เ้าภูแสน ชายหนุ่มร่างสูงหุ่นกำยำ ผิวขาว คิ้วเข้ม ผมดำสนิท ดวงตาประกายวับ ยืนนิ่งสง่างามผู้ชายที่ว่าหล่อเหลาภายในงาน ถึงกับต้องหลบให้กับเ้าภูแสนเพียงคนเดียวเพราะเขาดูโดดเด่นกว่าใครสาวๆ ภายในงานพากันชายตาเมียงมองบางคนกล้าหน่อยก็ทำทีเดินเข้าไปทัก ซึ่งเ้าภูแสนแสดงความเป็มิตรได้ดีที่สุดคือการยิ้มและค้อมหัวกลับแต่ไม่รับเครื่องดื่มจากสาวคนไหนเลยสักคน แม้สาวๆ เ่าั้จะหน้าม้านกลับออกมาและไม่ค่อยพอใจจนพากันเอาไปนินทาว่าหยิ่งอย่างนั้นอย่างนี้แต่นั่นก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของเ้าภูแสนเลยแม้แต่น้อยแต่สิ่งที่อยู่ในความสนใจของเ้าภูแสนนั่นคือ...
“หีบนั่นอยู่ตรงไหน?”เ้าภูแสนถามผู้ติดตามคนสนิทที่ตามมาด้วยโดยไม่ได้หันหน้าไปมองผู้ถูกถามแต่อย่างใดเพราะสายตากำลังสอดส่ายไปตามตู้โชว์ที่คุณจอร์นเ้าของงานนำของโบราณเ่าั้มาตั้งโชว์เอาไว้ ผู้ติดตามเดินเข้ามาใกล้ๆ เ้าภูแสนก่อนจะตอบสั้นๆ
“อยู่ตรงมุมด้านขวาสุดของเวทีครับเ้า”เ้าภูแสนหันไปทางที่ผู้ติดตามของตนบอกทันที และเขาก็ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้อีกนิดแต่ไม่เข้าไปใกล้มาก ก่อนจะถามผู้ติดตามคนเดิม
“ชัยยันต์พบความผิดปกติอะไรรึไม่?” ผู้ติดตามนามว่าชัยยันต์นั้นรีบตอบกลับทันที เมื่อผู้เป็นายถามเสียงเครียด
“ไม่พบครับไม่มีร่องรอยอื่นใด นอกจาก...” คราวนี้เ้าภูแสนหันหน้ามามองชัยยันต์ด้วยแววตาสงสัยทันที
“นอกจากอะไร?”ชัยยันต์ หลุบตาต่ำก่อนตอบตรงๆ
“นอกจากรังสีของความอาฆาตแค้นครับนอกนั้นไม่พบร่องรอยอะไรเลยครับ” เ้าภูแสนได้ยินคนของตนกล่าวเช่นนั้นเขาก็รีบหันกลับไปมองหีบใบนั้นทันทีก่อนทวนคำเบาๆ
“ความอาฆาตแค้นอย่างนั้นรึ...?”
ณบริเวณหน้าโรงแรมอำมาฤทธิ์ของคุณจอร์น ผู้คนยังคงคับคั่งและพรั่งพร้อมไปด้วยกลุ่มนักข่าวกลุ่มแเื่ผู้ร่วมงานที่เริ่มทยอยเข้างานกันจนเต็มพื้นที่บริเวณจัดงานเพื่อเริ่มงานประมูล...
ขณะนั้นเองรถหรูสีดำมันวับคันใหญ่ก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาจอดหน้าทางเข้าโรงแรมรถหรูค่ายนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฐานะของเ้าของรถนั้นร่ำรวยเข้าขั้นมหาเศรษฐีติดอันดับของเมืองไทยเพียงใด
เมื่อรถจอดนิ่งหน้างานแล้วเป๋าก็ลงจากรถอย่างคล่องแคล่ว เมื่อเป๋าก้าวลงจากรถ เ้าตัวก็ทำทีขยับเนคไทจับคอเสื้อ แขนเสื้อเหมือนจะดูว่าเรียบร้อยดีหรือไม่ แต่เป๋าคงไม่รู้สินะว่าท่าทางของตัวเองมันดูเท่ในสายตาสาวๆอยู่ไม่น้อย เป๋าจัดการตัวเองเสร็จก็ก้าวอ้อมหน้ารถมายังประตูที่นั่งด้านหลัง สาวๆในงานเห็นเป๋าก็พากันกรี๊ดกร๊าด เพราะคิดว่าเป๋าคือหนุ่มหล่อทั้งแท่งแต่หารู้ไม่ว่าเป๋าแอบคิดในใจเงียบๆ คนเดียว
‘ต๊ายยย..กระเหี้ยนกระหือรือยังกับผีปอบผีกระสือไปได้ นังพวกชะนีป่าชะนีดง ชริ...’แต่นั่นก็เป็เพียงแค่ความคิดในใจของเป๋าที่ดังก้องอยู่ในร่างกายให้ ตับ ไตไส้ใหญ่ ไส้น้อย ของตัวเองได้ยิน ทั้งที่เ้าตัวอยากจะเอาโทรโข่งมาประกาศบอกทุกคนเหลือเกินว่าชั้นคือ สตรีสาวสวยเหนือหญิงใดในโลกหล้า...
แต่คิดได้แค่นั้นเป๋าก็ต้องรีบดึงสติตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็วก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดประตูรถให้กับอลินตา เมื่อประตูรถเปิดออก หลายคนที่ยังอยู่บริเวณหน้างานก็พากันจ้องมองว่าใครกันจะก้าวลงจากรถใครกันเป็เ้าของรถหรูราคาเป็สิบล้านคันนี้ และไม่นานเกินรอ
ขาเรียวยาวขาว สวย สมส่วนก็ค่อยๆ ก้าวลงมาจากรถ เ้าของร่างบางระหงกิริยาอ่อนหวานละมุนแต่ซ่อนความมั่นใจ ปราดเปรียวไว้ในที เ้าของร่างลงจากรถยืนเด่นเป็สง่าราวนางหงส์ในชุดเดรสยาวสีแดงอมม่วง แต่แหวกซะประหนึ่งเป็เดรสสั้นไปถึงไหนๆจุดประสงค์ก็เพื่อโชว์เรียวขาที่แสนจะสวยของตัวเองนั่นแหละ แน่ล่ะสิของดีก็ต้องโชว์กันบ้างอะไรกันบ้างอย่างน้อยก็ไม่เสียแรงเปล่าที่ประคบประหงมบำรุงกันทุกวันไหนจะลงเดย์ครีม ไนท์ครีมราวกับบำรุงหนังหน้าก็มิปาน ไหนจะบริหารต้นขา น่องขา ท่ายงท่ายากนี่ขอให้บอกจัดกระหน่ำหมดทุกกระบวนท่าซึ่งอลินตาทำเป็ประจำทุกวัน ตามสโลแกน ผู้หญิงที่สวย คือผู้หญิงที่ไม่ี้เีดูแลตัวเองนั่นแล
ทั้งหมดเพื่อรอวันแบบนี้วันแบบนี้ก็คือวันที่ออกงานสังคมนั่นเอง อลินตาผมยาวสวยแต่ดัดลอนตรงปลายเสริมความเก๋ให้กับใบหน้าพร้อมกันนั้นเธอก็แต่งหน้าด้วยโทนชมพูอมม่วงแต่ไม่เน้นแรง เน้นสวยเฉี่ยวเพื่อให้เข้ากับชุดที่ใส่ในค่ำคืนนี้ ส่วนพร็อบอื่นๆ ก็เป็สร้อย และกระเป๋าถือใบเล็กสีม่วงเข้มประดับเพชรเม็ดเล็กๆทั่วกระเป๋า รองเท้าสีม่วงเข้มเพื่อให้ดูเข้ากับกระเป๋าเพียงแค่นี้หญิงสาวก็ดูโดดเด่น สวยสง่าราวกับนางพญาหงส์
และก็เป็ไปตามคาดเมื่ออลินตาเดินลงมายืนตระหง่านหน้าพรมแดงทางเข้างาน ขนาบข้างซ้ายขวาด้วยิและเป๋า มันช่างดูออร่าเฉิดฉายเสียจนคนที่ยืนอยู่เกิดอุปทานว่ามีแสงจากทั้งสามคนปะทะเข้ามาทำให้แสบตาไปตามๆกัน ทั้งสามเดินสับเท้าด้วยจังหวะสม่ำเสมอราวกับอยู่บนเวทีเดินแบบแต่ความจริงตัดภาพมาอยู่ในเหตุการณ์ปกติ ก็เดินธรรมดาแต่ความคิดของเป๋านั้นบรรเจิดไปถึงไหนต่อไหนเสียแล้ว
ช่างภาพถ่ายรูปรัวๆสายตาคนรอบข้างมองตามอลินตา ถ้าเป็ผู้ชายก็มองด้วยแววตาชื่นชมแต่ถ้าเป็ผู้หญิงก็จะมองแกมอิจฉาในความสวยของอลินตานิดๆในสายตาของทุกคนอลินตาคือผู้หญิงที่สวยสง่า งดงาม และมีออร่ากว่าใครคนไหนอลินตาหน้าหวานแบบไทย แต่ตาคม ริมฝีปากอวบอิ่ม ผมยาวมีสุขภาพดีผิวพรรณไม่ต้องพูดถึง ขาวอมชมพูเปล่งแสงได้กระมังมันจึงทำให้ทุกอย่างเพอร์เฟคลงตัวในผู้หญิงคนนี้คนเดียว
แต่ที่ไม่มีใครได้รู้นั่นคืออลินตาแอบยิ้มในใจ เรียกว่าฉีกยิ้มกว้างเลยเชียวล่ะ พลางคิดคนเดียวคงไม่มีใครรู้จักฤทธิ์เดชของว่านงามเสน่ห์กันล่ะสิ กว่าฉันจะเกลี้ยมกล่อมสัปเหร่อวัดป่าแถวๆตะเข็บชายแดน ให้พาไปเอาว่านชนิดนี้บนเขามาได้ ฉันต้องสูญเสียน้ำมันพรายมหาโชคไปหลายขวดเมื่อถึงคราวจะออกงานก็ต้องนำมาผสมน้ำอาบโดยมีการร่ายมนต์นิดๆ หน่อยๆเพื่อความขลังของตัวว่าน
อานุภาพของว่านงามเสน่ห์ใช่เล่นเสียเมื่อไหร่อลินตาคิดพลางปรายตามองดูผู้คนที่มองเธอด้วยสายตาตะลึงราวกับอยู่ในภวังค์ ก่อนจะเดินเริ่ดๆเชิดๆ เข้าสู่งาน โดยที่เ้าตัวไม่รู้เลยว่า แม้ไม่มีว่านงามเสน่ห์ความงามของเ้าหล่อนนั้นก็ไม่เพลี่ยงพร้ำให้ใครง่ายๆ อยู่แล้ว
และเมื่ออลินตาเข้ามาถึงห้องโถงหน้าบริเวณงานเธอก็ค่อยๆ ชะลอความเร็วในการเดินลงนิดหน่อย เพราะเป้าหมายสายตาปะทะไปที่สตรีวัยกลางคนคนหนึ่ง ในชุดราตรีสีแดงเพลิงสวมเครื่องประดับชนิดที่เรียกว่าตู้เพชรในร้านจิลเวลรี่ยังต้องอายส่วนทรงผมก็แน่นอน ดูไฮโซขนาดนั้นทรงประจำความไฮโซก็คงหนีไม่พ้นการตั้งกระบังความสูงระดับตาลปัตรเวลาพระท่านสวดมนต์นั่นแลเมื่ออลินตาชะลอความเร็วในการเดินลงทำให้ิและเป๋าที่เดินตามหลังมาไม่ห่างก็ต้องชะลอความเร็วลงด้วยจากนั้นอลินตาก็ค่อยๆ เอ่ยถามเป๋าผู้มีความจำเป็เลิศ โดยเอนตัวเล็กน้อยไปทางเป๋าไม่หันไปตรงๆ
“เป๋าฉันคุ้นหน้าผู้หญิงคนนั้นจัง เธอเป็ใครจำได้ไหม?” เมื่อได้ยินเ้านายถามเป๋าก็พุ่งเรด้าทางสายตาไปที่สตรีผู้นั้นทันที ก่อนจะจำได้ทันทีเช่นกันเป๋ารีบยื่นหน้าเข้ามากระซิบกับอลินตา...