเสียที
“เอ้า...เปิดให้แล้ว”
“โห....พี่ หลอดละหลอด เอาหลอดมาด้วยดิ ดื่มแบบนี้มันก็หกรดเสื้อผ้ากันพอดี รถมันเคลื่อนที่อยู่ตลอดนะ”
“เห้ย......มิกกี้ เยอะไปแล้วนะ พี่ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ เมื่อไหร่จะถึงคอนโดสักที? ขับมานานแล้วนะ”
“ก็เพราะพี่เป็นแบบนี้ไง ชักช้า แล้วยังจะมาบ่นอีก แค่น้ำขวดเดียวหยิบมาให้ตั้งนานก็จบๆ แต่นี้อะไรช้าอึดอาดยังกะเต๋า นิ 55555”
“อ้าวนี้.... หลอดได้มาแล้ว ดื่มได้สักที ซินะ?”
“ขอบคุณงับ”
มิกกี้ก็จับเอาขวดน้ำมาจากมือของเธอ แล้วเขาก็ดูดน้ำในขวดจากหลอดจนปากบุ๋มเป็นร่องที่แก้วสองข้าง
รุ่นพี่เอง เธอก็พึ่งจะหยุดสงครามกวนประสาทระหว่างเธอกับมิกกี้ลง แต่หางตาของเธอก็ยังเหลือบไปมองคนที่กวนประสาทอยู่ เธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างพอใจ มันเป็นความรู้สึกที่......อธิบายยากเนาะ
เวลาตกหลุมรักใครสักคน ความรู้สึกมันเป็นยังไงหรอ?
เพราะในชีวิตที่ผ่านมา ฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันคือความรัก?
หรือความหลงกันแน่?
ติดตามความรักร้ายๆ ของเธอและเขา
ในตอนต่อไปจ้า.....
เราจะอยู่ด้วยทุกวันในโลกจินตนาการและสุดท้ายนี้
รู้สึกยังไง
ได้โปรด...............บอกไรท์ที