“ช้าก่อน จูหลินนักพรตท่านไม่ได้อยู่คนเดียว” ตงตงยั้งเพื่อนไว้
จูหลินที่กำลังจะเคาะประตูก็ชะงักค้างเพราะนางเองก็ได้ยินเสียงบทสนทนาของใครสักคน
“พวกเราแอบดูกันเถอะ”ตงตงกระซิบ
“มันจะดีหรอ” จูหลินคิดว่ามันเสียมารยาทที่แอบฟัง แต่ห้ามตงตงไม่ทันเสียแล้วเพราะเห็นตงตงะโขึ้นไปบนหลังคานั่นทำให้จูหลินรู้ว่าตงตงเองก็มีวรยุทธ์เช่นกัน นางจึงะโตามเพื่อนไป
และแล้วสองสาวก็มองเห็นท่านนักพรตกำลังสนทนากับชายร่างใหญ่ที่ถือชุดคิงคองอยู่
“ข้าว่าแล้ว ว่าเป็การต้มตุ๋น”ตงตงคาดการณ์ไม่ผิด
“พวกเราฟังพวกเขาพูดกันเถอะ”จูหลินแอบรู้สึกผิดหวัง
สองสาวจึงตั้งใจฟัง
******************************************************
ท่านนักพรตเผชิญหน้ากับชายร่างใหญ่ที่กำลังมาทวงค่าจ้าง
“เ้าใจร้อนเสียจริงรีบมาทำไมตอนนี้ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า มันจะยุ่ง” นักพรตไม่พอใจ
“ข้าเห็นเ้าได้อัฐมาแล้วรีบแบ่งอัฐกันเถอะ จะได้รีบแยกย้าย” ชายร่างใหญ่กลัวไม่ได้ค่าจ้าง
“อะ เอาไปยังไงก็ขอบใจเ้ามาก เ้าแสดงได้ดีจริงๆ” นักพรตกล่าวชม
“ชาวบ้านก็ช่างโง่เขลาเสียจริงหลอกง่ายขนาดนี้ พวกเราคงกอบโกยอัฐได้มากมายเป็แน่” ชายร่างใหญ่คิดหลอกลวงอีก
“คงต้องคิดฉากใหม่ให้ดูตระการตามากขึ้นเผื่อจะได้อัฐเยอะกว่านี้” นักพรตกล่าว
“ข้าว่านะไปหมู่บ้านอื่นเถิด หมู่บ้านนี้มีแต่คนจนๆ พวกเราถึงได้อัฐมาน้อย” ชายร่างใหญ่เห็นว่าได้ส่วนแบ่งไม่เยอะ
จูหลินทนฟังไม่ได้อีกต่อไปเลยะโลงไปเผชิญหน้ากับนักต้มตุ๋น
“เดี๋ยวสิจูหลินอย่าวู่วาม” ตงตงห้ามเพื่อนไม่ทัน นางส่ายหน้าแล้วะโลงตามจูหลินไป
“พวกเ้าเป็ใครกัน”นักพรตใ
“เป็ผู้ผดุงความยุติธรรมไงพวกเ้าหลอกลวงชาวบ้านตาดำๆ ข้าจะจับพวกเ้าส่งทางการ” จูหลินจับกระบี่ไว้มั่น
“มีปัญญาหรือเปล่าสาวน้อย”ชายร่างใหญ่กล่าวอย่างดูถูก
“เดี๋ยวก็รู้” จูหลินชักกระบี่เข้าจู่โจม
ตงตงเข้าต่อสู้กับนักพรตส่วนจูหลินเข้าต่อสู้กับชายร่างใหญ่พวกเขาปะทะกันเพียงไม่นานฝ่ายชายก็เป็ฝ่ายพ่ายแพ้จึงทำให้รู้ว่าทั้งตงตงและจูหลินต่างมีวรยุทธ์สูง
ตงตงเป็ฝ่ายจับมัดนักพรตและชายร่างใหญ่เข้าด้วยกันอย่างแ่าเพื่อไม่ให้ทั้งสองหลบหนีไปได้ส่วนจูหลินก็รีบไปค้นข้าวของที่ใช้ประกอบฉากทำพิธีการทั้งหมด เพื่อใช้เป็หลักฐานเอาผิด
“ปล่อยพวกข้าไปเถิดแม่นางพวกข้าสำนึกผิดแล้ว” นักพรตกล่าว
“พวกเ้ารู้หรือไม่ว่าการกระทำเช่นนี้มันอันตรายมากแค่ไหน หากพวกชาวบ้านได้เจออสูรตัวจริง และพวกเ้ากำจัดไม่ได้พวกเขาก็ต้องตายกันหมด” จูหลินโกรธแทนชาวบ้าน
“โลกนี้ไม่มีอสูรหรือปิศาจหรอก”ชายร่างใหญ่กล่าว
“พวกเ้าไม่เชื่อว่ามีก็ยังหลอกลวงด้วยวิธีนี้อีก” จูหลินกล่าวอย่างไม่พอใจ
“เ้าเฝ้าอยู่นี่ก่อนนะตงตงข้าจะรีบไปตามชาวบ้าน และจะได้จับพวกมันส่งทางการ” จูหลินทนเห็นหน้าพวกมันไม่ได้
“ได้เดี๋ยวข้าเฝ้าให้เอง” ตงตงพยักหน้า
ผ่านไปไม่นานกลุ่มชาวบ้านก็ถือคบเพลิงมาที่บ้านพักของท่านนักพรตจูหลินค้นอัฐที่ตัวของท่านนักพรตและชายร่างใหญ่ แล้วรีบส่งคืนให้กับตัวแทนชาวบ้าน
“ขอบคุณแม่นางมากที่ทำให้พวกเราตาสว่าง” ตัวแทนชาวบ้านรับอัฐคืน
“ไม่เป็ไรหรอกท่านพวกท่านรีบจับพวกเขาส่งทางการเถิดไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจกระทำแบบนี้ในหมู่บ้านแห่งอื่นอีก” จูหลินกล่าว
“ข้าทราบแล้ว มา พวกเรารีบพาตัวพวกชั่วสองคนไปที่ศาลเร็วเข้า” ตัวแทนชาวบ้านกล่าว
และแล้วนักต้มตุ๋นทั้งสองก็ถูกจับกุมตัวไปที่ศาลฐานหลอกลวงชาวบ้าน
******************************************************
หลังจากสองสาวกลับมาที่ห้องพักจูหลินก็เลยมองไปที่ดวงจันทร์ด้วยความรู้สึกผิดหวัง
ตงตงจับไปที่ไหล่ของเพื่อน“อย่าเสียใจไปเลย พวกเราต้องเจอนักปราบอสูรเข้าสักวัน”
“ข้าเสียดายถ้านักพรตไม่ใช่นักต้มตุ๋น ป่านนี้พวกเราคงได้เดินทางกลับเมืองหลวงแล้วรีบพานักพรตไปกำจัดอสูรปรสิตได้แล้ว” จูหลินอยากปราบอสูรโดยไว
“อสูรปรสิตมีจริงงั้นหรือ” ตงตงสงสัย
“ข้าเห็นมันกับตามันแฝงร่างมนุษย์เพื่อกระทำความชั่ว ที่สำคัญก็คือมันแฝงร่างพ่อข้าทำให้พ่อข้ากลายเป็ฏ เมื่อพ่อข้าถูกปราบปราม ถูกคนของท่านเสนาบดีฆ่าตายข้าเชื่อว่าอสูรบ้าๆ นั่นมันต้องย้ายไปแฝงร่างคนอื่นเป็แน่” จูหลินคาดการณ์
“ใจเย็นๆ ก่อนนะจูหลินตอนนี้สถานการณ์เมืองหลวงยังคงสงบ อสูรนั่นคงยังไม่ทำอะไรตอนนี้หรอกพวกเรายังพอมีเวลาออกตามหานักปราบอสูรตัวจริง” ตงตงปลอบใจ
จูหลินพยักหน้าและยอมไปนอนพักแต่โดยดีหญิงสาวทั้งคู่จึงนอนบนเตียงด้วยกันด้วยความเหนื่อยล้า
******************************************************
สองสาวออกเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านเฟยเยี่ยนหมู่บ้านแห่งนี้ประกอบอาชีพปลูกผักและแต่ละบ้านก็อยู่ห่างไกลกันมาก
“โห!อีกตั้งไกลกว่าจะถึงโรงเตี๊ยม” ตงตงมองเส้นทางที่ด้านข้างมีแต่สวนพืชผัก
“ข้าหิวน้ำจังตอนนี้น้ำหมดแล้ว” จูหลินยกเทกระบอกน้ำก็ไม่เห็นน้ำสักหยด
“เอาอย่างนี้เ้ารอข้าที่ศาลาพักริมทางก่อนนะ ข้าจะไปตักน้ำที่ลำธารมาให้” ตงตงกล่าว
“พวกเราไปด้วยกันก็ได้นี่”จูหลินจะไปด้วย
“เ้ากระหายน้ำเดี๋ยวเป็ลมเป็แล้งไป ข้าคงแบกเ้าไม่ไหวหรอก รอข้าอยู่ที่นี่เถิด” ตงตงกล่าว
“ก็ได้ เ้ารีบมานะตงตง”จูหลินเป็ห่วง
“เ้ากลัวงั้นหรือ”ตงตงสงสัย
“ข้ากลัวว่าเ้าจะมีภัยต่างหาก”จูหลินไม่อยากเสียใครไปอีก
“อย่าห่วงเลยหากข้ามีภัย คนชุดดำจะมาช่วยข้าเอง” ตงตงกล่าวอย่างภูมิใจ
“หมายความว่ายังไงเ้ามีองครักษ์คุ้มกันงั้นหรือ” จูหลินแปลกใจ
“ข้าไม่รู้ว่าเขาเป็ใครข้าจำไม่ได้จริงๆ แต่หากข้ามีภัยถึงแก่ชีวิต เขาจะมาช่วยข้าทุกครั้ง” ตงตงกล่าว
“ดีจัง น่าอิจฉาจริงๆ”จูหลินกล่าว
“เ้าเองก็มีนะ” ตงตงกล่าว
“หมายความว่ายังไง”จูหลินงง
“ข้าเป็คนหูดีข้าได้ยินเสียงฝีเท้าคนที่ติดตามเ้ามาด้วย” ตงตงกล่าว
“เขาเป็ใครน่ะข้าจะจับตัวมาถามให้รู้เื่” จูหลินกล่าว
“เขาเป็ชายฉกรรจ์ที่ติดตามคนรักเ้าที่โรงเตี๊ยมน่ะสิ”ตงตงเผลอหลุดปาก เลยรีบปิดปากตัวเอง
“อะไรนะ นี่ฝ่าเอ้ยเขาส่งคนติดตามดูพฤติกรรมของข้าอย่างนั้นหรือ” จูหลินใ
“ไม่น่าใช่น่าจะมาคอยคุ้มกันเ้ามากกว่า เ้าอยากรู้ก็ลองจับมาถามสิ” ตงตงกล่าว
“เขามีวรยุทธ์สูงข้าสู้ไม่ได้หรอก คงต้องปล่อยเลยตามเลย” จูหลินไม่อยากรับรู้เหตุผลของฝ่าา
“งั้นข้าไปนะ” ตงตงแอบยิ้มที่เห็นจูหลินแอบเขินแต่นางก็ยื่นมือไปรับกระบอกไม้ไผ่เพื่อใช้ตักน้ำในลำธาร
ผ่านไปนานพอสมควรตงตงนั้นกลับมาพร้อมกับลูกแมวเหมียวสีขาวสองตัว
“เหมียว เหมียว เหมียว!”ลูกแมวทั้งสองร้องไม่หยุด
ตงตงอุ้มแมวน้อยสองตัวอย่างเอ็นดู“เป็ไง น่ารักมั้ยจูหลิน”
“อย่าเอาเข้ามานะ”จูหลินรีบเดินหนี
“ทำไมล่ะพวกมันน่ารักจะตายไป” ตงตงจูบแมวสองตัวให้ดู
“ไม่! อย่าเอาเข้ามาข้ากลัวแมว” จูหลินแสดงทีท่าขยะแขยง
“ไม่จริงน่า!แมวน่ารักจะตายไป ไม่เห็นน่ากลัวเลยสักนิด” ตงตงวางแมวทั้งสองลงพวกมันก็เหมือนจะรู้งาน เลยรีบวิ่งเข้าไปคลอเคลียที่ข้อเท้าของจูหลิน
และจูหลินก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวจริงๆนางพยายามวิ่งยกขาหลบแมว สับขาไปมา
ตงตงสงสารเพื่อนก็จริงแต่นางก็แอบขำกับพฤติกรรมกลัวแมวของเพื่อน
“อย่ามัวแต่ขำรีบจับมันไปเร็วเข้า” จูหลินะโบอกเพื่อน
“ก็ได้ มามะมานี่เร็วเข้า เ้าแมวน้อย” ตงตงคุกเข่าเรียกแมว
“อย่าแตะต้องมัน!”
สองสาวหันไปตามเสียงของเด็กหญิงวัยสิบขวบ
“ทำไมล่ะเ้าหนูน้อย”ตงตงสงสัย
“ข้าไม่ใช่เ้าหนูน้อยข้าเป็นักปราบอสูร และแมวที่เ้านำมานั้น มันเป็อสูรแมว”
“เ้าล้อข้าเล่นใช่มั้ยลูกแมวตัวเล็กแค่นี้จะเป็อสูรได้ยังไง” ตงตงไม่เชื่อ
“งั้นข้าจะแสดงให้ดู”เด็กน้อยร่ายมนตร์ สักพักก็มีอสูรหนูตัวใหญ่เท่าลูกแมวปรากฏตัว
“เด็กนั่นเป็นักปราบอสูรจริงๆด้วย” จูหลินดีใจที่รู้ว่าเด็กคนนั้นมีวิชาปราบอสูรจริงๆ
“เล่นกลหรือเปล่า”ตงตงยังคงไม่เชื่อ
“อย่ามาดูถูกข้านะ”เด็กน้อยกล่าวอย่างโมโหแต่ก็ตั้งสมาธิเพื่อหันไปสั่งการอสูรหนูผู้พิทักษ์ “จัดการอสูรแมวเร็วเข้า”
เ้าหนูจึงวิ่งไล่ตามลูกแมวสองตัวซึ่งลูกแมวก็วิ่งหนีตามปกติ และร้องเหมียวเหมียวอย่างน่าสงสาร
“เ้าอาจเข้าใจผิดก็ได้นะเ้าหนูน้อย เห็นมั้ยว่ามันเป็เพียงลูกแมวธรรมดาเท่านั้น” ตงตงสงสารแมว
“ข้าได้กลิ่นอสูรจากลูกแมวนั่นไม่เชื่อก็ดูต่อไปสิ” เด็กน้อยกล่าว
แต่สักพักลูกแมวก็ค่อยๆตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็แมวั์
“นั่นไงเห็นมั้ยว่ามันปรากฏร่างจริงแล้ว” เด็กน้อยกล่าว
“เห็นมั้ยว่าอสูรมีอยู่จริงด้วย ในเมื่อมีผู้ชายคอยติดตามข้าเขาคนนั้นก็จะเป็พยานให้ข้าได้ว่าโลกนี้มีอสูรอยู่จริง” จูหลินกล่าว
“ข้าขอโทษนะจูหลินข้าเป็คนไล่ชายคนที่ติดตามเ้าไปเอง” ตงตงรู้สึกผิด
“ทำไมล่ะ” จูหลินสงสัย
“ข้ารับปากกับเขาว่าจะคอยคุ้มกันเ้าเองข้าไม่ชอบให้มีคนคอยติดตามตลอดเวลานี่” ตงตงกล่าว
“เอาเถอะ ไม่เป็ไรตอนนี้พวกเรารีบหลบไปอยู่หลังเด็กน้อยกันเถอะ” จูหลินปล่อยวาง
แต่ทว่าจากที่อสูรหนูเป็ฝ่ายไล่ตามก็กลายเป็ฝ่ายวิ่งหนีแมวั์
“อสูรประจำตัวเ้ากำลังจะเสียท่าแล้วนะ”ตงตงกล่าว
“ยังก่อน ข้ายังพอมีวิธี”เด็กน้อยเป่าคาถา อสูรหนูจึงส่งเสียงร้องด้วยคลื่นความถี่สูงทำให้ทั้งคนและอสูรพากันปวดหู
“โอ๊ย! เสียงบ้าอะไรนี่ทำไมมันปวดหูแบบนี้” จูหลินกล่าวพร้อมกับปิดหู
“ได้โอกาสแล้วแมวมันหยุดชะงักค้าง ข้าจะกำจัดมันเอง” เด็กน้อยชักกระบี่ปราบมารแล้วเข้าจู่โจมอสูรแมวตัวแรก แต่นางกลับถูกแมวตัวที่สองใช้ขาปัดกระเด็นไปอีกทางทำให้กระบี่ขนาดเล็กของเด็กน้อยหลุดมือ
ตงตงและจูหลินจึงรีบเข้าจู่โจมแม้จะรู้สึกเกรงกลัวอสูรก็ตามแต่ทว่าพวกนางก็ถูกแมวปัดกระเด็นเช่นกัน
ตงตงเห็นว่ากระบี่ปกติทำอะไรอสูรไม่ได้จึงหยิบกระบี่ขนาดเล็กของเด็กน้อยเข้าโจมตีแมวทั้งสองทันที
“นั่นมันกระบี่ของข้านะ”เด็กน้อยกล่าว
และแล้วหลังจากที่ตงตงแทงไปที่อสูรแมวทั้งสองพวกมันก็สลายหายไปทันที
“เป็ไปไม่ได้นักปราบอสูรเท่านั้นที่สามารถใช้กระบี่ปราบมารได้” เด็กน้อยไม่เชื่อสายตา
“เป็อะไรมั้ยเ้าหนู”จูหลินเข้าไปช่วยประคองเด็กให้ลุกขึ้น
“เลิกเรียกข้าว่าเ้าหนูได้แล้วข้าชื่อหงเอ๋อ” หงเอ๋อไม่พอใจ
“เ้าเป็นักปราบอสูรจริงๆงั้นหรือ ข้าดีใจจริงๆ เ้าต้องปราบอสูรในเมืองหลวงได้แน่” จูหลินกล่าว
“เอ่อ คือความจริงแล้วข้าฝึกวิชาแต่เพียงพื้นฐานเท่านั้น ข้าปราบได้แค่อสูรที่มีอิทธิฤทธิ์น้อยนิดได้เท่านั้น”เด็กน้อยกล่าวเพราะนางฝึกวิชายังไม่ถึงไหน
“แสดงว่ายังมีนักปราบอสูรคนอื่นอีกใช่หรือไม่”ตงตงกล่าว
เด็กน้อยพยักหน้า“แต่ว่า ข้าไม่รู้หรอกว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนกันหมด หลังจากที่ท่านเ้าสำนักตายแล้วลูกศิษย์คนอื่นๆ ก็พากันแยกย้ายตามทางของตัวเอง”
“เ้าเป็เพียงเด็กน้อยวัยแค่นี้เ้าเดินทางไปกับพวกข้ามั้ยล่ะ” ตงตงชวน
“ไม่!” หงเอ๋อรีบปฏิเสธ
“ทำไมล่ะ” ตงตงสงสัย
“เ้ามีอสูรคอยติดตามเ้าอยู่ไม่ห่างวันดีคืนดี หากข้าโดนทำร้ายจะทำยังไง” หงเอ๋อกล่าว
“อะไรนะ ข้าเนี่ยนะมีอสูรคอยติดตามข้าเป็เพียงยาจก อสูรจะมาตามข้าทำไม” ตงตงชี้ไปที่ตัวเอง
“ข้าไม่รู้หรอกข้าอยากกลับบ้านไปหาแม่ข้า แยกกันตรงนี้ก็แล้วกัน” หงเอ๋อกล่าว
“แต่ว่า…” ตงตงเป็ห่วงเด็ก
“อย่ารั้งหงเอ๋อไว้เลยนางยังเด็ก ต้องมีคนคอยดูแลนะ” จูหลินนึกถึงตัวเองเพราะถ้าหากเป็นาง นางก็อยากอยู่กับครอบครัวมากกว่า
“สักวันพวกเราคงได้เจอกันอีกนะ”ตงตงกล่าว
“ข้าไม่อยากเจอเ้าหรอก”หงเอ๋อกล่าว
“ทำไมล่ะ” ตงตงขมวดคิ้ว
“เ้าเองไม่ใช่หรือที่เป็คนอุ้มอสูรแมวมาที่นี่” หงเอ๋อเห็นว่าตงตงเป็คนก่อเื่
“ก็ข้าเห็นว่ามันน่ารักดีนี่ข้าไม่รู้ว่ามันเป็อสูรจริงๆ” ตงตงรู้สึกผิด
“งั้นข้าขอลานะ” หงเอ๋อรีบแยกทาง
จูหลินพยักหน้านางแอบเสียดายที่อุตส่าห์ได้เจอนักปราบอสูรแล้ว แต่นางก็ยังเด็กเกินไปแถมวิชาของนางก็รู้เพียงพื้นฐานเท่านั้น
ตงตงตบไหล่เพื่อนอย่างเข้าใจ“ต้องมีสักวันที่พวกเราจะได้เจอนักปราบอสูรมีฝีมือนะ”
“แล้วเื่ที่ว่ามีอสูรตามเ้าล่ะมันยังไงกันแน่” จูหลินสงสัย
“ข้าไม่รู้จริงๆและไม่รู้ด้วยว่าคนที่คุ้มกันข้าจะเป็อสูร ถึงว่าข้าพยายามไล่ตามจับก็ไม่เคยทันเลยสักครั้ง” ตงตงกล่าวอย่างไม่ยี่หร่าเพราะอสูรนั่นไม่เคยทำอันตรายนาง
“ยังไงเ้าก็ต้องระวังตัวนะยังไงอสูรก็ไว้ใจไม่ได้” จูหลินเป็ห่วง
“เ้ากลัวมั้ยล่ะข้ายอมแยกทางกับเ้าก็ได้นะ” ตงตงกล่าว
“ข้ารู้สึกอุ่นใจมากกว่าที่มีเ้าร่วมทางไปด้วย”จูหลินอยากมีเพื่อนร่วมทาง
“ข้าสัญญาว่าจะไม่ยอมให้เ้าอสูรนั่นมาทำร้ายเ้าเด็ดขาด”ตงตงกล่าวคำมั่น
“งั้นพวกเราไปโรงเตี๊ยมกันเถอะมีชาวบ้านเขียนแผนที่มาให้แล้ว” จูหลินดื่มน้ำเสร็จก็เลยชวนเพื่อนเดินทางต่อไป