แสงแดดยามบ่ายคล้อยลอดผ่านกิ่งไม้ของป่าเขาที่โอบล้อมหมู่บ้านสะปันทอดเงาสลับกับทิวเขาที่เรียงตัวเป็นชั้น ๆ มองไปไกลสุดลูกหูลูกตาท้องฟ้าครามจรดเส้นขอบฟ้า ตัดกับสีเขียวขจีของต้นไม้ที่ปกคลุมทั่วทั้งหุบเขาลมเย็นเอื่อย ๆ พัดมากระทบผิวกาย แทรกผ่านช่องหน้าต่างของรถที่แล่นไปตามทางคดเคี้ยวที่นำพาพวกเขาเข้าสู่หมู่บ้านเล็กๆ ท่ามกลางขุนเขาแห่งนี้
ผมจับพวงมาลัยแน่นใช้ความเร็วคงที่บนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ดวงตาจ้องมองถนนเบื้องหน้าแต่จิตใจกลับล่องลอยไปยังภาพที่เห็นก่อนหน้านี้— ภาพที่ทำให้ผมจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวภาพของเนและน้าตุ๊กเมื่อไม่ถึงสองชั่วโมงก่อนนั้น ที่ทั้งคู่หลบไปเสพกามกันอยู่หลังม่านน้ำตกนั่นกำลังทำให้สติของผมไม่มั่นคงเสียเท่าไหร่
"ปัน! ขับดี ๆ หน่อยลูก เดี๋ยวรถคันหลังตามไม่ทันหรอก ยัยปุณยิ่งขับรถช้า ๆอยู่"
เสียงเอ็ดของแม่ผมดังขึ้นจากเบาะหลัง
ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเร่งสมาธิกลับมาที่ถนนเบื้องหน้า
"คร๊าบบ ๆแต่เดี๋ยวนี้เขาก็ใช้ GPS กันทั้งนั้นจะช้าจะเร็วก็ไปถึงจุดหมายเดียวกันแหละน่าแม่"
"เด็กคนนี้นี่เถียงเก่งจริง ๆ สมกับเป็นลูกพ่อ"
แม่ผมบ่นพลางส่ายหัวส่วนพ่อก็โดนหางเลขไปด้วย
"ก็แม่อะ ชอบบ่น ปันจะอดใจไหวไม่เถียงได้ยังไงกันล่ะ"
ผมยักไหล่ผ่อนคันเร่งตามที่แม่ขอ
"แม่ไม่ได้บ่นย่ะ แค่เตือน ขับรถน่ะ ไม่ใช่เล่นเกมแข่งรถ เข้าใจไหม? พ่อเขาอุตส่าห์ไว้ใจลองให้ลูกขับดูใกล้ ๆ ก็ขับให้มันดี ๆ หน่อย"
แม่ตีแขนลูกชายเบาๆ อย่างหมั่นไส้ ส่วนพ่อ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะขำ
"เอาน่า ๆแม่ก็ไม่ต้องไปดุลูกมันนักหรอก ลูกมันขับดีอยู่นะ ไม่ต้องห่วงมากหรอกเถียงกันไปเถียงกันมา เดี๋ยวพอถึงที่พักก็เหนื่อยกันหมดพอดี"
ผมแอบหัวเราะขำโชคดีที่พ่อเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย เพราะรู้ดีว่าแม่ของเขาถ้าจะบ่น ก็คงไม่จบง่าย ๆแล้วผมก็จะเถียงแม่ไม่เลิกอย่างอดไม่ได้
ขณะที่รถเคลื่อนตัวเข้าใกล้หมู่บ้านสะปันมากขึ้นวิวสองข้างทางเริ่มเผยให้เห็นภาพของหมู่บ้านกลางหุบเขาที่งดงามราวภาพวาดหลังคาเรือนเรียงรายกันเป็นแนวบ้านไม้เก่าบางหลังก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์แบบดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างครบถ้วนบางหลังก็มีการปรับปรุงใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงกลมกลืนกับธรรมชาติเส้นทางในหมู่บ้านทอดยาวผ่านสะพานแขวนที่ข้ามลำธารสายเล็กน้ำในลำธารใสจนมองเห็นก้อนหินใต้ผืนน้ำสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย เสียงน้ำไหลเอื่อย ๆผสานกับเสียงลมพัดไหว ให้ความรู้สึกเงียบสงบและผ่อนคลาย
รถแล่นเข้าสู่บริเวณที่ซึ่งเป็นจุดหมายตั้งอยู่ริมลำธารความรู้สึกเย็นสบายจากไอหมอกบาง ๆในอากาศช่วยขับไล่ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางออกไป ผมชะลอรถและจอดหน้าที่พักก่อนจะดับเครื่องยนต์
พวกเขาค่อย ๆทยอยลงจากรถ ช่วยกันยกของลงเตรียมเข้าที่พัก
แม่หันไปมองรอบๆ ก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ
"ที่นี่สวยตรงปกมากเลยเนอะพ่อ...ดูสิ ลำธารอยู่ใกล้แค่นี้เอง"
"ใช่ บรรยากาศดีสมกับที่ยัยปุณมันคุยไว้จริง ๆ"
พ่อพยักหน้าเห็นด้วยพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป
“แหม ก็บอกแล้วว่าให้ไว้ใจหนู”
พี่ปุณรีบเคลมผลงานของตัวเองก่อนจะใช้ให้สามีขนของเข้าที่พัก
ผมเองก็กวาดตามองรอบๆ ที่พัก มันเป็นบ้านพักไม้ที่สร้างอย่างกลมกลืนไปกับธรรมชาติมีระเบียงกว้างยื่นออกไปสู่ลำธาร ด้านหน้าที่พักมีโต๊ะไม้เล็ก ๆ จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบบรรยากาศเงียบสงบจนสามารถได้ยินเสียงน้ำไหลจากลำน้ำว้า เสียงนกร้องจากป่าเขาโดยรอบ
"เอาล่ะ แยกย้ายกันไปเก็บของพักผ่อนบ้านใครบ้านมันก่อน ส่วนใครยังไหวจะไปเดินเล่นที่ไหนต่อก็ตามสบาย"
พ่อบอกกับทุกคนโดยบ้านพักที่เราจองไว้มีทั้งหมดหกหลังติดกัน ซึ่งผมจะนอนกับพ่อและแม่หลังหนึ่งครอบครัวพี่ปุณหลังหนึ่ง อีกสี่หลังจะแบ่งตามสัดส่วนสมาชิกครอบครัวบ้านที่เหลือ
ผมแอบเหล่มองครอบครัวพ่อแม่ลูกของลุงวิทที่เบื้องหน้าดูปกติดีแต่ไม่น่าเชื่อว่าเบื้องหลังจะเต็มไปด้วยกลิ่นคาวโลกีย์ต้องห้ามเข้มข้นขนาดนี้ถ้าไม่ได้มาเห็นด้วยตาตัวเองย่อมไม่มีใครเชื่อแน่
ผมยกกระเป๋าขึ้นมาไว้บนเตียงหลังจากตามพ่อกับแม่เข้ามาในห้องพักสายตาสำรวจไปรอบด้วยความรู้สึกชื่นชม บ้านพักไม้สไตล์ล้านนาแห่งนี้มีเสน่ห์ในแบบที่หาไม่ได้ง่ายๆ ทุกมุมของห้องเต็มไปด้วยรายละเอียดที่บรรจงตกแต่งให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ
ผนังห้องเป็นไม้สนขัดเงาเผยให้เห็นลวดลายธรรมชาติของเนื้อไม้ พื้นไม้สีอบอุ่นให้ความรู้สึกสบายเท้า เตียงนอนขนาดควีนไซส์ตั้งอยู่กลางห้องหัวเตียงทำจากไม้สักแกะสลักลวดลายไทยประยุกต์ที่นอนหนานุ่มถูกปูด้วยผ้าปูสีครีมสะอาดตาตัดกับหมอนใบใหญ่ที่เรียงไว้อย่างเป็นระเบียบบนเตียงมีผ้าห่มผืนหนาพับไว้เรียบร้อยผ้าคลุมเตียงที่ทอจากผ้าฝ้ายลายพื้นเมืองเพิ่มสัมผัสอบอุ่นและกลิ่นอายของล้านนาได้เป็นอย่างดี
หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงอ่อนๆ ของยามเย็น ทำให้บรรยากาศภายในดูโปร่งโล่ง แสงแดดสีทองอ่อน ๆสะท้อนกับผ้าม่านสีขาวนวลที่พลิ้วไหวเบา ๆ ตามสายลม
ผมเดินสำรวจไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่โซนหนึ่งของบ้านพักซึ่งเป็นอ่างอาบน้ำไม้โอ๊กตั้งอยู่ติดริมระเบียงอย่างพอดิบพอดีด้านข้างมีฉากไม้ไผ่กั้นเพียงบางส่วนเปิดโอกาสให้ผู้ที่แช่น้ำได้ดื่มด่ำกับวิวภูเขาและลำธารที่อยู่เบื้องหน้าได้อย่างเต็มตาออกแบบมาเพื่อให้แขกได้แช่ตัวพร้อมกับละเลียดความงามของธรรมชาติอย่างแท้จริง
"แหม วิวอย่างนี้นะ อยากมานอนแช่น้ำอุ่น ๆ พร้อมกับจิบเบียร์เย็น ๆสักแก้วจริง ๆ นะคุณ"
แม่ผมพูดขณะยืนเกาะระเบียงยืนหน้าออกไปชมธรรมชาติยามเย็น อากาศเย็นสบายพัดผ่านผิวเบา ๆ ปันยืนอยู่ในห้องพักสายตาอดไม่ได้ที่จะหยุดลงที่ภาพของแม่ที่กำลังยืนพิงระเบียงไม้มองทอดสายตาออกไปยังวิวหุบเขาและลำน้ำว้าเบื้องหน้า
แสงอาทิตย์ยามอัสดงฉาบไล้ใบหน้าของแม่ให้ดูเปล่งประกายราวกับภาพวาดแม่สวมเสื้อยืดรัดรูปสีขาวที่เน้นสัดส่วนพร้อมกับกางเกงขายาวสีเบจที่ช่วยขับให้รูปร่างดูสง่า รูปทรงของแม่ยังดูดีผิวเนียนขาวตูดเป็นตูดนมเป็นนม ถึงแม้จะเพิ่งขึ้นเลขสี่ก็ตาม
ดวงหน้าของแม่อ่อนเยาว์ดูพราวเสน่ห์ดึงดูดยั่วใจชายเจ้าชู้ควยโด่ทั้งหลายทรงผมสั้นประบ่าที่ตัดเป็นทรงพอดีรับกับกรอบหน้าทำให้ดูเรียบง่ายแต่กลับขับเน้นความน่ามองยิ่งขึ้นไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ากุลสตรีงามพร้อมอย่างแม่ผม ลับหลังพ่อกลับแอบไปคบชู้สู่ชายปล่อยให้เขาเบียดกอดคลอเคลีย จนเมียที่รักตัวอ่อนระทวย ถูกควยเขื่องพาดหน้าถูปากออดอ้อนพอใจอ่อนก็อมให้เขาจนแก้มตอบ
นี่ถ้าไม่ติดว่าพ่อยังอยู่ผมเองแทบอยากจะเดินเข้าไปยืนช้อนหลัง จับแม่แก้ผ้า แล้วยกขาแม่ข้างหนึ่งยืนกระเด้าแม่ท่ามกลางความสวยงามของธรรมชาติให้เสียรู้แล้วรู้รอดเหมือนที่ชู้มันเคยได้เชยชมทำกับแม่จนหลั่งในอิ่มอร่อยควยกันไปแล้วหลายรอบ
กลิ่นอายของธรรมชาติและอากาศเย็นสบายจากลำน้ำว้าพัดเข้ามาผสมกับกลิ่นไม้สนอ่อนๆ ภายในห้อง พ่อทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม พลางถอนหายใจยาวอย่างสบายอารมณ์
"โอ้โห นี่มันสวรรค์ของคนแก่เลยนะเนี่ยพ่อขอนอนพักก่อนนะ ตอนอยู่ที่น้ำตกดื่มกับเจ้าวิทไปเยอะ... ยังไงพ่อของีบสักหน่อยนะแม่"
แม่ที่กำลังยืนอยู่หน้ากระจกจัดเสื้อผ้าหันขวับมามองพ่อทันที
"ก็นั่นไงทิพย์บอกคุณแล้วว่าอย่าดื่มเยอะ นี่ยังไม่ค่ำเลยจะนอนแล้วเหรอ? ไหนว่าจะออกไปเดินเล่นถ่ายรูปในหมู่บ้านกับทิพย์ไง?"
พ่อโบกมืออย่างไม่ใส่ใจปกติพ่อก็ไม่ค่อยทำตัวหวานกับแม่เท่าไหร่อยู่แล้วไม่แปลกเลยจะเกิดช่องว่างระหว่างทั้งคู่ ที่ทำให้คนอื่นเข้ามาแทรกแซงชนะใจแม่ได้
"ไม่ไหวละขอพักผ่อนก่อน แม่ไปเดินกับลูกก็แล้วกัน"
แม่ทำหน้ามุ่ยยกแขนกอดอกพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่
"งั้นก็ได้ปันไปเดินเล่นเป็นเพื่อนแม่หน่อย ปล่อยพ่อนอนเน่าตรงนี้ไปแล้วกัน"
พูดจบแม่ก็เดินเข้ามาควงแขนผมอย่างงอนๆ พ่อ ทำให้เต้านมของแม่มาถู ๆ ไถ ๆ ที่แขนผม ซึ่งโคตรสยิวทำเอาใจหวิว ๆ เลย
ผมเหลือบตามองพ่อที่กำลังยิ้มขำแล้วอดแกล้งแม่ไม่ได้
"โห ให้เดินควงแม่แบบนี้สาว ๆ ก็ไม่กล้าคุยกับปันอะดิ เดี๋ยวหาคู่ไม่ได้ใครจะรับผิดชอบ"
พ่อที่กำลังนอนเอนสบายหัวเราะเสียงดัง
"เอาน่าวันนี้แค่วันเดียวเอ็งก็ยอม ๆ เป็นคู่ควงให้แม่เขาหน่อยเถอะ"
ผมยิ้มเจ้าเล่ห์
"อ้าวงั้นพ่อต้องยกแม่ให้เป็นแฟนปันหนึ่งวันเป็นการรับผิดชอบ ตกลงปะล่ะ?"
"เอาไปเลยๆ พ่อยกให้! แต่วันเดียวนะเว้ย! พ่อหวง"
แม่หันขวับมามองทั้งคู่ด้วยสายตาเอือมระอาก่อนจะกระทืบเท้าปึงปังเบา ๆ เดินออกไปด้านนอก
"เงียบไปเลยทั้งคู่!ไร้สาระจริง ๆ!"
พ่อโบกมือส่งท้ายจากเตียงหลังจากแม่เดินออกไปนอกบ้าน
"ฝากดูแลแม่ด้วยนะปันอย่าให้ใครมาเกาะแกะได้ล่ะ"
“คร๊าบ ๆ เดี๋ยวจะดูแลให้เป็นอย่างดี”
ยามเย็นในหมู่บ้านสะปันอากาศเริ่มเย็นลงเล็กน้อย สายลมพัดเอื่อย ๆ พาเอากลิ่นดินชื้นและกลิ่นหอมจาง ๆของแมกไม้มาแตะจมูก ผมเดินเคียงข้างแม่ไปตามเส้นทางในหมู่บ้านถือกล้องดิจิตอลขนาดพอดีมือ หยุดเดินเป็นระยะ ๆ เพื่อเก็บภาพวิวรอบตัวไม่ว่าจะเป็นสะพานไม้เก่าแก่ที่ทอดข้ามลำน้ำว้า ท้องนาเขียวขจีไกลสุดลูกหูลูกตาหรือแม้แต่ร้านค้าท้องถิ่นที่ตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทาง
"เดินถ่ายรูปจริงจังเลยนะเรา จะส่งไปเข้าประกวดที่ไหนรึไง —หืม?"
แม่ผมว่า พลางเหลือบมองลูกชายที่กำลังเล็งกล้องไปยังร้านขายของฝากขณะที่แม่นั่งกินอาหารเบา ๆ รอ
ผมลดกล้องลงแล้วหันมายิ้มเจ้าเล่ห์
"แล้วนี่แม่ไม่อยากถ่ายรูปบ้างเหรอ? เดี๋ยวปันถ่ายให้ฟรี ไม่คิดตังค์ เอาปะล่ะ?"
"ไม่ต้องมาพูดดีเลยเดี๋ยวพอถ่ายเสร็จก็แซวแม่อีก ว่าแก่บ้างล่ะ ไม่ขึ้นกล้องบ้างล่ะ แม่รู้ทันหรอกนะ"
"โห แม่คิดอะไรไปนู่น แม่สวยขนาดนี้ แค่โพสต์ดี ๆ เดี๋ยวปันจะทำให้แม่ดูเหมือนสาวมหาลัยเลย"
"พูดดีแบบนี้แปลว่าต้องการอะไรสักอย่างแน่ ๆ"
แม่หรี่ตามองอย่างจับผิดแต่ก็ยังยอมนั่งนิ่ง ๆ ให้ลูกชายถ่ายรูป
‘ไอ้อยากได้น่ะอยากได้แน่ ๆ อยู่แล้วล่ะแต่แม่คงไม่อยากรู้หรอกว่าผมอยากได้อะไรจากแม่’
ผมคิดในใจพลางหัวเราะมือยกกล้องขึ้นเล็งไปยังสตรีสุดสวยตรงหน้า
"แม่ทำหน้าสบายๆ มองไปทางขวาหน่อย อ่า...ใช่แบบนั้นเลย! ยิ้มอีกนิดครับคุณผู้หญิง!"
แม่ทิพย์ถอนหายใจเบาๆ แต่ก็ยอมทำตาม นั่งโพสต์ท่าพลางทอดสายตามายังกล้องเส้นผมสั้นประบ่าของเธอสะท้อนแสงแดดอ่อน ๆทำให้ภาพที่ปรากฏในเลนส์กล้องดูมีเสน่ห์เป็นพิเศษ
"สวยมาก! นี่แหละ สุดยอดนางแบบของปัน"
"พูดแบบนี้ไม่กลัวสาว ๆ มาได้ยินหรือไง เดี๋ยวก็ขายไม่ออกหรอก"
แม่พูดพลางหัวเราะน้อยๆ
ผมฉวยโอกาสเดินเข้าไปนั่งใกล้แม่แล้วโอบไหล่แม่เข้ามาแนบตัว
"ไม่กลัวหรอกก็วันนี้พ่อยกแม่ให้ปันหนึ่งวัน ลืมแล้วเหรอไง"
พูดจบก็จุ๊บปากแม่เบาๆ หนึ่งทีอย่างไม่แคร์สายตาใคร
"บ้าจริงเชียวพ่อลูกคู่นี้ เล่นอะไรกันเป็นเด็ก ๆ ไปได้"
แม่ตีแขนผมเบาๆ พลางทำหน้าระอา แต่ก็ไม่ได้ขืนตัวออกไปไหน
ผมยิ่งได้ใจกอดแม่แน่นขึ้นแล้วทำหน้ากรุ้มกริ่ม
"แม่สวยขนาดนี้เดี๋ยวมีหนุ่ม ๆ แถวนี้มาต่อคิวจีบ ไม่รู้ล่ะ ยังไงปันก็ต้องกันไว้ก่อน"
แม่กลอกตาก่อนจะยกมือขึ้นดันหน้าลูกชายเบา ๆ ขณะที่เขาทำท่าว่าจะเข้ามาจุ๊บปากอีกรอบ
"พอเลย ไม่ต้องมาทำเล่นใหญ่แม่อายคนอื่นเขา "
แต่ถึงแม้จะพูดอย่างนั้นแม่ก็ยังยอมเดินไปพร้อมกับผมที่ควงแขนไม่ปล่อย
จากนั้นผมสตาร์ทรถแล้วขับออกจากแถวเขตที่พักมุ่งหน้าไปยังคาเฟ่ชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือหมู่บ้านสะปัน ทางขึ้นเป็นถนนเส้นเล็กที่ตัดผ่านบ้านเรือนของชาวบ้านและทุ่งนาสีเขียวขจีวิวสองข้างทางงดงามราวกับภาพวาด ขณะที่รถค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไปลมหายใจของแม่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ดูจะเบาสบายขึ้น
"วิวสวยดีเนอะ"
แม่พึมพำ ขณะใช้มือถือถ่ายออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะก้มลงกดมือถือพร้อมกับริมฝีปากที่คลี่ยิ้มจาง ๆ
"สวยครับ ว่าแต่ถ่ายรูปไปอวดใครหรือเปล่าเนี่ย?"
ผมแกล้งแซวพร้อมเหล่มองแม่ขณะขับรถ
"ตั้งใจขับรถไปไป๊ พูดมากจริง ๆ"
แม่แสร้งทำเป็นไม่สนใจก้มหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่กดมือถือต่อ
เมื่อมาถึงร้านที่เป็นจุดหมายตัวร้านตั้งอยู่บนเนินมีทางเดินทอดยาวไปยังระเบียงไม้ที่เปิดรับวิวทิวทัศน์ของหมู่บ้านสะปันได้อย่างเต็มตาทุ่งนาสีเขียวและภูเขาสลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องผ่านกลุ่มเมฆทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกอย่างน่าประหลาด ทว่าในใจผมกลับตรงกันข้ามมันดันคิดแต่เรื่องอีโรติกกับแม่ตลอดเวลานี่สิ
หลังจากเข้ามานั่งที่โต๊ะซึ่งตั้งอยู่ริมระเบียงผมเดินไปสั่งเครื่องดื่มสองแก้วเป็น อเมริกาโน่น้ำผึ้งสำหรับตัวเองและลาเต้เย็นสำหรับแม่ ระหว่างรอเครื่องดื่ม ผมก็เดินไปถ่ายรูปรอบ ๆ คาเฟ่มองดูนักท่องเที่ยวที่มาใช้เวลาพักผ่อน บางคนถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานบ้างก็นั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ พร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรด
เมื่อได้รับเครื่องดื่มผมถือแก้วทั้งสองกลับไปที่โต๊ะ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ผมต้องชะงักเล็กน้อยแม่กำลังนั่งหันหน้าออกไปทางวิว ขยับมือถือขึ้นมาถ่ายเซลฟี่ก่อนจะก้มหน้าเหมือนส่งให้ใครบางคนดูสีหน้าของแม่ดูมีแววเขินอายเล็กน้อย เหมือนเด็กสาววัยแรกแย้มที่กำลังเริ่มหวั่นไหวกับความรัก
"ปันรู้สึกว่าช่วงนี้แม่แต่งตัวสวยน่ารักกว่าปกติจังเลยนะ"
ผมพูดขึ้นพลางวางแก้วเครื่องดื่มลงตรงหน้าแม่
"แม่แต่งไปอวดใครที่ไหนหรือเปล่าเนี่ย?"
แม่สะดุ้งเล็กน้อยรีบวางโทรศัพท์มือถือลงบนตักก่อนจะเงยหน้ามองลูกชาย
"พะ...พูดอะไรของลูก แม่ก็แต่งตัวของแม่แบบนี้เป็นปกติอยู่แล้ว"
"เหรอออออ?"
ผมลากเสียงยาวหรี่ตามองแม่อย่างจับผิด ทั้งที่ในใจก็พอคาดเดาได้ ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
"หรือว่าแอบถ่ายรูปส่งให้กิ๊กชักว่าว?"
แม่ทำตาโตก่อนจะคว้าช้อนตักไอศกรีมของตัวเองขึ้นมายัดปากผมอย่างรวดเร็ว
""นี่แน่ะ! กินเข้าไปเยอะ ๆ สมองจะได้เย็น ๆ เลิกคิดแต่เรื่องลามก!"
ผมหัวเราะ ก่อนจะรับไอศกรีมเข้าปากโดยไม่ปฏิเสธแล้วเข้าไปโอบ ๆ หอม ๆ นัวเนียกับแม่
"อืม...อร่อยดีนะเนี่ย ว่าแต่วันนี้แม่เป็นแฟนปันหนึ่งวัน แม่จะยอมให้ถ่ายคลิปเก็บไว้ให้ปันชักว่าวบ้างได้ไหม?"
"ไอ้ลูกบ้า! พูดอะไรน่ะ ลามกที่สุด!"
แม่หน้าแดงเหวเสียงดุตีแขนผมแรง ๆ แต่ผมก็ไม่หยุดหอมแก้มแม่ ทำตัวเป็นน้ำหยดลงหินทุกวัน
"โห~ หอมจังเลยแม่ ใช้ครีมอะไรเนี่ย"
"เป็นอะไรของลูกเนี่ยพักนี้ชอบมานัวเนียกับแม่แปลก ๆ นะ"
แม่ขืนตัวหันมาสบตากับผมแล้วมองอย่างสงสัย
"ทำไมล่ะ ก็วันนี้พ่อยกแม่ให้เป็นแฟนปันหนึ่งวันนะก็ทำให้สมบทบาทหน่อยสิแม่"
"บ้าใครไปเป็นแฟนลูกเมื่อไหร่กัน"
"แม่ไม่ชอบให้ลูกชายอ้อนเหรอ"
"ไม่ใช่ไม่ชอบ...แต่ลูกโตเป็นหนุ่มแล้วนะ"
ผมเห็นแม่ถอนหายใจเฮือกใหญ่เต้านมกระเพือมขึ้นลงเป็นลูก ๆ เห็นแล้วเสียวจี๊ด
"แม่รู้ได้ยังไงว่าปันโต..."
ผมพูดกระซิบที่ข้างหูแม่สัมผัสได้ถึงอาการขนลุกเกลียวของแม่ ผมรู้ดีว่าแม่เป็นผู้หญิงที่เซ็กซ์จัดขนาดไหน แถมชู้คนล่าสุดของแม่ทำเอาผมคาดไม่ถึงเลยทีเดียวทั้งที่แม่ไม่ได้แอบมีใครมานานแล้วแท้ ๆ
"เพราะไอ้นี่หรือเปล่า"
ผมเอามือแม่มาจับควยที่กำลังตุงๆ ตรงบริเวณเป้ากางเกง
"ทำอะไรของเราน่ะทะลึ่ง!"
แม่รีบชักมือกลับเลิกลั่กมองซ้ายมองขวา
ผมซึ่งยังไม่ทันที่จะแกล้งหยอดแม่ต่อสายตาก็เหลือบไปเห็นเนกับน้าตุ๊กเดินเข้ามาในร้าน สายตาของผมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นทั้งคู่จับมือถือแขนขณะเดินกระหนุงกระหนิงเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันบรรยากาศรอบตัวทั้งสองเหมือนถูกปกคลุมด้วยออร่าของความหวานที่สัมผัสได้จากระยะไกล
ทันทีที่น้าตุ๊กเห็นผมกับแม่เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบปล่อยมือลูกชายอย่างแนบเนียน ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนเจ้าเนเองก็ดูจะงง ๆ กับปฏิกิริยาของแม่ตัวเองแล้วจึงหันมาเห็นผมกับแม่ที่นั่งอยู่ในร้าน
แม่ผมใช้จังหวะเดียวกันนั้นสลัดตัวออกจากแขนของผมได้สำเร็จแม่จะหันไปทักทายน้าตุ๊กที่เหมือนกำลังปรับสภาพอารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนแม่ผมจะไม่ได้สังเกตเลยว่าเนกับน้าตุ๊กมีความใกล้ชิดแนบแน่นกันอย่างผิดปกติ
แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะใครจะไปคิดว่าผู้หญิงที่ดูเข้มงวดกับลูกชายอย่างน้าตุ๊ก เบื้องหลังจะกลับทำเรื่องสุดสะเด่านอนอ้าหีให้ลูกชายกระเด้าอร่อยจู๋อร่อยจิ๋มกลายเป็นภาพติดตาฝังใจจนลืมไม่ลงให้แก่คนที่แอบไปพบเห็น
พอมาคิดถึงตัวเองก็รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องแปลก ใครมีแม่สวยสง่ายั่วควยแบบน้าตุ๊ก ก็ต้องแฝงความรู้สึกอยากเอาตัวเข้าแทรกกลางหว่างขาจ่อจับเอาลำควยถูไถเสยปากแคมสักทีสองที แล้วจับยัดให้มิดด้ามเสพสมให้เสร็จสักน้ำสองน้ำ ชาตินี้ก็ถือเป็นบุญควยอย่างยิ่ง
เฮ้อยิ่งคิดก็ยิ่งเสียวจี๊ด ๆ จนควยโด่น้ำปริ่ม ๆ ไม่รู้เลยว่าคืนนี้จะห้ามใจห้ามกายไม่ให้เย็ดแม่ตัวเองยังไงไหว