หากเซี่ยซีฮั่นได้ยินความในใจของสตรีที่ตนรักก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะแสดงสีหน้าออกมาเช่นไร เมื่อตอนนี้นางกำลังวางแผนถีบเขาให้ออกไปจากชีวิตนาง
"คุณหนูเ้าคะ มีจดหมายถึงคุณหนูเ้าค่ะ" ซิงอีเดินนำจดหมายเข้ามาให้ในห้อง
นางอ่านจดหมายด้วยสีหน้าปั้นยาก นางไม่เข้าใจว่าเซี่ยซีฮั่นที่พยายามสลัดนางทิ้งมาโดยตลอดทำไมถึงได้ส่งจดหมายนัดนางออกไปพบ
นางคร้านที่จะสนใจบุรุษเช่นนี้ คงคิดว่านางแสร้งปล่อยเพื่อจับ แต่เปล่าเลยในความทรงจำเก่ามันทำให้นางขยะแขยงเขาเต็มทน แม้แต่จะเห็นหน้านางก็ไม่อยากเจอ
"ซิงอี นำไปให้พี่ใหญ่" สาวใช้รับจดหมายแล้วเดินออกไป นางรู้ว่าพี่ใหญ่ของนางต้องทำเช่นไรกับจดหมายฉบับนี้ แต่หากส่งให้พี่รองคงจะสนุกมากกว่านี้เป็แน่
ในเย็นวันนั้นนางก็รู้ผล พี่ใหญ่เล่าเหตุการณ์ที่เขาออกไปพบเซี่ยซีฮั่นตามนัดแทนนาง เซี่ยซีฮั่นเพียงอยากรู้ว่าเหตุใดนางถึงได้เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ นี่เขาไม่รู้ตัวเลยจริงหรือซูเหมยฮวาได้แต่เบ้ปาก
เซี่ยซีฮั่นที่พบว่าเป็ซูหวังหย่งออกมาพบตนก็ใ เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าแม้แต่จดหมายที่เขานัดออกมาพบนางก็ไม่แม้แต่จะสนใจ
จากนั้นจดหมายจากเซี่ยซีฮั่นก็ถูกส่งมาอยู่เป็ประจำ นางมิเคยเปิดดูเลยสักฉบับ หากนึกถึงคำพูดของสมชายที่บอกตอนจบของเื่ไม่ได้เป็เช่นในตอนแรก แต่แล้วยังไง หากเขานึกถึงความรู้สึกนางบ้างคงไม่ละเลยถึงเพียงนั้น
"อีกสามวันจะเป็วันเกิดท่านตาเ้า พวกเ้าเตรียมตัวให้ดี พ่อจะพาไปคารวะท่านตา"
ซูเหมยฮวาไม่ได้ไปพบท่านตามาหลายปีแล้ว ั้แ่นางหลงโง่เง่าไปกับการไล่ตามเซี่ยซีฮั่น จนตอนนี้นางยังไม่รู้เลยว่าจวนท่านตาจะต้อนรับหลานสาวอย่างนางเช่นไร
ท่านตาของนางอดีตเคยเป็ท่านแม่ทัพใหญ่ มีท่านแม่ของนางเป็บุตรสาวเพียงคนเดียว ท่านพ่อที่เป็ขุนนางฝ่ายบุ๋นนั้นไม่เป็ที่ถูกใจของท่านตา กว่าจะพิชิตใจท่านตาได้ก็เืตาแทบกระเด็น
นางคงต้องสานความสัมพันธ์กับตระกูลเฟิ่งของท่านตาเสียใหม่ ยังมีท่านยายอีกคนที่รักนางมาก แต่นางกลับทำพวกท่านต้องผิดหวัง
สามวันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว นางยอมรับว่านางตื่นเต้นอย่างมากในวันนี้ กังวลไปเสียทุกอย่างจนพี่รองสังเกตได้
"น้องเล็ก เ้ามิต้องกังวลว่าท่านตาท่านยายจะตำหนิเ้า พวกท่านล้วนแล้วแต่เอ็นดูเ้า" คำปลอบของพี่ชายช่วยทำให้ใจของนางสงบขึ้น
จวนของท่านตาตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกห่างจากจวนตระกูลซูเพียงสองเค่อเท่านั้น ภายในจวนตอนนี้ยังคงมีเพียงญาติพี่น้องเท่านั้น
เรือนหลังของท่านตามีเพียงท่านยายเท่านั้นจึงทำให้ลูกหลานไม่ได้มีเยอะ แม้แต่ท่านลุงทั้งสองของนางก็มีเพียงภรรยาเดียว นี่คืออีกเหตุผลที่ท่านพ่อไม่รับอนุเข้าจวนเพราะรับปากท่านตาไว้ อีกอย่างท่านพ่อของนางก็รักมั่นในท่านแม่เช่นกัน
"ท่านเสนาบดีซูมาแล้วขอรับ" พ่อบ้านเข้าไปแจ้งในห้องโถง
"เข้ามา" เสียงท่านตาทำคนใจสั่นได้จริงๆ นางเริ่มมือไม้สั่น
"ซูเหลียงคารวะท่านพ่อตาท่านแม่ยาย ท่านพี่ภรรยาทั้งสองขอรับ"
"หลานคารวะท่านตาท่านยาย ท่านลุงใหญ่ ท่านลุงรอง ขอรับ/เ้าค่ะ"
"ฮวาเออร์มาหายายใกล้ๆ หน่อยลูก" เพียงเสียงของท่านยายก็ทำให้นางน้ำตาคลอ เหมือนยกก้อนหินที่อยู่ในอกทิ้งได้
"ท่านตาท่านยาย หลานอกตัญญูยิ่งนักเ้าค่ะ"ซูเหมยฮวาซบหน้าลงกับตักท่านยาย ในความทรงจำเดิมนางมักจะทำตัวออดอ้อนเช่นนี้เสมอ
"เด็กดี เด็กดีตากับยายจะเกลียดเ้าได้อย่างไร" ท่านยายลูบหัวนางอย่างรักใคร่
นางชำเลืองมองท่านตา แต่สายตาที่ท่านตามองมาทำให้นางรู้ว่าทุกคนรักนางจริง เป็นางที่เมื่อก่อนทอดทิ้งความรักของพวกเขาไป แม้แต่ท่านลุงและป้าสะใภ้ก็ไม่มีใครที่ส่งสายตาตำหนินางเลยสักคน
หลังจากพูดคุย ทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว นางยังมีพี่ชายอีกห้าคน บ้านท่านตาช่างอาภัพหลานสาวยิ่งนัก นางจึงไม่มีพี่สาวน้องสาวให้คอยพูดเล่นได้เลย
เมื่อถึงเวลางานแขกจากตระกูลต่างๆ เริ่มทยอยเข้ามา ป้าสะใภ้ทั้งสองจัดงานออกมาได้อย่างไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องเลย พี่ชายทั้งสองของนางก็คอยช่วยลูกของท่านลุงใหญ่ลุงรองรับแขก มีเพียงนางที่เกาะติดท่านยายไม่ห่าง
"หลานสาวของฮูหยินผู้เฒ่าช่างงามสมคำร่ำลือ ไม่รู้ว่าตระกูลใดจะโชคดีได้วาสนานี้ไปครอง" ซูเหมยฮวามีเพียงรอยยิ้มน้อยๆ บนใบหน้าเท่านั้น
"คุณหนูซูมิใช่ต้องตาท่านแม่ทัพเซี่ยอยู่หรือเ้าคะ"
เสียงพูดคุยเื่ของนาง ไม่ได้ทำให้นางเสียอาการเลย นางยังคงยิ้มน้อยๆ ฮูหยินทั้งหลายจึงไม่รู้ว่านางคิดเช่นไร
"หลานสาวของข้าคนนี้ เป็ไข่มุกในมือ นางจะแต่งบุรุษเข้าจวนเท่านั้น" ท่านยายของนางช่างร้ายกาจสมกับเป็ฮูหยินท่านแม่ทัพใหญ่
"เป็เช่นนั้นเ้าค่ะท่านยาย"ซูเหมยฮวาหันไปยิ้มจนตาหยีให้ท่านยายของนาง
หลังจากงานเลี้ยงวันนั้นเื่บุตรีของเสนาบดีซูจะคิดจะแต่งเขยเข้าบ้านก็ดังไปทั่วทั้งเมืองหลวง บัณฑิตใจกล้าไร้คนหนุนหลังก็เข้าหาพี่รองของนาง
ส่วนทหารในกองทัพก็เริ่มเอาอกเอาใจพี่ใหญ่ของนาง แม้แต่พี่ชายทั้งห้าตระกูลเฟิ่งยังมีคนเข้ามาสอบถามไม่ขาด หากได้จวนอดีตท่านแม่ทัพใหญ่กับจวนเสนาบดีซูหนุนหลังต่อให้เป็เขยแต่งเข้าพวกตนก็ยอม อีกทั้งความงามของซูเหมยฮวาชายใดจะกล้าปฏิเสธกัน
ภายในงานเลี้ยงนางนึกไม่ถึงว่าจะได้พบเซี่ยซีฮั่น แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะหลบไปพ้นเสียแล้ว
"ฮวาเออร์" เขาไม่ได้เรียกนางเช่นนี้นานเพียงใดแล้ว หากเขาไม่เข้ามาทำดีกับนางมีหรือคนที่ไม่ค่อยออกจากจวนไปไหนเช่นนางจะได้พบเขา
เมื่อก่อนเขาจะมาหาพี่ใหญ่เป็ประจำทำให้นางได้มีโอกาสพูดคุยจนแปรเปลี่ยนเป็รักขึ้นมา แต่เมื่อใดกันที่เขาเปลี่ยนไป จนนางต้องเป็ฝ่ายออกไปดักรออยู่เสมอ
เขาไปเจอกับหลันเฟยหย่าจนรักนางได้อย่างไร นางก็ตอบได้แค่เพียงไม่รู้
"คารวะท่านแม่ทัพเ้าค่ะ" ซูเหมยฮวาทักเสร็จนางก็กำลังจะปลีกตัวจากไป
"ฮวาเออร์ พี่ขอคุยกับเ้าสักประเดี๋ยว"
นางถึงกับคิ้วกระตุก ตอนนี้นางอยากจะหันไปหัวเราะใส่หน้าเขา มาเรียกตนเองว่าพี่เช่นนั้นหรือ ต่อหน้าหลันเฟยหย่า เป็เขาที่บอกไม่ได้เป็อะไรกับนาง พอนางตีตัวออกห่างกับจะดึงนางกลับเข้าไป
แปะ แปะ เสียงตบมือทำให้นางกับเซี่ยซีฮั่นหันไปมอง
"เปิ่นหวางมาขัดจังหวะพวกเ้าพลอดรักกันหรือไม่" สายตาหยอกล้อนี่คืออะไร
"ถวายบังคมฉินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ" ถึงจะไม่พอใจแต่ก็มิอาจละเลยการทำความเคารพได้ มิเช่นนั้นจะเป็การิ่เบื้องสูง
"ไม่ต้องมากพิธี เชิญพวกเ้าต่อกันได้เลย" สีหน้าคล้ายยิ้มไม่ยิ้มของฉินอ๋องทำให้ซูเหมยฮวามองเขาด้วยสายตาเ็า
"พระองค์กล่าวผิดแล้วเพคะ ขออภัยที่หม่อมฉันเสียมารยาท ขอตัวก่อนเพคะ" ซูเหมยฮวาไม่สนใจบุรุษทั้งสองนางเดินจากไปทันที
"พระองค์ทรงเข้าใจผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ ตรัสเช่นนี้ ฮวาเออร์จะเสียหายได้" เซี่ยซีฮั่นหันไปสบตากับฉินอ๋อง
"ไม่คิดเลยว่าท่านแม่ทัพสนิทสนมกับคุณหนูซูจนเรียกนางเช่นนี้ได้" บุรุษทั้งสองสบตาอย่างไม่มีใครยอมใคร แม้ใบหน้าทั้งคู่จะดูยิ้มแย้มแต่อากาศรอบข้างก็ชวนให้คนหายใจไม่ออกจริงๆ