บ่ายวันศุกร์ท่ามกลางแดดจ้าอันสดใส หวังเฟิ่งเทียน เด็กหนุ่มกำพร้าที่สามารถสอบชิงทุนเรียนคณะเกษตรศาสตร์และวิจัยพันธุ์พืชกำลังฮัมเพลงกับเหล่านักศึกษาั้แ่เริ่มเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองในแปลงวิจัยพันธุ์พืชในคณะของมหาวิทยาลัย. ในขณะที่เฟิ่งเทียนกำลังดึงโคนต้นถั่วเหลืองอยู่นั้น กลับเกิดอาการแน่นหน้าอก และหมดสติท่ามกลางความใของเพื่อนที่คณะ
ณ หมู่บ้านป่าหมอก
“โอ๊ยย หนาวเหลือเกิน ปวดหัวปวดตัว อะไรวะเนี่ย” เฟิ่งเทียนตื่นขึ้นมาด้วยความรวดร้าวไปทั้งร่างกาย แต่เมื่อเขาลืมตาขึ้นมานั้น พลันใกับสภาพแวดล้อมที่ตนเองพบเจอ หลังคาบ้านมุงฟาง มีรูส่องทะลุผ่านเห็นดวงจันทร์ส่องสว่าง
“นี่มันอะไรกันเนี่ย เรากำลังเก็บถั่วเหลืองอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมานอนมองจันทร์ในที่แบบนี้เนี่ย” เฟิ่งเทียนมองไปในความมืดควานมือเพื่อสำรวจสิ่งรอบข้างก็ถึงกับใที่มือของเขาไปัักับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กข้างกาย ทันใดนั้น
"โอ๊ยยยยย ปวดหัวโว๊ยยย….. "
ข้อมูลต่างๆของ หวังเฟิ่งเทียน ก็ปรากฏขึ้นมาราวกับเขื่อนแตก เขาจึงรับรู้ว่าตนเองนั้นได้เข้ามาแทนที่ร่างเดิมที่มีชื่อเหมือนตน เด็กน้อยหวังเฟิ่งเทียน อายุ12 หนาวที่หัวใจวายเหนื่องจากทำงานหนักเกินกำลังของตน ที่ต้องรับผิดชอบหาอาหารมาเลี้ยงดูน้องชายฝาแฝดวัย 6 หนาว แทนบิดามารดาที่ล่วงลับไป มารดานั้นชื่อหลินอวี้จิน ป่วยเป็ไข้หนาวตายไปเมื่อแฝดอายุได้ 2 หนาว ทิ้งให้สามี หวังหลงที่หอบลูกทั้งสามแยกบ้านออกมาจากบ้านเดิมที่มีอนุหลี่ มารดาเลี้ยงที่ใจดำรังแกไม่ยอมให้หวังหลงนำเงินไปซื้อยาให้ภรรยา แต่กลับริบเงินทั้งหมดไปให้ลูกชายของตนเองเพื่อเสพสุข บิดาก็หลงใหลเชื่อฟังอนุ หวังหลงจึงหอบลูกทั้งสามซึ่งตอนนั้นเฟิ่งเทียนอายุได้เพียงแปดหนาว ร่อนเร่มาถึงเมืองหลิง เข้ามาอาศัยยังหมู่บ้านป่าหมอก หัวหน้าหมู่บ้านเกิดความสงสารในชีวิตของสี่พ่อลูก จึงอนุญาตให้อาศัยอยู่ในบ้านร้างที่เ้าของบ้านฆ่าตัวตายยกครัวที่ติดชายป่า ซึ่งชาวบ้านไม่กล้าสัญจรผ่านมา
หวังหลงอาศัยเลี้ยงปากท้องด้วยการหาของป่าและล่าสัตว์ไปขาย จนสามารถซื้อที่บ้านร้างที่ตนอาศัยอยู่ได้ในพื้นที่ 5 หมู่ จนกระทั่งวันหนึ่ง หลงหวังได้รวมกลุ่มกับชายหนุ่มในหมู่บ้านเข้าไปล่าสัตว์เพื่อนำเนื้อมากักตุนในฤดูหนาว แต่ทว่า หลงหวังพลาดโดนหมีดำทำร้ายจนเสียชีวิต ชาวบ้านจึงช่วยกันนำร่างกลับมาทำพิธี ในขณะนั้นทั้งเฟิ่งเทียนและน้องๆต่างกอดกันร้องไห้ด้วยความเสียใจ ผู้ใหญ่บ้านจึงนำเงินส่วนแบ่งของหวังหลงในการล่าหมีจำนวน 2 ตำลึงเงิน ให้กับเฟิ่งเทียน ชาวบ้านป่าหมอกต่างเป็ครอบครัวยากจน ไม่มีใครสามารถที่จะรับเด็กทั้งสามไปดูแลได้ และเฟิ่งเทียนกับน้องๆก็ไม่มีวันที่จะไปขอความช่วยเหลือจากปู่ของตน
นับแต่นั้นผ่านมาปีกว่า เฟิ่งเทียนอายุได้เพียง12หนาวร่างกายผอมแห้ง อาศัยหาผักป่าขุดมันป่ามาเลี้ยงน้องประทังชีวิต ผ่านฤดูหนาวในปีที่แล้วด้วยความทรมาน ในปีนี้เหลืออีก 1 เดือนที่จะเข้าสู่ฤดูหนาว เขาจึงตั้งมั่นพยายามหาอาหารให้ได้มากที่สุดจึงทำงานหนักหาฟืนหาอาหารจนเกินกำลังของตนเอง และหัวใจวายในคืนนี้ที่ิญญาของเฟิ่งเทียน ชายหนุ่มศตวรรษที่ 21 เข้ามาแทนที่
“ทำไมชีวิตนายรันทดเยี่ยงนี้ เฟิ่งเทียน แล้วเราเข้ามาแทนที่ได้อย่างไร คงกลับไปที่เดิมไม่ได้แล้วสิเนี่ย”
“หวังเฟิ่งเทียน ในเมื่อฉันเข้ามาแทนที่นาย ก็ขอให้นายไปสู่สุขคติ อย่าเป็ห่วงน้องชายนายเลย ฉันสัญญาว่าจะดูแลน้องชายให้นายเอง” ในขณะนั้นเองสายลมเย็นพัดต้องผิวกายพร้อมกับเสียงแ่เบา
“ขอบคุณขอรับ...ข้าฝากน้องๆด้วย” เสียงแ่เบากระซิบข้างหูก่อนจางหายไป
“จ๊ากกกกกก….ผีหลอก!!" เฟิ่งเทียนตัวสั่นขดตัวกอดสองแฝดเพื่อความอุ่นใจ ข่มตานอนจนผลอยหลับไปในรุ่งสาง โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าจะมีของดีติดตัวข้ามมิติมาด้วย
[ระบบกล่องสุ่มกำลังเชื่อมต่อข้อมูลโฮสต์….เริ่มเชื่อมต่อ1%…..20%……80%……100%..สำเร็จ]