บทที่25ตรอกซอยแห่งการแย่งชิง
งานเฉลิมฉลองต่อการครบรอบการขึ้นครองราชย์ขององค์ปฐมฮ่องเต้แห่งราชวงศ์หลิงพึ่งผ่านพ้นใน่ก่อนย่างเข้าฤดูวสันต์พอเข้าสู่่กลางฤดูวสันต์การสอบคัดเลือกมือปราบประจำปีก็เกิดขึ้น ที่เมืองหลวงแห่งนี้จึงดูคึกคักจอแจไม่ว่างเว้นโดยเฉพาะวันนี้ที่การรับสมัครสอบคัดเลือกมือปราบวันแรกและเป็วันสุดท้ายได้ผ่านพ้นผู้ที่สมหวังในด่านแรกของการได้ใบสมัครสอบอันล้ำค่า ก็ต่างพากันมาดื่มกินแลฉลองกันอย่างชื่นมื่นภายในเมืองหลวงจึงยิ่งอึกทึกครึกโครมเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เมื่อมีคนดีใจย่อมมีคนเสียใจเป็ธรรมดากลุ่มคนที่ผิดหวังั้แ่ยังมิเริ่มต้นบ้างก็เดินทางกลับบ้านเมืองตนอย่างหัวเสียแลผิดหวังบ้างเสียอกเสียใจร้องห่มร้องไห้ฟูมฟาย บ้างก็ไปทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อไปขอซื้อใบสมัครสอบต่อจากผู้ที่เห็นแก่เงินและก็มีบ้างบางคนที่มิได้มีเงินทองมากมายดั่งคนอื่น จนถึงขนาดต้องวางแผนคิดแย่งชิงใบสมัครของผู้อื่นแทนอีกเจ็ดวันก่อนที่จะถึงการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าสอบอย่างแท้จริงนั้น ความวุ่นวายที่ซ้อนเร้นอยู่ก็กำลังจะปะทุขึ้นดั่งคลื่นใต้น้ำที่รอการถาโถม
ณ ถนนแคบเล็กในตรอกซอยแห่งหนึ่งที่ทอดยาวขึ้นสู่ทางเหนือของเมืองหลวงสตรีในชุดคลุมปกปิดนางหนึ่งกำลังเดินทางมุ่งขึ้นสู่ทางเหนือด้วยความตื่นเต้นยินดี ฤดูนี้เป็ฤดูวสันต์ลมจึงค่อนข้างรุนแรงทำให้มีลมหอบหนึ่งพัดเอาผ้าที่ห่อคลุมใบหน้าของนางให้เปิดออก สตรีนางนี้ดูไปแล้วอายุน่าจะย่างเข้าสู่วัยยี่สิบขวบผิวดำคล้ำ นางเป็สตรีที่ถือได้ว่าน่ามอง แต่ไม่ถึงขั้นโฉมสะคราญ ทั้งใบหน้าของนางยังมีตำหนิอย่างเด่นชัดที่แก้มขวานางมีรอยแผลเป็ลากยาวเกือบจรดใบหู สตรีนางนี้มิใช่ใครที่ไหน เป็คนที่มีโชควาสนาจับฉลากได้ใบสมัครสอบคัดเลือกมือปราบใบสุดท้ายผู้นั้นนั่นเองภายใต้ั์ตาที่ยินดี ก็มีประกายที่เย็นเยียบแลเ็าแฝงอยู่ สตรีที่จะมีสายตาเช่นนี้ได้หากนางไม่ประสบกับเื่เป็ตายมา ก็คงคาดเดาได้ว่านางมีความแค้นที่ลึกล้ำจนฝังลึกถึงจิตใจนับเป็บุคคลผู้มีั์ตาอันเครียดแค้นลึกล้ำมิต่างจากอวิ๋นเซ่อ!
“โชคชะตาส่งเสริมข้าแล้ว พวกเ้ารอก่อนเถอะ!”
ตอนนี้เวลาก็ย่างเข้าสู่ยามเฮ่ยอาน ชั่วยามที่หนึ่งตรอกซอยแห่งนี้จึงยากที่จะพบผู้คนสัญจรผ่านไปมาซักคน และเนื่องจากเป็ตรอกซอยที่ค่อนข้างแคบเล็กมีอาคารสูงรายล้อมเป็ทิวแถว ถนนตรอกซอยเส้นนี้จึงดูมืดมากกว่าที่อื่นๆ สตรีนางนี้พอแหงนหน้ามองท้องฟ้าเห็นว่ามืดมากแล้วก็พึมพำขึ้นกับตนเองพร้อมทะยานกายพุ่งไปตามทางตรอกซอยนี้อย่างรวดเร็ว
“บิดาแลมารดาบุญธรรมเรา ป่านนี้พวกท่านคงเป็ห่วงแล้วเห็นทีจะมัวชักช้ามิได้"
วิชาตัวเบาของนางนับว่ายอดเยี่ยมยิ่ง ทุกกิริยาท่าทางการวิ่งทุกการวาดมือแลเตะเท้าของนาง ทำให้ทราบว่านางมีพลังลมปราณและพลังยุทธ์ดีเลิศในระดับหนึ่งซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบตามคนรุ่นราวคราวเดียวกัน นางจัดได้ว่าเป็ยอดยุทธ์ในระดับต้นๆเลยก็ว่าได้
วิ่งมาได้ครึ่งทางฝีเท้าเป็ต้องหยุดชะงักเพราะตรงหน้ามีบุคคลร่างใหญ่สวมชุดคลุมดำปกปิดั้แ่เท้าจรดหัวยืนขวางทางอยู่ สตรีนางนี้จ้องมองมันเขม็งส่วนบุคคลสวมชุดคลุมดำก็จ้องมองสตรีนางนี้อย่างไม่วางตา เนิ่นนานมันค่อยยื่นมือออกมาก่อนกล่าววาจาข่มขู่
“ส่งใบสมัครมือปราบให้แก่ข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า!"
สตรีนางนั้นมือกุมแผ่นกระดาษที่อาจเปลี่ยนแปลงโชคชะตาแผ่นนั้นในอกเสื้อของนางแววตาอันเ็ามองผ่านร่างบุรุษชุดคลุมปกปิดอย่างเหม่อลอย ปากก็กล่าววาจา
“เ้ารู้หรือไม่ว่ากระดาษแผ่นนี้มีความสำคัญต่อข้าเพียงไหน”
บุคคลชุดคลุมดำกล่าวเสียงแข็ง
“หรือมันสำคัญกว่าชีวิตเ้า!"
ประกายตาของนางแปรเปลี่ยนเป็เย็นเยียบ
“สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของข้า หรือแม้แต่กระทั่งชีวิตอันบัดซบของเ้าก็เทียบมิติด!"
บุคคลชุดคลุมดำตาลุกวาวด้วยโทสะ
“วาจาสามหาว! ถ้าเ้าไม่นึกเสียดายชีวิตตอนนี้เช่นนั้นก็จงไปสำนึกเสียใจที่แดนปรโลกเสียเถอะ!"
ร่างของบุคคลชุดคลุมดำพุ่งทะยานเข้าหาสตรีนางนั้นอย่างรวดเร็วดาบหัวตัดเล่มใหญ่ถูกปลดออกมาจากกลางหลัง ตัวดาบสีเงินยวงวิบไหวตวัดฟาดฟันจนละลานตามิเปิดโอกาสให้สตรีนางนั้นได้มีช่องหลบรอดหรือหลีกเลี่ยงแม้เพียงนิด
แต่สตรีนางนั้นก็มิได้คิดจะถอยหลังกลับหรือขยับหลบแม้เพียงก้าวด้วยการที่นางมีความชื่นชอบในด้านเพลงยุทธ์มาั้แ่เด็ก กอปรกับมีเื่บางประการที่ฝังลึกจิตใจคนจนมีปณิธานที่จะไขว่คว้าหาพลังอย่างแรงกล้าทำให้นางมุ่งมานะฝึกฝนตนอย่างหนักหน่วง บิดาแลมารดาบุญธรรมก็ส่งเสริมอย่างเต็มที่ เคยว่าจ้างแม้กระทั่งยอดยุทธ์เพลิงปราณมาสั่งสอนนางถึงที่จึงทำให้นางมีปฏิกิริยาการต่อสู้และเอาตัวรอดเป็เลิศ เช่นนั้นเมื่อเห็นเพลงดาบของบุคคลชุดดำถาโถมเข้ามาคนจึงยังมีสติระงับความแตกตื่น พร้อมด้วยสมาธิที่แน่นิ่งจับจ้องกระบวนดาบของบุคคลชุดดำตลอดเวลา
รอจนเพลงดาบบรรลุเข้ามาใกล้ ร่มกระดาษที่ด้านหลังจึงถูกดึงขึ้นมาพร้อมแทงสวนเข้าใส่ช่องโหว่ของเพลงดาบอย่างรวดเร็ว รวดเร็วจนดาบหัวตัดมิอาจปัดป้องได้ทัน
จึก!
ส่วนปลายของร่มแทงเข้าใส่่ท้องของบุคคลชุดคลุมดำอย่างรุนแรงจนร่างมันงอโค้ง คนตาเหลือกถลนด้วยความจุกเสียดที่ยากทานทน ที่มุมปากจึงมีน้ำไสไหลยืดลงมาเป็ทางมันได้แต่กุมหน้าท้องแล้วล้มไปนอนตัวงอแน่นิ่งมิอาจลุกยืนขึ้นได้อีกเนิ่นนาน
“เราเ้ามิเคยมีเื่บาดหมางต่อกัน แต่เ้ากลับลงมือไร้ไมตรีคิดหวังสังหารข้าในดาบเดียว หากเป็ผู้อื่นเ้าคงตกตายไปแล้ว!”
ร่มในมือถูกเก็บลงยังด้านหลังเช่นเดิม คนวิ่งทะยานไปข้างหน้าเพื่อกลับสู่บ้านของตนต่อไปทว่าคลื่นลูกแรกพึ่งพ้นผ่าน คลื่นลูกใหม่ที่คล้ายจะก่อตัวแลพร้อมที่จะถาโถมอีกระลอกก็ปรากฏเมื่อตรงหน้าของนางได้มีกลุ่มคนนับสิบยืนเรียงรายปิดเส้นทางตรอกซอยเส้นนี้ไว้ ที่ด้านหลังของพวกมันมีบุรุษหนุ่มท่าทางเ้าสำอางผู้หนึ่งยืนกอดอกอย่างเกียจคร้านอยู่ด้านข้างของบุรุษเ้าสำอางก็มีผู้ติดตามคอยยืนถือร่มกันหยาดละอองฝนที่เริ่มจะตกลงมาอย่างแ่เบาอยู่มิไกลห่างบุรุษเ้าสำอางกางมือขึ้นแล้วกระดิกนิ้วเบาๆ คราหนึ่ง กลุ่มคนนับสิบที่ยืนอยู่เบื้องหน้าก็พากันถอยหลังแหวกออกเป็ทางบุรุษเ้าสำอางผู้นั้นกล่าวกับสตรีที่อยู่ตรงหน้า
“ข้ามิชอบการใช้กำลัง โดยเฉพาะกับสตรีที่บอบบางเช่นนั้นข้าจึงมีข้อเสนอให้แม่นาง ใบสมัครนั่นแม่นางคิดราคาเท่าไหร่แจ้งมาได้เลย ข้ายินดีจ่ายมิคิดปริปากบ่น”
บุรุษเ้าสำอางแม้กล่าววาจาด้วยถ้อยที แต่เมื่อมันนำคนมามากมายเช่นนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความจริงประการหนึ่งนั่นคือมันคิดนำจำนวนคนมาข่มขู่ เมื่อครู่นี้แม้นางจะจัดได้ว่ามีฝีมือ เอาชนะบุคคลร่างใหญ่ผู้นั้นได้แต่มันก็มั่นใจว่าด้วยจำนวนคนที่มากมายกว่าหลายเท่า มันก็ไม่มีสิ่งใดที่ต้องห่วงกังวลและการเสนอทางออกด้วยการให้เงินตอบแทนนางเช่นนี้ก็จะทำให้นางตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ทว่าคำตอบของสตรีตรงหน้ากลับต้องทำให้มันรู้สึกผิดคาด
“ข้าขอปฏิเสธ"
“เหตุใด หรือว่าแม่นางคิดว่าข้าไม่มีเงินจ่ายให้"บุรุษเ้าสำอางกล่าวขึ้นพร้อมล้วงเอาตั๋วเงินจำนวนมากออกมา
“แม่นางจงดู ข้ามิได้กล่าววาจาผายลมแม้เพียงนิด"
สตรีนางนั้นยังมีั์ตาที่เด็ดเดี่ยวคมวาว
“ต่อให้มีเงินมากมายกว่านี้ แต่มันก็มิอาจซื้อสิ่งที่สูญเสียไปของข้าได้”
บุรุษเ้าสำอางเห็นท่าทีไม่ยินยอมโอนอ่อนของนางคนก็หรี่ตา
“ข้าให้โอกาสแม่นางตัดสินใจเลือกอีกครั้ง"
ขณะที่กำลังกล่าว คนของมันก็ต่างกำไม้กำมือแน่นจนลั่นเกรียวกราวเป็การข่มขู่
สตรีนางนั้นก็ยังยืนยันคำเดิม
“ข้าได้เลือกแล้ว"
บุรุษเ้าสำอางกำตั๋วเงินในมือไว้แน่น
“ข้าให้ทางเลือกที่ประเสริฐแก่แม่นางแล้วแต่ท่านกลับเลือกที่จะปฏิเสธมัน เป็ความคิดที่โง่เง่าแลอัปลักษณ์ดั่งเช่นรอยาแนั้นยิ่ง”
เป็ครั้งแรกนับั้แ่ที่ถูกรับเข้ามายังบ้านของขุนนางฝ่ายในบิดาบุญธรรมของนางที่มีคนกล้าเอ่ยปากถึงรอยแผลเป็บนหน้านี้เพราะก่อนหน้าบิดาบุญธรรมของนางยื่นคำขาดว่าหากผู้ใดกล้าเอ่ยถึงเื่นี้มันผู้นั้นจะได้รับโทษนางจึงมิเคยได้ยินผู้ใดกล้ากล่าวถึงรอยด่างพล้อยของนางเลยแม้เพียงครั้ง ทว่าวันนี้เมื่อได้ฟังวาจาเหยียดหยามของบุรุษเ้าสำอางตรงหน้าแทนที่นางจะมีโทสะ แต่นางกลับวางมือััลงยังรอยแผลเป็ ั์ตาจากที่มีแต่ความแค้นก็กลับกลายเป็เศร้าสลดไหวระริกบุรุษเ้าสำอางเห็นวาจาของตนส่งให้นางนิ่งอึ้งก็ย่ามใจคิดว่าตนจี้แทงใจดำของนางจนทำลายสมาธิสตรีนางนี้ไปได้เช่นนั้นมันจึงชิงลงมือก่อน ชายหนุ่มเตะเท้าสะกิดพื้นส่งร่างให้เหินขึ้นลงสามครั้งบรรลุถึงตัวนางพร้อมคว้ามือออกคิดกระชากเสื้อคลุมของนางเพื่อชิงใบสมัครสอบคัดเลือกมือปราบทันที!
เพราะว่านางเป็สตรีที่บอบบางจึงมีหลายคนที่หมายตาคิดมาแย่งชิงแต่ว่าคนเ่าั้ล้วนคิดผิด รวมถึงบุรุษเ้าสำอางผู้นี้ด้วย
ประกายตาที่ไหวระริกได้แปรเปลี่ยนเป็ความโกรธแค้นที่ลึกล้ำกว่าก่อนหน้าคำพูดของบุรุษเ้าสำอางมิได้ทำให้นางโกรธ แต่คำพูดของบุรุษเ้าสำอางได้ไปกระตุ้นเตือนความทรงจำที่ดีงามและเลวร้ายถึงขีดสุดให้นางได้นึกถึงจนบังเกิดเป็ความแค้นที่ฝังลึกยากแก้ไข เมื่อเห็นมือของบุรุษเ้าสำอางยื่นออกมาอย่างรวดเร็วปฏิกิริยาของนางก็พลันกระตุ้นเตือนให้คนฟาดมือสวนออกไปทันที!
เปรี้ยง!
พลังลมปราณของคนทั้งสองถูกส่งผ่านทางฝ่ามือคัดง้างกำลังภายในกันกลางอากาศอย่างดุเดือด พลังลมปราณของทั้งสองนับว่ามิธรรมดา ส่งให้มีคลื่นพลังปราณไร้ลักษณ์ดีดสะท้อนออกบริเวณรอบข้างจนฝุ่นขลิบฝุ่นดินปลิวว่อนออกไปเป็เวิ้งวงกลมทั้งสองหักล้างพลังลมปราณภายในอยู่เนิ่นนาน แต่สุดท้ายเป็บุรุษเ้าสำอางที่เบิกตาขึ้น พร้อมกับร่างที่ถูกดีดสะท้อนคืนกลับหลังคนกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง
“นายน้อย!”
“ไม่ต้องห่วงข้า จัดการนาง!”
ผู้ติดตามมันทั้งสิบต่างมิรอช้า บ้างชักกระบี่บ้างดึงกระบอง พร้อมหมุนควงอาวุธคู่กายวิ่งทะยานตัดกันไปมาอย่างเป็กระบวน เข้าโรมรันพันตู่สตรีนางนั้นอย่างมิเปิดโอกาสให้นางได้หยุดพักร่มกระดาษจึงได้ถูกดึงออกมาจากที่ด้านหลังอีกครั้ง
เสียงขวับเคี่ยวของอาวุธดังหวือหวาไปตามสายลมและละอองฝนที่เริ่มโปรยปรายที่ตรอกซอยอันไร้ผู้คนสัญจรแทนที่จะเงียบสงบกลับมีแต่เสียงเคร้งคร้างดังมาไม่หยุดหย่อนสตรีนางนั้นควงร่มกระดาษที่ขาดแหว่งจนเห็นแต่ก้านไม้ภายในตวัดปัดป้องอาวุธหลากชนิดนับสิบเป็พัลวันนางเอนลู่กายหมุนเตะคนสามคนจนกระเด็นตัวลอยเป็เกลียวสิ้นสติกลางอากาศ ก่อนใช้ปลายร่มสะกิดพื้นหลบรอดกระบี่สองเล่มที่แทงสวนมาพอขาถึงพื้นนางค่อยวาดปลายร่มขึ้นเสยคางคนผู้หนึ่งจนล้มนอนแน่นิ่ง พร้อมหมุนกายตวัดเตะกลับหลังอีกสองผู้ให้ล้มลงมิอาจลุกยืนได้อีก
ขณะที่สตรีผู้นี้กำลังเล่นงานคนทั้งสิบจนแทบล้มไปนอนทั้งหมดบุรุษเ้าสำอางก็ลอบลงมือที่ด้านหลังของนาง ฝ่ามือที่ฟาดมาพร้อมกับพลังลมปราณสิบส่วนปะทะเข้าแผ่นหลังของนางอย่างจังจนนางต้องถลาล้มกลิ้ง ดีที่นางเบี่ยงหลบจุดสำคัญจึงมิได้เป็อะไรมาก มีเพียงโลหิตที่ไหลซึมที่มุมปากนางจึงดีดกายลุกยืนขึ้นก่อนกางฝ่ามือออกไปเบื้องหน้า พลังลมปราณจำนวนมหาศาลก็หมุนวนขึ้นพร้อมกับประกายสีเหลืองเล็กๆ แต่เพียงชั่วพริบตานางก็วางมือข้างนั้นลง ในใจก็ครุ่นคิดขึ้น
“พวกมันแค่้ากระดาษแผ่นนี้ยังมิสมควรที่ต้องตกตาย"
่ที่ครุ่นคิดผู้ติดตามอีกสี่คนที่เหลือของบุรุษเ้าสำอางก็จู่โจมเข้ามาคิดหวังลงมือต่อเนื่องจากผู้เป็นายแต่เพียงมาถึงสตรีนางนั้นก็เคลื่อนกายผ่านพอดี มิรู้ว่าพวกมันโดนสิ่งใดบ้าง แต่พวกมันทั้งหมดได้ล้มลงไปนอนกองสิ้นสติกันแล้ว
สตรีนางนั้นก้าวเดินเข้าหาบุรุษเ้าสำอางพร้อมจิตสังหารที่เอ่อล้น
“เ้ายัง้าใบสมัครนี้อีกหรือไม่"
บุรุษเ้าสำอางบังเกิดความหวาดกลัวขึ้นจนร่างสั่นเทาแทบขยับขามิออกคนรีบกล่าววาจา
“เป็ข้าที่มิรู้จักที่ต่ำที่สูง ข้าต้องขออภัยแม่นาง”
จึก!
อ่อกกกก!
ปลายร่มกระดาษในมือของนางทิ่มแทงใส่ท้องน้อยของมันจนคนตัวงอโค้งก่อนทิ้งตัวลงไปนอนด้วยความจุกเสียดอยู่บนพื้นมิอาจกล่าววาจาใดออกมาได้
ร่มกระดาษถูกเก็บเข้าที่ด้านหลังของนางก่อนปากจะกล่าววาจาเสียงก้องกังวานจนดังสะท้อนสะท้านไปทั่วทั้งตรอกซอยอันเงียบสงัดแห่งนี้
“ยังมีผู้ใดที่้าใบสมัครจากข้าอีกหรือไม่!”
ภายในตรอกแห่งนี้ตกอยู่ในความเงียบสงบ มีเพียงเสียงกลืนน้ำลายอึกหนึ่งอย่างพร้อมเพรียงของใครหลายคนที่หลบซ่อนอยู่เพื่อคิดมาฉวยโอกาสชิงของจากมือสตรีนางนี้ทว่าพวกมันพอได้เห็นฝีมือนาง ก็ไม่มีใครกล้าเสนอหน้าโผล่มาขวางทางกลับบ้านของนางอีกแม้แต่เพียงผู้เดียว!