“ก็แม่เคยบอกว่าให้เราเร่งมือตั้งนานแล้วมัวแต่เล่นแง่อยู่ได้ผู้ชายดีพร้อมทุกอย่างอย่างนี้ผู้หญิงคนไหนก็อยากได้กันทั้งนั้น”
“นี่คุณแม่จะมาเป็ที่ปรึกษาให้หนูหรือว่าจะมาเป็ผู้ซ้ำเติมหนูกันแน่ค่ะ”
ชาลินีทำเสียงงอนต่อว่าผู้เป็แม่ทำให้นางชุติมาต้องเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้แล้วทำท่าใช้ความคิดหาทางช่วยบุตรสาวในการที่จะได้ธัชพงษ์และทรัพย์สมบัติของเขาอย่างจริงๆจังๆเสียที
“ก่อนอื่นเราต้องหาทางกำจัดนังเด็กนั้นออกไปให้พ้นบ้านนี้ให้ได้”
นางชุติมากล่าวออกมาหลังจากที่ใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“แล้วก็ต้องเป็โดยเร็วที่สุดด้วย”
ชาลินีกล่าวอย่างมุ่งมั่นพร้อมกับลุกขึ้นยืน
“แล้วนั้นลูกจะไปไหน”
นางชุติมารีบถามบุตรสาว
“ไปหาทางกำจัดนังบุญสิตาค่ะ”
ชาลินีกล่าวพร้อมกับเดินออกไป
หญิงสาวเดินอ้อมไปทางหลังบ้านซึ่งมีม้าหินอ่อนจัดตั้งวางไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่อันร่มรื่นที่พักผ่อนสุดโปรดของพวกคนใช้ในยามว่าง
“มีใครเห็นบุญสิตาบ้างไหม”
เธอส่งเสียงถามบรรดาคนใช้ที่นั่งจับกลุ่มอยู่ตรงนั้นหลายคน
“ดูเหมือนจะนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ริมสระว่ายน้ำโน้นแน่ะค่ะ”
สาวใช้คนหนึ่งหันมาตอบ
“แล้วพวกแกจะมานั่งจับกลุ่มสุ่มหัวอะไรกันอยู่ตรงนี้ไม่คิดจะทำงานทำการกันเลยหรือไง”
ชาลินีถือโอกาสต่อว่าสาวใช้กลุ่มนั้นอย่างจะแสดงอำนาจ
“พวกเราทำงานในหน้าที่เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”
สาวใช้ตอบ
“แล้วไป อย่าให้รู้นะว่าพวกแกทำงานได้ไม่คุ้มกับเงินเดือนที่จ่ายไปเพราะไม่งั้นฉันไม่เอาพวกแกไว้แน่”
ชาลินีค้อนควักก่อนหันหลังเดินไปทางสระว่ายน้ำท่ามกลางสายตาแสดงความหมั่นไส้ของพวกคนงานที่พากันจ้องมองตามไป
ที่ริมสระว่ายน้ำ บนเก้าอี้ผ้าใบใต้ต้นลีลาวดีที่กำลังออกดอกขาวสะพรั่งไปทั้งต้นมีร่างของบุญสิตานั่งอ่านหนังสืออยู่ตามที่กลุ่มสาวใช้ได้บอกมาจริงๆ
“สบายจริงนะหล่อนนี่ลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ในฐานะคนใช้”
ชาลินีถามเสียงขุ่นเมื่อเดินเข้าไปใกล้
“ดิฉันทำงานที่ป้าหอมมอบหมายให้จนเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”
บุญสิตาลดหนังสือลงก่อนหันมาตอบ
“ก็เลยมีเวลามานั่งวางท่าเป็คุณนายงั้นสิ”
ชาลินีทำเสียงเหยียดหยัน
“เวลาที่คนเราอ่านหนังสือแล้วไม่ว่าจะเป็เ้านายหรือว่าขี้ข้าก็มักจะมีท่าทางที่ไม่แตกต่างกันซักเท่าไหร่หรอกค่ะ”
“นี่แกไม่ต้องมาทำเป็ตีฝีปากกับฉันน่ะไป๊ ไปทำความสะอาดห้องน้ำให้ฉันเดี๋ยวนี้”
ชาลินีตวาดแหวอย่างเกรี้ยวกราด
“แต่ดิฉันได้ยินพี่สมจิตบอกว่าพึ่งทำความสะอาดห้องน้ำของคุณไปเมื่อวานเองนี่ค่ะ”
บุญสิตากล่าวออกไปตามที่ตนได้ยินมา
“จะทำไปเมื่อไหร่ก็ช่างแต่ฉันบอกให้แกไปทำ แกก็ต้องไปทำ หรือว่าแกอยากตกงานถ้าฉันเอาเื่ที่แกขัดคำสั่งฉันไปบอกกับพี่ธัชแกคิดหรือว่าแกจะยังมีโอกาสซุกหัวอยู่ที่นี่อีกต่อไป”
แม้จะไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวต่อคำขู่นั้นเท่าใดนักแต่เพราะคิดว่ามันคือหน้าที่ของคนใช้บุญสิตาจึงได้เก็บหนังสือ แล้วเดินไปเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ห้องเก็บของก่อนตามชาลินีไปที่ห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องส่วนตัวของหล่อน
แล้วก็พบว่าห้องน้ำสวยหรูนั้นยังสะอาดดูเงาวิ้งไม่มีรอยเปรอะเปื้อนแม้สักนิด
“ทำความสะอาดห้องน้ำทั้งห้องให้สะอาดยิ่งกว่านี้อีกแล้วย้ายกระถางไม่ประดับจากขอบหน้าต่างนั้นมาไว้ที่ขอบอ่างอาบน้ำ แล้วโถส้วมนั้นก็ขัดให้สะอาดอย่าให้มีกลิ่นติดอยู่เป็อันขาด”
ออกคำสั่งแล้วชาลินีก็เดินไปนั่งเปิดเพลงฟังอยู่ที่เตียงอย่างสบายอารมณ์เพราะคิดว่าการถูกกลั่นแก้ลงใช้ให้ทำงานมากๆทุกวันจะต้องทำให้บุญสิตาทนไม่ได้ต้องลาออกไปภายในเร็ววันแน่
แต่เมื่อเวลาผ่านไปอีกครู่หนึ่งชาลินีก็ได้กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำคลุ้งออกมาถึงข้างนอกจึงได้ลุกขึ้นไปดูแล้วก็พบว่า
บุญสิตาได้ละเลงน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำเสียจนนองไปทั้งห้องไม่เว้นแม้แต่ตามผนังด้วย
“ตายแล้วนังบุญสิตานั้นแกทำอะไรห๊ะ”
ชาลินีร้องถามออกไปขณะเข้าไปยืนอยู่ตรงปากประตู
“ก็กำลังทำความสะอาดห้องน้ำอยู่ไงค่ะไม่น่าถาม”
บุญสิตาที่กำลังใช้แปรงแบบมีด้ามยาวขัดพื้นอยู่หันมาตอบ
“แล้วทำไมแกต้องละเลงน้ำยาเสียมากมายขนาดนั้นด้วย”
ชาลินีตวาดแหว
“ก็คุณชาลินีอยากให้มันสะอาดมากๆไม่ใช่หรือค่ะ”
“ไม่ต้องมายอกย้อนแกต้องเจตนาจะทำประชดฉันแน่ๆ”
“อย่าหาเื่กันสิค่ะดิฉันจะไปทำประชดคุณทำไม”
“นี่แกว่าฉันหาเื่แกงั้นเหรอนังขี้ข้า”
ชาลินีขึ้นเสียงสูงปรี๊ดอย่างข่มขู่ทันที