ตอนที่ 30 1 หมื่น vs 1 ล้าน part 1
"กลิ่นเื ออกไปฆ่าซอมมางั้นหรอ แต่นายให้ฉันมาชวนหล่อนนี้อะน่ะ ไม่ยุติธรรมเลย "
"แฮร่ๆ โอเคๆ ฉันขอโทษเดี๋ยวไว้คราวหน้าละกัน งั้นก็แยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวกันได้แล้ว พรุ่งนี้มาตอนเช้ามารวมกันที่ ห้องของฉันนะ "
หลังจากที่ริวจิบอกทั้ง3 คนก็ได้แยกย้ายไปทำธุระส่วนของตนเอง
เช้าวันต่อมา
ณ ห้องของริวจิ คนทั้งสี่กำลังนั่งทานอาหารที่แคทเทอรีนน่าเสิร์ฟ
"ถ้าฉันได้กินบ่อย ๆ ละก็ฉันคงกินอาหารกระป๋องไม่ได้แน่ 5555 " ทั้ง 4 คนก็หัวเราะ
"เอาละนายเรียกพวกเรามาทำไมอย่างงั้นหรอ " โจเซฟเป็ผู้ใหญ่สุดในนี้ซึ่งเขาจริงจังและไม่อยากเสียเวลากับการคุยไร้สาระเท่าไหร่
"เฮ้ โจนายกล้าเรียกมาสเตอร์ห้วนๆ เลยอย่างงั้นหรอ " แคทเทอรีนน่าแสดงทีท่าไม่พอใจออกมาพร้อมกับมองไปที่โจเซฟแบบเย้ยหยัน
"ก็ฉันไม่รู้จักชื่อเขานี่นา ช่วยไม่ได้ " โจเซฟพูดพร้อมกับยิ้มแห้งออกมา
เมื่อได้ยินที่โจเซฟพูดเธอก็ได้นึกถึงคำที่ริวจิบอกว่าห้ามบอกใครทั้งนั้นเกี่ยวกับชื่อของเขา เพราะมันจะนำพาปัญหามากมายตามมาอย่างแน่นอน
"เอาละๆ ไม่มีอะไร เข้าเื่กันได้ละ " ริวจิรีบตัดบทและเปลี่ยนเื่ที่จะคุย
"ที่ฉันจะพูดก็คือ 1. นับจากวันนี้พวกคุณคือ เชฟแล้วช่างซ่อมของผม ผมไม่มีกฎอะไรมากมาย ทุกคนสามารถทำทุกอย่างได้ตามใจชอบขอแค่อย่าหักหลังผม ไม่อย่างงั้นละก็ ... " " 2.ห้ามเรียกชื่อของผมในที่สาธารารณะ 3. การล่าซอมบี้วันนี้พวกคุณจะเข้าร่วมด้วยเพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งของพวกคุณมีใครจะคัดค้านอะไรมั้ย
เมื่อริวจิพูดจบลงแคทเธอรีนน่าไม่ได้คัดค้านอะไร เพราะมันไม่ได้เป็ข้อตกลงที่ยากเย็นอะไรเลย ใครบ้างละจะชอบการโดนหักหลัง ข้อตกลงของริวจินั้น มีแค่ 3 ข้อซึ้งน้อยมากๆ ถ้าเทียบกับกฎของค่ายแค่นี้ถือว่าเล็กน้อยมาก
แต่ผู้ชายคนหนึ่งก็ได้พูดขึ้น
"ฉันไม่ได้จะคัดค้านอะไรนะ แต่ฉันยังไม่รู้จักชื่อของนายเลย แล้วจะให้ฉันเรียกนายว่าอะไรดีละ "
ริวจิเขาก็ได้คิดเพราะว่าถ้าให้คนอื่นเรียกเขาว่านายๆ แบบนี้คงจะไม่ใช่เื่
"เรียกฉันว่า L ละกัน "
"โอเค เข้าใจแล้ว หัวหน้า L "
"รับทราบ Master"
ส่วนอายูนั้นเธอไม่ได้ตอบอะไร และนั่งจิบชามองโจเซฟและแคทเทอรีนน่าแบบเงียบๆ
"งั้นไปแยกย้ายเตรียมตัว ตอนเย็นพวกมันคงจะมาถึง "
อีกทางด้านหนึ่ง
"เฮ้ผลิตธนูได้เท่าไหร่แล้ว "
"2พันครับ และลูกธนูอีก 2 แสนดอกครับ พวกเราเร่งมือสุดๆแล้วครับ ถ้ามีเวลามากกว่านี้สักนิดละก็ "
"ไม่มีเวลาแล้ว ไปช่วยส่วนที่เหลือที่ยังทำไม่เสร็จ "
"รับทราบครับ "
ตอนนี้ทั่วทั้งค่ายกำลังวุ่นไปหมด เพราะการเตรียมการที่เยอะมากและยังต้องขุดหลุม ตั้ง3 หลุมซึ่งมันใช้พลังงานเยอะ
"เร่งมือเข้าทุกคน พวกมันกำลังจะมากันแล้ว ถ้าพวกเราทำไม่เสร็จทันเวลาละก็ พวกเราตายกันหมดแน่ "
เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนรู้สึกราวกับว่ามีหมาวิ่งไล่กัดอย่างไงอย่างงั้น แต่ละคนเริ่มทำงานอย่างแข็งขันอีกครั้ง
17.00 น. วันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 2029
ท้องฟ้ากำลังโดนหมอกสีแดงกลืนกิน ให้ความรู้สึกขนลุกและหวาดกลัว ถ้าใครมีค่าสถานะความอดทนต่ำละก็ แค่ยืนดูเฉยๆ ก็ทำให้พวกเขาขวัญหนีได้แล้ว
"พวกมันเยอะเกินไป พวกเราสู้ไม่ไหวแน่ " ผู้อาศัยคนหนึ่งได้พูดออกมา ตอนนี้เขาได้เห็นของจริง มันต่างกับที่พวกเขาคิดไว้มากมายมหาศาล
"ตายแน่ๆ "
พวกคนธรรมดาที่เห็นหมอกสีแดง แสดงสีหน้าหวาดกลัวและวิ่งหนีออกไปยังค่าย
"ฉันยังไม่อยากตาย ฉันขอไปก่อนนะ "
" ผบ บอกแล้วว่า ถ้าใครอยากหนีก็หนีไปได้เลย ฉันช่วยสร้างที่นี่แล้ว เดี๋ยวฉันไปก่อนละ "
ประชากรในค่าย กว่า 1 หมื่นคนกำลังวิ่งหนีเมื่อได้เห็นฝูง ซอมบี้จริงๆ
"อดัม เราจะเอายังไงดี "
เมื่อได้ยินดังนั้นอดัมตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
"อยู่ให้โง่หรือไง ไม่เห็นหรือไงว่าพวกเราไม่มีทางสู้กับพวกมันได้อย่างแน่นอน " อดัมได้ด่าลูกน้องของเขา
"แล้วทำไมพวกเราไม่หนีออกไปตั้งนานละ " ลูกน้องของเขาถามด้วยใบหน้าสงสัย
"ไอ้โง่ ถ้าแกหนีไปั้แ่ตอนนั้นเราก็จะไม่ได้อาหารไง รอให้พวกนั้นเข้าไปสู้กับซอมบี้ เราก็เข้าไปขนเสบียงได้อย่างง่ายดาย "
"หัวหน้าอดัมฉลาดชะมัด 5555"
พวกเขาได้หัวเราะด้วยความพึ่งพอใจ
ในทางด้านโกโตะ
"อย่าไปกลัวพวกมัน สงบสติและอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ ถ้าพวกนายคุมสติไม่อยู่ละก็ พวกเราได้ตายกันหมดแน่ "
โกโตะได้กล่าวเตือนสติลูกน้อง แต่ลึกๆ ของเขานั้นก็แอบกลัวอยู่บ้าง
"รายงานครับ ผบ ประชากรของเราตอนนี้ เหลือเพียงทหารและประชากรไม่กี่คนเท่านั้นครับ รวม 1 หมื่นเศษๆ เท่านั้น "
"พวกคนที่เหลือหนีไปแล้วอย่างงั้นหรอ" โกโตะรู้ได้ทันทีเพราะ ขนาดทหารของพวกเขายังรู้สึกกลัวแล้วจะเอาอะไรกับคนธรรมดา
"พวกเขาหนีไปแล้วครับ "
"แล้วชายผู้นั้นเขาอยู่ที่ไหน รีบไปตามเขามาเดี๋ยวนี้เลย " โกโตะได้ตัดสินใจโดยสัญชาตญาณในการเชื่อริวจิ แต่ตอนนี้ริวจิยังไม่โผล่หัวออกมาเลย ทั้งที่ซอมบี้มันกำลังใกล้เข้ามาไม่ถึง 3 กิโลเมตรแล้ว
ก่อนที่ทหารจะหันหลังกลับไป
"เรียกผมงั้นอย่างงั้นหรอ "
"ใช่ นี่เป็แผนของนาย ดังนั้นนายจะต้องเป็คนสั่งการทั้งหมด " โกโตะรู้สึกเหมือนกับว่าเขาโยนภาระให้กับคนที่พึ่งเข้ามาอย่างไงอย่างงั้น แต่ตอนนี้เขาไม่มีความคิดที่จะสามารถนำ คนเพียงแค่ 1 หมื่นคน จะไปต่อสู้ กับ ซอมบี้ 1 ล้านศพได้
แต่ริวจิกลับไม่ลังเลแต่จะตอบกลับไปเลย แม้แต่น้อย
"ผมก็้าแบบนั้นแหละ ให้พลธนูไปเตรียมการ และพลปืนไรเฟิลไปประจำตำแหน่งตามนี้จุดต่างๆก่อน ส่วนคนที่เหลือ รอแสตนบายรอ ถ้าซอมบี้มันหลุดออกจากกับดักที่ 1 ค่อยเริ่มยิงธนู และรอจนกว่ามันจะผ่านหลุมที่ 3 มาได้ถึงจะเริ่มยิงปืน คุณจำได้นะ "
โกโตะทำหน้างงๆ และตอบกลับไป
"เราจำได้"
"โอเคงั้น คุณเป็คนสั่งการในกำแพงนะ "
"แล้วนายจะไปไหน " โกโตะได้กังวลเล็กน้อยเมื่อเห็นริวจิทำท่าทีเหมือนจะหนี
" คุณรู้มั้ยก่อนจะถึงกับดักที่ 1 มันยังมีกับดักอื่นอยู่อีก "
"นายไปแอบเตรียมการอะไรไว้อย่างงั้นหรอ บอกหน่อยได้มั้ยว่ามันคืออะไร "
" กับดักที่ศูนย์ไง มันก็คือตัวผมเอง "
เมื่อได้ยินริวจิพูดอย่างงั้นแล้ว เขาก็คิดว่าริวจิบ้าไปแล้วแน่ๆ เขาคิดจะฆ่าตัวตายอย่างงั้นหรือ
เมื่อเห็นโกโตะเงียบ เขาก็เดินหันหลังกลับไป เมื่อเห็นริวจิเดินกลับไปโกโตะก็ถอนหายใจออกมา
"นี่เขาคิดจะเสียสละเพื่อพวกเราขนาดนี้เลยอย่างงั้นหรอ "
หลังจากริวจิเดินออกจากห้องเขาก็ไปรวมตัวกับพวกพ้องของเขาก็รออยู่ในห้องอยู่ก่อนแล้ว
" เอาละถึงเวลาแล้วไปกันได้ "
"ไปไหนอย่างงั้นหรอ ไม่ใช่ว่าเราจะรออยู่ในค่ายอย่างงั้นหรอ" โจเซฟได้พูดออกมาเพราะเขาได้ยินแผนของริวจิที่ผู้บัญชาการคุยกัน ริวจิไม่ได้อธิบายแผนการอะไรกับพวกพ้องของเขาเลย
" ถ้าอยากแข็งแกร่งขึ้นก็ตามฉันมา "
เมื่อได้ยินริวจิพูดแบบนั้นอายูที่ดูอาการใ ได้รวบรวมสติและกล่าว
"โอเค งั้นรออะไรอยู่ละ "
แคทเทอรีนน่าเธออึ้งสักพักเนื่องจากเขาคิดว่าทั้ง 2 คนนี้บ้าไปแล้ว ที่จะไปเป็ด่านแรกของซอมบี้ แต่เนื่องจากเธอไม่อยากแพ้อายู เธอขบฟันและตอบตกลง
"ถ้าอายูกล้าไปทำไมฉันจะไม่กล้าไป เหอะ"
"นี่พวกเธอบ้าไปกันใหญ่แล้ว ฉันรู้ว่านายแข็งแกร่งแต่ว่า ฉันไม่แน่ใจว่านายจะสามารถสู้กับพวกมันได้ "
เมื่ออายูได้ยินที่โจเซฟพูด เธอไม่เลือกที่จะแปลให้กับริวจิฟัง เธอเลือกที่จะตอบกลับไปเอง
"นายคิดว่าตอนที่เจอกับนาย L เค้าปล่อยจิตสังหารออกมาทั้งหมดแล้วอย่างงั้นหรอ "
คำพูดของหญิงสาวนั้นราบเรียบแต่ว่า ใบหน้าของโจเซฟนั้นเมื่อได้ยินที่อายูพูดภาพในเหตุการณ์ตอนนั้นได้ผุดขึ้นมาให้หัวของเขา และผู้หญิงคนนี้ได้บอกอีกว่า นั้นยังไม่ใช่พลังทั้งหมดของเขา
"เอาว๊ะ ตายเป็ตาย"
"เฮ้ๆ พวกนายคุยอะไรกัน ฉันฟังไม่รู้เื่ สรุปพวกนายจะไปใช่มั้ย "
หลังจากนั้นพวกเขาทั้ง 4 ก็ได้มาถึง จุดที่ก่อนถึงกับดักที่ 1 ประมาณ 5 เมตร ซึ่งเป็ระยะที่ค่ายสามารถมองเห็น
"หัวหน้าให้ฉันเอารถมาทำไมเยอะแยะหลายคัน และยังแถมมาจอดไว้เหมือนตั้งโชว์อย่างไงอย่างงั้นแหละ "
โจเซฟสงสัยเพราะเขานึกว่าริวจิ จะะเิรถหรือว่า จะใช้เหยียบซอมบี้ประมาณนี้(การวางประมาณตัว V)"
"อ่อ ช่องตรงกลางที่ฉันเหลือไว้ พวกนาย 3 คนเปลี่ยนกันเข้าไปเพื่อฆ่าซอมบี้แล้วกันน่ะ มีรถให้พักคันที่คันสุดท้าย ฉันจะพยายามไม่ให้ซอมบี้ขั้น 2 ไปถึงละกัน"
เมื่อ 2 คนที่เข้ามาใหม่นั้นได้ยินเขาอึ้งเพราะ เหมือนว่าริวจิจะออกไปโจมตีพวกมันคนเดียวและให้พวกเขาสู้กับซอมบี้ทีละตัว
ส่วนอายูนั้นเธอไม่ได้ตอบอะไรเพราะว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ริวจิทำแบบนี้
"มันจะไม่อันตรายไปหน่อยหรอหัวหน้า " โจเซฟพูดออกมาด้วยความเป็ห่วง
"ใช่แล้วคะมาสเตอร์ มันอันตรายเกินไปที่จะออกไปสู้ด้วยตัวคนเดียว " แคทเทอรีนน่ากล่าวเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว
"เอ๋ แคทเทอรีนน่านี่เป็ครั้งแรกเลยนะที่เธอ เห็นด้วยกับฉัน " โจเซฟพูดพร้อมกับแสยะยิ้มมองไปที่แคทเทอรีนน่า
"เงียบไปสะโจเซฟ"
เมื่อเห็นทั้งคู่พูดออกมา เขารู้ว่าทั้งคู่เป็ห่วงและไม่ได้มีเจตนาร้าย การที่พวกเขามากับริวจิซึ่งต่อสู้กับฝูงซอมบี้มากมายมหาศาลขนาดนี้ เป็เครื่องพิสูจน์ความเชื่อใจได้เป็อย่างดีเลยเชียวละ
"ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันไม่เป็ไร " ริวจิได้พูดออกมาพร้อมกับยิ้มให้กับทั้ง 3 คน
เมื่อเห็นดังนั้น พวกเขาทั้ง 2 จึงคิดว่าไม่อาจห้ามริวจิได้
"งั้นขอให้ปลอดภัย ครับ/ค่ะหัวหน้า L "
ทั้งสองคนพูดเหมือนคำกล่าวลาครั้งสุดท้ายอย่างไงอย่างงั้น
"งั้นเรามาลุยกันเลย "
ริวจิได้พุ่งเข้าไปที่ ฝูงซอมบี้และเหวี่ยงดาบทมิฬ เบาๆ
ฉับ
ซอมบี้ G1 และG2 รวมกัน 10ศพ ที่ใกล้เข้ามาขาดเป็ 2 ท่อนในทันที
"นี่เป็การต่อสู้ความอดทนเราจะใช้พลังไปั้แ่ต้นไม่ได้ " ริวจิได้บ่นพึมพำพูดกับตัวเอง
ฉับ
ฉับ
ฉับ
ซอมบี้ได้ตายลงอย่างรวดเร็ว
และมีซอมบี้ G1 หลุดมาหาพวกเขาบ้าง โจเซฟและแคทเทอรีนน่า อ้าปากค้าง ได้แต่มองอยู่ที่รถและรอเปลี่ยนคิวกับอายูที่อยู่ด้านนอกอยู่
"นี่หัวหน้าของพวกเราแข็งแกร่งถึงขนาดนี้เลยอย่างงั้นหรอ" พวกเขาได้อุทานพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็กำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ