หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 106 ตอน วางแผน 10

            ชิงซีไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนางรู้สึกว่าในช่วงหลังความคิดของนางดูสับสน ไม่เยือกเย็นเหมือนเมื่อก่อน

            นางรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อยและเริ่มตรวจสอบสิ่งที่ตนเองอาจละเลยไป

            ...

            ณ เมืองอวิ๋นเมิ่ง

            เย่เช่อยืนอยู่บนหลังคาของเรือนหลังหนึ่ง

            แสงจากโคมไฟริมทางทอดยาวเหมือนสายน้ำไหล

            แสงไฟดูสว่างไสวและอบอุ่นเข้ากันกับม่านดวงดาวบนท้องฟ้า ความเจริญเช่นนี้ไม่สามารถพบได้ในพื้นที่ชายแดน

            ‘ตอนข้าอยู่ที่ชายแดนมักพบเจอเพียงลมพัดแรงและผืนทรายสีเหลืองทอดยาวแต่ความหนาวเหน็บและความแห้งแล้งเช่นนั้นล้วนไม่สามารถพบได้ในเมืองอวิ๋นเมิ่งแน่นอนว่าความเจริญรุ่งเรืองในเมืองอวิ๋นเมิ่งย่อมไม่สามารถพบได้ในพื้นที่ชายแดนเช่นกัน’

            เย่เช่อกล่าวกับบ่าวรับใช้ว่า“ส่งขลุ่ยให้ข้าที”

            บ่าวรับใช้นามเปาฉินก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและส่งขลุ่ยให้เย่เช่อ

            เย่เช่อถือมันไว้ในมือเขาไม่รู้จะเป่าเพลงอะไรดี จู่ๆ เสียงเพลงที่ไพเราะก็ดังขึ้นในหัวของเขา

            เพลงเมฆหมอกเหนือลำน้ำเซียวเซียงนั่นเองเขาจึงตัดสินใจเป่าเพลงนี้

            ขณะเป่าเย่เช่อก็หวนนึกถึงตอนเด็กอันที่จริงตอนนั้นเขามักได้ยินท่านอ๋องเล่นเพลงนี้

            และอีกฝ่ายก็ไม่รังเกียจที่เขาแอบฟังแต่กลับสอนเพลงนี้ให้เขา

            ผ่านมากี่ปีแล้วนับตั้งแต่ตอนนั้น?

            ทุกคนล้วนมีเส้นทางของตนเอง

            ไม่แน่ว่าท่านอ๋องอาจอยากให้เขาเป็นผู้สืบทอดเจตจำนง

            อย่างไรก็ตาม ท่านอ๋องเป็นคนของตระกูลอวิ๋นเขาย่อมใช้แซ่อวิ๋น

            ‘แต่บิดาของข้าเป็นขุนนางกบฏ’

            ตระกูลเย่คือตระกูลขุนนางทรยศแล้วเขาจะคู่ควรกับการเป็นผู้สืบทอดของท่านอ๋องได้อย่างไร?

            คำถามนี้เหมือนเถาองุ่นที่ค่อยๆคลืนคลานเข้ามาบีบรัดหัวใจของเย่เช่อ

            แล้วเขาจะไปหาคนตระกูลอวิ๋นที่ยังมีชีวิตอยู่ได้จากที่ใด?

            องค์หญิงเหวินฮวาสิ้นพระชนม์ตั้งแต่การก่อกบฏครั้งนั้นหรือไม่?

            แล้วองค์ชายอวิ๋นเหิงยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?

            อันที่จริงความคิดของเขานับว่าประหลาดมาก

            จริงอยู่ที่เขาเป็นคนตระกูลเย่แต่เขากลับหวังว่าใครสักคนในตระกูลอวิ๋นจะยังมีชีวิตอยู่

            ถ้าบิดาของเขาทำสิ่งที่ไม่ควรทำจริงๆแล้วเขาควรทำอย่างไรต่อไป?

            การรักษาเอาไว้ทั้งความจงรักภักดีและความกตัญญูถือเป็นเรื่องยากมาก

            ความคิดเหล่านี้ทำให้เย่เช่อไม่สบอารมณ์นักแต่เสียงเพลงก็ยังคงลื่นไหล

            เมื่อเป่าจบเขาก็วางขลุ่ยลง

            เขารู้สึกว่าเสียงขลุ่ยอันไพเราะฟังดูหม่นหมองเล็กน้อย

            แต่เขาก็ตัดสินใจหยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่าอีกครั้งแต่คราวนี้เป็นเพลงอื่น

            “ลูกหลานของป๋อหยางฉิวหยวนผู้เที่ยงธรรมและซื่อสัตย์

            บรรพบุรุษคือจักรพรรดิเกาหยาง ลูกหลานล้วนเกิดมาเพื่อความถูกต้อง 

            นามของข้ากลมกลืนกับสวรรค์และโลกทั้งยังส่องประกายเหมือนดวงดาว

            สูดเอาแก่นแท้ของสวรรค์ พ่นอากาศขุ่นมัวออกมาแม้ในยามทุกข์ยากก็ไม่แสวงหาความอดทน

            ด้วยความซื่อสัตย์และซื่อตรงจึงถูกใส่ร้ายและทอดทิ้ง

            จักรพรรดิเชื่อคำโกหกและดูแคลนจึงเมินเฉยต่อข้า แต่เชื่อความชั่วร้ายจากพวกพ้อง

            ในอกข้าเต็มไปด้วยความแค้นถูกเหยียบย่ำจมธุลี

            จิตอยู่ในภวังค์ จักรพรรดิไม่เห็นด้วยกับข้าข้าโดดเดี่ยว เกิดความเย็นชา และไม่ย่างกรายเข้าใกล้

            เสียใจที่ต้องอำลาจากจักรพรรดิข้าได้แต่นั่งร้องเพลงเศร้าที่ริมทะเลสาบ

            นักปราชญ์กำลังตกอยู่ในอันตรายแต่พวกเขายังคงมุ่งมั่นที่จะแสดงออกถึงความซื่อสัตย์และจริงใจ

            เหล่าผู้คนที่ชอบใส่ร้ายกำลังติฉินนินทาพวกเขามักข่มคนอื่นและยกย่องตนเอง ข้าสงสัยว่าเหตุใดจักรพรรดิถึงมองไม่เห็นเจตจำนงที่แท้จริงของข้า?

            เคยนัดกันที่วัด แต่เมื่อเชื่อคำนินทาว่าร้ายก็เปลี่ยนใจกลางคัน

            ข้าทั้งยุติธรรมและภักดีแต่กลับถูกทอดทิ้งในถิ่นทุรกันดาร

            คิดถึงบ้านเกิดและภูเขาสูงข้าเอาแต่คร่ำครวญ คิดถึงมาตุภูมิ ข้าเต็มไปด้วยความเศร้าโศก

            ข้าอยากซื่อสัตย์ต่อตนเองแต่หนทางถูกปิดกั้นและมืดมน

            ใบหน้าหม่นหมองและซีดเซียวร่างกายแก่ชราอ่อนแรง

            ลมหนาวพัดเสื้อคลุมให้โบกสะบัดน้ำค้างเย็นจัดชโลมร่างจนเปียกชุ่ม

            พุ่งลงไปที่แม่น้ำแยงซีและเซียงสุ่ยอันเชี่ยวกรากล่องลอยไปกับเกลียวคลื่น

            ข้าเดินขึ้นภูเขาช้าๆแต่ลมกลับพัดแรง

            ข้าจึงก้าวขึ้นหลังม้าแล้วควบม้าช้าๆ ขึ้นภูเขาตงถิง

            ออกเดินทางจากภูเขาชางอู๋ในช่วงเช้าตรู่และหยุดพักที่ยอดเขาซือเฉิงในตอนเย็น

            นั่งเกวียนแวะพักที่จือเป่ยและห้องโถงหยกขาว

            สร้างตั่งที่ประดับประดาด้วยหยกอันงดงามสวมอาภรณ์สีสันสดใส

            ปีนเขาเฟิงหลงและมองลงไป จ้องมองทางเส้นยาวที่ทอดออกจากเมืองหลวง

            เมื่อนึกถึงทิวทัศน์และประเพณีของเมืองหลวงข้าก็ร่ำไห้

            คลื่นสูง กระแสน้ำไหลเชี่ยวคลื่นม้วนตัวและมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก

            ใจของข้าเศร้าโศก ข้าไม่อาจหยุดคิดได้จิตวิญญาณหดหู่เศร้าซึม

            พื้นที่กว้างใหญ่สุดสายตาลมฤดูใบไม้ร่วงพัดอย่างรวดเร็วก่อให้เกิดเสียงกรอบแกรบ

            ถ้าตามสายน้ำไปไม่กลับมาวิญญาณจะจากไปตลอดกาล

            ข้าถอนหายใจ

            แม่น้ำไหลเชี่ยว

            ลมและเกลียวคลื่นโหมแรงยิ่งนัก

            ลมกรรโชก คลื่นกระทบโขดหิน

            กระแสน้ำเชี่ยวกราก

            เมื่อพบภยันตรายในยามทุกข์ยากก็ย่อมลงเอยด้วยการไถ่บาป”

            เมื่อเป่าจบจิตใจของเย่เช่อยังคงขุ่นมัว

            แสงสว่างในเมืองหลวงยังคงสว่างไสวเหมือนทุ่งดวงดาว

            จวนตระกูลใหญ่ประดับประดาไปด้วยตะเกียงจำนวนมากแลดูสว่างไสว

            จู่ๆเขาก็นึกถึงปี้เหยียน

            ไม่รู้ว่าตอนนี้นางกำลังทำอะไรอยู่?

            น้ำค้างลงแล้ว จวนหลายหลังเปิดไฟสว่างค่ำคืนนี้อากาศหนาวเหน็บเหมือนอยู่กลางแม่น้ำ

            ทันใดนั้นเขาก็เป่าขลุ่ยเป็นเพลงที่ฟังดูเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง

            “การยับยั้งความยากลำบากเป็นเรื่องยากความรักที่ไร้หนทางทำให้ผู้คนเกิดความปรารถนาตลอดเวลา 

            การมีอิสระเป็นเรื่องยากจึงได้แค่คิดเท่านั้น

            ผ่านมานานแล้วนับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เราสองคนมีช่วงเวลาดีๆร่วมกัน ไม่รู้เมื่อไหร่เราจะได้พบกันอีก

            จ้องมองด้วยความเสียใจความกังวลเข้าครอบงำ 

            เขียนลงบนกระดาษเขียนคำว่ารักแล้วผนึกให้แน่น จากนั้นส่งกระดาษไปกับม้าเร็ว ผู้รับเปิดอ่านไปน้ำตาไหลไป 

            โรคที่เป็นอยู่นี้คืออะไร? มันส่งผลกระทบต่อใจทั้งสองดวง”

            หลังจากเป่าเสร็จเย่เช่อก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย

            เขาคิดถึงผู้หญิงที่เขารัก

            ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดเขาก็ยังคิดถึงนางเสมอ

            เย่เช่อโบกมือเบาๆ จากนั้นทั้งเขาและเหล่าผู้ติดตามก็หายวับไปทันที

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592