เจ็ดวันต่อมา
ด้านหน้าจวนมีรถม้าจอดอยู่และทหารจำนวนหนึ่งดูจากชุดแล้วคงไม่ใช่คนอำเภอหนานลั่ว เมื่อเดินผ่านประตูใหญ่เข้ามาก็พบกับสาวใช้สองนางยืนรออยู่ด้านนอกหน้าประตูห้องรับรองแขกหากแต่จื่อรั่วมองไม่เห็นผู้ที่อยู่ด้านในห้องกับหลิวหยางจึงได้เดินไปเลี่ยงออกไปทางด้านหลังครัวเดินตรงไปหาอวี้หลาน
"ผู้ใดมากันหรือลุงอวี้" จื่อรั่วเอ่ยถามเมื่อเดินเข้ามาถึงอวี้หลานที่กำลังทำอาหาร
"อ๋อ..คุณหนูอวิ๋นหรง บุตรสาวตนโตของแม่ทัพอวิ๋นเหอแม่ทัพใหญ่จากเมืองหลวง" อวี้หลานบอกก่อนจะลอบสังเกตอาการและสีหน้าของนางที่ดูเศร้าสร้อยกว่าปกติ
"เหตุใดนางต้องมาหานายอำเภอถึงที่นี่ด้วยหรือ" มีเหตุอันใดสตรีผู้นี้ถึงต้องเดินทางมาหาบุรุษถึงต่างเมืองเช่นนี้
"เห็นได้ข่าวมาว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายทาบทามคุณหนูอวิ๋นให้มาเป็ฮูหยินของท่านนายอำเภอด้วยนะก็คงจะมาคุยกันเื่นี้หรือเปล่าข้าก็ไม่แน่ใจ" อวี้หลานบอกตามที่เขาได้รู้มา
"เช่นนั้นทั้งสองก็เป็คู่หมั้นกันแล้วนะสิ" จื่อรั่วมีสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด
"ยังคงเป็แค่ว่าที่คู่หมั้นเท่านั้นก็ทั้งสองครอบครัวไปมาหาสู่กันแล้วอีกอย่างนายอำเภอกับคุณหนูอวิ๋นก็เป็เพื่อนเล่นกันมาั้แ่เด็กแล้วจึงสนิทสนมกันมากแล้วนี่เ้าออกไปไหนมาหรือ ช่วยข้ายกอาหารพวกนี้ไปให้ท่านนายอำเภอที่ศาลาในสวนหน่อยสิ" จื่อรั่วจำใจต้องยกอาหารออกไปวางยังศาลาด้านนอกพอดีกับที่หลิวหยางและคุณอวิ๋นหรงเดินออกมา
"......." จื่อรั่วยกสำรับอาหารวางลงบนโต๊ะเสร็จแล้วจึงได้รีบเดินออกมาอย่างรวดเร็ว หลิวหยางที่เห็นสีหน้าเศร้าของจื่อรั่วก็เกิดความสงสัยอยู่ภายในใจ
"ผู้ใดหรือเหตุใดท่านจึงดูสนใจนางเป็พิเศษ" อวิ๋นหรงเห็นสายตาที่หลิวหยางมองตามสตรีผู้นั้นดูลึกซึ้งและห่วงใยเป็พิเศษ
"เอ่อ...คือ" หลิวหยางไม่รู้จะบอกแก่อวิ๋นหรงอย่างไรในความรู้สึกที่เขามีต่อจื่อรั่วหากแต่ตอนนี้นางดูเมินเฉยกับเขาเสียแล้ว
"หากท่านมีคนที่ชอบอยู่แล้วข้าก็จะไม่บังคับท่านเพราะข้าก็ไม่ได้ชอบท่านเหมือนกันเดี๋ยวข้าจะพูดกับท่านพ่อเอง" อย่างไรเสียอวิ๋นหรงก็ไม่ได้คิดกับหลิวหยางเช่นบุรุษกับสตรีทั่วไป
"แล้วเ้าจะบอกพ่อของเ้าอย่างไร" หลิวหยางยังคิดหาคำพูดไม่ได้หากถูกผู้ใหญ่ถามเหตุผล
"ท่านยอมรับแล้วใช่หรือไม่ว่าชอบแม่นางคนเมื่อครู่นี้" หลิวหยางได้แต่พยักหน้ารับก่อนจะยิ้มเขินๆ อวิ๋นหรงยิ้มรับอ่อนโยน
"อืม"
"แล้วนางรู้หรือไม่ว่าท่านชอบนาง" หลิวหยางส่ายหัวไปมาเพราะเขาไม่กล้าเอ่ยบอกออกไปตามตรง
"ท่านชอบนางแต่ไม่คิดบอกให้นางรู้ท่านนี่ไม่ได้เื่จริงๆ เลยแล้วนี่นางจะรู้สึกอย่างไรที่เห็นท่านอยู่กับหญิงอื่นเช่นนี้" อวิ๋นหรงมองออกว่าสตรีผู้นั้นคิดเช่นไรกับหลิวหยาง
"ก็เ้ามาหาข้าจะให้ข้าทำอย่างไรหากข้าไม่ต้อนรับก็เห็นจะดูไม่ควรเดี๋ยวท่านแม่ทัพจะหาว่าข้าดูแลเ้าไม่ดี"
"ท่านอยากรู้หรือไม่ว่านางคิดอย่างไรกับท่าน" อวิ๋นหรงยิ้มสดใสก่อนฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา
"นี่เ้าคิดจะทำอะไร" หลิวหยางนึกสงสัย
"ท่านอยู่เฉยๆ ให้ข้าจัดการเอง" อวิ๋นหรงยิ้มออกมาอย่างเ้าเล่ห์สร้างความสงสัยให้หลิวหยางหากแต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน
"คุณหนูอวิ๋นมาถึงในครัวมีอะไรให้ข้ารับใช้หรือขอรับ" อวี้หลานเอ่ยขึ้นเมื่ออวิ๋นหรงเดินเข้ามาในครัวด้วยตัวเอง
"ข้าจะเข้ามาทำอาหารให้นายอำเภอสักหน่อยเห็นบ่นว่าอยากกินไก่ตุ๋น" อวิ๋นหรงมองดูจื่อรั่วที่ยืนข้างอวี้หลานอย่างสำรวจ สตรีผู้นี้มีหน้าตางดงามอยู่ไม่น้อยกิริยาก็เรียบร้อยมิน่าล่ะหลิวหยางถึงได้นึกชมชอบ
"เชิญคุณหนูอวิ๋นตามสบายเลยขาดเหลืออะไรบอกข้าได้เลยขอรับ" อวี้หลานหลบให้อวิ๋นหรงได้ใช้พื้นที่อย่างสะดวก
หลายวันมานี้อวิ๋นหรงทำตัวติดหลิวหยางไม่ยอมห่างจนจื่อรั่วเริ่มทำตัวห่างเหินไม่ออกไปกินข้าวรวมกับทุกคนจนหลิวหยางสังเกตเห็นสร้างความว้าวุ่นในใจให้เขาไม่น้อย
"เดี๋ยวก่อนสิ เหตุใดสองสามวันมานี้ไม่ออกไปกินข้าวรวมกับทุกคนเ้าเป็อะไรไปหรือ" หลิวหยางถามขึ้นเมื่อจื่อรั่วบังเอิญเดินผ่านมาพอดีหากแต่เป็ความตั้งใจของเขาที่มาเฝ้ารอพบนางเสียเอง
"ข้าไม่ได้เป็อะไร ท่านไม่มีธุระอะไรใช่ไหมข้าขอตัวก่อนนะ" จื่อรั่วเอ่ยตอบเสียงเรียบเธอเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับหลิวหยางเพียงลำพังจึงได้รีบตัดบทแล้วรีบเดินเข้าห้องไปแต่เขากลับเดินตามมาโดยที่เธอไม่รู้ตัว
"นี่ท่านเดินตามข้ามาทำไมกัน" จื่อรั่วหยุดอยู่หน้าประตูก่อนจะหันไปมองเมื่อรู้สึกว่ามีคนเดินตามมา
"ข้าจะมาหาเ้าส้มมาดูว่าเ้าดูแลมันดีหรือไม่หากเ้าดูแลไม่ดีข้าจะเอามันไปอยู่กับข้าเอง" หลิวหยางเอ่ยปัดแก้ต่างก่อนจะรีบแทรกเดินเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว
"ข้าไม่อนุญาตให้เ้าส้มไปอยู่กับท่านเด็ดขาด" จื่อรั่วปฏิเสธก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปขวางหลิวหยางที่กำลังเดินเข้าไปหมายจะอุ้มเ้าส้มแต่เท้าของจื่อรั่วสะดุดขอบประตูจนทำให้เธอเกือบล้มคว่ำจนหลิวหยางต้องรีบเข้ามาคว้าร่างเอาไว้ได้ทัน
"ท่านปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ" ร่างบางขัดขืนเมื่อถูกรวบเอาไว้หลิวหยางยื่นใบหน้าเข้าใกล้เมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากคนตรงหน้าปลายจมูกโด่งจึงกดลงบนแก้มขาวแล้วสูดเอาความหอมอย่างอดใจไม่ไหวหัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นไม่เป็จังหวะเอาเสียเลย
"เหตุใดตัวเ้าถึงได้หอมเช่นนี้" หลิวหยางเอ่ยเสียงอ่อนโยนบัดนี้เขาก็มีความรู้สึกไม่ต่างจากเธอเช่นกัน
"......" ใบหน้าหวานแดงก่ำกุมหน้างุดก่อนจะรีบดึงสติกลับมาแล้วขยับตัวออกห่างจากเขาทันที
"เอาล่ะ ข้าขอตัวกลับก่อนก็แล้วกัน" หลิวหยางยิ้มเ้าเล่ห์ก่อนเดินออกมาอย่างอารมณ์ดี
"ท่านเป็อันใดไปเหตุใดถึงได้ยืนยิ้มอยู่ผู้เดียวแบบนี้" อวิ๋นหรงที่เดินเข้ามาทางด้านหลังเอ่ยขึ้นเมื่อนางเห็นหลิวหยางยืนยิ้มอยู่ผู้เดียว
"เปล่านี่ข้าแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย"
"คิดถึงแม่นางจื่อรั่วอย่างนั้นหรือ"
"นี่ข้าไม่สามารถปิดบังอะไรเ้าได้เลยใช่หรือไม่" หลิวหยางเอ่ยขึ้นก่อนทอดสายตามองฝ่าความมืดมองดวงดาวบนท้องฟ้าที่ส่องแสงระยิบระยับ
"เราเป็เพื่อนเล่นกันมาั้แ่เด็กเหตุใดข้าจะไม่รู้ว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่" อวิ๋นหรงเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะชวนให้นึกถึงเมื่อครั้งวัยเยาว์ที่นางและหลิวหยางวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานตามประสาเด็กไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไร