“แม่จับปลาไม่ได้หรอกน่าเซียงเฉิง ปลามันจับอยากจะตาย ต้องรอตอนน้ำลดหรือไปจับในโคลนตอนเขาปล่อยน้ำในนานู่น”เจียงคุนส่ายหน้าให้กับความคิดเด็กๆ ของเซียงเฉิง
“ปลามันจับยากก็จริง แต่ลูกดูนั่นสิ” ไช่ซุนหลันถลกกางเกงแล้วก้าวช้าๆลงลำธารก่อนจะยกหินขึ้นให้เห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตสีแดงที่มีก้ามเป็อาวุธแอบอยู่เต็มไปหมด
ใช่แล้วมันคือกุ้งเครฟิชหรือกุ้งก้ามแดง บางพื้นที่จะเรียกมันว่ากั้งน้ำจืดหรือกุ้งัเล็ก
“แม่สิ่งนี้มันกินไม่ได้นะครับ!!! ใช่ไหมครับป้าสะใภ้ใหญ่”เจียงคุนหันมาถามป้าสะใภ้ใหญ่ที่ยืนมองอยู่ข้างลำธาร
แม้ความจำเื่หลี่ไห่จะหายไป แต่ความทรงจำในเื่ปกติทั่วไปนั้นยังพอจะมีอยู่บ้างเพราะมันอยู่ในจิตสำนึกฉะนั้นเธอจึงรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าสิ่งนี้มันกินไม่ได้อย่างที่เจียงคุนบอก
“เอ่อ...ใช่มันกินไม่ได้หรอก” สะใภ้ใหญ่เอ่ยสำทับเจียงคุน
“แม่กุ้งก้ามแดงมันไม่มีใครเขากินกันหรอก ปู่บอกว่าเ้าตัวนี้ปีศาจเป็คนนำมาแม่ดูก้ามมันสิ ดูสีมันสิ น่ากลัวจะตาย!” เจียงคุนรู้สึกผิดหวังมากที่เขาตามไช่ซุนหลันมาในครั้งนี้
“ถึงบ้านเราจะจนขนาดไหน แต่ผมก็จะไม่มีทางกินของจากปีศาจแน่ๆผมเคยได้ยินว่ามันเป็อะไรๆ เคมีด้วยนี่แหละ” เซียงเฉิงเอ่ยสำทับบางทีตอนที่แม่ไปหาพ่อ แม่อาจจะซื้อเนื้อหมูและใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนเงินหมดทำให้ที่บ้านไม่มีอะไรจะกินแม่เลยจะหันมากินสิ่งนี้ประทังชีวิตแทน
ไช่ซุนหลันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในตอนนี้ยังไม่มีใครกินเครฟิชก็จริงแต่อีกไม่นานเ้าตัวนี้มันจะกลายเป็ที่นิยมมากในประเทศจีนจนกระทั่งมีเทศกาลกินเครฟิชในฤดูร้อนคู่กับเบียร์เลยด้วยซ้ำ
“เฮ้อ~ ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ไงล่ะสมมุติว่าถ้ามันกินไม่ได้จริงๆ ก็ถือเสียว่าพวกลูกได้ลงเล่นน้ำในหน้าร้อนไง ไม่ดีเหรอ”
จากนั้นไช่ซุนหลันก็สอนวิธีจับกุ้งก้ามแดงให้สะใภ้ใหญ่ เจียงคุนและเซียงเฉิงดู
“ระวังให้ดีก้ามเ้าตัวนี้มันคมมาก หากถูกมันหนีบขึ้นมาจะเจ็บตัวเอาได้”
ทีแรกเด็กๆ ก็กลัวแต่พอจับได้ตัวแรกแล้ว ตัวต่อมาก็เริ่มสนุกสนานจนลืมเื่ที่กังวลไปเลยอันที่จริงแล้วนอกจากกุ้งก้ามแดงแล้วเธอยังเห็นว่ามีปลาตะเพียนด้วย แต่มันคงจะยากเกินไปหากต้องจับปลาตะเพียนด้วยมือเปล่าใช้เวลาไม่นานถังไม้ทั้งห้าอันก็เต็มไปด้วยกุ้งก้ามแดง จากนั้นทั้งสี่ก็กลับบ้านอย่างสบายใจ
ด้วยความที่กุ้งก้ามแดงนี้เป็สัตว์น้ำจืดทำให้ค่อนข้างมีความคาว ยังดีที่มันเกิดขึ้นตามธรรมชาติจึงไม่มีโลหะหนักเจือปนที่หัวของมันแต่ไช่ซุนหลันก็ไม่ประมาท เธอ้าทำให้ทุกคนลบภาพจำของกุ้งก้ามแดงที่ว่ามันกินไม่ได้เพราะอย่างนั้นเธอจึงจำเป็ต้องทำอาหารอย่างพิถีพิถัน
‘โอ้ย มีเมนูให้เลือกเต็มไปหมด จะเอามันไปทำอะไรดีน้า~แต่ช่างเถอะยังพอมีเวลาให้คิดอยู่’
เมื่อทั้งหมดกลับมาถึงบ้าน สะใภ้สี่ก็ได้เห็นว่าของดีที่ไช่ซุนหลันพูดถึงก็คือกุ้งก้ามแดงเธอถึงกับอ้าปากค้าง เธอไม่น่าย่ามใจและวางใจในอาหารมื้อเที่ยงของคนที่บ้านเลย เื่นี้มันเป็เพราะว่าอาหารมื้อเช้าที่ไช่ซุนหลันทำมันมีรสชาติดี! เธอเลยคิดว่ามื้อเที่ยงนี้ก็คงไม่ต่างกัน แต่นี่มัน..
“เธอไม่ต้องกังวลหรอกสะใภ้สี่ เชื่อมือฉันเถอะค่ะ”ไช่ซุนหลันตบบ่าให้กำลังใจ เธอเข้าใจในเื่ความแตกต่างด้านวัฒนธรรมการกินเพราะไม่ใช่ทุกคนที่เห็นอาหารที่ไม่เคยกินแล้วรับได้ โดยเฉพาะอาหารที่ทำจากวัตถุดิบที่หน้าตาแปลกๆแบบนี้ เธอเองก็เช่นกันหากจะให้เธอกินแมงป่องั์ทอดเหมือนตอนที่เธอเคยเห็นที่เยาวราชเธอก็ไม่อาจทำได้
เนื่องจากกุ้งก้ามแดงที่ไช่ซุนหลันจับมานั้นไม่ได้อาศัยอยู่ในนาหรือโคลนทำให้ไม่จำเป็ต้องทิ้งให้มันคายสิ่งสกปรกออกมาข้ามวัน เธอเลือกทำกุ้งก้ามแดงเพียงแค่ถังเดียวเท่านั้นส่วนอีกสี่ถังที่เหลือเธอแช่น้ำเอาไว้ เพื่อเป็อาหารในมื้ออื่น
ไช่ซุนหลันเริ่มเตรียมกุ้งก้ามแดงโดยการล้างพวกมันสองน้ำเพื่อกรองขจัดตะกอนและสิ่งสกปรกจากนั้นเธอก็ใช้วิธีลัดโดยการแช่กุ้งก้ามแดงในน้ำเกลือ เพื่อให้มันมันคายทรายและตะกอนเพิ่มเติมได้เร็วขึ้นการทำเช่นนี้จะทำให้กุ้งก้ามแดงสะอาดและมีรสชาติดี เธอทิ้งมันไว้ครึ่งชั่วโมงแล้วลอกเปลือกส่วนหัวและหางออกในส่วนหัวนั้นจะมีส่วนของกระเพาะกุ้งก้ามแดงอยู่ด้วยเพราะฉะนั้นส่วนนี้ต้องเอาทิ้งไปไช่ซุนหลันเริ่มสอนสะใภ้ทั้งสองคนให้ทำ แต่เธอก็รู้สึกเหมือนว่าพลาดอะไรไปบางอย่างจนกระทั่งเห็นหัวกุ้งก้ามแดงที่เริ่มเยอะขึ้นเป็กอง!
“แย่แล้ว!!!พี่สะใภ้ใหญ่ สะใภ้สี่คะ ตรงหัวกุ้งมันจะมีสีเหลืองๆ อยู่ สองคนได้ทิ้งมันไปไหมคะ”
สะใภ้ทั้งสองพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงจนทำให้ไช่ซุนหลันถึงกับกุมหัวและเขกหัวตัวเองเพราะความเสียดาย
“มันมีอะไรอย่างนั้นเหรอคะพี่สะใภ้รองฉันเห็นกระเพาะกุ้งมันอยู่ติดกับเ้าสีเหลือง มันไม่ใช่ขี้หรอกเหรอ?” สะใภ้สี่ถามเมื่อเห็นสีหน้าของไช่ซุนหลัน เธอไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เธอทำนั้นผิดพลาดตรงไหนหรือสะใภ้รองจะเสียดายขี้กุ้งกัน
“ตรงนั้นคือส่วนที่ดีที่สุดเลยค่ะ! ดูนี่สิคะไม่ใช่ทุกตัวจะมีสีเหลือง สิ่งนั้นไม่ใช่ขี้แต่คือไข่กุ้งค่ะ จะมีแค่ในกุ้งตัวเมียเท่านั้นรสชาติมันอร่อยอย่าบอกใครเชียว แต่ไม่เป็ไร ถึงจะทิ้งไปแล้วเราก็เก็บมันมาผัดร่วมด้วยก็ได้ค่ะทีแรกฉันใเลยทำหน้าแบบนั้นไปขอโทษด้วยนะคะ”
และหลังจากนั้นไช่ซุนหลันก็นำหญ้าแห้งหยาบมาถูทำบริเวณท้องกุ้งก้ามแดงเนื่องจากบริเวณท้องของมันนั้นจะัักับตะกอนและสารอื่นๆจึงมักจะมีสิ่งสกปรกติดอยู่ ใจจริงเธอนั้นอยากจะนำแปรงสีฟันออกมาใช้แทนหญ้าแต่เพราะมันค่อนข้างมีราคาในตอนนี้หากใช้แปรงสีฟันมาขัดท้องกุ้งก้ามแดงสะใภ้ทั้งสองอาจจะเป็ลมไปก็ได้ และเธอไม่ลืมที่จะสอนให้สะใภ้ใหญ่และสะใภ้สี่เอาเส้นกุ้งที่หางออกเพราะเส้นพวกนี้คือลำไส้ของกุ้งก้ามแดงนั่นเองเมื่อทำครบทุกขั้นตอนแล้วก็ล้างกุ้งก้ามแดงอีกสองน้ำก่อนจะนำมาปรุงอาหาร
โดยอาหารมื้อเที่ยงที่ไช่ซุนหลันคิดจะทำก็คือกุ้งก้ามแดงผัดกระเทียมเพราะสิ่งนี้มันทำง่ายและใช้เวลาไม่นานอีกทั้งวัตถุดิบก็มีในบ้านยกเว้นน้ำตาลกรวดและน้ำมันหอยนางรมที่เธอเอาออกมาจากในมิติ
“พี่สะใภ้ใหญ่คะ ฉันมีข้าวขาวอยู่ พี่ช่วยหุงข้าวให้หน่อยนะคะ”
หากจะให้กินแผ่นแป้งหรือหมั่นโถวกับกุ้งก้ามแดงผัดกระเทียมมันก็คงจะแปลกไปหน่อยไช่ซุนหลันคิดว่าเมนูนี้ควรจะกินกับข้าวสวยร้อนๆ มากกว่า
‘ฉันเอาของใส่ในมิติมาก็เพื่อใช้งานไม่ใช่เหรอ เพราะฉะนั้นฉันจะกินข้าวแล้วมันผิดตรงไหนกัน!’
“น่าเสียดายที่ต้องเอาข้าวเม็ดสวยชั้นดีมากินกับเ้าตัวนี้เฮ้อ~” สะใภ้ใหญ่ส่ายหน้า
“พอทำเสร็จพี่สะใภ้ใหญ่จะไม่คิดอย่างนั้นหรอกค่ะ เชื่อฉันสิคะ”ไช่ซุนหลันยิ้มกว้างให้สะใภ้ใหญ่
จากนั้นเธอก็เริ่มลงมือปลอกและและสับกระเทียมแล้วนำไปผัดในน้ำมันอันที่จริงเธอจะเปลี่ยนไปทำอาหารอย่างอื่นที่ไม่ต้องใช้น้ำมันก็ได้ แต่ไช่ซุนหลันนั้นอยากกินสิ่งนี้มากกว่าเมื่อกระเทียมเจียวส่งกลิ่นหอมแล้ว ไช่ซุนหลันก็เริ่มใส่กุ้งก้ามแดงลงไปผัดตามด้วยโป๊ยกั๊กใบกระวาน น้ำตาลกรวด อบเชย น้ำมันหอยนางรม ซีอิ๊วขาวและเกลือใช้เวลาเพียง20 นาทีกลิ่นกุ้งก้ามแดงผัดกระเทียมก็หอมฉุยไปทั่วสามบ้านแปดบ้าน ส่วนข้าวที่หุงอยู่อีกเตานั้นยังไม่สุกดีเลยครัวบ้านหลี่ดีกว่าหลายบ้านตรงที่มีเตาถึงสองเตาทำให้สามารถทำอาหารพร้อมกันได้ แม้เตานั้นจะใกล้จะพังแล้วก็ตาม
‘อากาศร้อนๆ แบบนี้ได้กินของแซ่บๆ น่าจะดีนะ’ เมื่อคิดถึงเมนูต่อไปไช่ซุนหลันก็ถึงกับน้ำลายสอ