ชายหนุ่มพุ่งตัวกลับลงไปข้างล่าง เพื่อรายงานสิ่งต่าง ๆ และพื้นที่โดยรอบให้กับหัวหน้ากลุ่มได้ฟัง
เมื่อไปถึง เขาก็เห็นทุกคนกำลังพักผ่อน นำอุปกรณ์เวทมนตร์ต่าง ๆ มาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ตัวเอง ทั้งกองไฟ อาหารต่าง ๆ ที่กำบัง ที่พักอาศัย แม้แต่ห้องพักขนาดใหญ่มีห้องน้ำในตัว มันถูกติกเอาไว้ด้วยเวทมนตร์ต่างมิติ เพื่อขยายขอบเขตของพื้นที่ให้กว้างยิ่งขึ้น
"นายลงมาทำไม ห๊ะ!!! แล้วใครจะเฝ้าระวังให้กับพวกเรา"
"ผมสังเกตเรียบร้อยแล้วครับ ที่นี่ไม่มีสัตว์ร้าย เพราะว่าข้างหน้ามีรังขนาดใหญ่ที่มีกลิ่นอายของสัตว์ร้ายปกคลุม"
"อื้ม.. แล้วมีสัตว์ร้ายอยู่ข้างในหรือเปล่า"
"จากการสังเกตและใช้เซ้นในการเฝ้ามอง เหมือนจะเป็รังเก่านะครับ พวกเราสามารถสำรวจพื้นที่ด้านในได้"
"ดีมาก นายกลับไปได้ เราจะออกเดินทางทันทีเมื่อถึงตอนเช้า เฝ้าระวังให้ดีด้วยละ"
ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมกลับเดินจากไป แม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่ดีอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อคุณค่าของตัวเองลดน้อยลงไป และอีกฝ่ายนั้นมีอำนาจมากกว่า เขาก็ได้แต่ยอมรับแม้ว่าจะยากลำบากก็ตาม
เสียงเฮฮาของทุกคนคือหนึ่งในตัวแปรอันตราย แต่ก็เท่านั้น เขาไม่มีสิทธิ์ให้บอกกล่าวหรือตักเตือน และถ้าเกิดอันตรายขึ้น มีสัตว์ร้ายหรือปีศาจเข้ามา ก็เป็เขาที่ต้องกลับไปรายงาน ล่อหลอก พาหนี และในบางครั้งถึงขั้นต้องยื้อเวลาต่อสู้เพื่อให้ทั้งทีมนั้นออกจากจุดอันตราย
เมื่อถึงจุดเฝ้าระวัง ชายหนุ่มมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เขากัดฟันแน่นถนัด ไม่เคยคิดว่าชีวิตตัวเองจะต้องมาเกี่ยวข้องกับคนประเภทนี้ มันยิ่งกว่าสัญญาทาส โดนดูถูก ดุด่า ทำอะไรก็ไม่ถูกใจ และยังต้องมาเสี่ยงชีวิตกับคนเห็นแก่ตัวอีก
แต่เขาก็อดทน สิ่งที่ครอบครัวของเขาได้รับมานั้นมันมากมายมหาศาล ภารกิจในครั้งนี้จะเป็ภารกิจสุดท้ายที่เขาจะทำให้ แล้วเขาจะกลับไปใช้ชีวิตปกติธรรมดา ๆ กับครอบครัว โดยทำเพียงแค่การเป็นักสำรวจในบางครั้งและเก็บกวาดมอนเตอร์ สัตว์ดุร้ายในพื้นที่ระดับต่ำ เพียงเท่านั้น ครอบครัวของเขาก็มีความสุขมากพอแล้ว ไม่จำเป็ที่จะต้องมาใช้ชีวิตในรูปแบบนี้
{ในความเป็จริงนั้น ความสามารถของเขาก็มากกว่าคนอื่นหลายระดับ แม้แต่งานลอบสังหารก็นับว่ามีค่า งานสำรวจพื้นที่ก็สำคัญ แต่ทางองค์กรกลับ้าผู้ใช้พลังพิเศษที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ และคาดหวังให้เขานั้นสามารถเป็กำลังหลักให้กับทวีปได้ ราวกับว่า ...}
"เอาเถอะ เพียงแค่หาชิ้นส่วนแล้วพาพวกเขากลับไป เราก็จะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม โดยไม่ต้องมีใครมาคาดหวังกับเื่ราวแบบนี้"
แต่เขากลับคิดผิด มันไม่ตรงกับความ้าของเขาเลยแม้แต่น้อย
"ไหนนายบอกว่าไม่มีอะไรอยู่ในนั้นยังไงละ"
"เ้าของรังไม่อยู่แล้วครับ แต่ว่านี่คือเหตุผล เรดอายบุกเข้าไปในถ้ำของมันเพราะสภาพแวดล้อม และพวกเราเข้าไปลึกเกินไปจนไปถึงจุดที่มันหวงอนาเขต มันเลยไล่เราออกมา"
ชายหนุ่มพูดถึงเหตุผลที่มันเกิดขึ้น ทุกคนพยายามที่จะเข้าไปให้ลึกที่สุดเพื่อหาชิ้นส่วนมอนเตอร์หรือสัตว์ดุร้าย เมื่อมันเป็อดีตของรัง สมบัติหรืออะไรก็ตามที่ใช้ยืนยันตัวตน พวกเขาจะถูกเลื่อนขั้นในทันที และอาจจะถึงระดับ S
แม้ว่าชายหนุ่มจะเตือนไปแล้วก็ตาม เพราะได้กลิ่นอายที่ผิดปกติ แม้จะสงบแต่ก็ดูอันตราย ถึงจะเป็เช่นนั้น กลับไม่มีใครคิดจะฟัง หนำซ้ำยังดูถูกชายหนุ่มว่าเป็พวกอ่อนหัดกลัวตาย
เรดอาย ัคลั่งที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ สีดำ เป็พื้นที่ที่เกิดการแตกของประตูมิติเวลาที่ไม่สามารถกำจัดได้ทัน พื้นที่นั้น ๆ จะเริ่มปรับสภาพโดยรอบให้มีความใกล้เคี่ยงกับพื้นที่ภายในมิติ จนเป็ที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตภายใน และรังของเรดอาย ประตูมิติระดับ SSS นับว่าเป็สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีวันถูกโค่น
การจะล่าพวกมันนั้นต้องใช้ผู้ใช้พลังพิเศษระดับโลกมากมายมหาศาล และถึงขั้นต้องจ้างวานด้วยทุกสิ่งที่มี ตัวแทนของสมาคมเสเว่นทีมยังไม่มีอำนาจมากพอที่จะสั่งให้พวกเขานั้นรับภารกิจเสี่ยงตายที่มีโอกาสรอดเพียงน้อยนิด
"เ้าบ้าเอ๊ย แล้วทำไมไม่บอกละว่ะว่าข้างในมีอะไร ไม่อย่างนั้นพวกฉันจะเข้าไปหรือยังไง"
เฉินเฉิน พูดขึ้นในทันที เขาคือคนที่ดูถูกชายหนุ่มแล้วพุ่งตัวเองเข้าไปยังพื้นที่ภายใน เขามักจะเยาะเย้ยชายหนุ่มอยู่เสมอถึงความสามารถด้านการต่อสู้ แม้ว่าชายหนุ่มจะเชี่ยวชาญ แต่เมื่อไร้ซึ่งพลัง เขาไม่สามารถที่จะต่อกรอีกฝ่ายได้
แน่นอนว่าเป็เพราะเขาไม่สามารถทำร้ายร่างกายของอีกฝ่ายได้ เขาไม่สามารถใช้พลังกายที่เหมาะสมได้เมื่อเพราะต่อสู้กับมนุษย์ และเขาไม่สามารถใช้คลื่นดาบได้ ซึ่งอาวุธที่รุนแรงที่สุดของเขา เมื่อหลอมรวมเข้าด้วยกัน แม้แต่ผู้นำของกลุ่ม ชายหนุ่มก็คงจะลอบสังหารได้สบาย ๆ
การเยาะเย้ยยังลามไปถึงวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งของประเทศไทย เฉินเฉิน ดูถูกว่ามวยไทยนั้นเป็สิ่งที่ไร้ความหมายมาั้แ่อดีต และเมื่อเกิดประตูมิติ ก็ยังคงไร้ประโยชน์เช่นเคย แม้ว่าจะมีผู้ใช้พลังพิเศษระดับ S ชาวไทย ที่สามารถใช้ร่างกายเป็อาวุธได้ และแม่ไม้มวยไทยของเขานั้นสามารถต่อกรกับผู้ใช้พลังระดับ SS ได้อย่างสูสีเมื่อเทียบด้านกับประมือต่อสู้ แต่ถึงอย่างนั้น เฉินเฉินก็มองว่าไม่คู่ควร
ทั้งกลุ่มยังคงวิ่งหนีสุดชีวิต ชายหนุ่มถ้วงเวลาให้พวกเขาอยู่เสมอ รวมถึงการปล่อยอาวุธเช่นใบมีดหรือมีดบิน โจมตีไปยังจุดบอด ดวงตา และเท้า แม้ว่ามันจะไม่สามารถเจาะเข้าิััคลั่งอย่าง เรดอายได้ แต่ว่า มันสามารถรบกวนการมองเห็นและการเคลื่อนไหวได้ ทำให้มันต้องชะงักค้างอยู่บ่อยครั้ง และถูกยั่วยุให้มามองทางชายหนุ่มแทน
"นายน่ะ ทำหน้าที่ต่อไปแล้วถ้วงเวลาไว้ซะ พวกฉันจะหนีกลับไปยังจุดเดิม ไปหาพวกเราที่นั้น เข้าใจไหม"
หลังจากที่หัวหน้าพูด ชายหนุ่มชะงักค้างเล็กน้อยก่อนจะเตรียมตัวต่อสู้
"ฉันมีสิ่งที่้ามอบหมายให้ทำ"หญิงสาวที่แสนจะเ็าพูดขึ้น เธอนั้นมีความเร็วไม่ด้อยไปกว่าชายหนุ่ม ถ้ามีเขาค่อยยื้อเวลาไว้ เธอนั้นสามารถหนีออกไปได้อย่างง่ายดาย
เธอนั้น้าให้อีกฝ่ายทำภารกิจบางอย่างที่มีค่าต่อเธอมาก ถึงขั้นที่ทำให้เธอลดตัวลงมาคุยด้วย แม้ว่าจะไม่ใช่การขอร้อง แต่เธอก็้าให้ชายหนุ่มนั้นทำภารกิจให้สำเร็จ
เธอพูดถึงรายละเอียดและข้อตกลงให้ฟัง แม้ว่าเขาจะใกับสิ่งที่หญิงสาวบอกแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก
"ได้ครับ ผมตกลง"