บรรยากาศภายในหอประมูลจันทร์ดับเปลี่ยนจากความตื่นเต้นเป็ความกดดันที่หนักอึ้งทันทีที่การประมูลสิ้นสุดลง เยี่ยฉินก้าวออกจากห้องรับรองหมายเลข 9 พร้อมกับมู่หย่งที่เดินตัวลีบอยู่ข้างหลัง ในอกเสื้อของเยี่ยฉินมี "หยกนิ่งสงัด" ที่สถิตของภูตแกนกลางความทรงจำซุกซ่อนอยู่ มันแผ่ไอเย็นจางๆ ที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่ััได้
‘กลิ่นคาวเืเริ่มเข้มข้นขึ้นแล้ว... ฝูงหมาป่ากำลังแยกเขี้ยวรอรับแขก’ เยี่ยฉินคิดพลางกวาดสายตาผ่านหน้ากากไม้ เห็นเงาร่างหลายสายเริ่มเคลื่อนไหวออกจากหอประมูลอย่างรวดเร็วเพื่อไปดักรอที่ทางออก
แทนที่จะเดินออกทางประตูหน้าที่มีแสงไฟสว่างไสว เยี่ยฉินกลับพามู่หย่งเลี้ยวลงสู่บันไดลับสำหรับคนงานที่อยู่ด้านหลังหอประมูล
"นายน้อย... ทางนั้นมีคนดักอยู่สามคนขอรับ ปราณสีแดงเข้ม... พวกเขาดูหิวโหยมาก" มู่หย่งกระซิบ แสงสีม่วงในดวงตาของเด็กชายสั่นระริก
"แค่สามรึ? ช่างดูถูกข้านัก" เยี่ยฉินแค่นยิ้มเย็น
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูหลังเข้าสู่ตรอกแคบที่มืดมิด ลูกธนูอาบยาพิษสามดอกพุ่งแหวกอากาศเข้าหาจุดตายของเยี่ยฉินอย่างแม่นยำ ทว่าในสายตาของเขาที่เปิดใช้งาน ภูตแกนกลางกาลเวลา ลูกธนูเ่าั้เคลื่อนที่ช้าลงจนเขาสามารถเอื้อมมือไปคว้ามันไว้กลางอากาศได้อย่างง่ายดาย
"ส่งหยกนิ่งสงัดมาซะไอ้หนู! แล้วข้าจะเหลือศพสวยๆ ให้ญาติเ้าดูต่างหน้า!" เสียงแหบพร่าดังมาจากหลังกองถังไม้
เยี่ยฉินไม่ตอบ เขาเพียงสะบัดมือส่งลูกธนูทั้งสามดอกกลับไปยังที่มาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่า
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเงียบหายไป ร่างของนักฆ่าสามคนล้มลงกองกับพื้น ท่ามกลางกองเืที่เริ่มไหลนอง เยี่ยฉินเดินผ่านศพเ่าั้ไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง
เมื่อออกมาถึงถนนหลักของนครไร้ใจ บรรยากาศเงียบสงัดผิดปกติ ร้านรวงปิดเงียบสนิท แสงจันทร์ถูกเมฆดำปกคลุมจนมืดมิดสมชื่อนครไร้ใจ
"หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ 'หมายเลข 9'!"
ชายร่างั์ในชุดหนังเสือดาวเดินออกมาขวางทาง พร้อมกับพรรคพวกนับสิบคนที่เป็ยอดฝีมือระดับ ััปราณ ขั้นที่ 4 ขึ้นไป ชายผู้นี้คือ "ฉลามคลั่ง" หัวหน้านักล่าค่าหัวที่มีชื่อเสียงที่สุดในย่านนี้
"เ้าจ่ายเงินไป 60 ศิลาจิตภูตระดับกลางเพื่อก้อนหินไร้ค่า... แสดงว่าเ้าต้องมีเงินเหลือเฟือ หรือไม่ก้อนหินนั่นก็มีค่ามากกว่าที่คนตาบอดอย่างพวกเราเห็น" ฉลามคลั่งคำรามพลางเรียก ภูตขวานโลหิต ออกมา พลังปราณสีแดงฉานแผ่ซ่านจนมู่หย่งต้องถอยกรูด
เยี่ยฉินหยุดยืนนิ่ง เขาถอดหน้ากากไม้ทิ้ง เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาแต่เ็าดุจน้ำแข็ง "ในโลกนี้ ความโลภมักจะนำพาคนไปสู่หลุมศพเร็วกว่าความตายเสมอ... ฉลามคลั่ง เ้าควรจะกบดานอยู่ในน้ำครำต่อไป แทนที่จะมาหาที่ตายบนบก"
"สามหาว! ฆ่ามัน!"
นาฏกรรมแห่งกาลเวลาและพิรุณเยือกแข็ง
เหล่านักล่าพุ่งเข้าใส่จากทุกทิศทาง เยี่ยฉินวาดมือเป็วงกลม เรียก ภูตพิรุณเยือกแข็ง ออกมาผสมผสานกับพลังของ ภูตแกนกลางกาลเวลา ทันใดนั้น ฝนปรอยๆ เริ่มตกลงมาในรัศมีสิบจั่ง แต่มันไม่ใช่ฝนธรรมดา ทุกหยดน้ำที่ััถูกร่างกายของเหล่านักล่าจะกลายเป็เข็มน้ำแข็งที่แช่แข็งจุดชีพจรในทันที
"อะไรกัน! ทำไมร่างกายข้าขยับไม่ได้!"
"อึก... ลมปราณข้าแข็งตัว!"
เยี่ยฉินเคลื่อนที่ดุจภูตพรายท่ามกลางกลุ่มคนที่แข็งค้าง เขาไม่ได้ใช้กระบี่หรืออาวุธ แต่เขาใช้นิ้วมือที่อาบด้วยปราณอันธการกาลชีวิตจิ้มเข้าที่หน้าผากของพวกมันทีละคน
วิชา: ดับสูญชั่วกัลป์
ทุกพื้นที่ที่เขาเดินผ่าน ร่างของนักล่าจะค่อยๆ เหี่ยวแห้งและกลายเป็เถ้าถ่านราวกับเวลาผ่านไปนับร้อยปีภายในอึดใจเดียว ฉลามคลั่งมองดูพรรคพวกของตนตายไปต่อหน้าด้วยความสยดสยอง ขวานในมือของเขาสั่นสะท้านเป็ครั้งแรกในชีวิต
"เ้า... เ้าไม่ใช่คน! เ้าเป็ปีศาจ!"
"ปีศาจรึ?" เยี่ยฉินเดินมาหยุดตรงหน้าฉลามคลั่ง "ข้าเคยเป็ยิ่งกว่านั้น... และข้ากำลังจะกลับไปเป็มันอีกครั้ง"
เยี่ยฉินสะบัดมือเพียงครั้งเดียว หัวของฉลามคลั่งก็หลุดออกจากบ่าโดยที่เ้าตัวยังไม่ทันได้รู้สึกเ็ป
บนยอดหอคอยของหอประมูลจันทร์ดับ หลิงเซี่ย ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ พลังของชายหนุ่มผู้นี้ช่างลึกลับและน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าตอนที่อยู่ในสำนักเมฆาเขียวเสียอีก
‘เขาฆ่ายอดฝีมือนับสิบเพียงลำพังด้วยท่าทางที่ดูเหมือนการเดินเล่นในสวน... วังวารีศักดิ์สิทธิ์ของข้าจะรับมือกับสัตว์ประหลาดตนนี้ได้อย่างไร?’ นางเริ่มสงสัยในแผนการของสำนักที่้าจะแย่งชิงมรดกจากเขา
เยี่ยฉินพามู่หย่งหลบออกมาจนถึงป่าละเมาะนอกนครไร้ใจ เขาหาถ้ำที่มิดชิดและวางข่ายอาคมป้องกันไว้โดยรอบ เขาหยิบหยกนิ่งสงัดออกมาแล้วบีบมันจนแตกละเอียด
ทันใดนั้น ดวงิญญาสีม่วงเข้มพุ่งออกมาจากเศษหยก มันหมุนวนรอบกายเยี่ยฉินก่อนจะซึมซับเข้าสู่หน้าผากของเขา
"ภูตแกนกลางความทรงจำ... กลับสู่เ้าของที่แท้จริง!"
ภาพเหตุการณ์นับแสนภาพพุ่งเข้าสู่สมองของเยี่ยฉิน ข้อมูลเกี่ยวกับวรยุทธ์โบราณ ตำแหน่งของขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ และความลับของเหล่าทวยเทพที่เขาเคยรวบรวมไว้ในชาติก่อนเริ่มกลับมาเด่นชัดอีกครั้ง
ใบหน้าของเยี่ยฉินบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปชั่วครู่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็ความสงบนิ่งที่น่ากลัวยิ่งขึ้น พร์ของเขาถูกยกระดับขึ้นอีกครั้ง บัดนี้เขาสามารถเข้าถึงความรู้ที่หายสาบสูญไปนับพันปีได้เพียงแค่ความคิดเดียว
เยี่ยฉินลืมตาขึ้น ดวงตาของเขามีวงแหวนสามสีหมุนวน: ทอง (กาลเวลา), เขียว (ชีวิต) และม่วง (ความทรงจำ) พลังงานที่แผ่ออกมาทำให้สัตว์อสูรในป่าโดยรอบต้องหมอบกราบด้วยความยำเกรง
"นายน้อย... ท่านดูน่ากลัวขึ้นมากเลยขอรับ" มู่หย่งกล่าวด้วยเสียงสั่นๆ
เยี่ยฉินลูบหัวเด็กชายเบาๆ แต่มันเป็ััที่ไร้อารมณ์ "โลกใบนี้กำลังจะเปลี่ยนไปมู่หย่ง... และข้าจะเป็คนเขียนกฎเกณฑ์ใหม่นั้นเอง"
เป้าหมายถัดไปของเขาคือ "สุสานกระบี่นิรันดร์" สถานที่ที่เขาจะหาอาวุธที่คู่ควรกับการหวนคืนของจอมมาร และที่นั่นเอง... เขาจะได้พบกับศัตรูเก่าที่เคยทรยศเขาในอดีต
ความทรงจำคือดาบสองคม หากผู้ถือครองอ่อนแอเขาก็จะถูกอดีตกลืนกิน แต่หากผู้ถือครองแข็งแกร่ง อดีตจะกลายเป็บันไดที่ทอดยาวไปสู่บัลลังก์แห่งอนาคต จอมมารหวนคืนมาครบสามส่วนแล้ว แล
ะรุ่งอรุณแห่งความวินาศกำลังเริ่มนับถอยหลัง