หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 5 บทที่ 128 ครองหัวใจใครสักคน

            ดอกไม้สีฟ้าอ่อนถูกเก็บมาจนเต็มกระบุง

            นางกำนัลใช้สากไม้เล็กๆ บดดอกไม้จนแหลก

            จากนั้นจึงค่อยๆ คั้นน้ำออกมา

            ด้วยเพราะน้ำจากดอกไม้นี้เข้มข้นนัก กลิ่นของมันจึงออกจะฉุนไปสักหน่อย

            เมื่อวางไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทสักพักหนึ่ง น้ำดอกไม้ก็จะเปลี่ยนเป็นสีดำ ดูแล้วน่าเกลียดสุดจะทน

            ตำหนักขององค์หญิงโอ่อ่ากว้างขวาง ทั้งขันทีและนางกำนัลก็มีจำนวนมาก เพราะองค์หญิงมักจะมีความคิดประหลาดมากมายมาชวนให้เหล่านางกำนัลและขันทีต้องวิ่งวุ่น

            เช่นเดียวกันกับน้ำดอกไม้คั้นนี้

            เมื่อก่อนองค์หญิงมักจะเสด็จไปที่ตำหนักของราชครูอยู่เป็นประจำ ทว่าหลายวันมานี้กลับไม่ได้เสด็จไป ทว่าทรงหมกมุ่นอยู่กับน้ำดอกไม้คั้นแทน

            และแน่นอนว่าองค์หญิงน้อยย่อมไม่มีทางลงมือคั้นเอง

            นางแค่ออกคำสั่งให้นางกำนัลไปทำให้สำเร็จดังที่ตนประสงค์เท่านั้น

            นางอยากจะทำน้ำหอมดอกไม้สักชนิดที่สามารถเอาชนะน้ำหอมของคนอื่นๆ ได้

            ทว่ายามที่ต้องลงมือกลับพบว่าช่างวุ่นวายนัก

            เจ้าน้ำดอกไม้นี่แตกต่างกับน้ำหอมดอกไม้ที่นางคิดไว้

            ทั้งยังเหม็นรุนแรงนัก

            อีกทั้งน้ำหอมที่นางคิดไว้ไม่เพียงแค่มีกลิ่นเดียวโดดๆ เท่านั้น นางอยากได้น้ำหอมที่มีกลิ่นแรก กลิ่นกลาง และกลิ่นสุดท้ายรวมอยู่ด้วยกัน แต่เมื่อดมแล้วกลับให้กลิ่นที่ต่างกัน น้ำหอมที่ทำให้ไม่ว่าใครก็ต้องตั้งตารอ

            กลิ่นของมันจะต้องไม่ได้จบเพียงแค่ในกลิ่นเดียว เพราะถ้ามีเพียงกลิ่นเดียวไร้ซึ่งความซับซ้อน เพียงดมไปไม่นานก็คงจะเลี่ยนเสียแล้ว

            กลิ่นที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน

            วิธีการปรับให้กลิ่นมีความหลากหลาย การควบคุมให้แต่ละกลิ่นส่งกลิ่นหอมในเวลาที่ต่างกัน เป็นวิธีการที่ทั้งต้องแม่นยำและซับซ้อน

            ไม่เพียงแต่จะต้องใช้น้ำดอกไม้ ยังต้องใช้สุราฤทธิ์แรง

            องค์หญิงน้อยลูบคางพลางขบคิดว่าคงจะได้เวลาที่จะต้องทำสุราฤทธิ์แรงเองแล้ว

            เมื่อย้อนคิดถึงบุรุษที่ตนได้พบที่หอบัณฑิตในวันนั้น รอยยิ้มบนพระพักตร์ขององค์หญิงอีพลันสว่างไสวขึ้นทันตา

            ในที่สุดนางก็ได้พบกับบุรุษที่แตกต่างจากคนอื่นเสียที บุรุษทั่วไปเพียงแค่เห็นนางก็เอาแต่ก้มศีรษะคารวะด้วยความกลัว มีเพียงแค่บุรุษคนนั้นที่มีท่าทีไม่เหมือนใคร

            ทั้งเขายังดูเซ่อซ่าราวกับหนิงไฉ่เฉินที่แสนทึ่ม ราวกับกัวจิ้งที่ไม่รู้อันใดเลย

            แต่สถานะตระกูลของบุรุษที่นางกำลังคำนึงถึงอยู่ย่อมต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่

            องค์หญิงอีในฐานะที่เป็นองค์หญิงที่ใครก็เคารพนบนอบ  แน่นอนว่าจะต้องผ่านการฝึกฝนสายตาในการชื่นชมสิ่งต่างๆ

            อาภรณ์บนกายของบุรุษคนนั้นย่อมต้องมีราคาไม่เบา

            ข้าวของอื่นๆ ที่ใช้ก็ล้วนประณีต

            คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ด้านข้างใช้ถ้วยใบเล็กได้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว

            ทว่าบุรุษคนนั้นกลับใช้ของที่นำมาเอง ถ้วยที่เขาใช้ดูก็รู้ว่าย่อมต้องเป็นงานฝีมือ แน่นอนว่าย่อมต้องมีราคาแพงลิบลิ่ว

            ทว่าในสถานการณ์ที่แสนจะอึกทึกครานั้น มีคนผู้หนึ่งเผลอสะบัดชายเสื้อปัดถ้วยชาของเขาตกแตก แต่เขาก็ดูราวกับไม่ถือสา ใบหน้ายังคงยิ้มแย้มสั่งการให้คนมาเก็บกวาดไปเสีย

            รอยยิ้มของเขาราวกับแสงตะวันที่สว่างสดใสไปทุกหนทุกแห่ง

            องค์หญิงอียามได้ประสบกับรอยยิ้มนั้นก็พลันเคลิบเคลิ้ม ราวกับว่าบนโลกใบนี้แท้จริงแล้วรักแรกพบมีอยู่จริง

            แม้จะอยู่ห่างกันแสนไกล แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย

            ราวกับการรอคอยที่แสนยาวนาน

            ราวกับข้ามกาลเวลาเดินทางมานานนับพันปี ราวกับว่าเพียงเพื่อจะมาพบกันในครานี้

            นางทำทีเดินผ่านเขาอย่างไม่ใส่ใจ 

            แล้วจึงลอบสูดดมความหอมบนกายเขา

            กลิ่นหอมเบาบาง ทว่าก็ชัดเจนนัก แตกต่างกับกลิ่นของคนอื่นๆ ในที่นั้น นางจึงได้ประทับใจกลิ่นนั้นยิ่งนัก

            กระทั่งบัดนี้นางก็ยังจำกลิ่นนั้นได้ไม่ลืม

            เดิมทีกลิ่นนั้นก็ช่างแสนพิเศษ

            กลิ่นของเขาทำให้นางอยากจะทำน้ำหอมที่มีกลิ่นไม่เหมือนใคร

            เพียงแต่ขั้นตอนการทำไม่ค่อยจะราบรื่นนัก

            คราแรกนางคิดไว้ว่าหากเจอกันคราวหน้า นางก็คงจะได้ใช้น้ำหอมชนิดนี้แล้ว ทว่าเมื่อดูจากกรรมวิธีการทำของมันแล้วก็ไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จเมื่อใด

            เมื่อไม่เป็นไปตามแผนเช่นนี้ อารมณ์ขององค์หญิงน้อยจึงไม่ใคร่จะสู้ดีนัก

            คิ้วขมวดเป็นปม เหล่าขันทีเมื่อเห็นเช่นนั้นก็พากันอกสั่นขวัญแขวน

            ยามองค์หญิงเบิกบานใจ นางยังสามารถทรมานคนได้เป็นกลุ่มๆ แล้วหากว่าไม่พอใจขึ้นมาเล่า…

            เหล่านางกำนัลที่ต้องคอยคั้นน้ำจากดอกไม้ ยามนี้ปวดมือกันจนแทบจะยกไม่ขึ้นอยู่รอมร่อ ทว่าเมื่อเห็นองค์หญิงที่ยังคงประทับอยู่ด้านหน้า พวกนางก็จำต้องออกแรงคั้นต่อ ทั้งยังไม่อาจเร่งทำได้ แล้วก็มิอาจชักช้าได้เช่นกัน จะต้องควบคุมจังหวะให้ดี

            เคราะห์ดีที่นางกำนัลจากตำหนักฮองเฮามาทูลเชิญองค์หญิงพอดี

            เมื่อเห็นว่าองค์หญิงเสด็จจากไปแล้ว เหล่านางกำนัลก็พากันถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งใจ

            นกยูงกลางลานในตำหนักจ้าวเหอ บัดนี้กลับดูเซื่องซึม ขนหางที่เคยอวดโฉมก็ลู่ลงไปกับพื้น เมื่อเทียบกับนกยูงที่เคยเฉิดฉายในตอนแรก ยามนี้ดูอย่างไรก็ราวกับว่าไม่ใช่นกยูงตัวเดิม ดูคล้ายกับไก่ฟ้าที่ขนยาวสักหน่อยเพียงเท่านั้น ไร้ซึ่งวี่แววของหงส์อย่างที่คนอื่นๆ เคยร่ำลือกัน

            เกรงว่าขันทีในตำหนักที่เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงนกก็ยังมิอาจเลี้ยงนกยูงตัวนี้ให้ดีได้เช่นกัน

            แม้ว่ามันจะยังไม่ตาย แต่ขนก็ร่วงโรยไปไม่น้อยแล้วเช่นกัน

            ด้วยเหตุนี้ขันทีที่รับหน้าที่ดูแลนกยูงโดยเฉพาะจึงถูกเปลี่ยนไปแล้วสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกต้องโทษประหารที่มิอาจดูแลมันให้ดีได้

            ทั้งที่นกยูงเป็นนกทางใต้ จึงไม่อาจปรับตัวกับสภาพอากาศของแคว้นเชินได้ การที่มันขนร่วงมากมายเช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

            ยามที่องค์หญิงอีมาถึง นางก็เห็นเสด็จแม่ของตนยืนอยู่หน้าสวนนกยูงด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

            ด้านหลังยังมีนางกำนัลและขันทียืนอยู่ห่างๆ 

            นางไม่ชอบนกยูง ตัวมันกลิ่นเหม็นเหลือเกิน

            ทว่าผู้คนที่นี่กลับบอกว่ามันคือหงส์ ทั้งยังบอกว่านางคือเทพธิดา เทพธิดาจำเป็นต้องอยู่ใกล้กับหงส์ ดังนั้นต่อให้นางไม่ชอบมันเพียงใด ก็ยังต้องแสร้งทำเป็นสนิทสนมกับมันอยู่ดี

            ฮองเฮาเห็นมาตั้งแต่ไกลแล้วว่าพระธิดาของตนกำลังเดินมา

            ที่นางมายืนอยู่ตรงนี้ ความจริงไม่ใช่เพื่อมายืนชื่นชมหงส์อะไรทั้งนั้น

            เพียงแต่จุดนี้เป็นพื้นที่โล่งกว้าง เหมาะแก่การสนทนาเรื่องลับๆ

            ทุกคราที่มีเรื่องสำคัญนางก็จะมาหารือกันที่สวนหงส์แห่งนี้

            หลายปีมานี้จากหญิงบรรณาการแคว้นจิงที่ถูกส่งมาให้เป็นสนมนางหนึ่ง กลับได้กลายเป็นฮองเฮาของแคว้นเชิน จนบัดนี้ที่นางมีกองกำลังคอยหนุนหลังเป็นของตนเองแล้ว

            น่าขันนักที่เหล่าขุนนางแคว้นเชินเมื่อก่อนก็ล้วนแต่กล่าวกันนางคือนางสนมปีศาจ บัดนี้เมื่อได้รับการสนับสนุนจากนางก็พากันยินดี ทั้งยังแย่งกันมาเข้าร่วมกับนางเสียด้วยซ้ำ ไม่เพียงเท่านั้น ยังช่วยกันล้างมลทินให้นาง กล่าวว่าแท้จริงแล้วนางคือชาวแคว้นเชิน ทั้งยังดันทุรังไปหานักปราชญ์ของแคว้นเชินมาช่วยกันหลอกลวง

            ฮองเฮาจ้าวนึกดูแคลนชาวแคว้นเชินนัก

            แม้ว่าชาวแคว้นเชินจะเป็นปัญญาชน รูปลักษณ์งดงาม ทว่าเนื้อในกลับมิอาจสู้ชาวแคว้นจิงที่กล้าทำกล้ารับ พูดคำไหนก็เป็นคำนั้น

            แต่ก็แน่นอนว่าความรู้สึกเช่นนี้ของนางมิมีทางแสดงออกได้

            วันนี้นางเป็นถึงฮองเฮาแคว้นเชินที่ปกครองคนทั้งใต้หล้า

            นางได้ยินเหล่านางกำนัลเล่ากันว่ายามนี้ราชครูปรากฏตัวแล้ว แท้จริงแล้วเขาหลบอยู่ในพื้นที่รกร้าง ทั้งยังผ่านสงครามครั้งใหญ่มาแต่กลับยังมีชีวิตอยู่ ช่างอายุยืนเสียจริง

            บัดนี้ฝ่าบาทไม่เพียงอภัยโทษให้ราชครู แต่ยังพระราชทานตำแหน่งให้ หากนางยังดึงดันจะส่งคนออกไปตอนนี้ย่อมเป็นการกระทำที่ประมาทเลินเล่อเกินไป ทั้งยังอาจทิ้งร่องรอยเอาไว้ได้

            ทว่าหากราชครูกลับมาจริงๆ ก็เท่ากับว่าตั้งแต่ต้นจนจบ นางไม่อาจกำจัดเสี้ยนหนามที่ตำใจชิ้นนี้ออกไปได้เลย

            นางไม่อาจลงมือเอง จึงต้องให้คนอื่นลงมือแทน นางเองก็มิรู้จะทำอย่างไรเช่นกัน…

            ฮองเฮายังคงจับจ้องอยู่ที่เจ้านกยูงหลังรั้วไม้ ดวงตาพลันปรากฏแววรังเกียจขึ้นมา

            จวบจนกระทั่งองค์หญิงเสด็จมา พระพักตร์ของฮองเฮาจึงได้ปรากฏรอยยิ้มอบอุ่นขึ้นมา

            “ได้ยินมาว่าพักนี้องค์ชายน้อยของแม่กำลังเล่นดอกไม้อยู่หรือ ดอกไม้มีพอหรือไม่เล่า หากไม่พอในสวนอวี้แห่งนี้ก็ยังมีดอกไม้อีกมาก”

            “เสด็จแม่เห็นลูกซนถึงเพียงนั้นเลยหรือเพคะ เสด็จพ่อกับเหล่านางสนมน้อยๆ โปรดการชื่นชมดอกไม้ในสวนอวี้แห่งนี้ที่สุด”

            เพราะช่วงนี้องค์หญิงมีเรื่องราวในใจ จึงมิได้สนใจพระมารดาของตนเท่าใดนัก

            ทว่าเมื่อได้เห็นแผ่นหลังที่แสนอ้างว้างของนางยืนอยู่ในสวนหงส์แห่งนี้ก็พลันรู้สึกปวดใจขึ้นมา ทั้งยังละอายเหลือเกิน

            เสด็จพ่อจะว่าดีก็ดีอยู่บ้าง ทว่าเขาหลายใจนัก ตั้งแต่พระสนมเอกเล่อมีครรภ์ก็เสด็จไปที่นั่นแทบจะทุกวัน ในวังหลวงแห่งนี้สถานที่ใดจะขึ้นสูงหรือตกต่ำก็ล้วนแล้วแต่เพราะเสด็จพ่อของนาง

            ยามนี้ตำหนักของเสด็จแม่ยังไม่อาจครึกครื้นเท่าตำหนักของพระสนมเอกเล่อด้วยซ้ำ 

            ยามนี้เพียงแค่ในท้องมีเด็กก็ยังกำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้ หากรอจนมีองค์ชายน้อยขึ้นมาจริงๆ ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร

            เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ องค์หญิงอีก็พลันยิ้มเยาะขึ้น

            นี่หรือความรักจากฮ่องเต้ ช่างน่าขันนัก องค์หญิงเช่นนางชาตินี้ขอเพียงได้ครอบครองดวงใจของใครสักคนแล้วแก่ชราไปด้วยกันก็พอ

            นางไม่ได้ยืนข้างกายเสด็จแม่อย่างเคารพเช่นที่ผ่านมา ทว่ากลับกางวงแขนโผเข้ากอดเสด็จแม่ของนางแทน

            เสด็จแม่ผอมลง ผ่ายผอมกว่าเมื่อก่อนเสียด้วยซ้ำ ทั้งนางยังดูไม่เบิกบานใจ

            องค์หญิงน้อยจึงเงยหน้าขึ้นถามเสด็จแม่ของตน “เสด็จแม่ ลูกส่งดอกไม้ไปให้พระสนมเอกเล่อได้หรือไม่เพคะ”


    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185