บทที่ 2 ระบบตามมาด้วย!
"แม่คะ หนูเอาข้าวมาให้ค่ะ หน้าผากเหรอคะ? ไม่เป็ไรหรอกค่ะ หนูแค่เดินซุ่มซ่ามล้มไปเอง"
เสิ่นหนานซิงพยายามฝืนกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา ตอนนี้เธอยังไม่สามารถบอกมารดาได้ว่า ในอนาคตจะต้องมีการชำระความกับคนที่ทำร้ายเธออย่างแน่นอน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คืออาการป่วยของพ่อ!
"รีบมาพักเถอะลูก ให้แม่ดูหน่อยสิ ตรงนี้เขียวช้ำไปหมดแล้วนะ ยังจะบอกว่าไม่เป็ไรอีก!" ซูอวี้จู๋มองแผลด้วยความกังวลใจ เธอรีบดึงมือเสิ่นหนานซิงให้นั่งลงข้าง ๆ
เมื่อได้ัักับมืออันอบอุ่นของมารดา เสิ่นหนานซิงก็รู้สึกสะท้อนใจลึก ๆ นี่แหละคือแม่ของเธอ แม้ตัวเองจะเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่ไหว แต่ในใจก็ยังคงมีแต่ความห่วงใยที่มีต่อลูกเสมอ!
"แม่คะ หนูไม่เป็ไรจริง ๆ ค่ะ ว่าแต่พ่อยังไม่ฟื้นอีกเหรอคะ?"
เสิ่นหนานซิงทอดสายตามองพ่อที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง หัวใจของเธอราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก
พ่อยังอยู่! เธอไม่ได้กลับมาสายเกินไปจริง ๆ!
"ยังไม่ฟื้นเลยลูก หมอบอกว่าพ่อแค่ขาาเ็ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงยังหมดสติ หมอให้ทำได้แค่เฝ้าดูอาการไปก่อน แต่ก็ไม่ได้บอกชัดเจนว่าต้องรักษาอย่างไรต่อ"
เมื่อเอ่ยถึงอาการป่วยของสามี ซูอวี้จู๋ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความหนักอก
สามีคือเสาหลักเพียงหนึ่งเดียวของบ้าน ในขณะที่ลูก ๆ ก็ยังเล็กจนไม่สามารถพึ่งพาอะไรได้มากนัก แม้ในใจจะรู้สึกสับสนและมืดแปดด้านเพียงใด แต่ต่อหน้าลูกสาวเธอก็ไม่อาจแสดงความอ่อนแอออกมาได้ เธอต้องฝืนทำตัวให้เข้มแข็งเพื่อประคองครอบครัวนี้ไว้ให้รอด!
เสิ่นหนานซิงกุมมือแม่ไว้แน่น ทำทีเป็เอ่ยคำปลอบประโลม แต่ในขณะเดียวกันเธอก็แอบใช้นิ้วทาบลงบนข้อมือเพื่อตรวจจับชีพจรของมารดาไปด้วย
โชคดี! แม่แค่มีอาการเหนื่อยล้าสะสมเท่านั้น ยังห่างไกลจากคำว่าป่วยหนัก
"แม่คะ คืนนี้หนูจะอยู่เฝ้าไข้พ่อเองค่ะ! แม่กลับไปพักผ่อนที่บ้านเถอะค่ะ ขืนแม่ยังฝืนอยู่เฝ้าติดต่อกันแบบนี้ ต่อให้ร่างกายทำด้วยเหล็กก็คงรับไม่ไหวหรอกค่ะ!"
ตราบใดที่พ่อไม่เป็อะไร แม่ก็จะไม่ทรุดหนักลงไปอีก กล่องบรรจุโศกนาฏกรรมก็จะไม่มีวันเปิดออก ่เวลาหลังจากนี้ ทุกอย่างยังคงแก้ไขได้ทันเวลา
"ไม่ได้หรอกลูก หนูน่ะยังเด็กนัก พรุ่งนี้ยังต้องไปทำงานที่สถานีอนามัยอีก แม่ยังไหว พอจะอยู่ที่นี่ต่อได้" ซูอวี้จู๋รีบปฏิเสธเพราะไม่อยากให้ลูกสาวต้องลำบาก
"แม่คะ! เื่นั้นหนูขอลาลุงเฉิงไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ ่นี้ที่สถานีอนามัยงานไม่ยุ่งเท่าไหร่ พ่อมาล้มป่วยแบบนี้ พี่ใหญ่ก็ไม่อยู่บ้าน แม่ต้องฟังหนูนะคะ! ถ้าแม่เกิดล้มป่วยไปอีกคน พวกเราพี่น้องจะทำอย่างไรกันคะ?"
เสิ่นหนานซิงงัดทุกเหตุผลขึ้นมาอ้าง เพราะหากแม่กลับบ้านไปในวันนี้ เธอถึงจะมีโอกาสลงมือรักษาพ่อได้อย่างเต็มที่
ซูอวี้จู๋ทนการอ้อนวอนของลูกสาวไม่ไหว ประกอบกับร่างกายของเธอก็ล้าจนถึงขีดสุดแล้วจริง ๆ
ในที่สุดเธอก็ยอมใจอ่อน แต่ก็ไม่วายกำชับเสิ่นหนานซิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าหากมีอะไรผิดปกติให้รีบไปตามหมอทันที
หลังจากรอจนพยาบาลมาเปลี่ยนยาใน่บ่ายเสร็จสิ้น เธอจึงยอมเดินทางกลับบ้านไปด้วยความไม่สบายใจนัก
เสิ่นหนานซิงมองตามแผ่นหลังของมารดาที่เดินลงบันได จนเงาร่างเล็กเลือนหายไปในแสงอาทิตย์อัสดง เมื่อลับสายตาคนแล้ว เธอจึงรีบเดินกลับไปที่เตียงผู้ป่วย จับชีพจรของผู้เป็พ่ออย่างละเอียด พร้อมกับแง้มเปลือกตาขึ้นตรวจสอบดูอาการ
ในชาติที่แล้ว บิดาของเธอจากไปอย่างเงียบเชียบหลังจากหมดสติไปได้เพียงสองวันเท่านั้น
เสิ่นหนานซิงมักจะหวนนึกถึงสาเหตุการตายของบิดาอยู่เสมอ มันเป็ปริศนาที่วนเวียนอยู่ในหัวใจเธอมาตลอด่เวลาอันยาวนาน
ทำไมพ่อที่มีอาการาเ็ทางกายคงที่แล้ว ถึงได้หลับใหลไม่ยอมฟื้นขึ้นมาแบบนี้กันนะ?
[ติ๊ง!]
ขณะที่เสิ่นหนานซิงกำลังจมอยู่ในความคิด เบื้องหน้าของเธอก็ปรากฏแผงควบคุมที่คุ้นตาขึ้นมา
‘ระบบ!? มันตามเธอมาด้วยเหรอเนี่ย?’
เสิ่นหนานซิงรู้สึกยินดีเป็ล้นพ้น เธอรีบทดสอบใช้งานมันทันที!
‘ตรวจสอบยาที่ตกค้างในร่างกายของพ่อฉัน!’ เสิ่นหนานซิงสั่งการผ่านความคิดด้วยความร้อนใจ
ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งตัว แผงควบคุมก็แสดงผลลัพธ์ออกมาในวินาทีถัดมา
[ตรวจพบสารเอสตาโซแลมปริมาณมากในร่างกายของบิดาโฮสต์!]
ใครกัน? ใครเป็คนให้ยาคลายเครียดในปริมาณมหาศาลขนาดนี้แก่พ่อของเธอ?
ความสงสัยในใจของเสิ่นหนานซิงทวีความรุนแรงขึ้น ดูเหมือนว่าเธอจะค้นพบสาเหตุที่แท้จริงของการจากไปของพ่อแล้ว ยาคลายเครียดในปริมาณที่เกินขนาดเช่นนี้ ต่อให้เป็คนร่างกายแข็งแรงแค่ไหนก็ไม่อาจต้านทานไหว!
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ในชาติก่อนทางโรงพยาบาลไม่สามารถหาสาเหตุการตายพบ ที่แท้มันเป็แผนการที่แเีแบบนี้เอง!
เสิ่นหนานซิงรู้สึกสับสนและโกรธแค้น แต่เธอก็พยายามดึงสติให้มั่นคง สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือการหาชุดเข็มฝังเข็ม เพื่อช่วยกระตุ้นให้ร่างกายของบิดาขับพิษออกมาให้เร็วที่สุด
ในเสี้ยววินาทีที่เธอนึกถึง ในมือของเธอก็ปรากฏชุดเข็มทองที่เธอเคยใช้เป็ประจำขึ้นมาทันที!
เมื่อเพ่งมองดูอย่างละเอียด มันคือชุดเข็มทองคู่ใจของเธอจริง ๆ เสิ่นหนานซิงรีบเดินไปที่ประตู แอบมองสถานการณ์ที่โถงทางเดินผ่านช่องกระจก
ขณะนี้เป็เวลาเลิกงานแล้ว ยาของพ่อก็ถูกเปลี่ยนไปเรียบร้อย แต่พยาบาลเวรดึกยังไม่ได้เริ่มรอบเดินตรวจงาน ไม่รู้ว่าจะมาถึงห้องนี้เมื่อไหร่
ตอนนี้ยังฝังเข็มไม่ได้ เธอต้องรอจนกว่าสถานการณ์รอบข้างจะเงียบสงบมากกว่านี้
เสิ่นหนานซิงจัดการล็อกประตูห้องพัก จากนั้นก็นั่งลงบนเตียงผู้ป่วยที่ว่างอยู่ข้าง ๆ เธอกำชุดเข็มทองไว้ในมือ รวบรวมสมาธิแล้วสั่งการในใจ
‘เข้าไป!’
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เสิ่นหนานซิงก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในมิติส่วนตัวที่แสนคุ้นตา การได้เห็นฉากที่คุ้นเคยและพบว่าทรัพย์สินที่สะสมมาจากทั้งเก้าโลกยังอยู่ครบถ้วน ทำให้เธอรู้สึกเบาใจเป็อย่างมาก
[ยินดีต้อนรับกลับครับ โฮสต์! เนื่องจากค่าคะแนนการมีส่วนร่วมของคุณต่อระบบอยู่ในระดับสูง หัวหน้าจึงตัดสินใจส่งผมมาอยู่เคียงข้างคุณ เพื่อช่วยให้โฮสต์ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ไปให้ได้] เสียงจักรกลของ 007 ยังคงราบเรียบและเ็าเช่นเดิม
ไหนบอกว่าตัดการเชื่อมต่อกันไปแล้วไง? ทำไมถึงยังตามมาติด ๆ แบบนี้ล่ะ? เธอแอบกลอกตาเบา ๆ ในใจ รู้ดีว่า 007 เป็พวกไม่ยอมทำอะไรให้ใครฟรี ๆ โดยไม่มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนแน่นอน สิ่งที่พูดเมื่อครู่คงเป็เพียงเหยื่อล่อเท่านั้น
[ในขณะที่คุณเปิดใช้งานเครื่องย้อนเวลา เราตรวจพบว่าในโลกใหม่ใบนี้ วงการแพทย์แผนโบราณกำลังเข้าสู่สภาวะเสื่อมถอย คุณในฐานะผู้เชี่ยวชาญระดับสูงด้านการแพทย์ เมื่อได้ยินข่าวนี้แล้วไม่รู้สึกะเืใจบ้างเลยหรือครับ?]
ยังไม่ทันที่เสิ่นหนานซิงจะได้เอ่ยถาม 007 ก็เริ่มร่ายยาวถึงเป้าหมายของมันเองเสียแล้ว เป็ไปตามที่เธอคาดไว้จริง ๆ ว่ามันต้องมีจุดประสงค์แฝง
"มันเกี่ยวอะไรกับนายด้วยล่ะ? ต่อให้ไม่มีนาย ฉันก็มีความสามารถพอที่จะฟื้นฟูวงการนี้ได้เองอยู่แล้ว บอกสิ่งที่นาย้ามาดีกว่า!" เสิ่นหนานซิงหมุนเข็มทองในมือเล่นอย่างไม่ใส่ใจ
[โฮสต์ครับ ระบบ้าจ้างคุณเป็ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก โดยระบบจะทำหน้าที่สนับสนุนคุณในการทำภารกิจเหมือนที่เคยเป็มา]
"เหมือนเดิมเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว ฉันไม่อยากทำภารกิจแบบเดิมอีกต่อไป"
คิดจะมาเอาเปรียบกันง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ? หลังจากพูดจบ เสิ่นหนานซิงก็เก็บเข็มทองลงโดยไม่ลังเล เธอทำท่าจะเดินออกจากมิติ แต่ในใจกลับเริ่มนับถอยหลัง... สาม... สอง...
[โปรดหยุดก่อนครับ... ขอให้โฮสต์ระบุความ้าของคุณมาได้เลย แล้วทางศูนย์บัญชาการจะนำไปพิจารณาครับ!]
"หนึ่ง ห้ามแอบอ่านความคิดในใจของฉันตามอำเภอใจ และฉันจะเป็คนตัดสินใจเองว่าสิ่งไหนที่อยากทำหรือไม่ทำ"
"สอง มิตินี้จะต้องเป็กรรมสิทธิ์ของฉันโดยตรง และต้องขยายขนาดพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมสิบเท่า รวมถึงพื้นที่ปลูกยาและบ่อน้ำทิพย์ด้วย"
"สาม ระบบต้องสนับสนุนทุกอย่างที่ฉัน้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็ตัวยาสมุนไพร อาหาร หรือแม้แต่อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความแม่นยำสูง"
เสิ่นหนานซิงยื่นข้อเสนออย่างตรงไปตรงมา 007 นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ แต่เธอก็ไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด
บางครั้งระบบก็มีความคิดซับซ้อนยิ่งกว่ามนุษย์เสียอีก เธอต้องนิ่งกว่ามันถึงจะควบคุมมันได้
เธอเพิ่งผ่านการทำงานหนักมาอย่างยาวนาน และไม่้าถูกพันธนาการด้วยเงื่อนไขที่ไม่เป็ธรรมอีก การร่วมมือกันในครั้งนี้ เธอจะต้องเป็ฝ่ายกุมบังเหียน โดยมีระบบเป็เพียงผู้สนับสนุนเท่านั้น
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง...
[ยินดีด้วยครับโฮสต์! ตอนนี้คุณได้กลายเป็ผู้เชี่ยวชาญภายนอกคนแรกของระบบอย่างเป็ทางการแล้ว! ผมคือรหัส 001 จะเป็ผู้ให้บริการคุณนับจากนี้เป็ต้นไป! ส่วนมิติที่คุณร้องขอ ได้ถูกจัดสรรและผูกติดเข้ากับร่างกายของคุณเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถควบคุมทุกอย่างได้ตามแต่ใจนึกครับ!]
เสิ่นหนานซิงรู้สึกขบขันในใจ ที่แท้การเป็ผู้เชี่ยวชาญภายนอกก็ทำให้เ้า 007 ตัวแสบได้อัปเกรดตัวเองเป็ 001 ไปด้วยสินะ
[ขอสอบถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง โฮสต์ยืนยันที่จะผูกมัดกับระบบใช่ไหมครับ?] ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที 001 ก็เริ่มแสดงอาการกระวนกระวายใจออกมา
"ยืนยัน!" เสิ่นหนานซิงยกยิ้มที่มุมปาก
เธอไม่เอ่ยอะไรต่อ แต่คว้าชุดเข็มทองเดินออกจากมิติมา และมันก็พิสูจน์ให้เห็นว่าในตอนนี้เธอสามารถควบคุมมิติได้ด้วยพลังความคิดของตัวเองจริง ๆ
มันไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องผ่านการอนุมัติจากระบบ ซึ่งมีข้อจำกัดและสร้างความไม่สะดวกสบายราวกับเธอต้องเป็ฝ่ายไปร้องขอความช่วยเหลือจากมันอยู่ตลอดเวลา!
แต่มิติในตอนนี้ คือสมบัติที่เป็ของเธออย่างแท้จริง!